- หน้าแรก
- ระบบบอสข้ามโลก จากคนคุ้มภัยต้อยต่ำสู่มหาเทพไร้พ่าย!
- บทที่ 60 อสูรหินขวางทาง
บทที่ 60 อสูรหินขวางทาง
บทที่ 60 อสูรหินขวางทาง
บทที่ 60 อสูรหินขวางทาง
"ดวงไม่ดีก็ช่างมันเถอะ อะไรจะได้มาก็เป็นวาสนา อะไรจะเสียไปก็เป็นชะตากรรม!"
อี้หมิงมองดูหญิงงามคนนั้นเหินเวหาจากไป เขาปัดมือไปมาพลางลอบปลอบใจตัวเอง
เขาย่อมต้องการบุปผาจิตกำเนิดต้นนั้น และเขาก็เป็นคนเจอมันก่อนด้วย
ทว่าหากต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงสู้ตายกับยอดฝีมือหญิงคนนั้นเพียงเพื่อดอกไม้ดอกเดียว อี้หมิงย่อมไม่มีความสนใจแม้แต่นิดเดียว
เขาจึงทำได้เพียงปลอบใจตัวเองว่าดวงไม่ดี แต่ถึงไม่มีบุปผาจิตกำเนิด ก็ยังมีพืชวิญญาณอื่นๆ รอให้เขาไปเก็บเกี่ยวอยู่อีกมาก
ในช่วงหลายวันที่ต่อมา อี้หมิงยังคงวนเวียนสำรวจอยู่บริเวณรอบนอกของใจกลางช่องเขาหลัวอวิน
เพราะไม่ได้บุกเข้าไปลึกนัก ผลตอบแทนที่ได้จึงไม่สู้ดีเท่าไหร่
นอกจากวันแรกที่เก็บพืชวิญญาณมีพิษระดับสวนขั้นต่ำให้เสี่ยวฮวาได้หนึ่งต้นแล้ว
ในช่วงสามวันที่ผ่านมา เขาหาพืชวิญญาณระดับสวนขั้นต่ำเพิ่มได้อีกเพียงหนึ่งต้น และระดับหวางขั้นสูงอีกสี่ต้นเท่านั้น
วันที่สี่ อี้หมิงลอบถอนหายใจและเตรียมตัวจะถอยกลับออกไป
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากสำรวจต่อ ทว่ายิ่งเขาอยู่นานไป แรงกดดันมังกรที่ปกคลุมช่องเขานี้ก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
ต่อให้เขามีเคล็ดวิชาต้านทานหลายสาย แต่ร่างกายก็เริ่มจะรับไม่ไหวขึ้นเรื่อยๆ แล้ว
อีกอย่าง สัตว์อสูรที่นี่ระดับสูงมาก เมื่อครู่เขาเพิ่งจะบังเอิญไปเจอสัตว์อสูรระดับสวนสองตัวที่อยู่ด้วยกันเป็นคู่เข้า
หากไม่ใช่เพราะเขามีวิชาสะกดกลิ่นอายที่ยอดเยี่ยม ป่านนี้คงได้ไปนอนเล่นในท้องพวกมันแล้ว
เขาจัดระเบียบถุงวิเศษ พบพืชวิญญาณระดับสวนขั้นต่ำ 2 ต้น ระดับหวาง 11 ต้น
หากตีเป็นหินปราณก็น่าจะขายได้ราวสี่ห้าพันก้อน โดยพืชวิญญาณระดับสวน 2 ต้นนั้นมีมูลค่าถึงแปดส่วนของทั้งหมด
เห็นได้ชัดว่าราคาของระดับสวนและระดับหวางนั้นแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
นี่เป็นเพราะอี้หมิงมีความสามารถพิเศษที่ทำให้ก้าวเข้าสู่ส่วนลึกของช่องเขาได้แม้จะมีตบะเพียงขั้นกลั่นลมปราณ ไม่อย่างนั้นคงไม่มีทางได้ของดีขนาดนี้แน่นอน
เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่หนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ อี้หมิงแววตาเป็นประกาย ตัดสินใจพอเพียงและถอยออกจากช่องเขาทันที
การมาเยือนช่องเขาหลัวอวินครั้งนี้นับเป็นครั้งที่เขาได้รับผลตอบแทนมากที่สุดตั้งแต่เริ่มฝึกตนมาเลยทีเดียว
"แคร่กๆ!"
