บทที่ 1 ติดกับ
บทที่ 1 ติดกับ
บทที่ 1 ติดกับ
"ข้าเป็นใคร? ที่นี่ที่ไหน? แล้วเมื่อคืนข้าทำอะไรลงไปเนี่ย?"
สภาพในห้องเละเทะไม่เป็นท่า
เสื้อเชิ้ตของฝ่ายชายฉีกขาดเป็นเศษผ้า ส่วนชุดกระโปรงของฝ่ายหญิงกองยับยู่ยี่อยู่ที่ปลายเตียง ราวกับผ่านศึกหนักมาอย่างบ้าระห่ำ
ในอากาศยังหลงเหลือกลิ่นอายอันแสนกำกวมที่ยากจะอธิบาย
เซี่ยเฟิงตื่นมาได้สักพักแล้ว
เขานอนเปลือยท่อนบน โอบกอดหลิ่วรู่เยียนที่เปลือยกายอยู่เช่นกัน พลางจ้องมองเพดานด้วยสายตาว่างเปล่า
สมองของเขาขาวโพลนไปหมด ความคิดตีกันยุ่งเหยิงจนเรียบเรียงไม่ถูก
ความคิดนับไม่ถ้วนพุ่งพล่านอยู่ในหัวจนขมับเต้นตุบๆ
"อืม..."
คนในอ้อมแขนขยับตัว ส่งเสียงครางแผ่วเบาราวกับลูกแมว
เรือนร่างของหลิ่วรู่เยียนที่เรียบเนียนดุจแพรไหมขยับบิดไปมาเพื่อหาท่าทางที่สบายที่สุดในอ้อมกอดของเขา นางเบียดกายเข้าหาแผงอกของเขาอย่างแนบชิด ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างเกียจคร้าน
หลิ่วรู่เยียน
ดวงตาของนางที่ปกติมักจะแฝงความเย็นชา บัดนี้กลับดูหยาดเยิ้มปานน้ำผึ้ง มีน้ำรื้นราวกับจะกระชากวิญญาณของผู้ที่มองได้
นางมองดูใบหน้าหล่อเหลาที่ยังดูมึนงงของเซี่ยเฟิงแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ
แขนเรียวขาวผ่องยื่นออกมาพาดบนอกของเขา ปลายนิ้วกรีดกรายวนเป็นวงกลมบนกล้ามอกที่แข็งแกร่ง
"อึ้งไปเลยเหรอคะ?"
น้ำเสียงของหลิ่วรู่เยียนแหบพร่าเล็กน้อยตามประสาคนเพิ่งตื่น แต่ก็ดูยั่วยวนกว่าปกติ
"มองเพดานแต่เช้าทำไมกันคะ? หรือว่า... เมื่อคืนพี่สาวคนนี้ยังทำหน้าที่ได้ไม่ถูกใจอีกล่ะ?"
คำพูดของนางดึงสติของเซี่ยเฟิงกลับมาทันที
เขาก้มลงมองใบหน้าอันงดงามที่อยู่ในอ้อมแขน ซึ่งให้ความรู้สึกทั้งคุ้นเคยและแปลกไปในเวลาเดียวกัน
คุ้นเคย เพราะนี่คือหลิ่วรู่เยียน เพื่อนสมัยเด็กที่โตมาด้วยกัน
แต่ที่แปลกไป เพราะก่อนหน้านี้พวกเขายังเป็น "เพื่อนตาย" ที่กอดคอเรียกกันว่าพี่น้องอยู่เลย แต่ตอนนี้... สถานการณ์มันกลายเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง?
ลูกกระเดือกของเซี่ยเฟิงขยับขึ้นลงอย่างยากลำบาก น้ำเสียงของเขาแห้งผาก
"รู่เยียน... พวกเรา..."
เขาอยากจะถาม แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน
"พวกเราเซ็นสัญญา... ข้อตกลงแต่งงานหลอกๆ นั่นไปแล้วไม่ใช่เหรอ?"
