- หน้าแรก
- ระบบผู้พิทักษ์ขุนเขา
- ตอนที่ 240: ประโยชน์มหัศจรรย์ของกระดูกเสือ ฮวงจิงสุดสยอง!
ตอนที่ 240: ประโยชน์มหัศจรรย์ของกระดูกเสือ ฮวงจิงสุดสยอง!
ตอนที่ 240: ประโยชน์มหัศจรรย์ของกระดูกเสือ ฮวงจิงสุดสยอง!
"ติ๊ง ครั้งนี้เก็บเกี่ยวฮวงจิงระดับ D รวม 2526 ต้น ค่าประสบการณ์ +25260 แต้ม"
"ติ๊ง ครั้งนี้เก็บเกี่ยวฮวงจิงระดับ C รวม 103 ต้น ค่าประสบการณ์ +10300 แต้ม"
……
…
"ติ๊ง ภารกิจสำเร็จ ได้รับ [ยาเม็ดบำรุงปราณ] *26 เม็ด"
……
…
"ไอเทม: ยาเม็ดบำรุงปราณ"
"คำอธิบาย: สำหรับผู้ที่มีค่าสมรรถภาพร่างกายไม่เกิน 1000 แต้ม เพียงเม็ดเดียวสามารถฟื้นฟูพละกำลังที่สูญเสียไปได้จนเต็มเปี่ยม"
……
…
หลังจากหวงช่านกลับไป เฉินหยางเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาเพื่อตรวจสอบผลประกอบการในวันนี้
……
…
ชื่อ: เฉินหยาง
ค่าประสบการณ์: 183613 / 200000
……
…
การอัปเลเวลอยู่แค่เอื้อม อีกไม่นานคงถึงเลเวลหก
เป็นอย่างที่คิด เมื่อเทียบกับการล่าสัตว์ การเก็บเกี่ยวสมุนไพรช่วยเพิ่มค่าประสบการณ์ได้เร็วกว่าเล็กน้อย
นอกจากค่าประสบการณ์แล้ว ระบบยังมอบยาชนิดใหม่ให้เขาอีกด้วย
ยาเม็ดบำรุงปราณ
ดูจากคำอธิบาย เป็นยาสำหรับฟื้นฟูพละกำลัง
สรรพคุณเหมือนกับน้ำทิพย์ฟื้นกำลัง เพียงแต่ฤทธิ์ของยาเม็ดบำรุงปราณนี้น่าจะแรงกว่าน้ำทิพย์ฟื้นกำลังอยู่บ้าง
สมรรถภาพร่างกายของเฉินหยางตอนนี้เกินเจ็ดร้อยแต้มแล้ว หากใช้แรงไม่มากก็แล้วไป แต่ถ้าหักโหมจนหมดแรง แล้วต้องการฟื้นฟูทันที ลำพังน้ำทิพย์ฟื้นกำลังขวดเดียวเริ่มจะเอาไม่อยู่ มักจะต้องใช้ถึงสองขวด
ตามคำอธิบายของระบบ น้ำทิพย์ฟื้นกำลังเหมาะสำหรับผู้ที่มีค่าสมรรถภาพร่างกายต่ำกว่า 500 แต้ม
ยิ่งค่าสมรรถภาพร่างกายสูง พละกำลังยิ่งแข็งแกร่ง
น้ำทิพย์ฟื้นกำลังหนึ่งขวด อย่างมากที่สุดก็เติมเต็มพละกำลังได้ถึงขีดจำกัดของสมรรถภาพร่างกาย 500 แต้มเท่านั้น
ดังนั้น สำหรับคนอย่างเฉินหยางที่มีสมรรถภาพร่างกายเจ็ดร้อยกว่า ในยามที่หมดแรงข้าวต้ม น้ำทิพย์ฟื้นกำลังขวดเดียวยังถือว่าขาดไปหน่อย
แต่ยาเม็ดบำรุงปราณนั้นต่างออกไป ใช้ได้กับผู้ที่มีสมรรถภาพร่างกายไม่เกิน 1000 แต้ม นับเป็นเวอร์ชันอัปเกรดของน้ำทิพย์ฟื้นกำลัง
……
…
ฝนห่าหนึ่งตั้งเค้าอ้อยอิ่งอยู่นาน ในที่สุดก็ตกลงมาในช่วงพลบค่ำ
