เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 307: งานเลี้ยงเขาชิงเสิน นายช่างกล้าคิดเหลือเกิน!

ตอนที่ 307: งานเลี้ยงเขาชิงเสิน นายช่างกล้าคิดเหลือเกิน!

ตอนที่ 307: งานเลี้ยงเขาชิงเสิน นายช่างกล้าคิดเหลือเกิน!


แก่นพลัง?

เฉินหยางรู้สึกประหลาดใจ

เขาอดไม่ได้ที่จะนึกถึงแก่นพลังมังกรวารีเม็ดนั้น

ลูกปัดทรงรีเม็ดนี้ เมื่อเทียบกับแก่นพลังมังกรวารีที่เขาเคยได้รับมา มีส่วนที่คล้ายคลึงกันอยู่หลายส่วน

เพียงแต่ ลูกปัดเม็ดนี้มีขนาดเล็กกว่าเล็กน้อย อีกทั้งเนื้อสัมผัสดูไม่ดีเยี่ยมเท่ากับแก่นพลังมังกรวารี

แต่ความรู้สึกยามกุมไว้ในมือ รวมถึงของเหลวที่ไหลเวียนอยู่ภายใน เฉินหยางสัมผัสได้ถึงพลังงานที่แฝงอยู่บางเบา

น่าจะเป็นแก่นพลังใช่ไหม?

เฉินหยางชะงักไปครู่หนึ่ง

ในตอนนั้น เสียงการต่อสู้จากภายนอกดังเข้ามา ฉุดดึงความคิดของเขาให้หลุดจากความตกตะลึง

ไม่ว่ามันคืออะไร ดูท่าน่าจะเป็นของดีแน่นอน

เขาส่งลูกปัดเข้าสู่คลังระบบทันที แล้วรีบแบกหวงเฟยออกจากถ้ำไป

"แฮ่..."

ซานเซียวที่กำลังต่อสู้กับหวงเต้าหลินอย่างดุเดือด เมื่อเห็นเฉินหยางแบกชายคนรักออกมา จึงโกรธจัดทันที

ไม่รู้ว่ามันไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนถึงสามารถสลัดการพันธนาการของหวงเต้าหลินจนหลุดได้ พร้อมกับพุ่งเข้าใส่เฉินหยางอย่างรวดเร็ว

เฉินหยางตกใจสะดุ้ง เขารีบแบกหวงเฟยพร้อมกับหันหลังวิ่งหนีทันควัน

เขาวาดลวดลายวิชานางแอ่นเหิน ความเร็วที่ใช้รวดเร็วยิ่ง

เขาหนี มันตาม

"โฮก!"

ซานเซียวคำรามด้วยโทสะ

"วิ่งมาทางนี้!" หวงเต้าหลินตะโกนสั่ง

ไม่ต้องรอให้เรียก เฉินหยางพุ่งตรงมาหาเขาอยู่แล้ว

ซานเซียวที่กำลังเดือดดาลได้สูญเสียสติไปสิ้น มันเปรียบเสมือนไดโนเสาร์จอมคลั่งที่ทำให้ผู้คนต้องสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ

ถึงหวงช่านจะแอบอยู่ไกล แต่ในตอนนี้กลับรู้สึกชาไปทั้งตัว เขาอยากให้พื้นดินแยกออกเพื่อมุดหนีไปให้พ้น

ยังดีที่เป้าหมายของซานเซียวไม่ใช่เขา ไม่อย่างนั้นคงต้องตกใจจนปัสสาวะราดกางเกงแน่นอน

หวงเต้าหลินก้าวนำขึ้นหน้า ซัดหมัดออกไปอย่างแรงหนึ่งที

ลมหมัดพัดหวีดหวิว

ยามที่เฉินหยางวิ่งสวนทางกับเขา เขาสามารถได้ยินเสียงหมัดที่ฉีกกระชากอากาศได้อย่างชัดเจน

ซานเซียวไม่สนอะไรทั้งสิ้น มันตะปบกรงเล็บเข้าใส่ทันที

"ตูม!"

หมัดและกรงเล็บปะทะกันอีกครั้ง

ซานเซียวถูกพละกำลังมหาศาลซัดจนกระเด็นจนตกห่างออกไปห้าหกเมตร มันกลิ้งตัวบนพื้นหลายตลบ กระแทกกับหน้าผาถึงจะหยุดลงได้

ทางด้านหวงเต้าหลินถอยหลังไปสี่ห้าก้าวเช่นกัน

เป็นอย่างที่คิด เมื่อคืนวานที่มืดค่ำ เจ้าตัวนี้คงออมมือตอนที่สู้กับเฉินหยางแน่นอน

พละกำลังที่แท้จริงของมัน เหนือกว่าเฉินหยางอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหวงเต้าหลินถึงมีสีหน้าที่เคร่งเครียดตอนรู้ว่ามันอาจจะเป็นซานเซียว

"แฮ่!"