"แล้วทำไมมันถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้..."
พอพูดออกไป เซี่ยเฟิงเองก็รู้สึกว่าตัวเองช่างไร้น้ำหนักเหลือเกิน
ข้อตกลงเหรอ?
นอนอยู่บนเตียงเดียวกันขนาดนี้แล้ว ยังจะพูดเรื่องข้อตกลงอะไรอีก
ภาพเหตุการณ์เมื่อวานย้อนกลับมาในหัวราวกับฟิล์มหนังที่ถูกเร่งความเร็ว
เมื่อเช้าวันวานนี่เอง ลูกสาวคนโตตระกูลหลิ่ว ประธานบริหารสาวผู้เย็นชาชื่อดังแห่งเมืองเจียงเฉิง บุกเข้ามาในห้องเช่าราคาเดือนละพันหยวนของเขาราวกับพายุ
นางไม่พูดพร่ำทำเพลง โยนสัญญาฉบับหนึ่งลงตรงหน้าเขาทันที
"ข้อตกลงการแต่งงาน"
ฝ่าย ก: หลิ่วรู่เยียน
ฝ่าย ข: — —
เนื้อหาเรียบง่ายจนน่าตกใจ: เซี่ยเฟิงต้องรักษาความสัมพันธ์ในฐานะสามีภรรยากับหลิ่วรู่เยียนเป็นเวลาสามปี เป็นการแต่งงานตามสัญญา ต้องแสดงตัวเป็นคู่รักที่หวานชื่นต่อหน้าสาธารณชน แต่เรื่องส่วนตัวจะไม่ก้าวก่ายกัน
เมื่อครบสามปี ให้แยกย้ายกันไปจดทะเบียนหย่าทันที
โดยหลิ่วรู่เยียนจะจ่ายค่าตอบแทนเป็นเงินรายเดือนให้เซี่ยเฟิงเดือนละห้าหมื่นหยวน
ตอนนั้นเซี่ยเฟิงมึนตึ้บไปเลย
เขากับหลิ่วรู่เยียนเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก โตมาในแฟลตเดียวกัน ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นยิ่งกว่าอะไรดี
แต่เพราะความสัมพันธ์มันดีเกินไปนี่แหละ ทำให้ไม่เคยมีเรื่องชู้สาวมาเกี่ยวข้องเลยแม้แต่นิดเดียว
การปฏิบัติของพวกเขาไม่ต่างจากลูกผู้ชายสองคนคุยกัน
พวกเขานั่งดื่มเหล้า เล่นเกมด้วยกัน นางมักจะบ่นว่าเขาเป็นพวกขื่อไม้ที่ไร้ความรู้สึก ชาตินี้คงหาเมียไม่ได้
แล้วจู่ๆ "เพื่อนซี้" คนนี้อยากจะแต่งงานกับเขาเนี่ยนะ?
แถมยังจะจ้างให้เขาเป็นสามีอีก?
ปฏิกิริยาแรกของเซี่ยเฟิงคือ "เธอเพี้ยนไปแล้วเหรอ? ที่บ้านกดดันเรื่องแต่งงานจนสติแตกขนาดนี้เลย?"
หลิ่วรู่เยียนในตอนนั้นสีหน้าไม่สู้ดีนัก นางเอ่ยเสียงเรียบว่า "เลิกพูดไร้สาระได้แล้ว แค่บอกมาว่าจะเซ็นไหม? ถือว่าช่วยฉันหน่อยเถอะ"
เซี่ยเฟิงจะพูดอะไรได้อีก?
เพื่อนเดือดร้อนเขาก็ต้องช่วยเต็มที่อยู่แล้ว
อีกอย่าง เงินเดือนห้าหมื่นหยวน แค่มีชื่อว่าเป็นสามีเฉยๆ งานสบายขนาดนี้จะไปหาที่ไหนได้?
