เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 292: อัปเลเวล ผู้พิทักษ์ขุนเขาเลเวลหก! ยาเม็ดทะลวงขอบเขต!

ตอนที่ 292: อัปเลเวล ผู้พิทักษ์ขุนเขาเลเวลหก! ยาเม็ดทะลวงขอบเขต!

ตอนที่ 292: อัปเลเวล ผู้พิทักษ์ขุนเขาเลเวลหก! ยาเม็ดทะลวงขอบเขต!


สีหน้าของติงซื่อเฉียงเปลี่ยนไปทันที เขายื่นมือไปคว้าเข็มขัดที่พันรอบเอว ซึ่งความจริงแล้วมันคือกระบี่อ่อนเล่มหนึ่ง

แต่ว่า กระบี่ยังถูกชักออกมาไม่ถึงครึ่ง เฉินหยางพุ่งกายเข้าถึงตัว ซัดหมัดเข้าที่หน้าอกของเขาอย่างแรง

รูม่านตาของติงซื่อเฉียงหดเกร็งลงทันที เขาไม่สนใจที่จะชักกระบี่อีกต่อไป รีบส่งหมัดออกไปตั้งรับอย่างลนลาน

ยังไงเขามีระดับถึงขั้นที่สี่ คงไม่มีทางพ่ายแพ้ให้แก่เจ้าเด็กเมื่อวานซืนคนนี้หรอกใช่ไหม?

เจ้าเด็กนี่อายุยังน้อย ต่อให้เริ่มฝึกฝนตั้งแต่อยู่ในท้องแม่หรือมีพรสวรรค์สูงส่งเพียงใด ย่อมไม่มีทางก้าวเข้าสู่ขอบเขตวิญญาณได้แน่นอน

แต่ว่า ในไม่ช้าเขาก็พบว่า ตนเองคิดผิดไปมหันต์

หมัดทั้งสองปะทะกัน

ในวินาทีที่หมัดสัมผัสกัน ติงซื่อเฉียงสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดอย่างรุนแรง

แกร็ก แกร็ก!

เสียงกระดูกหักสะบั้นดังขึ้น

ความรู้สึกเขาราวชกเข้ากับลูกปืนใหญ่ที่เพิ่งพุ่งออกจากลำกล้อง

กระดูกมือขวาหักละเอียดในพริบตา หมัดของอีกฝ่ายเปรียบเสมือนรถแทรกเตอร์ที่เมินเฉยต่อการต่อต้านของเขาและกระแทกเข้าที่หน้าอกอย่างจัง

พลังที่บ้าคลั่งทำลายล้างทุกสิ่ง ซัดร่างของเขาจนกระเด็นไปไกลหลายเมตร ตกลงบนกลางถนนอย่างหนักหน่วง

"อ๊าก"

ติงซื่อเฉียงร้องลั่นด้วยความทรมาน แขนขวาหักสะบั้นจนกระดูกทิ่มทะลุผิวหนังออกมา เลือดไหลนองดูสยดสยองยิ่งนัก

หน้าอกที่ถูกชกไปหนึ่งหมัด เกรงว่าซี่โครงคงหักไปหลายซี่

เขาใช้มือซ้ายยันพื้น พยายามจะลุกขึ้นยืน แต่ทำได้เพียงนั่งแปะอยู่กับที่เท่านั้น

เขามองเฉินหยางด้วยความหวาดกลัวสุดขีด

ทำไมถึงแข็งแกร่งขนาดนี้? เจ้าเด็กนี่มันสัตว์ประหลาดตัวไหนกันแน่?

"เป้าจวิน!"

ติงซื่อเฉียงตะโกนเรียกเสียงดังลั่นด้วยความร้อนรน

เป้าจวิน?

ตัวอะไรกัน?

เฉินหยางขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ทันใดนั้นเขาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายบางอย่างที่แผ่ออกมาจากรถหรูสีดำของติงซื่อเฉียง

"โครม!"

รถคันนั้นสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

ราวกับมีอสูรกายที่น่าสะพเหรองกลัวถูกขังไว้ภายใน

"เพล้ง..."

เสียงแก้วแตกดังลั่น กระจกหน้ารถถูกพลังมหาศาลกระแทกจนแตกละเอียด

เศษกระจกกระจายเกลื่อนพื้น

เงาดำขนาดมหึมาพุ่งออกมาจากตัวรถ

มันลงสู่พื้นได้อย่างมั่นคงยิ่ง

ตัวใหญ่ราวกับลูกวัว มีขนสีดำสนิททั่วร่าง ใบหน้าดุดันประดุจปีศาจร้าย ลมหายใจที่หนักหน่วงนั้นดูราวกับพร้อมจะขย้ำผู้คน

หมามาสทิฟฟ์!