ซานเซียวพลิกตัวลุกขึ้นยืนอีกครั้ง

มันดูราวกับซอมบี้ที่ไม่รู้จักความเจ็บปวดหรือความหวาดกลัว และไม่มีวันได้รับบาดเจ็บ แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความอำมหิต กระหายเลือดและบ้าคลั่ง

มันคำรามลั่นหนึ่งที เตรียมจะพุ่งเข้าหาเฉินหยางซ้ำ

"หยุด!"

หวงเต้าหลินตะโกนสั่ง

น้ำเสียงดังสนั่นราวกับระฆังใบใหญ่ที่สั่นสะเทือน แฝงไว้ด้วยพลังจิตที่กล้าแกร่ง

เฉินหยางรู้สึกหูอื้ออึงไปหมด ในหัวมีแต่เสียงก้องกังวาน

ซานเซียวคล้ายถูกเสียงนี้ข่มขวัญจนหยุดการเคลื่อนไหวลงในทันที

"มีอะไรค่อยคุยกัน การต่อสู้ไม่ใช่ทางออก มีเรื่องอะไรย่อมปรึกษาหารือกันได้!" หวงเต้าหลินตะโกนบอกซานเซียว

ภาพที่เห็นนี้ ดูจะมีความตลกขบขันอยู่บ้าง

"แฮ่ แฮ่..." ซานเซียวคำรามไม่หยุดหย่อน

ไม่ต้องฟังออก เฉินหยางย่อมรู้ดีว่ามันกำลังสั่งให้เขาส่งตัวหวงเฟยคืนไป

หวงเต้าหลินรู้สึกหน้ามืดไปวูบ แต่ยังคงเอ่ยอย่างใจเย็น "แกดูสภาพเขาสิ ร่างกายอ่อนแอถึงเพียงนี้ ไม่มีทางทนแรงแกไหวหรอก..."

"แฮ่ แฮ่..."

ซานเซียวคำรามรัว แสดงอาการไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด

มันใช้สี่เท้าหมอบลงกับพื้นพลางปรับท่าทาง คล้ายกับพร้อมจะเปิดฉากจู่โจมได้ทุกวินาที

เฉินหยางกล่าว "เขาเป็นคน ส่วนแกเป็นอสูร พวกแกจะมีอนาคตร่วมกันได้ยังไง? แกเพียงต้องการหาคู่ใช่ไหม? ปล่อยให้พวกเราไปก่อน เรื่องนี้ฉันจะรับผิดชอบจัดการให้เอง ตกลงไหม?"

หวงเต้าหลินขมวดคิ้วเล็กน้อย

"แฮ่!"

ซานเซียวคำรามใส่เฉินหยางทีหนึ่ง

"มันไม่เชื่อนาย" หวงเต้าหลินกล่าว

มันไม่ได้โง่เขลา มีหรือจะไม่รู้ว่าเฉินหยางกำลังพูดจาขายฝัน

ในตอนนั้น หวงช่านตะโกนมาจากที่ไกล "พวกเราอาศัยอยู่ที่ตีนเขานี่เอง หนีไปไหนไม่ได้หรอก หากแกคิดว่าพวกเราหลอกลวง ก็สามารถลงเขาไปตามหาพวกเราได้ทุกเมื่อ..."

"แฮ่ แฮ่ แฮ่..."

ซานเซียวหันมามองหวงช่านด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความกระหาย

แย่แล้ว

หวงช่านขาสั่นพั่บพั่บ ตระหนักได้ทันทีว่าตนเองปากมากเกินไปเสียแล้ว

เฉินหยางหันไปมองทางหวงเต้าหลิน

หวงเต้าหลินทำหน้าเซ็ง เอ่ยว่า "มันว่า จะยอมเชื่อนายก็ได้และจะให้เวลานายครึ่งเดือนเพื่อหาคู่มาให้มัน ไม่อย่างนั้นมันจะเอาตัวเจ้าเสี่ยวช่านไปแทน"

"ผมไปทำกรรมอะไรไว้เนี่ย?"

หวงช่านร้องโหยหวนออกมา "ท่านอา ท่านอย่าได้กุเรื่องมาแกล้งผมนะ..."