ในจังหวะที่กำลังจะถอยออกไป อี้หมิงหันกลับมามอง ก็พบอสูรหินสองตัวกำลังล้อมเขาไว้จากซ้ายและขวา
ด้านซ้ายคืออสูรหินรูปร่างคล้ายงูหลามที่เลื้อยเข้ามาอย่างไร้สุ้มเสียง
ด้านขวาคืออสูรหินรูปร่างคล้ายลิงภูเขา ร่างกายสูงใหญ่กำลังโหนตัวอยู่บนยอดไม้จ้องมองอี้หมิงด้วยสายตาเย็นชา
สัตว์อสูรทั้งสองปิดตายเส้นทางออกของอี้หมิงไว้จนหมด ทางเดียวที่เหลืออยู่คือต้องมุดลึกเข้าไปในช่องเขาหลัวอวินต่อเท่านั้น
"อา... ประมาทไปหน่อยแฮะ ดันเดินเข้ามาในทางตันเสียได้ น่าขายหน้าจริง..."
อี้หมิงส่ายหัวอย่างจนใจ งูจินเชวี่ยที่ข้อมือซ้ายเริ่มเกร็งตัวเตรียมจู่โจม
ส่วนมือขวาของเขาตั้งมรรคาดรรชนีกระบี่ กระบี่บินสีเงินเจิดจ้าพุ่งออกจากถุงวิเศษมาลอยเด่นอยู่เบื้องหน้า แผ่รัศมีปราณกระบี่ออกมาไม่ขาดสาย
ในสถานการณ์แบบนี้ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงแล้ว มีแต่ต้องสู้เท่านั้น!
"ฟึ่บ!" แสงสีดำสลับขาวพุ่งออกจากแขนเสื้ออี้หมิง งูจินเชวี่ยพุ่งวาบไปกลางอากาศมาถึงหน้าอสูรงูหินในพริบตา
มันพุ่งชนเข้าที่หัวของงูหินอย่างแรงจนเกราะหินแตกกระจายออกมาหนึ่งชิ้น
"แคร่กๆ!" อสูรงูหินว่องไวไม่แพ้กัน มันสะบัดหางฟาดเข้าใส่เสี่ยวฮวาจนกระเด็น
กลิ่นอายพลังที่แปลกประหลาดกดทับร่างเสี่ยวฮวาจนมันชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นงูหินก็เลื้อยวนไปมา
ก้อนหินเล็กๆ นับไม่ถ้วนพุ่งออกจากรอบกายมันดุจห่ากระสุนเข้าใส่งูจินเชวี่ย จนเสี่ยวฮวาต้องร้องขู่ฟ่อพลางหลบหลีกพัลวัน
ในขณะที่เสี่ยวฮวากำลังสู้ติดพันกับงูหิน อี้หมิงก็ได้เปิดฉากปะทะกับลิงภูเขาหินแล้วเช่นกัน
"เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!"
ปราณกระบี่ท่วมท้นเวหา ประกายไฟกระเด็นสาดซัด อี้หมิงทุ่มกำลังทั้งหมดใช้ 《เพลงดาบเงาบินเวหา》 ออกมาถึงขีดสุด
แสงกระบี่แตกแขนงสลับมืดสว่าง ปราณกระบี่มีทั้งสั้นและยาว
เดี๋ยวก็เจิดจ้าดุจตะวันรุ่ง เดี๋ยวก็ลึกลับซับซ้อนดุจเงาพรายในรัตติกาล
ปราณกระบี่นับไม่ถ้วนพุ่งเข้าจู่โจมจากทุกทิศทาง ทั้งแทง ทั้งเฉือน ทั้งตัด ทั้งสับ จนเกือบจะล้อมลิงภูเขาหินไว้ได้ทั้งหมด
ลิงภูเขาตัวนี้ว่องไวมาก แม้จะบินไม่ได้เพราะแรงกดดันมังกร แต่การเคลื่อนไหวของมันเร็วกว่าสัตว์อสูรระดับหวางหลายเท่าตัวนัก
ยิ่งไปกว่านั้น มันคือสัตว์อสูรที่โดดเด่นในเรื่องความเร็วเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
"หลบได้รึ!" ลิงภูเขาพุ่งฝ่าปราณกระบี่เข้ามา มันเล็งจังหวะที่อี้หมิงชะงักแล้วอ้าปากพ่นกระแสอากาศออกมาดุจปืนใหญ่
กระแสอากาศนั้นพุ่งเฉียดตัวอี้หมิงไปกระแทกต้นไม้ใหญ่ด้านหลังจนหักสะบั้น และยังซัดเอาหินยักษ์ข้างหลังแตกกระจายเป็นรูโหว่ขนาดเท่าชามข้าว
อี้หมิงแววตาเคร่งขรึม เขารู้ดีว่าหินในหุบเขานี้แข็งแกร่งเพียงใด นึกไม่ถึงว่าอสูรหินพวกนี้ นอกจากฟันจะดีแล้ว พลังโจมตียังไม่ธรรมดาเลย
อาศัยจังหวะที่อี้หมิงชะงัก ลิงภูเขาตบปราณกระบี่จนสลายไป แล้วพุ่งตัวเพียงไม่กี่ครั้งก็มาถึงเบื้องหน้าเขา
มันสะบัดมือตบเข้าที่หน้าของอี้หมิงทันที
"ตีคนห้ามตีหน้าโว้ย!"
