- หน้าแรก
- ผมซื้อของถูกราคาหลักหน่วย แต่ระบบกลับให้ของจริงราคาหลักล้าน!
- บทที่ 333 มีข้อดียังไง?
บทที่ 333 มีข้อดียังไง?
บทที่ 333 มีข้อดียังไง?
บทที่ 333 มีข้อดียังไง?
‘สมกับที่เป็นพี่สาวแท้ๆ อย่างฉันจริงๆ พ่อหนุ่มโสดอยู่คนเดียวมันก็งี้แหละ เสื้อผ้ายังซักไม่เป็นเลย ส่วนยัยหลิวหรูเยียนนั่นก็แค่ถือดีว่าตัวเองรวย หลังแต่งงานคงจ้างป้ามาช่วยงานได้ ไม่อย่างนั้นใครได้ยัยนี่ไปเป็นเมียก็เหมือนรับเอาเจ้าแม่มาบูชา มีแต่จะลำบากเปล่าๆ’
ซูเหอคาบซาลาเปาไว้ในปากพลางขับรถไปพลาง พลางคิดในใจอย่างมีความสุข
เพียงแต่เธอคงนึกไม่ถึงว่าพอลับหลังเธอไปปุ๊บ ลูกพี่ลูกน้องของเธอก็โดนหลิวหรูเยียนจัดการทันที
เรียกได้ว่าตอนซูเหออยู่ หลิวหรูเยียนทำตัวเจี๋ยมเจี้ยม แต่พอซูเหอไปเธอก็จัดหนักใส่ทันที
เวลาแปดโมงครึ่ง หลินโม่ทำมื้อเช้าชุดใหญ่วางไว้บนโต๊ะ พร้อมกับเมนูกุ้งลวกที่ตั้งใจเหลือไว้ตั้งแต่เมื่อวาน ถือว่าเป็นการแสดงท่าทีอ้อนวอนอย่างสุดซึ้ง
ใช่แล้ว เงื่อนไขสุดท้ายของทักษะการต่อสู้ระดับต้น เขายังคงมุ่งเป้าไปที่ตัวหลิวหรูเยียน
ช่วยไม่ได้ จะให้ไปหาผู้ชายทำน่ะไม่มีทาง ต่อให้หวังชู่กับควนเม่ยจะตกลง แต่ใจเขาก็รับไม่ได้ มันวิปริตเกินไป
ถ้าเป็นผู้หญิง ผู้หญิงที่ไหนอยู่ดีๆ จะยอมให้ผู้ชายมากัดหู นอกจากจะเป็นแฟนกัน
แน่นอนว่าเขาก็ใช่ว่าจะไม่คิดวิธีอื่น คราวก่อนที่ไปร้านอาบน้ำ 【ตงอู๋สุ่ยอวิ้น】 เขาก็ตั้งใจจะยอมเสียเงินจ้างพนักงานนวดมาทำให้จบงาน แต่เห็นได้ชัดว่าถ้าไม่มีบารมีของรถคาดิลแลค พวกนักศึกษาที่แววตาซื่อตรงและโง่เขลาอย่างพวกเขาก็ขึ้นไปชั้นสองไม่ได้ นับประสาอะไรกับชั้นสาม
แผนการจ้างพนักงานนวดเลยล่มไม่เป็นท่า คิดไปคิดมา คนข้างกายที่พอจะช่วยให้ทำภารกิจสำเร็จได้ ดูเหมือนจะมีแค่หลิวหรูเยียนคนเดียว
หัวหน้าห้องหวังจิ้ง นั่นก็เป็นคู่จิ้นของหวังชู่ ส่วนเหอเสี่ยวเย่วนั่นยิ่งไม่ได้ เพราะเจ้าตัวประกาศตัวเป็นกุนซือซึ่งจะไม่ลงสนามรบเด็ดขาด
หยวนเมิ่ง ถ้าเขากล้าเสนอข้อเรียกร้องที่ไร้เหตุผลแบบนี้ เธอคงทุบหัวเขาแบะแน่ๆ
ส่วนคนอื่นๆ ถ้าอายุไม่เหมาะสม ความสัมพันธ์ก็ดูธรรมดาเกินไป และด้วยเหตุนี้ หลิวหรูเยียนจึงกลายเป็นทางเลือกเดียวของเขา
หนึ่งคือเธอเป็นผู้หญิง ใจเขายอมรับได้ สองคือเคยมีตัวอย่างมาก่อน เพราะครั้งก่อนทักษะหัตถ์ทองคำเธอก็เป็นคนช่วยทำให้สำเร็จ สามคือต่อให้เธอไม่ตกลง มันก็ไม่น่าจะกระอักกระอ่วนเกินไป อย่างมากก็แค่โดนล้อเลียนนิดหน่อย แล้วเขาก็เสียแต้มต่อให้อีกฝ่ายไปบ้าง ซึ่งไม่เสียหายอะไรนัก