หวงเต้าหลินมีสีหน้าที่ดูไม่ได้

เฉินหยางกระซิบถาม "ท่านอา ลำพังเพียงท่านยังจัดการมันไม่ได้อีกเหรอครับ?"

"ยาก"

หวงเต้าหลินตอบด้วยน้ำเสียงขื่น "เจ้าตัวนี้หนังหนาพละกำลังมหาศาล อาวุธทั่วไปทำอะไรมันไม่ได้ หากต้องแลกด้วยชีวิต อาจจะพอทำให้มันบาดเจ็บหนักได้ แต่การจะสังหารมันนั้น ยากยิ่งนัก..."

เฉินหยางขมวดคิ้วแน่น "หากผมกับท่านร่วมมือกันก็ยังไม่ได้อีกเหรอครับ?"

"การที่นายมาร่วมวงด้วยกับการที่ฉันต้องสู้คนเดียว ผลลัพธ์แทบไม่ต่างกันเลย" หวงเต้าหลินกล่าว

คือ มีผมหรือไม่มีก็ค่าเท่ากันสินะ

เฉินหยางหัวเราะแห้ง "ถ้าอย่างนั้น คงต้องเสียสละหวงช่านแล้วละครับ?"

"อย่าเชียวนะ"

หวงช่านได้ฟังถึงกับขวัญกระเจิง "พวกนายช่วยทำตัวให้พึ่งพาได้หน่อยได้ไหม?"

หวงเต้าหลินไม่ได้สนใจเขา เขาหันไปบอกซานเซียวว่า "เงื่อนไขของแก พวกเราตกลง แต่ภายในครึ่งเดือนนี้ แกห้ามไปลักพาตัวหรือทำร้ายใครอีก เข้าใจไหม?"

"แฮ่ แฮ่..."

ซานเซียวคำรามแผ่วเบาสองที รังสีอำมหิตในตัวเริ่มจางหายไปไม่น้อย

"วางใจเถอะ ภายในครึ่งเดือนนี้ ฉันจะหาคู่มาให้แกแน่นอน"

เฉินหยางยืนยันหนักแน่น แต่ภายในใจกลับยิ้มขื่น นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ต้องมาเปลี่ยนอาชีพเป็นแม่สื่อเสียอย่างนั้น?

ซานเซียวจ้องมองเขาเขม็งทีหนึ่ง

"ไปเถอะ"

หวงเต้าหลินยกมือขึ้น ส่งสัญญาณให้เฉินหยางและพวกพ้องรีบถอยออกไป

เฉินหยางรีบแบกหวงเฟยพุ่งทะยานออกจากหุบเขาพร้อมกับหวงช่านทันที

ฝีเท้ารวดเร็วประดุจบินได้

……

...

——

——

จากนั้นลงเขา

เมื่อลงเขามาได้อย่างปลอดภัย จึงรีบนำตัวหวงเฟยส่งสถานีอนามัยประจำหมู่บ้านทันที

หมอประจำหมู่บ้านตรวจอาการแล้ว พบว่าเพียงแค่ตกใจอย่างหนัก ประกอบกับอดอาหารมาทั้งวัน จึงมีอาการน้ำตาลในเลือดต่ำ

ไม่จำเป็นต้องส่งโรงพยาบาลใหญ่ เพียงแค่ให้น้ำเกลือไม่นานนัก หวงเฟยก็ค่อยฟื้นคืนสติขึ้นมา

"พี่เฟย เป็นยังไงบ้าง? รู้สึกไม่สบายตรงไหนไหม?" หวงช่านกระซิบถามอยู่ที่ข้างเตียงคนไข้

หวงเฟยยังคงอ่อนแอมาก เขามองหน้าหวงช่าน เอ่ยว่า "ฉันฝันไป... เหมือนจะฝันเห็นพี่สาวของนาย..."

เอ่อ...

หวงช่านชะงักไป คิดในใจว่า พี่สาวผมไม่ได้หน้าตาแบบนั้นเสียหน่อย

เฉินหยางยืนอยู่ที่ประตู มองหวงเฟยด้วยความสงสาร เจ้าหมอนี่หายตัวไปทั้งคืน ไม่รู้ว่าถูกซานเซียวตัวนั้นย่ำยีไปแล้วหรือยัง

หวงช่านแจ้งข่าวแก่หวงฟู่กุ้ยเรียบร้อยแล้ว เมื่อคนมาถึง เฉินหยางและพรรคพวกจึงพากันกลับออกมา

……

...

บ้านของหวงเต้าหลิน

ภายในห้องโถง หวงเต้าหลินจุดธูปบูชาปรมาจารย์ จากนั้นจึงหยิบไหบนโต๊ะบูชาลงมาเปิดดูสถานการณ์ภายใน

"นายเตรียมจะหาคู่ให้มันจริงเหรอ?"

หวงเต้าหลินเอ่ยถามเฉินหยางที่นั่งอยู่บนโซฟาโดยไม่หันกลับมามอง "เรื่องที่ทำไม่ได้ ไม่ควรรับปากส่งเดช ไม่อย่างนั้น หากมันเกิดคุ้มคลั่งขึ้นมา ไม่รู้ว่าเหตุการณ์จะเลวร้ายขนาดไหน..."

"ท่านอา เจ้าตัวนี้ มันจัดการยากขนาดนั้นเลยเหรอครับ?" เฉินหยางถามอย่างไม่เข้าใจ

หวงเต้าหลินวางไหกลับบนโต๊ะแล้วหันกลับมา "ไม่อย่างนั้นทำไมคนถึงเรียกพวกมันว่าเทพเจ้าแห่งขุนเขาเล่า? เมื่อซานเซียวบำเพ็ญตบะจนแกร่งกล้า ร่องรอยย่อมลึกลับ พละกำลังมหาศาล อาวุธทำร้ายไม่ได้ อีกทั้งยังต้านทานพิษได้ทุกชนิด พวกมันมีนิสัยดุร้ายและบ้าเลือด หากถูกกระตุ้นสัญชาตญาณดิบ พลังการต่อสู้ย่อมพุ่งทะยานมหาศาล ที่สำคัญคือมันเป็นสัตว์ที่เจ้าคิดเจ้าแค้นอย่างยิ่ง..."

"หากนายหลอกลวงมัน รับรองว่ามันต้องตามจองล้างจองผลาญนายไม่เลิกราแน่นอน ฉันยอมไปสู้กับยอดฝีมือขอบเขตวาสนายังดีกว่าต้องมาเผชิญหน้ากับของพรรค์นี้"

เมื่อพูดถึงตรงนี้ หวงเต้าหลินทำเพียงยิ้มขื่นพลางส่ายหน้า

ไม่ได้หมายความว่าเขามีพลังพอจะสู้กับขอบเขตวาสนาได้ แต่อย่างน้อยเมื่อพบกับตัวตนในระดับนั้น หากสู้ไม่ได้ ยังพอจะคุกเข่าขอชีวิตได้บ้าง

อย่างที่เขาว่ากัน ยมบาลน่ะหลบง่าย แต่ภูตผีตัวเล็กนั้นจัดการยาก

สำหรับซานเซียว หากไปล่วงเกินมันเข้า มันย่อมต้องตามล่าเอาชีวิตให้ถึงที่สุด ต่อให้ต้องตามตื๊อจนตาย มันย่อมไม่ยอมรามือ

เฉินหยางกล่าว "ท่านอา ท่านเคยบอกว่าที่เขาเอ๋อเป้ยเคยมีซานเซียวปรากฏตัวไม่ใช่เหรอครับ? ในตอนนั้นพวกเขากำจัดมันได้ยังไง?"

หวงเต้าหลินส่ายหน้า "รายละเอียดฉันไม่รู้ รู้เพียงว่าทางวัดเป้ากั๋วส่งคนมาจัดการมากมาย..."

หวงช่านเอ่ย "พี่หยาง พี่ต้องใส่ใจเรื่องนี้ให้มากนะ พี่สาวผมหวังให้ผมมีทายาทสืบสกุล หากเธอรู้ว่าผมได้เมียแบบนี้กลับไป เกรงว่าเธอคงต้องตอนผมทิ้งแน่นอน..."

เฉินหยางทั้งขำทั้งระอา

เรื่องนี้เป็นปัญหาจริง แต่ไม่น่าจะใช่เรื่องใหญ่โตอะไรนัก

เฉินหยางกล่าว "ในเมื่อวัดเป้ากั๋วเคยจัดการได้ครั้งหนึ่ง ย่อมต้องจัดการครั้งที่สองได้ เดี๋ยวผมจะแจ้งสมาคมผู้พิทักษ์ขุนเขาให้พวกเขาสรรหาวิธีมารับมือ"

หวงเต้าหลินกล่าว "วัดเป้ากั๋วในตอนนี้จะมีพละกำลังพอจะจัดการมันได้หรือไม่ยังไม่แน่ หากกำจัดไม่สิ้นซาก ความซวยย่อมตกอยู่ที่พวกนาย เอาเป็นว่านายก็ลองพิจารณาดู หากจนปัญญาจริง ให้ลองถามสมาคมผู้พิทักษ์ขุนเขาดูว่ามีเบาะแสของซานเซียวตัวผู้บ้างไหม หากมีก็หาหนทางเป็นแม่สื่อให้พวกมันเสีย..."