เป็นสุนัขพันธุ์มาสทิฟฟ์ร่างยักษ์ตัวหนึ่ง

"โฮก บรู๋..."

เสียงคำรามที่แสดงถึงอำนาจดังดุจระฆังใบใหญ่ สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ

ดวงตาทั้งคู่จ้องตรงมาที่เฉินหยาง แฝงไว้ด้วยความกระหายเลือดและความบ้าคลั่ง

"เป้าจวิน รีบฆ่ามันเร็วเข้า!"

ติงซื่อเฉียงราวกับเห็นฟางเส้นสุดท้าย จึงรีบตะโกนสั่งเสียงดังลั่น

"โฮก!"

ยังไม่ทันสิ้นเสียง สุนัขยักษ์ก็คำราม พุ่งเข้าจู่โจมเฉินหยางอย่างรวดเร็ว

ช่างเป็นสัตว์ร้ายที่น่าเกรงขามเสียจริง

เพียงแค่แรงกดดันจากกลิ่นอายของมัน ก็เพียงพอจะทำให้คนทั่วไปขาสั่นพั่บพั่บได้แล้ว

เฉินหยางเองตกใจกับพลังของเจ้าสัตว์ตัวนี้อยู่บ้าง แต่ยังไม่ถึงขั้นจะขวัญเสีย

สุนัขยักษ์กระโจนขึ้นสูง อุ้งเท้าขนาดมหึมาตะปบลงมาที่เฉินหยาง

เขายังไม่รู้ว่าเจ้าสัตว์ตัวนี้มีพละกำลังมากเพียงใด เฉินหยางย่อมไม่โง่พอที่จะไปวัดแรงกับมัน จึงรีบเอี้ยวตัวหลบในทันที

"ตูม!"

กรงเล็บยักษ์ฟาดลงบนพื้นถนน

พื้นดินสั่นสะเทือนเลือนลั่น

นี่คือสันเขื่อน ความแข็งแรงมีมากเพียงใดคงไม่ต้องบอก

พื้นคอนกรีตถึงกับแตกละเอียดและทิ้งรอยเท้าเอาไว้

"โฮก!"

สุนัขยักษ์คำรามอีกครั้ง พุ่งเข้าหาเฉินหยางซ้ำ

ความเร็วของมันสูงมาก

ครั้งนี้เฉินหยางหลบไม่พ้น จึงจำต้องซัดหมัดเข้าใส่เพื่อตั้งรับ

เกิดเสียงดังปัง

เฉินหยางรู้สึกว่าแขนสั่นสะท้านอย่างรุนแรง พลังที่บ้าคลั่งบีบให้เขาต้องถอยหลังเซถลาไปหลายก้าว

บนหมัดปรากฏรอยแผลทางยาว

เลือดไหลรินออกมา

หมาดีนี่!

เฉินหยางถึงกับเบิกตากว้าง

พละกำลังของสุนัขตัวนี้ เหนือกว่าเขาอย่างแน่นอน

เมื่อสบสายตากับมัน เห็นความลึกซึ้ง อำมหิตและดุร้าย

เฉินหยางอดไม่ได้ที่จะตัวสั่นขึ้นมาวูบหนึ่ง

"โฮก บรู๋!"

สุนัขยักษ์ส่งเสียงคำรามกึกก้องกะทันหัน

เสียงนั้นสั่นประสาทจนความรู้สึกของเฉินหยางเหม่อลอยไปชั่วขณะ หูทั้งสองข้างอื้ออึงแผ่วเบา

เปรี้ยะ!

ลูกปัดสวรรค์ที่พันไว้รอบข้อมือซ้ายของเขา ส่งเสียงแตกแผ่วเบาหนึ่งที

การโจมตีทางจิต?

เฉินหยางชะงักไปครู่หนึ่ง แต่สุนัขยักษ์เบื้องหน้ากลับพุ่งเข้าหาเขาอีกรอบแล้ว

ร้ายกาจนัก เจ้าสัตว์ตัวนี้ถึงกับใช้การโจมตีทางจิตได้ด้วย?

เมื่อเห็นมันพุ่งเข้ามา เฉินหยางกลับยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่ได้หลบเลี่ยง

สุนัขยักษ์กระโดดตัวลอย อุ้งเท้าตะปบลงมาที่กลางศีรษะของเฉินหยาง

แววตาของมันเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง ราวกับเห็นภาพศีรษะของมนุษย์ผู้นี้ถูกขยี้จนเละเทะไปแล้ว

มันชอบความรู้สึกแบบนี้ การทรมานล่าเหยื่อและฉีกร่างออกเป็นชิ้นคือความรื่นรมย์ที่สุดสำหรับมัน

แต่ว่า ในวินาทีถัดมา ความบ้าคลั่งในดวงตานั้นกลับหยุดนิ่งลง

ดาบโม่ปรากฏขึ้นในมือของเฉินหยางอย่างกะทันหัน

"หึ!"