"โอ้โห ใช้ได้นี่นา มื้อเช้าวันนี้ดูหรูหราขึ้นเยอะเลย เอาเถอะ เห็นแก่ความตั้งใจของนาย เรื่องเมื่อเช้าพี่สาวคนนี้จะไม่ถือสาเอาความแล้วกัน" หลิวหรูเยียนมองมื้อเช้าบนโต๊ะแล้วยิ้มบอก
ไข่ตุ๋น, แพนเค้กไส้กุยช่ายไข่กุ้ง, น้ำเต้าหู้, โจ๊กข้าวฟ่าง, ผัดผัก, กุ้งลวก, ซาลาเปาไส้หมู, ฮะเก๋า และไส้กรอกข้าวโพดสไตล์ไต้หวัน
ในนี้มีทั้งที่ซื้อมาและที่เขาลงมือทำเอง ทั้งหมดก็เพื่อมัดใจของผู้หญิงคนนี้
การมัดใจกระเพาะผู้หญิง ก็เหมือนกับการทำให้ผู้ชายเมาเหล้า ขอแค่ทานให้อร่อยและมีความสุข โอกาสสำเร็จก็มีมากขึ้นเยอะ
"แฮ่ม... เมื่อกี้มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดจริงๆ นะครับ ผมเห็นประตูห้องพี่เปิดทิ้งไว้ กลัวจะรบกวนพี่เลยตั้งใจเดินไปปิดประตูให้เฉยๆ ไม่มีเจตนาอื่นแน่นอนครับ" หลินโม่แถสดๆ
พูดตามตรง ถ้าเขาเป็นหลิวหรูเยียนเขาก็คงคิดแบบนั้น ดังนั้นตอนที่เขาแก้ตัวน้ำเสียงเขาเลยดูไม่ค่อยมั่นใจนัก
"เข้าใจผิดเหรอ? ฉันว่าไม่มั้ง ฉันลืมตาขึ้นมาก็เห็นนายทำท่าทางลุกลี้ลุกลนจะเปิดประตูห้องฉัน อีกอย่างนะ นายอย่าคิดว่าฉันไม่เห็นนะว่าตอนนั้นนายน่ะจ้องขาฉันตาไม่กะพริบเลย" หลิวหรูเยียนกัดแพนเค้กไส้รวมที่กรอบนอกนุ่มในพลางค้อนใส่
เพียงแต่หลินโม่สังเกตไม่เห็นรอยยิ้มที่แฝงอยู่มุมปากของหลิวหรูเยียนในตอนที่พูด
ล้อเล่นน่า ประตูน่ะฉันตั้งใจเปิดทิ้งไว้เอง ชุดนอนฉันก็ตั้งใจเลิกขึ้นเอง ฉันจะไม่รู้ได้ไงว่านายกำลังจะปิดประตู?
แต่สายตาที่นายมองขาฉันน่ะมันโกหกไม่ได้หรอกนะ มองก็คือมอง จะเปิดประตูหรือปิดประตูน่ะมันไม่สำคัญหรอก
หลินโม่ในตอนนี้ยังไม่รู้ว่าตัวเองโดนวางแผนเข้าให้แล้ว ไม่อย่างนั้นเขาต้องอุทานแน่ๆ ว่าใจพวกนายทุนนี่มันดำมืดจริงๆ
"แฮ่ม... เรื่องนั้นช่างมันเถอะ ทานข้าวกันครับ ทานข้าว ลองชิมกุ้งลวกนี่ดูสิครับ รสชาติสดชื่นหวานกรอบ เหมาะกับทานตอนเช้าที่สุดเลย" หลินโม่ยิ้มพลางคีบกุ้งให้หลิวหรูเยียน
หลิวหรูเยียนชิมไปคำหนึ่ง พบว่ารสชาติดีมากจริงๆ อารมณ์ของเธอก็ดีขึ้นทันที
เมื่อเห็นว่าทานกันไปได้พอสมควรแล้ว หลินโม่ก็เริ่มเปิดฉากยิ้มถามว่า: "พี่หรูเยียนครับ มื้อเช้าวันนี้รสชาติเป็นยังไงบ้างครับ?"
"ก็ไม่เล... หือ? นายนี่ท่าทางไม่น่าไว้ใจนะ คิดจะทำอะไรฮะ?"
หลิวหรูเยียนที่กำลังจะตอบว่าไม่เลว สังเกตเห็นความผิดปกติจากการที่หลินโม่เปลี่ยนคำเรียกขานทันที เธอจึงหรี่ตามองถาม
"คือ... คือว่า" หลินโม่เห็นหลิวหรูเยียนระแวดระวังขนาดนี้ เขาก็แอบตำหนิตัวเองในใจว่าทำไมเมื่อก่อนเขาไม่ทำตัวให้น่าเชื่อถือกว่านี้หน่อยนะ ทำไมถึงใช้โควตาความน่าเชื่อถือจนหมดเกลี้ยงแบบนี้!