อุณหภูมิในหุบเขาลดฮวบลง วันก่อนยังสามสิบกว่าองศา ตอนนี้น่าจะเหลือเพียงยี่สิบองศาเศษ
ลดลงรวดเดียวกว่าสิบองศา ยามลมพัดมา ไม่ใช่แค่เย็นสบาย แต่กลายเป็นหนาวเหน็บ
ความมืดโรยตัวลงมา เฮยหู่มุดตัวเข้าไปในกองฟืน เข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ
ทันใดนั้น มันราวกับฝันร้าย สะดุ้งตื่นสุดตัว ลุกยืนขึ้นจากรัง
ดวงตาคู่หนึ่งมองไปทางห้องของเฉินหยางด้วยความสงสัย มันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแปลกปลอมและอันตรายบางอย่าง
มันอ้าปาก เหมือนอยากจะเห่าสักสองสามโฮ่ง แต่คล้ายนึกอะไรขึ้นได้ สุดท้ายจึงยั้งปากไว้ แล้วมุดกลับเข้ากองฟางอย่างหงอยเหงา นอนหลับต่อ
ภายในห้องเปิดไฟสว่าง
บนโต๊ะมีกระดูกชิ้นหนึ่งวางอยู่ กระดูกที่ยังเปื้อนดินโคลน
กระดูกเสือ กระดูกเสือที่เอามาจากหลุมศพเสือ
เป็นกระดูกท่อนหนึ่งของขาหน้า
เพียงแค่ท่อนเล็ก ขนาดเท่ากำปั้นทารก
เฉินหยางตักน้ำมาหนึ่งกะละมังเล็ก บรรจงเช็ดทำความสะอาดกระดูกท่อนนี้อย่างละเอียด
ดูแตกต่างจากกระดูกแห้งทั่วไปอย่างมาก แม้ไม่รู้ว่าถูกฝังมากี่ปีแล้ว แต่กระดูกชิ้นนี้กลับไม่ผุกร่อนเลยสักนิด เนื้อกระดูกแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง
ผิวสัมผัสเรียบเนียน ราวกับเนื้อหยก ภายในยังมองเห็นประกายสีทองระยิบระยับเลือนราง
นี่คือกระดูกของสิ่งมีชีวิตขอบเขตวาสนางั้นเหรอ?
เฉินหยางกำมันไว้ในมือ ออกแรงบีบอย่างแรง
แข็งจริง เล่นเอาเจ็บมือไปหมด
เขาหยิบมีดฆ่าหมูออกมา ฟันลงไปที่กระดูกท่อนนั้นหนึ่งฉับ
เคร้ง!
เสียงใสกังวานดังขึ้น ประกายไฟสว่างวาบกระเด็นออกมา
หยิบกระดูกท่อนนั้นขึ้นมาดูอีกครั้ง บนนั้นกลับเหลือเพียงรอยขีดตื้นเท่านั้น
เฉินหยางอดเบิกตาโพลงไม่ได้
มีดฆ่าหมูแข็งแกร่งแค่ไหน เขารู้ดีที่สุด วัสดุเดียวกับดาบมั่วเตา ตีจากเหล็กกล้าชั้นดี แข็งกว่าเหล็กทั่วไปมาก กระดูกธรรมดานั้นฟันขาดได้ง่าย
ความแข็งของกระดูกเสือนี่ เทียบเท่าเหล็กกล้าเลยเหรอ?
ที่สำคัญคือนี่เป็นกระดูกของเสือที่ตายไปนานหลายปีแล้ว
ถ้าเสือตัวนี้ยังมีชีวิตอยู่ กระดูกของมันคงจะแข็งยิ่งกว่านี้
ขอบเขตวาสนา เจ๋งขนาดนี้เชียว?
เฉินหยางชะงักเล็กน้อย พลันนึกได้ว่าระบบเคยบอกว่า ในกระดูกเสือยังมีพลังงานหลงเหลืออยู่
แต่เขากำกระดูกเสือไว้ในมือตั้งนาน กลับสัมผัสการไหลเวียนของพลังงานไม่ได้เลย
ของสิ่งนี้ เอามาทำอะไรได้บ้าง?