อี้หมิงเร่งฝีเท้าถอยหลังหลบการโจมตี เข็มไร้ลักษณ์สองเล่มพุ่งเข้าหาดวงตาของลิงภูเขา
ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่แม้แต่จะกะพริบตา เข็มไร้ลักษณ์ไม่สามารถเจาะทะลุการป้องกันของมันได้เลย
"แข็งแกร่งชะมัด!"
อี้หมิงจี้ดรรชนีกระบี่ บังคับกระบี่บินวนรอบหนึ่งแล้วกลับไปรุมสับลิงภูเขาอีกครั้งอย่างบ้าคลั่ง
ถึงยังไงตบะเขาก็ห่างกับมันถึงหนึ่งระดับใหญ่ ต่อให้อี้หมิงจะมีรากฐานดีแค่ไหน ทว่าสิ่งเดียวที่พอจะสร้างบาดแผลให้ลิงตัวนี้ได้ ก็คือวิชา 《เพลงดาบเงาบินเวหา》 นี้เท่านั้น
เศษหินปลิวว่อน อี้หมิงรวบรวมสมาธิแน่วแน่ บังคับกระบี่บินให้กลายเป็นกรงขังแห่งแสงและเงาโอบล้อมลิงภูเขาไว้
เพื่อขวางไม่ให้มันพุ่งเข้าถึงตัวเขาได้ ส่วนอี้หมิงก็ใช้วิชา 《ท่าร่างทะลุเมฆา》 สลับกับวิชาตัวเบาอื่นๆ
แม้ระดับวิชาจะไม่สูงนัก แต่เขาก็พอจะหลบหลีกการพุ่งชนของลิงภูเขาได้แบบหวุดหวิด
อี้หมิงและลิงภูเขาต่อสู้กันจนสลับตำแหน่งเดิมไปมาโดยไม่รู้ตัว และตอนนี้ลิงภูเขาก็ขยับเข้าใกล้สนามรบของเสี่ยวฮวาและงูหินเข้าไปทุกที
มุมปากอี้หมิงยกยิ้มอย่างมีเลศนัย เขาเปลี่ยนวิถีมือบังคับกระบี่ซัดปราณกระบี่เจ็ดสายซ้อนจนลิงภูเขาต้องถอยหลังไปสองก้าว
จากนั้นกระบี่บินก็ลอยเด่นอยู่เหนือหัวลิงภูเขา แสงกระบี่วูบวาบสลับมืดสว่าง และพลังปราณกระบี่ก็ทวีความรุนแรงขึ้นเท่าตัวในพริบตา
"เสี่ยวฮวา ตอนนี้แหละ!"
สิ้นเสียง อี้หมิงฟันกระบี่ลงมาอย่างแรง แสงกระบี่ยาวหนึ่งจั้งพุ่งเข้าหาเป้าหมายที่อยู่ห่างจากเอวขึ้นมาสามนิ้วตรงซี่โครงของลิงภูเขาในทันที
เมื่อครู่เขาใช้ปราณกระบี่นับไม่ถ้วนลองเชิงไปทั่วร่าง จนพบว่าลิงภูเขาตัวนี้จะคอยระวังช่วงซี่โครงเป็นพิเศษ
ส่วนที่อื่นๆ มันปล่อยให้เกราะหินรับแรงปะทะไปโดยไม่สนใจเลยสักนิด
ถึงจะไม่รู้ว่าทำไมมันต้องปกป้องตรงนั้น แต่จุดที่ศัตรูระวังที่สุด ก็คือจุดที่ต้องโจมตีให้หนักที่สุด!
เดิมทีอี้หมิงกะจะแค่ซัดมันให้กระเด็นแล้วพาเสี่ยวฮวาหนีไป ทว่าในเมื่อเจอจุดอ่อนแล้ว ก็ขอจัดการมันทิ้งที่นี่เลยแล้วกัน
"ฉัวะ!"
ประกายไฟวาบผ่าน เกราะหินตรงซี่โครงของลิงภูเขาบางกว่าจุดอื่นจริงๆ มันถูกกระบี่กรีดจนเป็นรอยลึก และมีเลือดสีแดงสดพุ่งออกมา
"ฟ่อ!"
เสี่ยวฮวาสลัดจากการต่อสู้ทันทีและพุ่งเข้าหาลิงภูเขา ส่วนอี้หมิงพลิกกายสะบัดมือ บังคับกระบี่วาดเป็นครึ่งวงกลมเพื่อสกัดงูหินที่ไล่ตามงูจินเชวี่ยมา