- หน้าแรก
- ระบบผู้พิทักษ์ขุนเขา
- ตอนที่ 265: ต้นกำเนิดศาลเอ้อร์หลาง!
ตอนที่ 265: ต้นกำเนิดศาลเอ้อร์หลาง!
ตอนที่ 265: ต้นกำเนิดศาลเอ้อร์หลาง!
"โห?"
นึกไม่ถึงว่าเขาจะดูออกว่าเป็นหนอนซากล่าง ยอดคนมักไม่เปิดเผยตัวจริง
ขนาดเฉินหยางใช้เรดาร์ตรวจสอบ ยังหาตรีทูตในตัวหวงช่านไม่เจอ
หวงเต้าหลินไม่เพียงมั่นใจว่ามีหนอน แต่ยังรู้ด้วยว่าเป็นหนอนซากล่าง แค่นี้ก็พอทำให้เฉินหยางยอมรับนับถือแล้ว
ตาแก่คนนี้ มีของจริงแฮะ
หวงเต้าหลินยิ้มบาง ทันใดนั้นก็ตบหน้าท้องหวงช่านดังเพียะ
"โอ๊ย"
หวงช่านสะดุ้งตื่นเพราะโดนตบ กระโดดโหยงขึ้นมา
เขามองเฉินหยางสลับกับมองหวงเต้าหลิน สายตาหยุดที่หวงเต้าหลิน กำลังจะถามว่าตบเขาทำไม ทันใดนั้นท้องไส้ก็ปั่นป่วนอย่างหนัก
ข้าศึกบุก!
รีบวิ่งไปเข้าห้องน้ำทันที
เฉินหยางมองภาพนั้นอย่างงุนงง "ปู่เล็ก นี่มัน..."
หวงเต้าหลินกล่าว "โบราณว่า คนชั่วมักมีแผนชั่วเต็มท้อง เผิงเจียวซากล่างซ่อนอยู่ในท้องคน เจ้าสิ่งนี้บำเพ็ญเพียรสำเร็จ มีสติปัญญา เราคุยกัน เดี๋ยวจะถูกมันแอบฟังเอาได้..."
เฉินหยางถึงบางอ้อ
เกือบลืมไปเลยว่าหนอนตัวนั้นบำเพ็ญเพียรสำเร็จ ฟังภาษาคนรู้เรื่อง
เมื่อกี้เขาถามหวงเต้าหลินเรื่องวิธีกำจัดหนอน หวงเต้าหลินย่อมไม่พูดต่อหน้ามันแน่
ตอนนี้หวงช่านวิ่งไปแล้ว หนอนตัวนั้นโดนตบไปที คงเจ็บไม่น้อย เป็นโอกาสดีที่จะคุยความลับกัน
หวงเต้าหลินถาม "ถ้าเธอเป็นหนอนตัวนี้ ให้เลือกคนสิงสู่ เธอจะเลือกยังไง?"
เฉินหยางครุ่นคิดแล้วตอบ "ในเมื่อหนอนซากล่างชอบกินความชั่วร้ายเป็นอาหาร ถ้าผมเป็นมัน ถ้าเลือกได้ ก็ต้องเลือกคนชั่วช้าสามานย์"
หวงเต้าหลินพยักหน้าแล้วยิ้ม ทำท่าทางเหมือนอาจารย์พอใจในตัวศิษย์ " ถึงอาช่านจะซุ่มซ่ามไปหน่อย แต่เนื้อแท้เป็นคนดี มันไม่มีทางเลือก ถึงได้มาอาศัยอยู่ชั่วคราว แต่อยู่กับอาช่าน มันคงไม่ได้กินอิ่มหรอก เป็นเธอ ถ้าอดอยากปากแห้ง ก็คงต้องหาทางเปลี่ยนหม้อข้าวเหมือนกัน เพราะงั้น ต่อไปต้องทำยังไง คงไม่ต้องให้ฉันพูดมากแล้วนะ?"