"ผมว่าวิธีนี้เข้าท่าครับ" หวงช่านพยักหน้าเห็นพ้อง เขารู้สึกว่าคำแนะนำของหวงเต้าหลินดูจะพึ่งพาได้มากกว่า

"อืม เดี๋ยวผมจะลองถามดู"

เฉินหยางไม่ได้กล่าวอะไรมากความ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาค้นหาเบอร์ของหลิ่วเจี้ยนกั๋ว

ปกติเรื่องทั่วไป เฉินหยางมักจะประสานงานผ่านหูข่าย แต่เรื่องนี้เห็นชัดว่าไม่ใช่เรื่องเล็ก

เมื่อเดินออกมานอกบ้าน เฉินหยางจึงกดโทรออกหาหลิ่วเจี้ยนกั๋ว

สัญญาณดังอยู่นาน แต่กลับไม่มีคนรับสาย

คงกำลังยุ่งอยู่ละมั้ง

เฉินหยางจึงเปลี่ยนไปโทรหาหวังเยวี่ยนเเทน

ครั้งนี้ สายถูกเชื่อมต่อได้สำเร็จ

เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบแจ้งสถานการณ์ให้ทราบทันที

หลังจากฟังจนจบ หวังเยวี่ยนเฉาถึงกับอึ้งไปสามวินาทีเต็ม

"ซานเซียว? จริงหรือเปล่า?"

ผ่านไปครู่ใหญ่ หวังเยวี่ยนเฉาถึงเค้นคำพูดนี้ออกมาได้

เฉินหยางรู้สึกหน้ามืดไปวูบ "นี่ท่านคิดว่าผมอุตส่าห์โทรมาเพื่อล้อท่านเล่นหรือไง?"

หวังเยวี่ยนเฉากล่าว "ฉันหมายถึง เจ้าหนูอย่างนายจำผิดหรือเปล่า นายเคยเห็นหน้าตาของซานเซียวจริงเหรอ?"

"ไม่มีทางจำผิดแน่นอน หากท่านไม่เชื่อก็รีบมาที่นี่เดี๋ยวนี้เลย ผมจะพาไปดูด้วยตาตัวเอง"

"ฉันเองก็อยากไปนะ คนแก่อย่างฉันมีชีวิตมานานขนาดนี้ ยังไม่เคยเห็นซานเซียวตัวจริงเลยสักครั้ง"

หวังเยวี่ยนเฉาทอดถอนใจ "แต่น่าเสียดายที่ฉันกับเหล่าหลิ่วไปหาไม่ได้ในตอนนี้..."

"ทำไมล่ะครับ?"

"ต้วนชิวผิงทะลวงสู่ขอบเขตวาสนาสำเร็จแล้ว ทางเขาชิงเสินจึงส่งจดหมายเชิญฉันกับเหล่าหลิ่วไปร่วมงานเลี้ยง ตอนนี้พวกเรากำลังเดินทางไปที่เขาชิงเสินกันอยู่..."

"เอ่อ..."

เฉินหยางชะงักไป "แล้วทางฝั่งผมจะทำยังไงล่ะ?"

หวังเยวี่ยนเฉานิ่งคิดครู่หนึ่ง "ไม่ต้องรีบร้อน ในเมื่อนายตกลงกับมันไว้ตั้งครึ่งเดือน รอให้พวกเรากลับไปก่อนค่อยว่ากัน นายแค่อย่าไปหาเรื่องมันอีกก็พอ..."

"ตกลงครับ"

เฉินหยางกล่าวอย่างจนใจ

ที่นี่มีหวงเต้าหลินคอยคุมเชิงอยู่ อีกทั้งยังมีสัญญาล่วงหน้า ตอนนี้จึงยังไม่ต้องกังวลว่ามันจะก่อเรื่อง

"ต้วนชิวผิงทะลวงสู่ขอบเขตวาสนาแล้วจริงเหรอครับ?" เฉินหยางถามต่อ

"จดหมายเชิญส่งมาถึงขนาดนี้ จะเป็นเรื่องปลอมได้ยังไง?"