เฉินหยางกุมดาบสองมือ ตวัดดาบฟันออกไปในแนวนอนทันที

"ฟึ่บ!"

ดาบยาวหนักกว่าสามร้อยชั่ง เมื่อกวัดแกว่งด้วยพลังมหาศาลจะน่าสะพเหรองกลัวเพียงใด?

สุนัขยักษ์ที่อยู่กลางอากาศไม่มีทางตอบโต้ได้ทัน ในเวลานี้ ต่อให้มันอยากจะหลบก็ไม่อาจหาที่ยึดเหนี่ยวเพื่อเปลี่ยนทิศทางได้

ประกายดาบวาบผ่าน

ฟันเข้าที่ลำคอของสุนัขยักษ์อย่างจัง

เสียงฉีกขาดดังขึ้นพร้อมกับเลือดที่พุ่งกระฉูดออกมา

แรงกระแทกอันมหาศาลซัดร่างยักษ์จนกระเด็นไป ท่ามกลางละอองเลือดที่ฟุ้งกระจาย ร่างนั้นตกลงสู่ทะเลสาบเสียงดังตูม

ตึง!

เฉินหยางปักดาบลงพื้น หอบหายใจหลายครั้ง

ดาบนี้เล่นทีเผลอ เกือบจะตัดหัวสุนัขเฒ่าตัวนั้นให้ขาดกระเด็นได้แล้ว

คราบเลือดในทะเลสาบแผ่กระจายออกไป ถูกความมืดมิดยามค่ำคืนกลืนกิน

ร่างของสุนัขยักษ์จมดิ่งลงสู่ใต้ผิวน้ำ ดูท่าคงจะไม่รอดแล้ว

ถือเป็นคราวเคราะห์ของเจ้าสัตว์ร้ายตัวนี้เอง

"หา?"

ภาพตรงหน้านี้ ทำให้ติงซื่อเฉียงถึงกับขวัญเสีย

เขาฝืนความเจ็บปวดลุกขึ้นเพื่อจะวิ่งหนีกลับไปที่รถ

ความหวาดกลัวเข้าครอบงำสมองจนหมดสิ้น ขนาดเป้าจวินยังสู้ไม่ได้ พละกำลังของชายผู้นี้ช่างเหนือชั้นเกินกว่าจะจินตนาการได้เสียจริง

หากหนีไปได้ อาจจะมีโอกาสรอด แต่หากยังอยู่ต่อ ย่อมต้องตายแน่นอน

"พวกคุณตามหาตัวฉันมาตลอดไม่ใช่เหรอ แล้วจะรีบหนีไปทำไมล่ะ?"

ลูกธนูขนนกพุ่งออกไปปักเข้าที่ข้อเท้าของติงซื่อเฉียงอย่างแม่นยำ

เกิดเสียงดังตุ้บ

ติงซื่อเฉียงเสียหลักล้มคว่ำ หน้ากระแทกพื้นอย่างหมดสภาพ

"แก... ที่แท้ก็คือแกเองเหรอ?"

"แกเป็นคนทำร้ายเส้าเฟิงใช่ไหม?"

ติงซื่อเฉียงพลิกตัวกลับมา บนใบหน้าเต็มไปด้วยเลือด เขาถามออกมาด้วยความตกใจและหวาดกลัวจนเสียงหลง

น้ำเสียงที่แหบพร่าดังก้องไปทั่วผิวน้ำ น่าเสียดาย นอกจากเฉินหยางแล้ว กลับไม่มีใครได้ยินเลยสักคน

"จะไม่ใช่ฉันได้ยังไงกัน?"

เฉินหยางยิ้มบาง "ลำพังแค่ติงเส้าเฟิงคนเดียวจะไปพออะไร? ลองนึกดูนะ ยังมีทั้งติงซื่อไห่ ติงเส้าเสียน ติงเฉิงหย่ง อ้อจริงด้วย ยังมีตาแก่ติงเหลียนเฉิงอีกคน ทั้งหมดนั่นฉันเป็นคนส่งลงนรกไปเอง..."