เฉินหยางฟังจบ ก็ยิ้มแก้มปริ "ปู่เล็ก ฟังท่านพูดประโยคเดียว ดีกว่าอ่านหนังสือสิบปีจริงครับ"
"เวอร์ไปแล้ว"
หวงเต้าหลินโบกมือ ยิ้มอย่างอารมณ์ดี "เธอนี่หัวไวดีนะ ถูกชะตาฉันจริง ได้ยินไคหมิงบอกว่า ดาบเล่มนั้นเธอเอาไปแล้ว เฮ้อ เอาไปก็เอาไปเถอะ อย่าทำให้มันเสียชื่อก็พอ..."
ดาบ?
เฉินหยางชะงัก
ดาบโม่เหรอ?
หวงเต้าหลินพูดแบบนี้หมายความว่าไง? ทำเหมือนดาบโม่เป็นของเขาอย่างนั้นแหละ?
แต่ดาบเล่มนี้ หยางตงกวนไปแย่งมาจากศาลเอ้อร์หลางไม่ใช่เหรอ? เกี่ยวอะไรกับหวงเต้าหลิน?
"ปู่เล็ก หมายถึงดาบโม่เล่มนั้นเหรอครับ?" เฉินหยางถามทันที "ดาบเล่มนี้มีความเป็นมาเกี่ยวข้องกับปู่เล็กเหรอครับ?"
"ความเป็นมา"
หวงเต้าหลินถอนหายใจยาว สีหน้าเศร้าสร้อย เหมือนนึกถึงอดีตที่ไม่น่าจดจำ
"เธอคงไม่รู้สินะว่าสายตวนกงของเราบูชาปรมาจารย์ท่านไหน?"
นานพักใหญ่ หวงเต้าหลินถึงถามคำถามที่ทำให้เฉินหยางงง
เฉินหยางพยักหน้าอย่างงุนงง "เรื่องนี้ ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยครับ"
หวงเต้าหลินไม่ถือสา เฉลยให้ฟัง "สายตวนกงของเรานับถือลัทธิหยวนหวง เดินสายไสยศาสตร์ ความจริงแล้ว พุทธ เต๋า ไสย เรานับถือหมด ไม่แบ่งแยก แต่เรามีปรมาจารย์ที่ยอมรับร่วมกันคือ ท่านจ้าวโหวเซิ่งจู่"
"ท่านจ้าวโหวเซิ่งจู่?"
เฉินหยางทำหน้างง ไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน
"คนทั่วไปรู้จักแต่เทพเอ้อร์หลางหยางเจียนของลัทธิเต๋า แต่หารู้ไม่ว่าไสยเวทย์ของเราก็มีเอ้อร์หลางจ้าวโหว!"
หวงเต้าหลินยิ้มขื่น "ปรมาจารย์จ้าวอวี้เป็นคนจ๊กก๊กสมัยราชวงศ์จิ้นตะวันออก เพื่อหลบหนีภัยสงคราม จึงไปบำเพ็ญเพียรในป่าเขากับพี่ชายจ้าวเหมียน มีวิชาอาคมแก่กล้า อิทธิฤทธิ์เป็นที่ประจักษ์..."
"สมัยจักรพรรดิสุยเหวินตี้ ปรมาจารย์ตอบรับคำเชิญจากราชสำนัก รับตำแหน่งผู้ว่าการเมืองลั่วซาน รับตำแหน่งไม่นาน ก็เจอมังกรพิษอาละวาดที่แม่น้ำหมินเจียง ก่อคลื่นลม น้ำท่วมทำลายพืชผลและบ้านเรือน"
"ปรมาจารย์นำขุนนางและชาวบ้านต่อสู้กับมังกรพิษ ท่านถือกระบี่ลงน้ำด้วยตัวเอง ฟันมังกรพิษจนตาย ในที่สุดก็ระงับอุทกภัยได้ ชาวเมืองต่างเทิดทูนบูชาดุจเทพเจ้า"
"ต่อมาปลายราชวงศ์สุยเกิดความวุ่นวาย ท่านจึงปลีกวิเวกหายสาบสูญไป ชาวบ้านสร้างศาลเจ้าเพื่อระลึกถึงท่าน และเนื่องจากท่านเป็นลูกคนที่สอง จึงเรียกว่าจ้าวเอ้อร์หลาง คนรุ่นหลังบูชาในฐานะ “เทพเอ้อร์หลาง”
"ต่อมาถึงสมัยราชวงศ์ซ่ง จักรพรรดิซ่งฮุ่ยจงสถาปนาท่านเป็น “ชิงหยวนเมี่ยวเต้าเจินจวิน” ภายหลังได้รับสมญานามว่า [จ้าวแห่งเสฉวน]"
……
…
เฉินหยางอ้าปากค้าง เขาไม่เคยรู้เรื่องพวกนี้มาก่อนเลยจริง
ได้รับอิทธิพลจากหนังและนิยาย รู้จักแต่เอ้อร์หลางเสินคือหยางเจียน หยางเจียนคือเอ้อร์หลางเสิน ไม่รู้จักจ้าวอวี้ จ้าวเอ้อร์หลางอะไรนั่นเลย
สายตวนกงนับถือจ้าวโหวเซิ่งจู่เป็นปรมาจารย์ จ้าวโหวเซิ่งจู่ก็คือจ้าวอวี้ จ้าวเอ้อร์หลาง
ศาลเอ้อร์หลาง?
ดาบโม่ ดาบสามปลายสองคมที่ยังตีไม่เสร็จ?
"ดังนั้น..."
พอเขาพูดถึงตรงนี้ เฉินหยางก็เริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้
แม้แต่เรื่องที่ทำไมดาบเล่มนี้ถึงตีโดยตระกูลจ้าวแห่งเขาลั่ว ก็ดูสมเหตุสมผลขึ้นมา
ตระกูลจ้าวนั้น คงไม่ใช่ทายาทของจ้าวโหวเซิ่งจู่หรอกนะ?
หวงเต้าหลินเล่าต่อ "ศาลเอ้อร์หลางที่หลิงเจียง เดิมเป็นศาลบรรพชนตระกูลจ้าว แม้จะบูชาหยางเจียน หยางเอ้อร์หลาง และหลี่เอ้อร์หลางด้วย แต่วิหารหลักบูชาจ้าวโหวเซิ่งจู่ ฉันเริ่มเรียนวิชาที่ศาลเอ้อร์หลางตั้งแต่อายุแปดขวบ เป็นศิษย์ของตวนกงจ้าวต้าเป่า ปี 72 อายุครบ 26 ปี ที่บ้านหาคู่ให้ ให้ลงเขาไปแต่งงาน..."
"ฉันลงเขาไปไม่นานก็เกิดเรื่อง ศาลเอ้อร์หลางถูกทำลาย อาจารย์และศิษย์พี่ศิษย์น้องต่างก็ประสบเคราะห์กรรม..."
……
…
เขาไม่ได้บอกว่าเป็นเรื่องอะไร แต่เฉินหยางรู้ดี
ปี 73 หยางตงกวนบุกศาลเอ้อร์หลาง ฆ่าคนชิงสมบัติ ตอนไปยังจุดไฟเผาศาล
พูดแบบนี้ หวงเต้าหลินก็น่าจะเป็นผู้รอดชีวิตในเหตุการณ์นั้น
ถ้าอย่างนั้น การที่เขารู้จักดาบโม่เล่มนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
แม้จะผ่านมาหลายปี แต่พอพูดถึงเรื่องพวกนี้ หวงเต้าหลินก็ยังรู้สึกเสียดาย
เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะ
"ครอก ฟี้..."