ยาบำรุงเส้นเอ็นและกระดูกจำนวนมาก มักจะอ้างสรรพคุณของกระดูกเสือ พอจะเดาได้ว่ากระดูกเสือมีคุณค่าทางยาสูงมาก
น่าเสียดายที่ตอนนี้ในมือเขาไม่มีสูตรยาที่ใช้กระดูกเสือเป็นส่วนประกอบ
เกรงว่าในช่วงนี้ คงยังใช้ประโยชน์จากโครงกระดูกเสือนี้ไม่ได้
แน่นอนว่า เขาไม่ขายแน่นอน
เพราะเป็นถึงกระดูกเสือขอบเขตวาสนา ใช้ก้นคิดยังรู้เลยว่ามูลค่ามหาศาล
"หืม?"
เฉินหยางนึกถึงสิ่งหนึ่งขึ้นมาได้ทันที
แมลงกินกระดูก!
เจ้านี่ จะเอามาใช้เลี้ยงแมลงกินกระดูกของเขาได้ไหมนะ?
เพียงแค่คิด
วินาทีถัดมา ด้วงตัวขนาดเท่ากำปั้น สีดำเมี่ยมเป็นมันวาว ก็ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของเฉินหยาง
คือแมลงกินกระดูกระดับ A ตัวนั้นที่ถูกเขาสยบเมื่อวันก่อนนั่นเอง
เจ้าตัวเล็กนี่พอโผล่ออกมา ก็เหมือนสัมผัสได้ รีบหันขวับไปมองกระดูกเสือบนโต๊ะด้วยความตื่นตัวทันที
จากนั้น ราวกับแมวเห็นหนู มันแสดงอาการตื่นเต้นสุดขีด กางปีกบินพุ่งเข้าไปหา
เกาะหนึบบนกระดูกเสือท่อนนั้น แล้วกัดกินอย่างบ้าคลั่ง
กร็อบ แกร็บ!
เสียงนั้น ฟังแล้วเฉินหยางรู้สึกเสียวฟัน
แมลงกินกระดูก จัดอยู่ในอันดับที่สิบของสิบสุดยอดแมลงประหลาด
แมลงชนิดนี้ นิสัยดุร้ายป่าเถื่อน แม้จะได้ชื่อว่ากินกระดูก แต่ก็แค่ชอบกินกระดูกที่สุดเท่านั้น ความจริงแล้ว พอมันคลั่งขึ้นมา แทบจะกินทุกอย่างที่ขวางหน้า
ต่อให้เป็นเงินทองหรือเหล็กไหล พวกมันก็ยังกัดเข้า
นอกจากนี้ยังมีความต้านทานพิษสูง พลังการขยายพันธุ์ที่น่ากลัว แม้พลังต่อสู้เดี่ยวจะด้อยกว่าแมลงชนิดอื่นในทำเนียบ แต่ถ้าเทียบพลังโดยรวมแล้ว อันดับความจริงน่าจะสูงกว่านี้
เป็นแมลงดุร้ายขนานแท้!
เห็นได้ชัดว่า แมลงกินกระดูกตัวนี้พอใจในกระดูกเสือมาก กอดกระดูกแทะไม่หยุด
เฉินหยางไม่ได้รบกวนมัน รออยู่ยี่สิบกว่านาที มันถึงจัดการกระดูกเสือท่อนนั้นจนเกลี้ยง
ดูท่าทางจะอิ่มเกินไป นอนหมอบนิ่งไม่ขยับ
ถึงอย่างไรก็เป็นกระดูกเสือขอบเขตวาสนา ต่อให้ถูกฝังดินมานานหลายปี พลังงานสูญหายไปเกินครึ่งและเป็นเพียงท่อนเล็ก แต่พลังงานที่แฝงอยู่ย่อมดูแคลนไม่ได้
แมลงกินกระดูกตัวนี้ เพิ่งเข้าสู่ระดับ A สำหรับมันแล้ว นี่นับเป็นอาหารมื้อใหญ่จริง
หลังจากได้รับพลังงานมหาศาล ความเปลี่ยนแปลงของแมลงกินกระดูกก็ปรากฏให้เห็นทันตา
เปลือกของมันดำเงางามยิ่งขึ้น ประกายโลหะที่แผ่ออกมาชัดเจนกว่าเดิม เฉินหยางสัมผัสได้ชัดเจนว่าแมลงตัวนี้กำลังแข็งแกร่งขึ้น
"แมลงตัวนี้ พรสวรรค์สูงส่งเสียจริง"
หวนนึกถึงวันนั้นที่เนินคนตาบอด ฉากที่ฝูงแมลงกินกระดูกกัดกินกันเองแล้ววิวัฒนาการอย่างรวดเร็ว
เฉินหยางอดทึ่งไม่ได้ แมลงประหลาดก็คือแมลงประหลาด ความเร็วในการเติบโตที่เห็นผลทันตาแบบนี้ ไม่เคยได้ยินมาก่อนจริง
เขาอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าป้อนมันต่อไป กระดูกเสือโครงนี้จะขุนมันจนถึงขอบเขตวาสนาเลยหรือเปล่า?
ข้อสรุปคือมีความเป็นไปได้สูง
แน่นอนว่า ตอนนี้เขาทำได้แค่คิด
เพราะวิชาควบคุมแมลงของเขาตอนนี้ สามารถควบคุมแมลงพิษระดับ A สายพันธุ์เดียวกันได้มากที่สุดเพียงตัวเดียว
ถ้าเผลอเลี้ยงจนถึงระดับ S แล้วหลุดจากการควบคุมจะทำยังไง?
ถึงตอนนั้นถ้ามันแว้งกัดเจ้าของ ไม่เท่ากับหาเรื่องใส่ตัว ฆ่าตัวตายหรอกเหรอ?
ในถุงเมล็ดพันธุ์แมลง ยังมีแมลงกินกระดูกระดับ B อีกยี่สิบกว่าตัว เฉินหยางไม่กล้าป้อนกระดูกเสือให้พวกมันสุ่มสี่สุ่มห้า
ก่อนที่วิชาแมลงของเขาจะอัปเกรดอีกครั้ง จะให้มีแมลงกินกระดูกระดับ A ตัวที่สองโผล่มาไม่ได้เด็ดขาด
เขาตอนนี้ทำได้เพียงรักษาสภาพปัจจุบันไว้ให้ดีที่สุด ต่อให้จะมอบพลังงานให้พวกมัน ก็เพื่อให้พวกมันไปขยายพันธุ์ เพิ่มจำนวนประชากรเท่านั้น
แมลงชนิดนี้เหมือนกองไฟ ถ้าเล่นให้ดี ย่อมเป็นกำลังเสริมชั้นยอดแก่เฉินหยาง แต่ถ้าเล่นพลาด ก็คือหายนะ
"เอิ๊ก..."
แมลงกินกระดูกเหมือนจะเรอออกมาด้วยความอิ่ม
เฉินหยางยื่นมือออกไป มันก็เปลี่ยนท่าทีจากความดุร้ายเมื่อครู่ กลายเป็นหญิงสาวที่อ่อนโยน ค่อยไต่ขึ้นมาบนฝ่ามือของเฉินหยาง
โครงกระดูกเสือใหญ่ขนาดนั้น แน่นอนว่าคงเอามาเป็นเสบียงสำรองให้แมลงกินกระดูกทั้งหมดไม่ได้
วันหน้ามีโอกาส ยังต้องหาวิธีนำกระดูกเสือมาปรุงยาดู
ขอแค่ใช้ประโยชน์จากพลังงานในนั้น ช่วยเสริมสร้างกระดูกและเส้นเอ็นให้ตัวเองได้บ้างก็ยังดี
เก็บแมลงกินกระดูกเข้าถุงเมล็ดพันธุ์แมลง เฉินหยางคิดในใจเช่นนั้น
……
…
นอนบนเตียง เฉินหยางอ่านหนังสืออยู่ครู่หนึ่ง พอว่างไม่มีอะไรทำ จึงเปิด [แผนที่การกระจายพันธุ์ฮวงจิงร้อยปีภูเขาต้าฉี] ขึ้นมาดู
บนแผนที่จำลองขนาดใหญ่ เหลือเพียงจุดสีแดงสามจุดที่ยังกะพริบอยู่
เดิมทีมีห้าจุด แต่สองจุดที่หลุมศพเสือนั้น ถูกเฉินหยางขุดไปแล้ว
สามจุดที่เหลือ ระยะทางค่อนข้างไกล
ดูเหมือนจะไม่จำเป็นต้องถ่อไปเอาโดยเฉพาะ
เพราะตอนนี้ในมือเขามีฮวงจิงคุณภาพสูงตุนไว้ไม่น้อย ไม่ได้ถือว่าขาดแคลน
"หืม?"
ขณะเตรียมจะปิดแผนที่ ทันใดนั้นเขาก็ขมวดคิ้ว
บนแผนที่ มีจุดสีแดงจุดหนึ่งที่กะพริบ กำลังเคลื่อนที่
เขาขยายแผนที่ เพ่งมองอย่างละเอียดอยู่ครู่หนึ่ง
ไม่ผิดแน่ จุดสีแดงจุดนั้น กำลังเคลื่อนที่อยู่จริง
"นี่มัน..."
เฉินหยางใจหายวาบ
จุดสีแดงแสดงถึงฮวงจิงที่มีชีวิตและมีอายุเกินร้อยปีที่ดำรงอยู่ในเขตภูเขาต้าฉี ณ ขณะนี้
แถมยังเป็นตำแหน่งแบบเรียลไทม์
ตอนนี้ ตำแหน่งของฮวงจิงต้นนี้ดันกำลังเคลื่อนที่
ความเร็วในการเคลื่อนที่ ก็ไม่ช้าเสียด้วย
นี่หมายความว่ายังไง?
ฮวงจิงต้นนี้ บำเพ็ญเพียรจนสำเร็จแล้วเหรอ?
ฮวงจิงจัดเป็นพฤกษาวิญญาณ ไม่ว่าจะบำเพ็ญเพียรสำเร็จหรือไม่ โดยเนื้อแท้แล้ว มันก็เป็นแค่พืช การจะเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระนั้นยากมาก
เช่นเดียวกับพฤกษาวิญญาณอย่างต้นไทร แม้พวกมันจะใกล้เข้าสู่ขอบเขตวาสนาเต็มที ก็ยังไม่สามารถเคลื่อนย้ายร่างต้นได้อย่างอิสระ
พืชล้มลุกอย่างฮวงจิง แตกต่างจากพวกไม้ยืนต้น ข้อจำกัดน้อยกว่า ในระดับเดียวกัน ความอิสระอาจจะสูงกว่าหน่อย แต่ถึงยังไงมันก็คือพฤกษาวิญญาณ
เว้นเสียแต่ว่ามันจะเหมือนเหอโส่วอูที่เคยได้รับวาสนาอื่น ดูดกินเลือดเนื้อจำนวนมาก ถูกเพาะเลี้ยงอย่างตั้งใจ หรือมีเหตุบังเอิญอื่น...
คงไม่ใช่มีตัวตนแบบเหอสืออู่โผล่มาอีกต้นหรอกนะ?
แน่นอนว่า ก็ใช่ว่าจะไม่มีความเป็นไปได้อื่น
บางทีฮวงจิงต้นนี้อาจยังบำเพ็ญเพียรไม่ถึงขั้น แค่ถูกคนขุดไป ไม่ใช่ตัวมันเคลื่อนที่เอง แต่ถูกคนพาเคลื่อนที่ไป
เฉินหยางมองดูตำแหน่งจุดสีแดงที่กำลังเคลื่อนที่บนแผนที่
เทียบทิศทาง น่าจะอยู่แถวรางมังกรลาก
ทิศทางเดียวกับหุบเขาหมี่เซี่ยน?
ต้นฮวยเก่าแก่บอกว่า มีคนผานซานสามคนเมื่อวานเข้าป่า มุ่งหน้าไปหุบเขาหมี่เซี่ยน
จะเกี่ยวข้องกับสามคนนี้ไหมนะ?
คิ้วของเฉินหยางขมวดมุ่น รู้สึกว่ามีความเป็นไปได้สูง
เขาจ้องมองจุดสีแดงนั้นอีกครู่หนึ่ง มันยังคงเคลื่อนที่มุ่งหน้าไปทางหุบเขาหมี่เซี่ยนตลอดเวลา
ไกลไปนิด ไม่อย่างนั้น เขาอาจจะไปดูสักหน่อย
ดึกดื่นป่านนี้ ทั้งลมทั้งฝน เฉินหยางไม่อยากเข้าป่า
ว่าแล้วก็ปิดแผนที่ หลับตานอน
ของในป่า ธรรมชาติสร้างสรรค์ ใครเก็บไปได้ นั่นก็เป็นความสามารถของคนนั้น
……
…
——
——
รางมังกรลาก
ลมฝนกระหน่ำ เงาไม้ไหววูบ ในความมืด ราวกับมีสัตว์ประหลาดนับไม่ถ้วนกำลังกางกรงเล็บแยกเขี้ยว
บนกิ่งไม้ของต้นไม้เฒ่าคอเอียงต้นหนึ่ง มีร่างสองร่างยืนอยู่
หญิงชราหนึ่ง ชายวัยกลางคนหนึ่ง
ทั้งสองกอดลำต้นไว้แน่น ร่างกายเปียกโชก แยกไม่ออกว่าไหนน้ำฝน ไหนเหงื่อ
สายตาจับจ้องไปที่โคนต้นไม้เขม็ง แทบจะกลั้นหายใจ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงสักเฮือก
ราวกับรอบด้านซุกซ่อนความน่าสะพรึงกลัวอันยิ่งใหญ่เอาไว้
อึก!
ลูกกระเดือกของชายวัยกลางคนขยับขึ้นลง ใบหน้าซีดเผือดดุจกระดาษ เอ่ยปากอย่างยากลำบาก "แม่..."
"ชู่ว!"
หญิงชราข้างกาย รีบส่งสัญญาณให้เขาเงียบเสียง
ในป่าอันมืดมิด มีเพียงเสียงฝนตกกระทบใบไม้ ทุกอย่างดูเงียบสงัด
แกรบ แกรบ...
เสียงรองเท้าบูทย่ำลงบนใบไม้แห้ง
ณ มุมหนึ่งของป่า ร่างเงาหนึ่งเดินโซซัดโซเซตรงมาทางต้นไม้คอเอียง
"ซานเหนียง ควนเอ๋อร์..."
"พวกแกอยู่ที่ไหน ข้าหนาวเหลือเกิน..."
……
…
เสียงดังจากไกลเข้ามาใกล้ แผ่วเบาไร้เรี่ยวแรง ฟังดูเหมือนวิญญาณแค้นมาทวงชีวิต ชวนให้ขนลุกขนพอง
"พ่อครับ"
ชายวัยกลางคนบนต้นไม้เหมือนจะมองเห็นร่างนั้นชัดเจน ร่างกายสั่นสะท้าน เกาะลำต้นไว้แน่น
ดูท่าทางแล้ว เขาแทบอยากจะกระโดดลงจากต้นไม้เดี๋ยวนี้
ทันใดนั้น แขนของเขากลับถูกหญิงชราข้างกายคว้าไว้
ชายหนุ่มหันกลับไปมอง เห็นหญิงชรากัดฟันแน่น สีหน้าอัดอั้นและเจ็บปวด "อย่า พ่อแกตายไปแล้ว!"
ตายแล้ว!
วินาทีนี้ ชายวัยกลางคนถึงเพิ่งจะได้สติ
ใช่ พ่อเขาตายไปแล้ว พวกเขาเห็นกับตา
เรื่องราวมันเป็นแบบนี้
ชายวัยกลางคนชื่อเย่ควน เป็นคนพเนจรในวงการผานซานแถบสู่ใต้
พ่อของเขาชื่อเย่หมิงถัง ฉายานายท่านสามเย่ มาจากสำนักพุทธะเหล็ก หนึ่งในห้าสำนักผานซาน หญิงชราคือแม่ของเขา พ่อแม่ลูกสามคนนี้ ในวงการผานซานแถบอำเภอใกล้เคียงก็นับว่ามีชื่อเสียงอยู่บ้าง
หลายวันก่อน ได้รับการแนะนำให้รับงานใหญ่ระดับล้านหยวน นายจ้างให้พวกเขามาสำรวจเส้นทางที่หุบเขาหมี่เซี่ยนเพื่อตามหาของบางอย่าง
ทั้งสามไม่ลังเลเลยสักนิด รับปากทันทีโดยไม่รีรอ เตรียมตัวเพียงเล็กน้อย วันรุ่งขึ้นก็มาที่ภูเขาต้าฉี
ช่วงพลบค่ำ ทั้งสามมาถึงรางมังกรลาก เดิมทีตั้งใจจะไปให้ถึงหุบเขาหมี่เซี่ยนแล้วค่อยหาที่พัก แต่โชคร้ายที่ฝนตกลงมาเสียก่อน
พวกเขาจึงหาถ้ำใต้หน้าผาแห่งหนึ่งเพื่อพักผ่อนชั่วคราว
ในถ้ำแห่งนั้น กลับมีฮวงจิงต้นหนึ่งขึ้นอยู่
ฮวงจิงที่มีขนาดมหึมา อย่างน้อยต้องมีอายุยานับร้อยปี
ทั้งสามร้องอุทานว่าโชคดีมาก รีบลงมือขุดทันที
ทว่าเหตุไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นในตอนนั้นเอง
ขณะที่พวกเขากำลังขุดฮวงจิงอย่างตื่นเต้น แสงสีแดงกลุ่มหนึ่งก็บินเข้ามาจากนอกถ้ำ ตกลงไปในดิน
เย่ควนพอมองออกว่าแสงสีแดงนั้น ดูเหมือนจะเป็นแมลงตัวหนึ่ง
ในป่า แมลงเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไป
ทั้งสามจึงไม่ได้ใส่ใจ ขุดต่อไปอย่างระมัดระวัง
ใครจะคาดคิด เหตุการณ์กลับพลิกผัน
ฮวงจิงต้นนั้น ราวกับสัตว์ประหลาดที่ถูกปลุกให้ตื่น ทันใดนั้นก็ขยับตัวขึ้นมา
ลำต้นที่อวบยาวราวกับหอกยาวเล่มหนึ่ง แทงทะลุร่างของเย่หมิงถังในชั่วพริบตา
แทงทะลุผ่านลำคอจนมิด
เลือดสาดกระเซ็น แดงฉานบาดตาไปทั่วบริเวณ
ภาพนั้น เย่ควนคงไม่มีวันลืม
พ่อของเขา ตายต่อหน้าต่อตาอย่างกะทันหันด้วยวิธีเช่นนี้
ตอนนั้น เขาตะลึงงันอยู่กับที่ ไม่รู้เลยว่าหนีออกมาได้ยังไง
จนถึงตอนนี้ เขาก็ยังไม่อยากเชื่อว่านี่คือความจริง
"ควนเอ๋อร์ พวกแกอยู่ที่ไหน?"