เขาเลยตวัดปากกาเซ็นชื่อลงไปทันที
จากนั้นทั้งคู่ก็รีบบึ่งไปที่สำนักงานเขตประหนึ่งไปเดินตลาด เพื่อไปจดทะเบียนสมรสและรับสมุดปกแดงมาครอง
ตอนที่เดินออกมาพร้อมทะเบียนสมรส เซี่ยเฟิงยังรู้สึกเหมือนล่องลอยอยู่ในความฝัน
เขา... แต่งงานแล้วเหรอเนี่ย?
ยังไม่ทันได้ย่อยข้อมูล หลิ่วรู่เยียนก็ตบไหล่เขาแล้วเสนออย่างใจถึงว่า "มา! ได้ใบทะเบียนมาทั้งที เรื่องใหญ่ขนาดนี้ต้องไปดื่มฉลองกันหน่อย!"
เซี่ยเฟิงย่อมไม่ขัดข้อง
พวกเขาไปที่บาร์เงียบๆ แห่งหนึ่งที่หลิ่วรู่เยียนไปประจำ บรรยากาศดีและเป็นส่วนตัว
แล้วจากนั้น... เรื่องมันก็เริ่มผิดเพี้ยนไป
เซี่ยเฟิงรู้ดีว่าเขาคอแข็งขนาดไหน เขาสามารถดื่มเหล้าขาวเป็นลิตรกับลูกค้าโดยที่ยังคุยเรื่องสัญญาได้รู้เรื่อง
แต่เมื่อคืน เขาจิบแค่ค็อกเทลสวยๆ กับหลิ่วรู่เยียนไปแค่สามแก้ว เขาก็รู้สึกมึนหัวตึ้บ หัวหนักอึ้งราวกับถูกถมด้วยตะกั่ว หลังจากนั้นเขาก็จำอะไรไม่ได้มากนัก
เขาจำได้ลางๆ ว่าหลิ่วรู่เยียนพยุงเขาเข้ามาในห้องพักโรงแรมสุดหรู
เขายังคิดในใจเลยว่า ผู้หญิงคนนี้รอบคอบดีจัง รู้จักเปิดห้องให้นอนด้วย
จากนั้นเขาก็ไปอาบน้ำ ในตัวเขาร้อนรุ่มเหมือนมีไฟแผดเผา คอแห้งผากกระสับกระส่ายไปหมด
ตอนแรกคิดว่านอนสักงีบก็คงจะดีขึ้น
แต่พอจะหลับ ร่างกายที่นุ่มนิ่มและอบอุ่นก็เบียดกายเข้าหาเขา
สัมผัสนั้น... กลิ่นหอมนั้น... และแล้วความเงียบก็ถูกทำลาย!
ไฟกามารมณ์ที่สะสมมานานในตัวเขาราวกับถูกราดด้วยน้ำมันถังใหญ่ ระเบิดขึ้นทันที!
สติสัมปชัญญะและการควบคุมตัวเองหายวับไปในพริบตา
หลงเหลือไว้เพียงสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่สุดเท่านั้น
พอได้สติกลับมาอีกที ก็คือสถานการณ์ในเช้าวันนี้
นี่มันกับดักชัดๆ!
ที่สำคัญที่สุด เซี่ยเฟิงยังมีคำถามใหญ่ที่อัดอั้นอยู่ในใจจนทนไม่ไหว
เขาจ้องมองหลิ่วรู่เยียนด้วยสายตาที่ซับซ้อนอย่างยิ่ง
"แล้ว... รู่เยียน เธอไม่ได้ชอบหลินอวี่มาตลอดหรอกเหรอ?"
"ตอนนี้พวกเราเป็นแบบนี้ไปแล้ว แล้วหลินอวี่ล่ะ?"
คำถามนี้เปรียบเสมือนเข็มที่ทิ่มแทงเข้าไปในใจของหลิ่วรู่เยียนอย่างจัง
"นายว่าอะไรนะ?!"
หลิ่วรู่เยียนที่เพิ่งยิ้มอย่างเย้ายวน เมื่อได้ยินคำพูดของเซี่ยเฟิง สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นบึ้งตึงทันที!
มือที่เคยลูบวนบนอกเขาพลันเปลี่ยนเป็นหยิกหมับลงไป!
"ซี้ด"
เซี่ยเฟิงครางออกมาด้วยความเจ็บ รู้สึกเหมือนหน้าท้องจะหลุดออกมาตามมือของนาง
"นายยังกล้าพูดถึงหลินอวี่อีกเหรอ?!"
หลิ่วรู่เยียนโกรธจนลุกขึ้นนั่งพรวดจากอ้อมแขนของเขา ผ้าห่มที่คลุมกายอยู่เลื่อนไหลลง เผยให้เห็นผิวพรรณขาวเนียนนุ่มนิ่ม แต่ตอนนี้พายุอารมณ์เข้าครอบงำจนนางไม่สนใจอะไรอีกแล้ว
นางถลึงตาใส่เซี่ยเฟิงราวกับอยากจะถลกหนังเขาออกมาทั้งเป็น
"เซี่ยเฟิง! นายนี่มันท่อนไม้ชัดๆ! ไม่สิ นายมันฟอสซิล! ฟอสซิลพันล้านปีเลยด้วย!"
หน้าอกของหลิ่วรู่เยียนสะท้อนขึ้นลงตามแรงอารมณ์ นางชี้นิ้วใส่หน้าเซี่ยเฟิงแล้วด่ากราด
"นายไม่รู้จริงๆ เหรอว่าตั้งแต่เล็กจนโตฉันทำเพื่อนายขนาดไหน?"
"ใครเป็นคนเอาของอร่อยมาให้กินเป็นคนแรก? ใครเป็นคนออกตัวปกป้องตอนนายโดนรังแก? ใครแอบเติมเงินในบัตรอาหารให้ตอนที่นายเงินไม่พอใช้ตอนเรียนมหาวิทยาลัย?"
"ฉันยังแสดงออกไม่ชัดพออีกเหรอ?! ห๊ะ?!"
เซี่ยเฟิงอึ้งกิมกี่กับชุดคำถามพายุหมุนของนาง เขาอ้าปากค้างแต่พูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว
เมื่อเห็นท่าทางเอ๋อๆ ของเขา หลิ่วรู่เยียนยิ่งโกรธหนักกว่าเดิม
"ก็เพราะนายมันท่อนไม้ไร้ความรู้สึกแบบนี้ไง ฉันถึงหมดปัญญาจนต้องวางแผนทำเป็นว่าชอบหลินอวี่! ฉันแค่อยากเห็นว่านายจะหึงบ้างไหม จะมีปฏิกิริยาอะไรบ้างหรือเปล่า!"
"แล้วผลเป็นไงล่ะ?!"
ถึงตรงนี้ ดวงตาของหลิ่วรู่เยียนเริ่มแดงก่ำด้วยความโกรธระคนเสียใจ
"แต่นาย! นายกลับเดินมาแสดงความยินดีกับพวกเรา! บอกว่าขอให้ครองรักกันนานๆ มีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมืองเนี่ยนะ?!"
"เซี่ยเฟิง นายรู้ไหมตอนนั้นฉันรู้สึกยังไง? ฉันอยากจะบีบคอนายให้ตายคามือเลย!!!"
"แล้วหลินอวี่! หลินอวี่ก็รำคาญนายจนแทบจะสำลักเสียงหัวเราะตายเหมือนกัน! ยัยนั่นบอกว่าไม่เคยเห็นผู้ชายคนไหนซื่อบื้อได้โล่เท่านายมาก่อนเลยในชีวิต!"
เปรี้ยง!
ทุกคำพูดของหลิ่วรู่เยียนราวกับค้อนปอนด์ที่ทุบลงกลางใจของเซี่ยเฟิง
เขาตะลึงพรึงเพริด
ที่แท้การทำเป็นชอบหลินอวี่... คือแผนกระตุ้นให้เขาหึงเหรอ?