ตอนนั้นเอง เสียงกรนดังแว่วมาจากทางห้องน้ำ
หวงเต้าหลินได้สติแล้วแย้มยิ้ม "ไปดูเขาหน่อยเถอะ เดี๋ยวตกลงไปในบ่อขี้"
"ครับ"
เฉินหยางลุกเดินไปทางห้องน้ำ
หวงช่านช่วงนี้ง่วงจัดจริง ขนาดนั่งอึยังหลับได้ นับถือเลย
"ฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ดินศักดิ์สิทธิ์ เทวดายังสู้ข้า หวงเต้าหลิน ไม่ได้..."
เฉินหยางหันกลับไปมอง
เห็นหวงเต้าหลินเดินออกจากลานบ้านไปแล้ว
"ปู่เล็ก?"
"ไปล่ะ ถ้าว่างก็มาหาฉันที่หมู่บ้านตระกูลหวงนะ"
หวงเต้าหลินโบกมือ ไม่หันกลับมา เดินจากไปอย่างสบายอารมณ์
เฉินหยางมองส่งเขาจนลับสายตา จากนั้นมีเสียงดังตูมจากห้องน้ำ เรียกสติเขากลับมา
“ไอ้หยา!”
ตามมาด้วยเสียงร้องโหยหวนเหมือนหมูถูกเชือด
"เกิดอะไรขึ้น?"
ซ่งไคหมิงเดินออกมาจากในบ้าน หน้าตางุนงง
"เวรกรรม น้าเล็กตกบ่อขี้แล้ว"
ลูกชายคนเล็กของซ่งไคหมิงร้องเสียงหลง
เฉินหยางวิ่งไปที่ห้องน้ำแล้ว
วินาทีถัดมาก็วิ่งกลับออกมา
เหม็นฉิบหาย
ห้องน้ำบ้านซ่งไคหมิงเรียบง่ายมาก ข้างบนติดกับคอกหมู มีแค่แผ่นไม้ปิด เวลาปล่อยระเบิดก็เหยียบบนแผ่นไม้ ข้างล่างคือบ่อเกรอะ
คนไม่คุ้นเคย เผลอนิดเดียวเหยียบพลาดตกลงไปได้ง่าย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหวงช่าน ทั้งอึทั้งหลับ ถ้าไม่ตกลงไปสิแปลก
ขี้กระจายเต็มไปหมด สภาพดูไม่ได้
หมอนี่กำลังฝัน นึกว่าตกลงไปในบ่อน้ำพุร้อน วักน้ำล้างหน้า ถึงรู้ตัวว่าไม่ใช่
พอสะดุ้งตื่น ร้องไห้โฮด้วยความขยะแขยง
เฉินหยางกับซ่งไคหมิงช่วยกันงมตัวหวงช่านขึ้นมาอย่างทุลักทุเล
อย่างอื่นไม่รู้ แต่ไอ้นี่ตาสว่างเลย
หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง หวงช่านรู้สึกกระปรี้กระเปร่าถึงที่สุด
โคตรขยะแขยง
ซ่งไคหมิงยังอ้วก ส่วนหวงช่านที่เป็นคนโดนเอง ไม่ต้องนับเลยว่าอ้วกไปกี่รอบ
ตัวเปื้อนไปหมด ไม่กล้าเข้าห้องน้ำ ไม่สนความหนาวแล้ว กระโดดลงคลองหลังบ้าน
ขัดตัวอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง ถ้าเฉินหยางไม่ลากขึ้นมา คงแช่อยู่อย่างนั้น
ในตัวมีหนอนไหมอัคคี ไม่กลัวเป็นหวัดหรอก
ความร้อนในกายพุ่งพล่าน ผิวแดงก่ำ แป๊บเดียว ไอร้อนก็พวยพุ่งเหนือหัว เสื้อผ้าแทบจะแห้ง
"แหวะ!"
เขานั่งกองกับพื้น ยังคงพะอืดพะอม
"ถ่ายคลิปไว้เปล่า?"
ผ่านไปสักพัก หวงช่านเริ่มมีสีเลือด เงยหน้ามองเฉินหยาง
"ห๊ะ?"
เฉินหยางทำหน้างง
"ไม่ได้ถ่ายคลิป? ไม่ได้ไลฟ์สด? งั้นผมก็ตกบ่อขี้ฟรีงั้นเหรอ?"
หวงช่านนึกขึ้นได้ นี่มันคอนเทนต์ชั้นดี ดันลืมให้ถ่ายคลิป อย่างน้อยไลฟ์สดหน่อยก็ยังดี
เฉินหยางหัวเราะไม่ออก เจ้านี่ ขนาดนี้แล้วยังห่วงไลฟ์สดอยู่อีก
อยากดังจนเพี้ยนไปแล้ว
"งั้น นายโดดอีกรอบมั้ยล่ะ?"
เฉินหยางพูดขึ้นมา
"หุบปากไปเลย"
ซ่งไคหมิงมองอยู่ไกลออกไป ทำหน้ารังเกียจ "คิดว่ามันไม่กล้าเหรอ มันบ้าจะตาย"
ในฐานะพี่เขย ซ่งไคหมิงรู้จักเจ้านี่ดี เพื่อความดัง คิดว่ามันไม่กล้าโดดบ่อขี้เหรอ?
ตกไปแล้วครั้งนึง จะกลัวอะไรกับครั้งที่สอง?
หวงช่านตาเป็นประกายวูบหนึ่ง
เฉินหยางตบหน้าผาก รีบเปลี่ยนเรื่องน่าสะอิดสะเอียนนี้ทันที "เอ่อ เมื่อกี้ถามปู่เล็กหวงมาแล้ว ให้นายอดนอนสิบกว่าวัน มันทรมานเกินไป ต่อไปนี้นายกินได้นอนได้ตามปกติเถอะ..."
"อย่าเพิ่งสิ"
หวงช่านรีบแย้ง "ลองยื้ออีกหน่อยไหม ผมไหวนะ"
กินได้นอนได้?
ฟังดูน่าขนลุกยังไงชอบกล เหมือนสั่งลาเตรียมตัวตายยังไงยังงั้น
เฉินหยางกล่าว "ปัญหาของนายมีวิธีอื่นแก้ได้ ไม่ต้องฝืนอดนอนแล้ว"
หวงช่านชะงัก ถึงรู้ว่าเข้าใจความหมายของเฉินหยางผิด
"สรุปว่า นอนได้จริงใช่ไหม?" เขาถามย้ำเพื่อความแน่ใจ
เฉินหยางพยักหน้า ยืนยันคำตอบ
หวงช่านทิ้งตัวลงนอนริมคลองทันที ไม่ยอมลุก
เจ้านี่ ไปนอนบนเตียงให้มันดีหน่อยไม่ได้หรือไง
เฉินหยางส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ
"ไม่ต้องสนใจมันหรอก อยากนอนตรงนี้ก็ปล่อยมัน" ซ่งไคหมิงว่า
แค่นึกถึงว่ามันเพิ่งตกบ่อขี้มา ซ่งไคหมิงก็ทำหน้ารังเกียจ ไม่อยากให้เข้าบ้านเลยด้วยซ้ำ
พูดไม่ทันขาดคำ หวงช่านก็กรนแล้ว
เฉินหยางไม่อยากรบกวน คุยสัพเพเหระกับซ่งไคหมิงนิดหน่อย แล้วก็ขอตัวกลับ
……
…
——
——
พ่อหมอหวงคนนี้น่าจะมีฝีมืออยู่บ้าง แต่ไม่รู้ว่าเก่งแค่ไหน
วันหน้ามีโอกาส ค่อยมาทำความรู้จักให้มากขึ้น
กรณีของหวงช่าน วิธีกำจัดซากสังขารทั่วไปคงใช้ไม่ได้ผล
ตามที่พ่อหมอหวงบอก จะกำจัดหนอนตัวนี้ ไม่ต้องยุ่งยากขนาดนั้น แค่เอาสิ่งที่มันชอบมาล่อ ให้ออกมาเองก็พอ
หนอนในตัวหวงช่านคือหนอนซากล่าง ในบรรดาตรีทูต
มันคือหนอนแห่งความชั่วร้าย
ชอบกินความชั่วร้ายเป็นอาหาร ดังนั้น คนชั่วช้าสามานย์ต่างหากคือที่ที่มันควรอยู่
เพราะฉะนั้น เฉินหยางแค่หาคนเลวระยำสักคน ให้เป็นร่างสิงสู่ใหม่ พอมันอดใจไม่ไหวกับอาหารอันโอชะ ก็จะออกมาจากร่างหวงช่านเอง
แน่นอนว่าร่างสิงสู่ ไม่ใช่จะหาได้ง่าย
คนเลวมีเยอะแยะ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะเหมาะให้สิงสู่
สำหรับตรีทูต ร่างสิงสู่ยิ่งแข็งแกร่งยิ่งดี จะได้ประโยชน์จากการสิงสู่มากที่สุด
แล้วจะทำยังไงดี?
เขาครุ่นคิด แล้วก็นึกถึงติงเหลียนเฉิงขึ้นมา
ดูเหมือนจะไม่มีใครเหมาะไปกว่าเขาแล้ว
ติงเหลียนเฉิงคนนี้ น่าจะนับว่าเป็นคนชั่วช้าได้กระมัง?
หนอนซากล่างตัวนี้ น่าจะถูกใจ
ถึงตอนนั้น ค่อยประเมินความเสี่ยงดูว่าจะพาหวงช่านไปด้วยดีไหม
……
…
——
——
วัดเป้ากั๋ว
เฉินหยางมาที่เขาเส้าเอ๋อพร้อมกับหลิวเหิงหู่ตามนัด
เขาเส้าเอ๋ออันสูงตระหง่าน งดงามล้ำเลิศ เป็นยอดเขาอันดับหนึ่งในเสฉวน
สูงชันเป็นเพียงรูปลักษณ์ภายนอก แต่รากฐานทางวัฒนธรรมภายในนั้นหาที่เปรียบมิได้ เป็นต้นกำเนิดพุทธและเต๋า เป็นแหล่งกำเนิดสายผานซาน จะบอกว่าเป็นอันดับหนึ่ง ก็สมเหตุสมผล
วงการผานซานเสฉวน มีคำกล่าวว่า หนึ่งต้นออกห้าดอก ห้าดอกแปดใบหนุนนำ หนึ่งต้นที่ว่า ก็คือเอ๋อเหมย หรือเส้าเอ๋อนั่นเอง
ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ กองกำลังผานซานที่มีชื่อเสียง ไม่มากก็น้อยล้วนได้รับอิทธิพลจากสายเส้าเอ๋อ
วัดเป้ากั๋วมีสถานะสูงส่งอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ในวงการผานซาน
จะเรียกว่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่เกินเลยไปนัก
สำนักงานใหญ่สมาคมผู้พิทักษ์ขุนเขา องค์กรอย่างเป็นทางการเพียงหนึ่งเดียวของวงการผานซานเสฉวน ก็ตั้งอยู่ในวัดเป้ากั๋ว
มุมตะวันออกเฉียงเหนือของวัด มีระเบียงทางเดินยาว เชื่อมไปสู่ลานหลังวัดซึ่งเป็นเขตหวงห้าม
ประตูล็อกกุญแจ มีป้ายแขวนไว้
"เขตปฏิบัติงาน ห้ามเข้า"
ในลานมีอาคารหลายหลัง ผู้คนเดินขวักไขว่
ตรงกลางลานปลูกต้นพุทราจีนขนาดใหญ่ไว้ต้นหนึ่ง
เดือนตุลาคมเป็นฤดูที่พุทราสุกงอม บนต้นเต็มไปด้วยลูกพุทราสีแดงสด น่ากินมาก
เฉินหยางเด็ดมาลูกหนึ่ง ใหญ่แดงอวบอิ่ม
ใส่ปากเคี้ยว
กลับฝาดเฝื่อนไร้รสชาติ เหมือนเคี้ยวเทียนไข
คายทิ้งทันที
หลิวเหิงหู่หัวเราะ "ถ้าหวาน ป่านนี้โดนเก็บหมดแล้ว ไม่เหลือถึงมือนายหรอก"
เฉินหยางเลิกคิ้ว ก็จริงแฮะ
เขาเงยหน้ามอง ต้นไม้ใหญ่โต งอกงามดี ใครจะไปคิดว่าผลจะห่วยขนาดนี้
"สวยแต่รูป จูบไม่หอม ดูท่าฮวงจุ้ยที่นี่ก็ธรรมดา" เฉินหยางส่ายหน้า
"เปรี้ยง!"