หวังเยวี่ยนเฉาตอบตามสัญชาตญาณ แต่ทันใดนั้นก็ฉุกใจคิดได้ "หืม เดี๋ยวก่อน นายรู้เรื่องที่ต้วนชิวผิงทะลวงระดับอยู่ก่อนแล้วเหรอ?"

"เอ่อ ฟังมาจากหยางเหวินฮุ่ยครับ!"

เฉินหยางชะงักไปพรางรีบหาข้ออ้างทันที "นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญหรอกครับ ประเด็นคือพวกท่านทั้งสองคนต้องได้พบต้วนชิวผิงแน่นอนใช่ไหม?"

"แน่นอนสิ ไปงานเลี้ยงของเขา ในฐานะเจ้าภาพ มีหรือที่เขาจะไม่ปรากฏตัว?"

"ท่านหวัง พอจะมีโอกาสไหมครับที่ท่านกับท่านหลิ่วจะร่วมมือกันหาจังหวะสังหารเธอทิ้งเสีย..."

ยังไม่ทันสิ้นเสียง ปลายสายก็ส่งเสียงโครมคราม คล้ายกับโทรศัพท์หลุดมือร่วงลงพื้น

ตามมาด้วยเสียงกุกกักอย่างลนลาน หวังเยวี่ยนเฉารีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาใหม่ "นะ นายว่าอะไรนะ?"

เฉินหยางรู้สึกหน้ามืดไปหมด อย่างน้อยท่านก็เป็นถึงรองประธานสมาคมผู้พิทักษ์ขุนเขา ทำไมถึงได้ขวัญอ่อนขนาดนี้?

"เธอเพิ่งจะทะลวงสู่ขอบเขตวาสนา ย่อมต้องมีช่วงอ่อนแออย่างน้อยหนึ่งเดือน ท่านหวัง นี่คือโอกาสทองที่จะส่งเธอลงนรก หากปล่อยให้พ้นช่วงนี้ไปได้ การจะจัดการเธอย่อมเป็นเรื่องที่ยากลำบากยิ่ง..."

"เจ้าหนูอย่างนายนี่ช่างกล้าคิดเสียจริง ฉันนึกว่าตอนหนุ่มฉันบ้าบิ่นพอแล้วนะ แต่นายยิ่งบ้ากว่าฉันมหาศาล!"

ปลายสาย หวังเยวี่ยนเฉาทอดถอนใจด้วยความอ่อนอกอ่อนใจและพูดไม่ออก

"หากมีเพียงต้วนชิวผิงคนเดียว ฉันกับเหล่าหลิ่วย่อมอยากจะลองเสี่ยงดู แต่นั่นคือเขาชิงเสิน บนเขามียอดฝีมืออยู่มากเท่าไหร่นายรู้บ้างไหม? อีกทั้งครั้งนี้มีผู้รับเชิญไปมากมาย หากคิดจะให้ฉันกับเหล่าหลิ่วลงมือสังหารต้วนชิวผิงต่อหน้าผู้คนมหาศาล นายเห็นพวกฉันเป็นเทพเจ้าหรือยังไง?"

หวังเยวี่ยนเฉาไม่รู้ว่าเฉินหยางกำลังล้อเล่นหรือไม่ แต่ข้อเสนอนี้ สำหรับนายแล้วมันช่างไร้สาระสิ้นดี

"ท่านหวัง การที่ต้วนชิวผิงทะลวงระดับได้เช่นนี้ ย่อมส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อขั้วอำนาจในวงการผู้พิทักษ์ขุนเขาแห่งดินแดนสู่แน่นอน หากพวกท่านคิดจะสั่นคลอนและจัดระเบียบใหม่ เกรงว่าจะกลายเป็นเรื่องยากยิ่งขึ้นไปอีก..."

เฉินหยางเองก็รู้สึกจนใจ

น่าเสียดายที่สำนักชิงเสินไม่ได้เชิญเขา เขาจึงไม่สามารถไปที่นั่นได้ ไม่อย่างนั้นเขาคงหาหนทางสร้างความวุ่นวายแน่นอน

การที่พวกหวังเยวี่ยนเฉาไม่กล้าลงมือนั้นก็พอยอมรับได้ เพราะพวกเขามีฐานะที่พิเศษ ต้องระแวดระวังรอบด้าน ในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐ ย่อมต้องถูกตีกรอบด้วยกฎระเบียบมากมาย

"ในเมื่อทำอะไรไม่ได้ ก็คงต้องรอให้พวกเราไปถึงเขาชิงเสินเพื่อดูสถานการณ์ก่อนแล้วค่อยว่ากัน"

หวังเยวี่ยนเฉาถอนหายใจยาว เห็นชัดว่าการทะลวงระดับอย่างกะทันหันของต้วนชิวผิงได้ทำลายแผนการของพวกเขาไปไม่น้อย

เฉินหยางไม่ได้สนทนาต่อให้เสียเวลา

"เป็นยังไงบ้าง?"

เมื่อวางสาย หวงช่านก็รีบเสนอหน้ามาถามทันที

เฉินหยางกำลังจะเอ่ยปาก แต่กลับมีรถยนต์สีเทาเงินคันหนึ่งมาจอดที่หน้าประตูรั้วบ้าน

ชายชราคนหนึ่งก้าวลงจากรถ

ฉินโจวนั่นเอง

"พวกนายสองคนมาทำอะไรที่นี่กัน?"

ยังไม่ทันจะก้าวเข้าบ้าน เสียงของเขาก็ดังนำมาก่อนแล้ว

เขาหยิบกล่องอาหารเสริมหลายกล่องออกมาจากกระโปรงหลังรถ เดินยิ้มร่าเข้ามาด้านใน

หวงเต้าหลินเดินออกมาจากห้องโถงเพื่อต้อนรับ

ฉินโจวรีบตรงเข้าไปหา ทักทายอย่างสนิทสนม "พี่หวง ไม่ได้เจอกันตั้งหลายปี ร่างกายยังแข็งแรงดีอยู่ไหมครับ?"

หวงเต้าหลินเป็นคนรักสันโดษ ในอดีตเขาไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับฉินโจวนัก พอนับได้ว่าเป็นเพียงคนรู้จักกันเท่านั้น

ความเกี่ยวพันเพียงหนึ่งเดียวที่พอจะนับได้คือการที่ฉินโจวเคยเป็นลูกศิษย์เพียงครึ่งตัวของหยางตงกวน

ลูกศิษย์ของศัตรู ย่อมต้องเป็นศัตรูด้วยเช่นกัน

เดิมทีหวงเต้าหลินย่อมไม่ให้การต้อนรับที่ดีนัก แต่เฉินหยางได้อธิบายสถานการณ์ให้ฟังล่วงหน้าแล้วเพื่อเป็นการเตือนสติและป้องกันไม่ให้ทั้งคู่เปิดศึกใส่กันทันทีที่พบหน้า เพราะตาแก่ฉินไม่มีทางสู้หวงเต้าหลินได้แน่นอน

ในอดีต การตัดสินใจที่ผิดพลาดจนไปเกี่ยวพันกับหยางตงกวน คงเป็นเรื่องที่ฉินโจวนึกเสียใจที่สุดในชีวิต

ผลประโยชน์แทบไม่ได้ แต่กลับนำพาความเดือดร้อนมาสู่ตัวไม่หยุดหย่อน จนถึงวันนี้เขาก็ยังคงต้องแบกรับผลพวงจากการตัดสินใจที่ผิดพลาดในครั้งนั้น

เมื่อหวงเต้าหลินยอมรับของกำนัล ย่อมหมายความว่าความแค้นที่มีต่อกันได้มลายหายไปสิ้น

ภายในห้องโถง

เฉินหยางสรุปสถานการณ์ให้ฉินโจวฟัง เมื่อรู้ว่าพวกเขาขึ้นเขาไปจัดการธุระเสร็จแล้ว ฉินโจวจึงรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้มาให้เร็วกว่านี้

ซานเซียวนั้นเป็นสิ่งที่หาดูได้ยากยิ่ง

ผู้พิทักษ์ขุนเขาหลายคนตรากตรำอยู่ในป่ามาทั้งชีวิต ยังไม่มีโอกาสได้เจอเจ้าตัวนี้เลยสักครั้ง

ฉินโจวกล่าว "บนเขาอานีบนเกาะสมบัติ เมื่อนานมาแล้วเคยมีซานเซียวที่มีตบะแก่กล้าปรากฏตัวขึ้น ชาวบ้านแถวนั้นพากันยกย่องให้เป็นเทพเจ้าอสูรห้าวิถีและคอยกราบไหว้บูชา เจ้าตัวนี้มีตัณหาจัด ชาวบ้านที่ขาดความรู้จึงส่งหญิงสาวในหมู่บ้านไปปรนเปรอเพื่อแลกกับการคุ้มครองและความสงบสุขของครอบครัว..."

"วงการผู้พิทักษ์ขุนเขาได้ส่งยอดฝีมือจำนวนมากไปจัดการ ถึงขั้นต้องระดมกำลังทหารเข้าปิดล้อมมันไว้บนยอดเขา ใช้ทั้งการเผาไฟและระดมยิงปืนใหญ่ ถึงจะสามารถกำจัดมันลงได้..."

"ต่อมา ซานเซียวตัวนั้นถูกนำไปสตัฟฟ์และเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์เอกชนแห่งหนึ่ง ในช่วงหลายปีที่ฉันอยู่บนเกาะสมบัติ เคยมีวาสนาได้เห็นมันกับตาตัวเองครั้งหนึ่ง รูปร่างหน้าตาของมัน ช่างน่าสะพรึงกลัวจนหาคำบรรยายไม่ได้เลย..."

……

...

เฉินหยางกล่าว "ตอนนี้เจ้าตัวนั้นน่าจะยังอยู่ในหุบเขาเซียน หากท่านอยากเห็นตัวละก็..."

"อย่าเชียวนะ!"

ฉินโจวรีบโบกมือพัลวัน "ฉันอยากเห็นก็จริง แต่ฉันไม่ได้โง่ ฉันยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อไปนะ!"

"ท่านก็แค่บอกมันว่า ท่านคือเจ้าบ่าวที่ผมแนะนำมาให้ รับรองว่ามันไม่มีทางทำอันตรายท่านแน่นอน"

"ไปให้ไกลเลยนะ เจ้าเด็กนี่ไม่รู้จักรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ เรื่องแบบนี้ยังจะเอามาล้อเล่นได้อีก"

ฉินโจวด่าทออย่างขบขันก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้าจริงจัง "แล้วสถานการณ์ของแกในตอนนี้เป็นยังไงบ้าง? แม่หนูตระกูลกู่ได้ติดต่อมาบ้างไหม?"

เฉินหยางส่ายหน้าปฏิเสธ

เวลาผ่านไปหลายวันแล้ว กู่หลิงซานไม่ได้โทรศัพท์มาหาเขาเลย

แต่เฉินหยางก็ไม่ได้ใส่ใจ บางทีอีกฝ่ายอาจจะเพียงแค่พูดจาตามมารยาทเท่านั้น หากไปปักใจเชื่อว่าเขาให้ความสำคัญกับเราจริงจัง ย่อมต้องเป็นฝ่ายเสียใจเอง

ฉินโจวขมวดคิ้วแน่นด้วยความผิดหวัง "เธอให้เบอร์ไว้ไม่ใช่เหรอ ลองโทรไปถามดูหน่อยดีไหม? เรื่องคอขาดบาดตายขนาดนี้ เจ้าหนูอย่างแกคงไม่ถึงขั้นรักษาหน้าจนไม่ยอมปริปากหรอกนะ?"

เฉินหยางส่ายหน้า "ไม่จำเป็นแล้วครับ ตอนนี้ผมมีหนทางทะลวงระดับแล้ว น่าจะเป็นภายในวันสองวันนี้ การอยู่ที่บ้านท่านอา ย่อมไม่มีเหตุร้ายเกิดขึ้นแน่นอน..."

ภายในวันสองวันนี้เหรอ?

ฉินโจวอึ้งไปครู่หนึ่ง เขาหันไปมองทางหวงเต้าหลินทันที

เขาเคยได้ยินเฉินหยางเล่าว่าหวงเต้าหลินคนนี้เก่งกาจถึงเพียงนั้น

แต่ความจริงจะร้ายกาจแค่ไหน เขากลับยังไม่มีภาพในหัวที่ชัดเจนนัก

หวงเต้าหลินกล่าว "เขาบอกว่ามีวิธีของเขาเอง ฉันช่วยเขาได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น อย่างมากก็แค่ช่วยรักษาชีวิตไว้หากเขาทำการทะลวงล้มเหลว ส่วนสุดท้ายร่างกายจะบาดเจ็บหรือพิการยังไงนั้น ย่อมสุดแท้แต่วาสนา"

ฉินโจวชะงักไปพรางจ้องมองเฉินหยาง "แกหาทางออกได้จริงเหรอ? เรื่องนี้ล้อเล่นไม่ได้เด็ดขาดนะ"

"ผมเคยทำเรื่องที่ไม่มีความมั่นใจตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?" เฉินหยางยิ้ม แสดงความมั่นใจออกมาอย่างเต็มเปี่ยม

จบบทที่ ตอนที่ 307: งานเลี้ยงเขาชิงเสิน นายช่างกล้าคิดเหลือเกิน!

คัดลอกลิงก์แล้ว