ทุกครั้งที่เฉินหยางเอ่ยชื่อออกมา รูม่านตาของติงซื่อเฉียงจะขยายกว้างขึ้น

บนใบหน้าที่ซีดเผือด เต็มไปด้วยความรู้สึกไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง

"มะ ไม่จริง เป็นไปไม่ได้"

โดยเฉพาะเมื่อได้ยินชื่อของติงเหลียนเฉิง ติงซื่อเฉียงรีบส่ายหน้าทันที "ไม่มีทาง แกจะไปเป็นคู่ต่อสู้ของท่านลุงใหญ่ได้ยังไง..."

ยังพูดไม่ทันจบประโยค ติงซื่อเฉียงก็เหมือนเป็ดที่ถูกบีบคอจนเสียงขาดหายไปในทันที

ในมือของเฉินหยางปรากฏกริชสองเล่มขึ้นมา

กริชมังกรพยัคฆ์!

นั่นคือของรักของหวงประจำกายของติงเหลียนเฉิงไม่ผิดแน่

ท่านลุงใหญ่... เขาตายแล้วจริง...

ติงซื่อเฉียงรู้สึกราวกับตนเองยังติดอยู่ในฝันร้ายที่ยังไม่ตื่น

เรื่องแบบนี้จะเป็นไปได้ยังไง?

ท่านลุงใหญ่ติงเหลียนเฉิงคือยอดฝีมือขอบเขตวิญญาณที่มีชื่อเสียงโด่งดังมานาน เมื่อไม่กี่วันก่อนเขายังได้พบท่านอยู่เลย จะมาถูกเจ้าเด็กคนนี้จัดการไปได้ยังไง...

"อ้อ จริงด้วย..."

ในตอนนั้น เฉินหยางคล้ายจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้ "รู้ไหมว่าหัวกะโหลกของติงฮ่วนชุนได้มาจากไหน?"

"แก..."

รูม่านตาของติงซื่อเฉียงหดเล็กลงทันควัน

"แกก็ไม่ได้โง่นี่นา"

เฉินหยางยิ้มกว้าง "ฮ่าฮ่า รวมถึงโครงกระดูกในวังใต้ดินบนเขาแปดด้านนั่นด้วย ฉันก็เป็นคนเอาไปไว้เอง คราวก่อนตระกูลติงคงจะเสียคนไปไม่น้อยเลยสินะ?"

"แก..."

ติงซื่อเฉียงโกรธจัดจนกระเทือนถึงแผลภายใน กระอักเลือดออกมาคำโตทันที

"ทำไม?"

ทั้งตกใจและหวาดกลัว เลือดไหลซึมออกจากมุมปากของติงซื่อเฉียงไม่หยุด

"แกถามว่าทำไมงั้นเหรอ?"

เฉินหยางหัวเราะเยาะ "ในเมื่อแกรู้จักตระกูลเฉินแห่งเจียผีโกวแล้ว ยังจะไม่รู้สาเหตุอีกเหรอ?"

ติงซื่อเฉียงมีใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

ศัตรูของตระกูลติงมีมากมายมหาศาล ส่วนเรื่องความแค้นกับตระกูลเฉินแห่งเจียผีโกวนั้น เขาก็เพิ่งจะล่วงรู้มาเมื่อไม่นานนี้เอง

เวลาล่วงเลยมานานขนาดนี้ กลับยังมีการตามมาล้างแค้น และยังรุนแรงถึงเพียงนี้!

โทรศัพท์มือถือ

เขาใช้มือที่สั่นเทา พยายามจะหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงออกมา

เขาจำเป็นต้องส่งข่าวนี้ให้คนในตระกูลรู้ ไม่อย่างนั้นตระกูลติงต้องถึงกาลอวสานแน่นอน

"ฉึก!"

ลูกธนูดอกหนึ่งพุ่งทะลุแขนของเขา

"อ๊าก!"

ติงซื่อเฉียงร้องอย่างเจ็บปวด "เรื่องมันผ่านมานานหลายปีแล้ว ตระกูลติงไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับพวกแกอีกเลย ทำไมถึงไม่ยอมเลิกราต่อกัน? แกต้องการอะไรก็บอกมาตามตรง ตระกูลติงยินดีจะชดเชยให้ทุกอย่าง..."

"ฉึก!"

ลูกธนูอีกดอกพุ่งตรงเข้ามาหา

ริมทะเลสาบกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง

……

...