พุทราหลายลูกร่วงลงมาใส่หัวเฉินหยางดังโป๊ก
"ซี้ด!"
เฉินหยางลูบหัว เงยหน้ามองต้นไม้ เห็นกิ่งไม้สั่นเล็กน้อย
"ฮ่าฮ่า"
หลิวเหิงหู่ขำ "นินทาต่อหน้าต่อตา นายกล้ามาก..."
"หือ?"
เฉินหยางมองต้นไม้ตรงหน้าอย่างประหลาดใจ หรือว่าต้นไม้นี้บำเพ็ญเพียรสำเร็จแล้ว?
"ไอ้หนู ว่าใครสวยแต่รูป? บ้านแกสิสวยแต่รูป"
เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหูเฉินหยาง
เสียงแก่ชรา แฝงความไม่พอใจและโกรธเคือง
"เอ่อ..."
เฉินหยางชะงัก เป็นต้นพุทราที่บำเพ็ญเพียรสำเร็จจริงด้วย
เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่หลิวเหิงหู่ก็พาเขาเดินเข้าไปในอาคารตรงกลางเสียก่อน
พนักงานข้างในหลายคนรู้จักหลิวเหิงหู่ ต่างพากันเข้ามาทักทาย
"หัวหน้าหลิว น้องเสี่ยวหยาง"
หูข่ายเดินเข้ามาต้อนรับ ยิ้มแย้มแจ่มใส "ช่วงนี้ยุ่งเตรียมงานประชุมแลกเปลี่ยนผานซาน ขอโทษทีที่ไม่ได้ออกไปรับ..."
"เกรงใจกันไปได้"
หลิวเหิงหู่ส่ายหน้า "เรานัดกับประธานหลิ่วไว้แล้ว ตอนนี้ท่านอยู่ห้องทำงานใช่ไหม?"
