- หน้าแรก
- ระบบผู้พิทักษ์ขุนเขา
- ตอนที่ 55: เข้าสู่หุบเขาหมี่เซี่ยน!
ตอนที่ 55: เข้าสู่หุบเขาหมี่เซี่ยน!
ตอนที่ 55: เข้าสู่หุบเขาหมี่เซี่ยน!
“นี่คือไข่ของงูจงอาง แถมยังเป็นไข่ที่กำลังฟักตัวด้วย”
หวงช่านถอนหายใจเฮือกหนึ่ง ส่ายหน้าติดต่อกัน “ผมล่ะนับถือจริง แม้แต่ของสิ่งนี้ก็ยังกล้ากิน งูพวกนั้นไม่ไล่ตามเธอ แล้วจะไล่ตามใคร?”
ตอนที่แม่งูฟักไข่ จะทำให้ไข่ติดกันเป็นแพ นี่คือลักษณะพิเศษของงู
ถ้าหากเป็นแค่ไข่งูธรรมดา คุณกินไปแล้วก็แล้วไป แต่ดันมาเป็นงูจงอาง
“จูงจงอางอาฆาตแรงมาก แถมยังจมูกไวมาก ไวยิ่งกว่าจมูกหมาหลายสิบเท่า...”
“เมื่อก่อน ในหมู่บ้านเราก็เคยมีคนขโมยไข่จูงจงอาง ผ่านไปไม่กี่วัน ก็ถูกตามมาถึงบ้าน ไก่เป็ดหมูหมาถูกกัดตายหมด...”
“ครอบครัวนั้นยังถือว่าโชคดี คืนไข่กลับไปทันเวลา ถึงได้จบเรื่อง”
พูดถึงตรงนี้ หวงช่านสูดหายใจเข้าหนึ่งครั้ง “ขอเพียงแค่เคยสัมผัสไข่ของพวกมัน บนร่างกายก็จะติดกลิ่น ไม่ว่าคุณจะล้างยังไงก็ล้างไม่ออก พวกมันจะตามหาคุณเจอจนได้...”
“งั้นนายยังจะถือไว้อีกทำไม?”
สายตาของเฉินหยางจับจ้องไปที่ไข่สองสามฟองในมือของหวงช่าน
เขาก็เคยได้ยินตำนานที่คล้ายกันมาบ้าง
“พวกเราล้วนสัมผัสกับไช่เป่าจูมาแล้ว ก็ติดกลิ่นมาเหมือนกัน” หวงช่านหัวเราะอย่างขมขื่น แสดงความจนปัญญา
“โชคดีที่ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้กินจนหมด ยังเหลือไว้หลายฟอง ดังนั้นผมคิดว่าถ้าหากเอาพวกมันไปคืน บางทีอาจจะทำให้เรื่องนี้จบลงได้”
ก็เพราะเรื่องนี้ หวงช่านถึงได้รีบตามมา กลัวว่าเฉินหยางจะถูกฝูงงูโจมตีอย่างงุนงง
“เพราะฉะนั้น จูงจงอางสองตัวเมื่อคืนนั้น...”
เฉินหยางสูดหายใจเข้าหนึ่งครั้ง หวาดกลัวอยู่บ้าง
หวงช่านพยักหน้า “น่าจะตามกลิ่นมา เพียงแต่พวกเราโรยผงกำมะถันไว้ พวกมันเลยไม่กล้าเข้ามาใกล้ ไม่อย่างนั้น เกรงว่าพวกเราสามคนคงจะไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ของเช้าวันนี้แล้ว”
เฉินหยางลูบหน้าผาก รู้สึกยุ่งยากอยู่บ้าง
บนตัวของพวกเขาติดกลิ่นไข่งูมา ตอนนี้ หุบเขาหมี่เซี่ยนนี้ ยังจะเข้าไปได้อีกเหรอ?