แล้วหลินอวี่... ก็แค่ร่วมมือเล่นละครด้วย?
สมองของเขามึนตึ้บไปหมด เขาจ้องมองผู้หญิงตรงหน้าที่กำลังสั่นเทาด้วยอารมณ์พลุ่งพล่านอยู่นานโดยพูดไม่ออก
จะให้เขาพูดอะไรได้ล่ะ?
จะให้บอกนางไปเหรอว่า "พี่สาวครับ ไม่ใช่ว่าผมบื้อนะ แต่เพราะพี่ชื่อหลิ่วรู่เยียนต่างหาก!"
เขาไม่มีทางบอกนางได้หรอกว่า เพราะชื่อของนางทำให้เขาพยายามรักษาระยะห่างมาตั้งแต่เด็ก ก็เพราะสี่คำว่า "ฮองเฮารู่เยียน" มันสร้างแผลใจลึกๆ ให้เขามาตั้งแต่ชาติที่แล้วน่ะสิ!
ใช่แล้ว เซี่ยเฟิงเป็นผู้กลับชาติมาเกิดใหม่ เขาเกิดมาในโลกนี้พร้อมความทรงจำจากชาติปางก่อน
ในชาติที่แล้ว เขาเป็นแค่พนักงานออฟฟิศธรรมดา ตื่นไปทำงาน กลับมานอน เหนื่อยเหมือนหมา ความบันเทิงเพียงอย่างเดียวคือการนอนไถดูคลิปวิดีโอสั้นๆ
ตอนนั้น มีละครสั้นเรื่องหนึ่งที่ดังระเบิดชื่อว่า "ท่านประธานหยุดรังแกเธอเถอะ ฮองเฮากลับมาแล้ว" และอัลกอริทึมก็ขยันส่งเรื่องนี้มาให้เขาดูบ่อยเหลือเกิน
นางเอกในเรื่องนั้นชื่อว่า หลิ่วรู่เยียน!
และพล็อตเรื่องก็น้ำเน่าสุดขีดแต่ก็น่าติดตามจนหยุดไม่ได้
ดังนั้นในชาตินี้ พอเขาได้ยินเด็กหญิงตัวน้อยแนะนำตัวในโรงเรียนอนุบาลว่า "หนูชื่อหลิ่วรู่เยียนค่ะ" เขาถึงกับอึ้ง
นับแต่วันนั้น เขาจึงแปะป้ายชื่อนางไว้ว่า "บุคคลอันตรายยิ่งยวด โปรดอยู่ห่างๆ"
แม้ด้วยความบังเอิญหลายอย่างทำให้พวกเขากลายเป็นเพื่อนสนิทกัน และต่อมาก็ได้เจอหลินอวี่ จนเติบโตมาเป็นกลุ่มสามสหาย แต่ในใจเขามักจะมีเส้นแบ่งที่ข้ามไม่ได้อยู่เสมอ
จะให้เดทกับ "ฮองเฮารู่เยียน" เนี่ยนะ?
ล้อเล่นระดับโลกหรือไง?
แบบนั้นมันไม่ต่างอะไรกับคนแก่ผูกคอตาย—หาที่ตายชัดๆ
ถ้าวันหนึ่งเขาทำให้นางไม่พอใจขึ้นมา เขาไม่ต้องจบชีวิตเหมือนตัวประกอบในละครสั้นที่ครอบครัวพินาศสิ้นซากเหรอ?
ดังนั้น ไม่ว่าหลิ่วรู่เยียนจะดีกับเขาแค่ไหน เขาก็ฝืนใจตัวเองให้มองนางเป็นแค่เพื่อนซี้ที่ไร้เพศมาโดยตลอด
พอได้ยินว่าหลิ่วรู่เยียน "ชอบ" หลินอวี่ ปฏิกิริยาแรกของเขาไม่ใช่ความหึงหวง แต่เป็นการถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกอย่างที่สุด!
เยี่ยมเลย!