"อยู่ครับ"
หูข่ายพยักหน้า "ท่านประธานรู้ว่าพวกคุณจะมา ก็รีบมาแต่เช้าเลย เดี๋ยวผมพาขึ้นไป"
พูดจบ หูข่ายก็นำทางทั้งสองขึ้นบันไดไปชั้นสอง มาหยุดที่หน้าห้องทำงานห้องหนึ่ง
"ท่านประธานหลิ่วและรองประธานหวังอยู่ข้างใน เชิญครับ"
หูข่ายเคาะประตูให้ แล้วหันหลังเดินลงบันไดไป
……
…
ห้องทำงาน
ตกแต่งเรียบง่าย โต๊ะทำงานหนึ่งตัว เก้าอี้ไม้แดงไม่กี่ตัว ชั้นหนังสือหนึ่งแถว บนผนังแขวนภาพวาดพู่กันจีน
มีแค่นี้
ในห้องมีชายชรานั่งอยู่สองคน
หลิวเหิงหู่คุ้นเคยดี ทักทายเสร็จ ก็แนะนำเฉินหยางให้รู้จัก
นายกสมาคมผู้พิทักษ์ขุนเขา หลิ่วเจี้ยนกั๋ว
อายุ 75 ปี สวมแจ็คเก็ตสีเทา ตัวไม่สูง ผอมบาง ใบหน้าเกลี้ยงเกลา ดูใจดี
อีกคน รองนายกสมาคม หวังเยวี่ยนเฉา
อีกคน รองนายกสมาคม หวังเยวี่ยนเฉา อายุราวเจ็ดสิบ ผมขาวเคราขาว สวมชุดจงซานสีขาวลายมังกร รูปร่างสูงโปร่ง ดูน่าเกรงขาม
หลิ่วเจี้ยนกั๋วถูกส่งตรงมาจากสำนักงานใหญ่ที่เมืองหลวง ส่วนหวังเยวี่ยนเฉามาจากเมืองปินไห่
ทั้งสองเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตวิญญาณ ทำงานคู่กันมาหลายปี ย้ายมาประจำที่เสฉวนได้สองปีกว่าแล้ว
"พ่อหนุ่ม ไม่ต้องเกรงใจ เราได้ยินชื่อเสียงเธอจากเหิงหู่อยู่บ่อยครั้ง เขาชมเธอไม่ขาดปาก อยากเจอตัวจริงมานานแล้ว แต่ช่วงนี้สมาคมยุ่งเรื่องงานประชุมแลกเปลี่ยน เลยเลื่อนมาเรื่อย วันนี้ได้เจอตัวจริงสักที..."
หลิ่วเจี้ยนกั๋วยิ้มแย้ม พูดจาตามมารยาท แต่ไม่กี่คำ ก็ทำให้รู้สึกสนิทสนม ลดความระแวงลงได้
"ท่านประธานหลิ่วกล่าวเกินไปครับ ผมควรจะมาคารวะตั้งนานแล้ว กลัวว่าจะมารบกวน..."
"ฮ่าฮ่า ไม่หรอก"
หลิ่วเจี้ยนกั๋วโบกมือ "ต่อให้วันนี้เธอไม่มา หลังจบงานประชุม ฉันกับเหล่าหวังก็กะจะไปเยี่ยมเธอด้วยตัวเองอยู่แล้ว..."
"เหล่าหลิ่ว แกนี่มันชักช้า"
หวังเยวี่ยนเฉาดูเป็นคนใจร้อน ทนพิธีรีตองไม่ไหว พูดแทรกขึ้นมา "พ่อหนุ่ม เธอเป็นคนฆ่าหลิวฉางชิงด้วยตัวคนเดียวเหรอ?"
เสียงดังฟังชัด ทรงพลัง
เฉินหยางชะงัก แต่ก็ไม่ได้กลัว "พูดให้ถูก ผมไม่ได้ฆ่าเขา เขาฆ่าตัวตายเอง"
"งั้นก็คือโดนเธอบีบให้ตาย?"
"จะว่าอย่างนั้นก็ได้ครับ"
เฉินหยางสงสัย ไม่รู้ถามทำไม ตามหลักแล้ว คนคนนี้ไม่น่าจะมีความสัมพันธ์อะไรกับหลิวฉางชิง
หวังเยวี่ยนเฉาลูบเครา พิจารณาเฉินหยางอย่างละเอียด "หลิวฉางชิงเข้าสู่ขอบเขตวิญญาณมานานแล้ว แต่เพราะบาดเจ็บเมื่อครั้งอดีต พลังจึงถดถอย แม้จะเก็บตัวฝึกที่วัดเจียนเฟิงมาหลายปี แต่ฝีมือคงฟื้นคืนมาได้แค่สองสามส่วน..."
"ถึงอย่างนั้น วิชาแมลงเหยาเจียงของเขาก็ประมาทไม่ได้ ต่อให้ฉันเจอเอง ก็ใช่ว่าจะจัดการได้ง่าย!"