ช่วงหลายวันที่ผ่านมา แมลงกินกระดูกยี่สิบกว่าตัวเติบโตขึ้นอีกหนึ่งเท่าตัว

มีแมลงกินกระดูกระดับ B หลายตัว เริ่มมีวี่แววว่าจะทะลวงสู่ระดับ A แล้ว

ครึ่งชั่วโมงต่อมา แมลงกินกระดูกบินกลับเข้าไปในถุงเมล็ดพันธุ์แมลง

บนสันเขื่อนสะอาดสะอ้าน ไร้ซึ่งรอยเลือดแม้เพียงหยดเดียว แม้แต่ร่างของ [เป้าจวิน] ที่จมอยู่ใต้น้ำ ยังถูกพวกมันกัดกินจนไม่เหลือซาก

เจ้าตัวเล็กพวกนี้ช่างกินเก่งเหลือเกิน กินเข้าไปตั้งมากมาย ไม่รู้ว่าพวกมันย่อยหมดได้ยังไง

เฉินหยางถึงกับสงสัยว่าในท้องของพวกมันจะมีมิติพิเศษซ่อนอยู่หรือเปล่า

หากพวกมันทะลวงสู่ระดับ A คงจะควบคุมได้ยากขึ้นแน่นอน

ก่อนที่วิชาควบคุมแมลงพิษจะเลื่อนระดับขึ้นอีกครั้ง เขาคงต้องหยุดให้อาหารด้วงพวกนี้ไปก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น

"ไม่มีใครที่พอจะสู้ได้เลยสักคน"

เฉินหยางส่ายหน้า ขับรถจากไป

ผิวน้ำในทะเลสาบสงบนิ่งไร้ระลอกคลื่น ดวงจันทร์ยังคงลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้า แสงจันทร์ที่เย็นเยือกสาดส่องลงบนขุนเขา ทุกอย่างดูสงบสุขประดุจไม่มีเรื่องใดเกิดขึ้น

……

...

——

——

งานประชุมแลกเปลี่ยนจะสิ้นสุดลงในวันที่ 20

เฉินหยางรู้สึกว่าไม่มีอะไรน่าสนใจแล้ว จึงตัดสินใจกลับในวันที่ 19

ฉินโจวยังอยากเปิดแผงขายของต่ออีกสองวัน เพราะโอกาสดีแบบนี้หาไม่ได้ง่าย จึงไม่ได้ร่วมเดินทางกลับพร้อมกับเฉินหยาง

ช่วงเที่ยงวัน เฉินหยางเดินทางกลับถึงเจียผีโกว

งานประชุมครั้งนี้นับว่าได้ผลประโยชน์มาไม่น้อย ทางโรงประมูลได้โอนเงินเข้าบัญชีของเขาเรียบร้อยแล้ว

เงินหกสิบล้านหยวน รวมกับเงินมัดจำค่าเข้างานและเงินติดตัวเดิมที่มีอยู่ ในตอนนี้บัญชีของเฉินหยางมีเงินมหาศาลเกือบแปดสิบล้านหยวนแล้ว

หลังจากหักเงินห้าล้านหยวนที่คืนให้จางย่าเฟิงแล้ว ยังเหลือเงินอีกประมาณเจ็ดสิบล้านหยวน

เงินจากการขายยายังไม่ได้เรียกเก็บ หากรวมยอดนั้นเข้าไปด้วย คงจะมีเงินถึงหนึ่งร้อยล้านหยวน

สำหรับบรรดามหาเศรษฐี เงินจำนวนนี้อาจจะดูเล็กน้อย แต่สำหรับเขามันคือเงินก้อนโตมหาศาล

หากเป็นคนทั่วไปที่มีเงินขนาดนี้แล้วนำไปฝากธนาคารเพื่อกินดอกเบี้ยในแต่ละเดือน ย่อมเพียงพอที่จะเลี้ยงชีวิตไปได้อีกหลายชั่วอายุคนโดยไม่ต้องลำบาก

เมื่อกลับถึงเจียผีโกว สิ่งแรกที่เขาทำคือการอัปเลเวล

หลังจากปิดประตูห้องโถง เฉินหยางนั่งลงบนโซฟา เปิดหน้าต่างระบบขึ้นมา

——

——

ชื่อ: เฉินหยาง

อายุ: 22 ปี

เลเวล: 5

ร่างกาย: [ภูมิคุ้มกันพิษงูระดับ A] [ภูมิคุ้มกันภาพลวงตาระดับ A] [ภูมิคุ้มกันพิษสิ่งมีชีวิตระดับ B]

วิชาลับ: [เคล็ดวิชาเลี้ยงและควบคุมแมลงพิษสำนักเอ๋อ (ขั้นสูง) (1320 / 10000)]

สมมรถภาพร่างกาย: 919 / 1000 [MAX]

พันธะสัญญา: 1. คางคกทัวร์มาลีน [ความสนิทสนม 100 แต้ม] 2. ราชาพังพอนเหลือง [ความสนิทสนม 100 แต้ม]

ค่าประสบการณ์: 218068 / 200000 [สามารถอัปเลเวลได้]

คลัง: [ยาเม็ดซากบน] *1 [ยาเม็ดซากล่าง] *1 [พุทราแดงชั้นเลิศ] *1 [ยาเม็ดเสริมกำลัง] *30 [โลหิตวิญญาณ] *30 [เหล้าเบญจพิษ] *25 [น้ำยาเร่งการเจริญเติบโตพืช] *26 [สเปรย์ยาสมานแผล] *45...

——

——

ปุ่ม [สามารถอัปเลเวลได้] ในที่สุดก็เปลี่ยนเป็นสีเขียวเสียที

เป็นอย่างที่คิด เมื่ออยู่นอกพื้นที่ผูกมัด ฟังก์ชันบางอย่างของระบบจะถูกจำกัดไว้

อัปเลเวล!

"ต้องการใช้ค่าประสบการณ์ 200000 แต้ม เพื่ออัปเลเวลเป็นผู้พิทักษ์ขุนเขาเลเวลหกหรือไม่?"

"[ใช่] [ไม่ใช่]"

"ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ คุณได้เลื่อนระดับเป็นผู้พิทักษ์ขุนเขาเลเวล 6 แล้ว!"

"ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ระยะการตรวจสอบของเรดาร์ +10 เมตร!"

"ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับรางวัลการอัปเลเวล: [แพ็กเกจอัปเลเวล] *1 รางวัลถูกเก็บไว้ในคลังแล้ว คุณสามารถนำออกมาใช้ได้ทุกเมื่อ"

……

...

"สิ่งของ: แพ็กเกจอัปเลเวล"

"รายละเอียด: หลังจากเปิด สามารถเลือกหนึ่งในสามรางวัลต่อไปนี้"

"1. [ยาเม็ดทะลวงขอบเขต]: หลังจากทานเข้าไป จะช่วยหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงระหว่างการทะลวงสู่ขอบเขตวิญญาณได้อย่างสมบูรณ์ อัตราการตายจะลดลงเหลือ 0 (หมายเหตุ: ต้องมีร่างกายถึงขีดจำกัดก่อนจึงจะทานได้)"

"2. [ยาเม็ดหมีดำ]: หลังจากรับประทาน สามารถเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแกร่ง พละกำลังเพิ่มขึ้น 100 ชั่ง (หมายเหตุ: จะไม่มีผลหากร่างกายถึงขีดจำกัดแล้ว)"

"3. [ยาเม็ดปราดเปรื่อง]: หลังจากทานเข้าไป จะช่วยส่งเสริมสติปัญญาให้แก่สิ่งมีชีวิตที่เริ่มมีจิตสำนึก (หมายเหตุ: ไม่มีผลกับพืช)"

……

...

"โอ้โห?"

เมื่อเห็นข้อมูล เฉินหยางถึงกับตะลึงไป

นี่มันเปรียบเสมือนอยากจะนอนแล้วมีหมอนมาวางรองหัวพอดีเลยไม่ใช่เหรอ?

ก่อนหน้านี้ยังว่ามันเย็นชาอยู่เลย ที่ไหนได้กลับมารู้ใจกันขนาดนี้เชียว?

ยาเม็ดทะลวงขอบเขต?

นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการที่สุดในตอนนี้หรอกเหรอ?

เมื่อมีของสิ่งนี้แล้ว จะต้องไปสลายพลังหรือปิดผนึกประตูซานเจียวให้เสียเวลาทำไม?

รางวัลอีกสองอย่างที่เหลือ เขาไม่ได้ชายตามองเลยแม้แต่นิดเดียว

เขาตัดสินใจเลือก [ยาเม็ดทะลวงขอบเขต] ทันที

ในตอนนี้ ของชิ้นนี้คือนามธรรมแห่งความต้องการที่แท้จริง

กล่องใบเล็กที่มีขนาดพอพอดีกับกล่องแหวน ปรากฏขึ้นในมือของเฉินหยาง

เมื่อเปิดกล่องออก เห็นยาลูกกลอนสีดำทะมึนที่มีขนาดเท่ากับไข่นกพิราบวางอยู่ภายใน

กลิ่นสมุนไพรพุ่งเข้าปะทะจมูกอย่างรุนแรง

เฉินหยางเกรงว่าสรรพคุณของยาจะระเหยไปเสียก่อน จึงรีบปิดกล่องและเก็บเข้าคลังระบบอย่างทะนุถนอม