"มันพูดยากขนาดนั้นเลยเหรอจ๊ะ? แบบนี้ฉันยิ่งอยากฟังเข้าไปใหญ่เลย รีบพูดมาสิ รีบพูด" หลิวหรูเยียนเห็นเขาท่าทางอึกอักก็ยิ่งอยากรู้เร่งเร้าเข้าไปใหญ่
ได้ยินดังนั้น หลินโม่นิ่งไปพักใหญ่ สุดท้ายหน้าแดงก่ำ ถึงแม้จะอยู่ในบ้านตัวเองแต่กลับทำท่าทางเหมือนขโมยโดยการมองไปรอบๆ แล้วตัดสินใจกัดฟันกระซิบเบาๆ ว่า: "คือว่า... ผมขออะไรพี่อย่างสิครับพี่หรูเยียน ขอกัดหู@#¥"
เดิมทีเสียงเขาก็เบาอยู่แล้ว พอถึงตอนท้ายเขาก็พูดอู้อี้เหมือนเสียงยุง หลิวหรูเยียนฟังไม่รู้เรื่องเลยสักนิด: "ขออะไรนะ? หูใคร? พูดดังๆ หน่อยสิจ๊ะ อึกอักอยู่นั่นแหละ ทำตัวเหมือนสาวน้อยให้ใครดูฮะ!"
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นหลินโม่ทำหน้าแบบนี้ ในสายตาเธอหลินโม่เป็นคนประเภทที่ถึงหน้าไม่หนา แต่ถ้ามีเรื่องจำเป็นเขาก็กล้าพูดออกมาตรงๆ
ไม่อย่างนั้นคงไม่กล้ายืมเงินเธอและหยวนเมิ่งมาเล่นหุ้นหรอก ในเมื่อเรื่องนั้นเขายังกล้าพูด หลิวหรูเยียนเลยนึกไม่ออกจริงๆ ว่าจะมีเรื่องอะไรที่ทำให้เขาเสียอาการได้ขนาดนี้
โดนหลิวหรูเยียนเร่งเข้า หลินโม่ก็เลยตัดสินใจตะโกนออกมาดังๆ ว่า: "ขอกัดหูหน่อยได้ไหมครับ แค่ครึ่งนาทีเอง!"
หลิวหรูเยียน: "???"
"บนโต๊ะไม่มีหูหมูนะจ๊ะ นายหิวเหรอ?"
คำพูดที่กะทันหันเกินไปทำให้เธอไม่ได้คิดไปในทางนั้นเลย นึกว่าหลินโม่อยากทานหูหมูขึ้นมาเฉยๆ!
เพราะคนปกติที่ไหนเขาจะขออะไรแบบนี้ และต่อให้เป็นแฟนกัน ข้อเรียกร้องแบบนี้ก็หายากนะ ปกติถ้าเป็นแฟนกันแล้วอยากกัดเขาก็ซัดกันตรงๆ เลย น้อยคนนักที่จะมาขออนุญาตก่อนแบบนี้
"ไม่ใช่หูหมูครับ หูพี่นั่นแหละ หูของพี่น่ะ" หลินโม่อธิบาย เขาเริ่มไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมแล้ว อย่างมากก็แค่โดนปฏิเสธและโดนมองเป็นพวกโรคจิต แล้วค่อยหาโอกาสไปต่อยกับหวังชู่เพื่อกัดหูมันแทนก็ได้
หวังชู่: "???" (ผมยังไม่ได้ทำอะไรใครเลย ทำไมต้องเป็นผมด้วยฟะ!)
เมื่อได้ยินประโยคนี้ หลิวหรูเยียนอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะชี้ไปที่ตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อ: "หูฉัน? นายหมายความว่า นายจะกัดหูฉันงั้นเหรอ?"
หลินโม่เห็นเธอเข้าใจเสียทีก็รีบพยักหน้าทันที แต่แล้วเขาก็เห็นหลิวหรูเยียนนิ่งเงียบไป
เมื่อเห็นภาพนี้ หลินโม่นึกในใจว่าบรรลัยแล้ว เขาคิดว่าถ้าไม่โดนปฏิเสธก็ต้องโดนด่าว่าโรคจิตแน่ๆ
แต่หลิวหรูเยียนไม่ได้ปฏิเสธ และไม่ได้ด่าเขาว่าโรคจิต แถมยังไม่ได้ตกลงทันที แต่เธอกลับย้อนถามขึ้นมาคำหนึ่งว่า:
"ทำไมต้องให้กัดล่ะจ๊ะ มีข้อดียังไง?"
หลินโม่: "???"