ยัยตัวอันตรายคนนี้มีคนรับช่วงต่อแล้ว! ในที่สุดเขาก็ปลอดภัยเสียที!
นั่นคือเหตุผลที่เขาไป "อวยพร" ให้พวกนาง
ใครจะไปรู้... ทั้งหมดนี่มันคือกับดัก!
เมื่อคิดได้ดังนี้ สายตาที่เซี่ยเฟิงมองหลิ่วรู่เยียนก็เปลี่ยนไป
เมื่อเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของเซี่ยเฟิง ความโกรธของหลิ่วรู่เยียนก็เริ่มจางหายไป และกลายเป็นความกังวลใจเข้ามาแทน
นาง... พูดแรงไปหรือเปล่านะ?
นางทำให้เขาตกใจไหม? ถ้าเขาโกรธขึ้นมาจริงๆ จะทำยังไง?
เซี่ยเฟิงตั้งสติได้ เขามองหน้าหลิ่วรู่เยียนแล้วถามคำถามสุดท้ายด้วยความระมัดระวัง
"แล้ว... ข้อตกลงแต่งงานนั่น..."
"ของปลอมค่ะ!"
หลิ่วรู่เยียนโพล่งออกมาโดยไม่ต้องคิด
"มันคือของปลอมแน่นอน! มันเป็นแค่อุบายหลอกให้นายไปจดทะเบียนด้วยก็เท่านั้นแหละ!"
นางพูดออกมาอย่างหนักแน่นในช่วงแรก แต่พอสบสายตาที่ดูซับซ้อนของเซี่ยเฟิง พลังของนางก็แผ่วลง
นางกัดริมฝีปาก ค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ ดวงตากลมโตที่มีน้ำรื้นกะพริบปริบๆ มองเขา น้ำเสียงอ่อนลง
"คือ... ฉัน... ฉันทำไปเพราะไม่มีทางเลือกอื่นจริงๆ"
"นาย... นายคงไม่โกรธฉันใช่ไหมคะ?"
ประโยคสุดท้ายเสียงเบาหวิวราวกับยุงบิน นางกำผ้าปูที่นอนแน่นด้วยความประหม่า เหมือนเด็กน้อยที่รอฟังคำตัดสิน
เซี่ยเฟิงมองท่าทางกระวนกระวายและน่าสงสารของนาง ความรู้สึกยุ่งเหยิงในใจก็สลายไปทันที
จะโกรธเหรอ?
จะให้เขาไปโกรธนางเรื่องอะไรได้อีก?
โกรธที่นางสวยเกินไปเหรอ?
หรือจะโกรธที่นางพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เขามาครอง แม้แต่ยอมวางแผนการซับซ้อนขนาดนี้?
ประธานบริหารสาวเจ้าของบริษัทหมื่นล้านที่มอบใจให้เขามาตั้งแต่เด็ก ถึงขั้นยอมใช้เล่ห์เหลี่ยมหลอกเขามาขึ้นเตียงและเข้าสู่พันธนาการแห่งการแต่งงาน
ถ้าเรื่องนี้รู้ไปถึงหูคนอื่น มีแต่คนจะอิจฉาเขากันทั้งนั้น
แล้วเขาจะมามัวดึงเชงทำไมอยู่อีก?
เขามองดูท่าทางประหม่าแต่น่ารักของหลิ่วรู่เยียนแล้วจู่ๆ ก็ฉีกยิ้มออกมา
หลิ่วรู่เยียนยังไม่ทันตั้งตัว เซี่ยเฟิงก็ยื่นแขนออกมาคว้านางกลับเข้าไปในอ้อมกอดแล้วกอดไว้แน่น!
"ว้าย!"
หลิ่วรู่เยียนอุทานเบาๆ ร่างทั้งร่างกระแทกเข้ากับแผงอกที่แข็งแกร่งของเขาอย่างจัง
"นาย... นายจะทำอะไรคะ?"
"ทำตามสัญชาตญาณไงครับ!"
อยากให้ผมทำอะไรต่อไปดีครับ_