ความกังวลที่หนักอึ้งอยู่ในใจพลันมลายหายไปสิ้น ความหดหู่ถูกกวาดทิ้งไปจนหมด

บนใบหน้าของเฉินหยางปรากฏรอยยิ้มที่ไม่ได้เห็นมานาน

ระบบยังคงเชื่อถือได้เสมอ

เขาจึงรีบตรวจสอบคุณสมบัติของตนเองทันที

ดูเหมือนจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก นอกจากยาเม็ดทะลวงขอบเขตแล้ว ก็มีเพียงระยะการตรวจจับของเรดาร์ที่เพิ่มขึ้นเป็นรัศมี 20 เมตรเท่านั้น

ที่แท้ การเพิ่มระยะของฟังก์ชันนี้ ต้องอาศัยการอัปเลเวลนี่เอง

เฉินหยางไม่ได้ใส่ใจเรื่องนั้นมากนัก

ลำพังเพียงยาเม็ดทะลวงขอบเขตเม็ดเดียว ก็นับว่าเพียงพอสำหรับเขาแล้ว

……

...

"เฉินหยาง..."

เสียงของหวงช่านดังแว่วมาจากนอกรั้วบ้าน

เฉินหยางเปิดประตูห้องโถงออกไป ประจวบเหมาะกับที่หวงช่านกำลังเดินเข้ามาในบ้านพอดี

"เฮ้ กลับมาแล้วจริงเหรอ?"

เมื่อเห็นเฉินหยาง หวงช่านก็ตาเป็นประกายทันที เพราะเขาเห็นรถจอดอยู่ที่หน้าบ้าน จึงรู้ว่าเฉินหยางกลับมาแล้ว

"หลายวันที่ผ่านมาหายหัวไปไหนมา?"

"เดินทางไปธุระต่างถิ่นมานิดหน่อยน่ะ"

เฉินหยางตอบปัดไป เพราะเขาไม่ได้เล่าเรื่องงานประชุมแลกเปลี่ยนผานซานให้หวงช่านฟัง

หวงช่านไม่ได้ติดใจสงสัย "ช่วงหลายวันที่ผ่านมา ผมจัดการเก็บหวงจิงในป่าหวงจิงเกือบจะหมดแล้ว หึ ได้กำไรมาไม่น้อยเลยละ..."

เขามีท่าทางที่ดูภูมิใจมาก

ในช่วงที่ไม่ได้ไลฟ์สด ดูเหมือนการหาเงินก็ไม่ได้ลำบากอย่างที่คิด

เฉินหยางถาม "ร่างกายของนายไม่มีปัญหาอะไรแล้วใช่ไหม?"

"ไม่มีแล้ว"

หวงช่านส่ายหน้า "นับตั้งแต่ฝึกฝนวิชา <<ยอดวิชาจงหยวน>> ที่นายให้มา ทุกวันผมรู้สึกกระปรี้กระเปร่าและมีพละกำลังล้นเหลือจริง..."

"แต่มันมีข้อเสียอยู่อย่าง ท่าทางตอนฝึกวิชานี้มันดูค่อนข้างจะไม่ค่อยงามเท่าไหร่ เมื่อคืนวานก่อนตอนกำลังฝึกอยู่ ดันถูกพี่สาวเห็นเข้าพอดี เฮ้อ อายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี..."

"พรืด!"

เฉินหยางที่กำลังจิบชาถึงกับพ่นออกมาทันที เกือบจะสำลักน้ำชา เขาจ้องมองหวงช่านด้วยความตกตะลึง "ฉันเตือนแล้วไม่ใช่เหรอว่าให้แอบฝึกหน่อย?"

"สภาพบ้านผมเป็นยังไงนายก็รู้ ประตูไม้ผุพังแบบนั้น มันจะไปล็อกอยู่ได้ยังไง อีกอย่างพี่สาวผมก็เป็นคนโผงผาง จะเข้าห้องผมทีไรไม่เคยเคาะประตูเลยสักครั้ง"

หวงช่านทำหน้าเซ็ง "มันน่าอายชะมัด เมื่อเช้าพี่สาวผมถึงขั้นไปเที่ยวบอกคนโน้นคนนี้ว่าจะหาแฟนให้ผม ผมละยอมใจเธอเลย..."

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร เฉินหยางรู้สึกอยากจะหัวเราะออกมา

เขาแทบจะจินตนาการออกเลยว่าตอนที่หวงช่านถูกพี่สาวจับได้ขณะฝึกวิชานั้น ภาพมันจะออกมาดูตลกเพียงใด

เจ้าหนุ่มนี่นับว่ามีจิตใจที่เข้มแข็งไม่เบา หากเป็นตัวเขาเองเจอเรื่องแบบนี้เข้า คงต้องไปหาเต้าหู้มาโขกหัวตายไปแล้ว

"ก็ดีแล้วนี่นา"

เฉินหยางพยายามกลั้นยิ้มอย่างสุดความสามารถพลางแสร้งทำหน้านิ่ง "นายเองก็อายุไม่น้อยแล้ว ปีนี้ก็น่าจะยี่สิบสี่แล้วไม่ใช่เหรอ ถึงเวลาที่ต้องมีแฟนได้แล้วนะ?"