หวงช่านกล่าว “เรื่องนี้ ยังไงก็ต้องแก้ไข ไม่อย่างนั้นไม่มีใครได้อยู่อย่างสงบสุข ต่อให้นายหนีกลับไปเมืองหลวง ไม่แน่ว่าวันไหนมันก็อาจจะตามหานายจนเจอ”
คำพูดนี้ ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น
ในความเป็นจริง มีตัวอย่างแบบนี้อยู่
พูดถึงตรงนี้ หวงช่านเปิดเป้สะพายหลังออก
ลิงที่อยู่รอบข้างเห็นเข้า ก็กรูเข้ามาล้อมอีก
เฉินหยางเงยหน้าถลึงตาใส่พวกมันแวบหนึ่ง ภายใต้การควบคุมของจ่าฝูงลิง ฝูงลิงถึงได้อดทนต่อสัญชาตญาณไว้ได้อีกครั้ง
หวงช่านยิ้มเล็กน้อย หยิบถุงใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋า
ข้างในบรรจุผงกำมะถันไว้สิบกว่าชั่ง นอกจากนี้ยังมีขวดพลาสติกใส่ยาอีกขวดหนึ่ง
เมื่อเปิดขวดออก กลิ่นฉุนจมูกกลิ่นหนึ่งพุ่งออกมาในทันที
หวงช่านเทยาเม็ดหนึ่งออกมาจากขวด ยื่นส่งไปตรงหน้าเฉินหยาง “เก็บไว้ ถ้าหากถูกงูกัด ก็รีบกินซะ”
ดำปี๋
ขนาดเท่าลูกแก้วที่เด็กเล่น มองแวบเดียวก็รู้ว่าปั้นขึ้นมาด้วยมือ
“ยาแก้พิษงู?” เฉินหยางเอ่ยถาม
หวงช่านพยักหน้า “ของที่สืบทอดกันมาในตระกูลผม พิษงูทั่วไปแก้ได้หมด พกติดตัวไว้ งูธรรมดาก็ไม่กล้าเข้าใกล้นายแล้ว ได้ผลดีกว่าผงกำมะถัน...”
กลิ่นของยาเม็ดคล้ายกับยาแก้พิษงูที่ซ่งไคหมิงให้มา แต่เห็นได้ชัดว่ากลิ่นของอันนี้แรงกว่า
กลิ่นประหลาดที่ฉุนจมูก พุ่งตรงสู่กระหม่อม ราวกับลูกเหม็น แสบจนตาของเขาเจ็บไปหมด
กลิ่นนี้ ขนาดเขายังทนไม่ไหว ไม่ต้องพูดถึงงูเลย
ดูท่าทางแล้ว หวงช่านเข้าป่าครั้งนี้ ก็เตรียมตัวมาอย่างดีเช่นกัน
เฉินหยางเอ่ยขอบคุณคำหนึ่ง ก็ยัดยาเม็ดใส่กระเป๋ากางเกง
สองคนโรยผงกำมะถันบนตัวอีกเล็กน้อย ถือว่าป้องกันสองชั้น
……
...
ปากหุบเขาแคบเล็ก
ร่องน้ำสายหนึ่งเกือบจะกินพื้นที่ทั้งหมด ที่เหลือขอบขอบที่พอจะเหยียบได้มีน้อยมาก สองคนทำได้เพียงลุยน้ำเข้าไป
จ่าฝูงลิงกระโดดขึ้นมาบนไหล่ของเฉินหยาง อาศัยติดสอยห้อยตามไปด้วย เข้าไปในหุบเขาหมี่เซี่ยนด้วยกัน
ห้าหกสิบเมตรต่อมา ก็มาถึงด้านในหุบเขา
ปีนออกมาจากร่องน้ำ ที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าเฉินหยางคือพื้นที่ว่างเปล่าผืนเล็ก สองด้านล้วนเป็นหน้าผาสูงชัน
บริเวณขอบของพื้นที่ว่างเปล่าคือป่าทึบที่มองไม่เห็นจุดสิ้นสุด
“ก๊า ก๊า...”
ลมเขาพัดผ่าน ในป่ามีเสียงร้องประหลาดของอีกาดังมาสองสามครั้ง ราวกับเป็นลางบอกเหตุร้ายอะไรบางอย่าง
ร่องน้ำคดเคี้ยว ไหลเข้าสู่ป่าไม้เบญจพรรณเบื้องหน้า
ตอนนี้สิบโมงเช้ากว่า ดวงอาทิตย์ขึ้นมานานแล้ว เพียงแต่หน้าผาสองด้านบดบังไว้ แสงแดดไม่สามารถส่องเข้ามาได้
ในหุบเขาไม่มีสัญญาณ โดรนก็แบตหมด ที่นี่ ก็คือเขตไร้มนุษย์นี่เอง
เฉินหยางเงยหน้ามองดู อากาศไม่เลวเลย
ฟ้าโปร่ง แถมยังเป็นเวลานี้ แม้ว่าในหุบเขาไอชื้นจะหนักมาก แต่ไม่น่าจะเกิดหมอกลงจัดกะทันหัน
สองคนสำรวจสถานการณ์รอบรอบอย่างง่ายง่าย ก็เดินมุ่งหน้าไปยังป่าไม้เบญจพรรณเบื้องหน้า
ในป่าเย็นยะเยือก ใบไม้แห้งร่วงเต็มพื้น
งูเยอะจริง
บางตัวห้อยอยู่บนต้นไม้ บางตัวซ่อนอยู่ใต้ใบไม้แห้ง บางครั้งคราวก็มอบเซอร์ไพรส์ให้พวกเขาได้ทีหนึ่ง
โชคดีที่บนตัวพกยาแก้พิษงูมาด้วย กลิ่นที่รุนแรงนั้นลอยไปตามลม งูเหล่านี้จึงไม่กล้าเข้ามาใกล้
“เจี๊ยก เจี๊ยก...”