เสียงร้องโหยหวนราวกับภูตผี ดังใกล้เข้ามา ดึงเย่ควนจากความทรงจำอันเจ็บปวดกลับสู่โลกความจริง
เสียงนั้นชัดเจนเหลือเกิน
เย่ควนฟังออกว่า นั่นเป็นเสียงพ่อของเขาจริง แต่เพราะแบบนั้น ถึงทำให้เขารู้สึกขนลุกซู่
เขาเห็นพ่อตายต่อหน้าต่อตา แผลฉกรรจ์ขนาดนั้น ไม่มีทางรอดชีวิตไปได้เด็ดขาด
ในป่ามืดมิดน่ากลัว สองแม่ลูกยืนอยู่บนต้นไม้ ไม่กล้าขยับตัว ไม่กล้าหายใจแรงแม้แต่น้อย
พร้อมกับเสียงที่ใกล้เข้ามา เงาดำร่างหนึ่งเดินอย่างเชื่องช้ามายังบริเวณต้นไม้คอเอียง
ทั้งสองมองเห็นเข้า ถึงกับหน้าเปลี่ยนสี
พวกเขาล้วนเป็นคนผานซาน ร่างกายผิดแผกจากคนทั่วไป สายตาในที่มืดดีเยี่ยม แม้ในป่าจะมืด แต่สองแม่ลูกยังพอมองออกถึงโครงร่างของเงาดำนั้น
นั่นคือชายชราคนหนึ่ง
ชายชราชนบทหน้าตาธรรมดา วัยประมาณหกสิบเจ็ดสิบปี
คือพ่อของเย่ควน เย่หมิงถังที่ควรจะตายไปแล้วนั่นเอง
เย่หมิงถังในยามนี้ ราวกับสัมภเวสี เดินวนเวียนอย่างไร้จุดหมายในป่า ดูเหมือนกำลังตามหาอะไรบางอย่าง
ดวงตาเหม่อลอยมองไปข้างหน้า ใบหน้าไร้ความรู้สึกและไร้สีเลือด ปากขยับอ้าหุบเป็นระยะ ส่งเสียงร้องโหยหวน
ท่าเดินโงนเงน ดูแข็งทื่อเหมือนหุ่นยนต์
ผิดปกติ นี่มันผิดปกติมาก
เดิมทีเย่ควนยังมีความหวังน้อยนิดว่าพ่ออาจจะดวงแข็ง ยังไม่ตาย แต่พอเห็นภาพตรงหน้า ความหวังริบหรี่นั้นก็กลายเป็นความสิ้นหวังทันที
เมื่อร่างนั้นเดินผ่านใต้ต้นไม้
เย่ควนมองเห็นชัดเจนว่า ด้านหลังพ่อของเขามีกิ่งไม้เส้นหนึ่งยื่นออกมาจากพื้นดิน ปลายกิ่งไม้แทงเข้าไปที่ท้ายทอยของพ่อเขาโดยตรง
กิ่งไม้ขยับ เย่หมิงถังก็ขยับตาม
ภาพอันน่าสยดสยองเช่นนี้ ทำให้สองแม่ลูกขนหัวลุกชัน
เป็นฮวงจิงต้นนั้น
ฮวงจิงต้นนั้น ควบคุมศพของเย่หมิงถังอยู่
น่ากลัว!
แม้สองแม่ลูกจะเป็นคนผานซาน เคยเจอเรื่องประหลาดมาไม่น้อย แต่ ณ เวลานี้ ฉากตรงหน้านี้ ยังคงทำให้พวกเขาหวาดกลัวแทบขาดใจ
"ซานเหนียง ควนเอ๋อร์ พวกแกอยู่ที่ไหน?"
ฮวงจิงต้นนั้น เชิดศพของเย่หมิงถัง เดินวนเวียนไปมาในป่า
ราวกับกำลังเล่นซ่อนแอบ
ดูเหมือนจะหาคนไม่เจอ ทำให้เริ่มหงุดหงิด เสียงเรียกยิ่งโหยหวนขึ้น จนกระทั่งแฝงความเกรี้ยวกราด
เย่ควนกัดฟันแน่น ความโศกเศร้าและความหวาดกลัว หลากหลายอารมณ์ปะปนกัน น้ำตาคลอเบ้า เลือดซึมมุมปาก
ทันใดนั้น ป่าก็เงียบเสียงลง
เสียงเรียกหยุดชะงัก
สองแม่ลูกต่างชะงักงัน
ไปแล้วเหรอ?
ทว่า ทันทีที่ความคิดผุดขึ้น ในใจทั้งสองก็เกิดลางสังหรณ์เลวร้ายสุดขีด
ก้มหน้ามองลงไปโดยสัญชาตญาณ
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เย่หมิงถังมายืนอยู่ใต้ต้นไม้แล้ว
หยาดฝนไหลริน ร่างนั้นยืนนิ่งไม่ไหวติงราวกับซากศพเดินได้
กร็อบ!
พร้อมกับเสียงกระดูกลั่น
ศีรษะของเย่หมิงถังเงยขึ้นกะทันหัน คอราวกับถูกหัก พับเก้าสิบองศามองขึ้นมาบนต้นไม้
ดวงตาเหม่อลอย ใบหน้าขาวซีด!
เจอพวกแกแล้ว!
……
…