"พอเถอะ สภาพอย่างผมจะมีผู้หญิงที่ไหนมาสนใจ?"

หวงช่านส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้มขื่น ส่วนลึกในใจเขายังคงมีความรู้สึกด้อยค่าอยู่บ้าง "โบราณว่าไว้ สร้างเนื้อสร้างตัวก่อนค่อยสร้างครอบครัว รอให้ผมหาเงินได้มากพอก่อน ค่อยไปซื้อบ้านในเมืองแล้วหาแฟนเป็นเน็ตไอดอลสวยสวยสักคน แบบนั้นไม่ดีกว่าเหรอ?"

เฉินหยางทั้งขำทั้งเครียด ไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายพูดเล่นหรือพูดจริง

"เน็ตไอดอลจะดีหรือไม่ฉันไม่รู้หรอก แต่แม่ของเตียบ่อกี้เคยสอนไว้ว่า ยิ่งผู้หญิงสวยเท่าไหร่ ก็ยิ่งหลอกเก่งเท่านั้น..."

"ถ้าอย่างนั้นทำไมนายยังไปจีบครูหวงอิ่งล่ะ?"

"ฉันว่าแม่ของเตียบ่อกี้พูดไม่ถูกหรอก หวงช่าน ดูจากโหงวเฮ้งนายแล้ว ต้องเป็นคนที่ทำงานใหญ่ได้แน่นอน ลำพังแค่เน็ตไอดอลคนเดียวเกรงว่าจะไม่พอมือ..."

"หลอกด่ากันนี่นา!"

หวงช่านค้อนปะหลับปะเหลือกใส่จนตาแทบจะปลิ้น ไม่มีอารมณ์จะมาล้อเล่นกับเฉินหยางอีก "ผักกาดน้ำที่นายต้องการ ผมไปขุดมาให้แล้วนะ รวมถึงเมล็ดต้นตาตุ่ม หรือที่เรียกกันว่าหญ้าเซียนประจันหน้า ผมก็ขุดมาให้เต็มตะกร้าเลย หนักตั้งห้าสิบกว่าชั่ง นายจะให้ผมขนมาให้หรือจะไปรับเองที่บ้าน?"

"เดี๋ยวฉันไปรับเองดีกว่า!"

เฉินหยางเกรงใจ ไม่อยากให้อีกฝ่ายต้องลำบากส่งของมาให้ถึงบ้าน

หวงช่านพยักหน้าตอบรับ "ส่วนมูลนกพิราบป่าหรือมังกรขดซ้ายที่นายต้องการยังหาไม่เจอ แต่ผมได้ยินเพื่อนคนหนึ่งบอกว่า แถวรอบอ่างเก็บน้ำถวนเจี๋ย เคยเห็นฝูงนกพิราบป่าอยู่กลุ่มหนึ่ง เขาไปตกปลาแถวนั้นบ่อย ผมเลยฝากให้เขาช่วยดูให้แล้ว ถ้าได้เรื่องยังไงจะรีบหามาให้ หรือถ้านายไม่มั่นใจ พวกเราจะลองไปดูด้วยตัวเองก็ได้นะ"

เฉินหยางเลิกคิ้ว "อ่างเก็บน้ำถวนเจี๋ยอยู่ที่ไหนเหรอ?"

เขาไม่ค่อยได้กลับมาบ้านบ่อยนัก จึงยังมีชื่อสถานที่แถวนี้อีกหลายแห่งที่เขายังไม่รู้จัก

"ไม่ไกลหรอก อยู่เหนือหมู่บ้านตระกูลหวงขึ้นไปนิดเดียว เดินตามแนวเจียผีโกวขึ้นไปประมาณสามสี่กิโลเมตร ที่นี่คือเขตสันติภาพ ส่วนตรงนั้นเมื่อก่อนเรียกว่าเขตสามัคคี ตั้งอยู่ตีนเขาต้าฉีเหมือนกัน แต่อยู่ในเขตอำนาจของเมืองเส้าเอ๋อน่ะ"

จบบทที่ ตอนที่ 292: อัปเลเวล ผู้พิทักษ์ขุนเขาเลเวลหก! ยาเม็ดทะลวงขอบเขต!

คัดลอกลิงก์แล้ว