จ่าฝูงลิงร้องสองสามครั้ง กระโดดทีเดียวขึ้นไปบนต้นไม้ โยกไปเยกมา ไม่นานก็หายไปไร้ร่องรอย
หวงช่านเงยหน้ามองแวบหนึ่ง “ลิงตัวนี้ ดูเหมือนจะสนิทกับนายมากเลยนะ ญาติบ้านนายเหรอ?”
“ญาติบ้านนายสิ”
เฉินหยางเหลือกตามองบนใส่เขา ก็ไม่ได้ปิดบัง เล่าเรื่องที่เจอเหอโส่วอูให้เขาฟังโดยสังเขป
เดี๋ยวเผื่อว่าถ้าเจออีก เจ้าหมอนี่จะไม่ได้เตรียมใจไว้
“จริงเหรอ? นายพูดโกหกหรือเปล่า!”
หลังจากฟังคำบอกเล่าของเฉินหยางจบ หวงช่านประหลาดใจเจือปนไว้ด้วยความตื่นเต้นดีใจ
เฉินหยางไม่มีอารมณ์จะอธิบาย เพียงแค่ส่ายหน้า “จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่นาย ไม่แน่ว่าอีกเดี๋ยวอาจจะเจออีก ถึงตอนนั้นนายอย่ากลัวจนฉี่ราดก็พอ”
“เหอะ”
หวงช่านหัวเราะแผ่วเบา “ผมนี่ขึ้นชื่อเรื่องใจกล้าอยู่แล้ว นายยังไม่กลัว ผมจะกลัวบ้าอะไร?”
“หวังว่านายเจอเข้ากับมันแล้ว ยังจะใจแข็งแบบนี้ได้นะ อย่าหงอล่ะ”
“เฮ้ ถูกนายพูดแบบนี้เข้า ผมชักจะเริ่มคาดหวังแล้วสิ โตมาขนาดนี้ เหอโส่วอูผมเคยเห็นมาไม่น้อย แต่ยังไม่เคยเห็นที่มันขยับได้”
“แต่เคยได้ยินคนเฒ่าคนแก่พูดว่าจับตุ๊กตาโสมต้องใช้เชือกแดงมัด ไม่รู้ว่าเหอโส่วอูนี่จะกลัวเชือกแดงเหมือนกันหรือเปล่า?”
“ผมก็ไม่ได้พกเชือกแดงมาด้วย กางเกงในสีแดงพอมี ไม่รู้ว่าจะใช้ได้หรือเปล่า...”
……
...
สองคนเดินไปพลาง ทำเครื่องหมายตามทางไปพลาง
ในหุบเขานี้ไม่ต้องพูดถึงว่าไม่มีสัญญาณ แม้แต่เข็มทิศยังเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย หลงทิศทางได้ง่ายมาก
ในป่าลึกรกทึบ การหลงทิศทาง มันอันตรายอย่างยิ่ง
เดินผ่านป่าไม้เบญจพรรณ หน้าผาขวางทางของพวกเขาไว้
น้ำในลำธารไหลออกมาจากป่า ก่อตัวเป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ใต้หน้าผา
บึงน้ำมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางสี่ห้าสิบเมตร
สองคนมาถึงริมบึง มองเข้าไปในบึง มืดตึ๊ดตื๋อ มองเห็นเพียงเงาสะท้อนของตัวเอง ดูไม่ออกว่าลึกแค่ไหน
น้ำในบึงมีการไหลเวียน
ด้านล่างของหน้าผา มีถ้ำขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง
ถ้ำครึ่งหนึ่งอยู่เหนือน้ำ ด้านล่างของปากถ้ำ มีหินยักษ์ก้อนหนึ่ง
หินยักษ์ก้อนนั้นกลมดิ๊ก มองจากระยะไกล ราวกับสัตว์ยักษ์ตัวหนึ่งกำลังคาบไข่มุกไว้ในปาก
“หินลูกกระสุน?”
พอเห็นก้อนหินก้อนนั้น ในสมองของเฉินหยาง พลันมีคำคำหนึ่งผุดขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผล