เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 41 นึกว่าแน่ที่แท้ก็...

บทที่ 41 นึกว่าแน่ที่แท้ก็...

บทที่ 41 นึกว่าแน่ที่แท้ก็... 


บทที่ 41 นึกว่าแน่ที่แท้ก็...

อะไรคือไม่อยากพยายามแล้ว ผมนี่แหละอยากพยายามใจจะขาด ยุคสมัยนี้ใครบ้างไม่อยากก้าวหน้า!

หลินโม่เพิ่งค้นพบว่า ต่อให้เขามีระบบช้อปปิ้งอยู่ในมือ แต่ถ้าอยากจะมีอิสรภาพทางการเงินล่ะก็ มันยังเทียบไม่ได้เลยกับการได้ "เกาะผู้หญิงกิน"  แน่นอนว่าต้องอยู่ในเงื่อนไขที่ว่าเขาสามารถกินมันได้ด้วยนะ

ช่วงค่ำ ณ ร้านอาหารกวางตุ้งระดับหรู ซูเหอพี่สาวลูกพี่ลูกน้องของเขานั่งขำจนตัวงออยู่บนโต๊ะมาพักใหญ่แล้ว สุดท้ายเธอก็มองดูหลินโม่ที่ถูกหลิวหรูเยียนแปลงโฉมใหม่แล้วพูดขึ้นว่า:

“ไอ้น้องชาย พี่บอกแกแล้วไงว่าแกมีศักยภาพด้านนี้จริงๆ ไหนบอกพี่มาซิ ตอนนั้นไม่หวั่นไหวเลยเหรอ? คอนโดในเจียงหนิงเชียวนะ ต่อให้แค่ 100 ตารางเมตร ทำเลปานกลาง รวมตกแต่งแล้วก็ต้องมี 2 ล้านกว่าหยวน”

“ต่อไปแกน่ะ ไม่ต้องกลัวอดตายแล้วล่ะ!”

เมื่อเจอพี่สาวล้อเลียน หลินโม่ก็ได้แต่ตอบกลับอย่างจนใจ: “ผมกลัวว่าจะมีเงินแต่ไม่มีชีวิตได้ใช้น่ะสิครับ พูดตามตรงนะ เมื่อก่อนเวลาผมเห็นข่าวพวกผู้หญิงหิวเงินหรือผู้ชายเกาะผู้หญิงกินในเน็ต ผมยังแอบอิจฉาเลยที่พวกเขาไม่ต้องห่วงเรื่องปากท้อง”

“แต่ตอนนี้ผมไม่ฉิมอิจฉาเลยสักนิด มีแต่ความเลื่อมใสล้วนๆ เงินที่พวกเขาสร้างมาเนี่ย ผมไม่ตาร้อนเลยจริงๆ เชื่อเถอะ!”

นี่คือคำพูดจากใจจริงของเขา ผู้ชายคนไหนตอนวัยรุ่นจะไม่เคยเพ้อฝันว่าจะมีเศรษฐีนีมาถูกใจบ้าง แต่พอโอกาสนั้นมาถึงจริงๆ จะมีสักกี่คนที่มีความกล้าพอจะรับมันไว้

ไม่ว่าชายหรือหญิง ตราบใดที่สามารถหากินทางนี้ได้ เขาไม่ตาร้อนเลยสักนิด นี่มันคือผู้กล้าตัวจริงชัดๆ

สมกับคำกล่าวที่ว่า ความกลัวคือสัญชาตญาณของมนุษย์ แต่ความกล้าหาญต่างหากคือบทเพลงสรรเสริญของมวลมนุษย์

คนธรรมดาที่ไหนจะมีความสามารถขนาดนี้ล่ะ สรุปคือเขาก็แค่คนธรรมดาคนหนึ่งนั่นแหละ

แต่พอเขาสิ้นคำพูด หลิวหรูเยียนที่นั่งข้างๆ ก็แฉทันที: “ไม่รู้ว่าใครนะ วันนี้บนรถเปิดเพลง ‘ก้าวหน้า’ ให้ฉันฟัง แถมบอกว่าอยากก้าวหน้าแล้ว”

“คำนี้ทำไมไม่พูดให้เร็วกว่านี้ล่ะจ๊ะ ก่อนหน้านี้ให้โอกาสแล้วไม่เอา พอตอนนี้ไปเจอของเกรดต่ำข้างนอกเข้า ถึงเพิ่งมานึกถึงความดีของพี่สาวคนนี้เหรอ... สายไปแล้วจ้ะ~”

หลินโม่เบะปาก ใครจะไปนึกว่าบอสใหญ่อย่างหลิวหรูเยียนจะรู้จักเพลง "อยากก้าวหน้า" ด้วยล่ะเนี่ย บอสเขาสบายขนาดนี้เลยเหรอ?

ส่วนซูเหอก็ยิ้มแล้วพูดว่า: “ยัยขิงแก่นี่ถึงจะหน้าตาสวย แต่เธอให้แกได้แค่มองนะ ไม่ให้แกกินหรอก แกล้งปั่นหัวแกเล่นล้วนๆ”

“ถ้าแกหลงเชื่อคำพูดไร้สาระของยัยนี่ แกก็ซื่อบื้อเกินไปแล้ว”

หลิวหรูเยียนกลอกตาใส่แต่ก็ไม่ได้เถียงอะไร

“ฉันได้ยินจากหรูเยียนแล้วว่าของสิ่งนั้นราคาไม่ถูก พี่น่ะไม่มีเงินเยอะขนาดนั้นหรอก อีกอย่างแกก็กำลังจะกลับมหาลัยแล้ว พี่โอนให้แกสองหมื่นไว้เป็นค่าขนมรายวันละกัน! ที่เหลือแกไปรีดเอาจากเศรษฐีนีคนนี้เอาเอง ยัยนี่รวย!” ซูเหอพูดอย่างเกรงใจเล็กน้อย

ถึงจะเป็นน้องชายแท้ๆ แต่ในเมื่อใช้ของราคาแพงขนาดนั้นของน้องไป เธอก็รู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะเธอรู้ดีว่าครอบครัวน้องชายก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไรมากมาย จะทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นไม่ได้

“พี่ครับ เกรงใจกันเกินไปแล้ว มันก็แค่เครื่องสำอางเอง พอดีตอนทำงานผมเจอคุณหนูรวยๆ คนหนึ่งเขาให้มาน่ะครับ จริงๆ มันไม่ได้มีราคาขนาดนั้นหรอก”

หลินโม่เอ่ยปากปฏิเสธ เพราะถึงของสิ่งนี้จะได้ผลดีเยี่ยม แต่ตัวมันเองก็ไม่มีราคาที่แน่ชัด เขาจึงไม่ได้ใส่ใจนัก

“เอาเถอะ ตกลงตามนี้ ตอนนี้หน้าที่ที่สำคัญที่สุดของแกคือรีบกลับมหาลัยไปหาแฟนซะ พอจบออกมาแล้วมันหาผู้หญิงใสซื่อยากนะโว้ย แล้วในเมื่อจะจีบสาว มันจะไม่ใช้เงินได้ยังไง”

“น้องชายพี่ตอนนี้หล่อขนาดนี้ กลับไปคราวนี้ต้องได้เลือกจนตาลายแน่ๆ!” พูดไปซูเหอก็ขำไปเอง แต่เห็นได้ชัดว่าตอนนี้เธอมั่นใจในตัวน้องชายคนนี้สุดๆ

จากนั้นทั้งสามคนก็นั่งคุยกันไปกินกันไป บรรยากาศเป็นไปด้วยความชื่นมื่น จนกระทั่งซูเหอรู้ว่าช่วงบ่ายหลิวหรูเยียนพาหลินโม่ไปนวดตัว สายตาอันคมกริบก็จ้องขวับไปทันที

“มองอะไรจ๊ะ ไม่เคยเห็นคนนวดจัดกระดูกหรือไง ช่วงนี้ฉันปวดคอปวดหลัง แถมเดินช้อปปิ้งมาทั้งบ่าย จะไปหาความสุขใส่ตัวบ้างมันแปลกตรงไหน?” หลิวหรูเยียนกลอกตาใส่พลางบ่น

ได้ยินดังนั้น ซูเหอถึงค่อยโล่งอกแล้วพูดต่อ: “เฮ้อ นวดแบบจริงจังเหรอ... งั้นมันจะไปสนุกตรงไหนล่ะ!”

หลินโม่: ...

หลิวหรูเยียน: ...

(พวกพี่จะเอาไงแน่ พอจะเข้าเรื่องอย่างว่าก็ไม่อยากเข้า พอไม่เข้าก็หาว่าไม่ตื่นเต้น สรุปคือนางเสือซ่อนเล็บกันทั้งคู่เลยใช่ไหม?)

มื้อค่ำมื้อนี้ผ่านไปได้ด้วยดี สองสาวมีความสุข หลินโม่มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นอีกสองหมื่น แถมยังจบการฝึกงานด้วย เรียกได้ว่าโชคดีสามชั้น

ตอนกลางคืน ซูเหอไล่หลิวหรูเยียนกลับไปแล้วขับรถมาส่งน้องชายที่บ้านด้วยตัวเอง พร้อมกับบอกว่าพรุ่งนี้เธอต้องไปทำงาน คงไม่ได้ไปส่งเขาที่มหาลัย มีอะไรก็ให้โทรหาได้ตลอด

หลินโม่ย่อมไม่ซีเรียส เขาโตแล้วไม่ใช่เด็กๆ ต้องมีคนไปส่งด้วยเหรอ?

พอกลับถึงบ้าน เขาก็รู้สึกเคว้งๆ เป็นครั้งแรก อาจจะเป็นเพราะรู้ว่าพรุ่งนี้ไม่ต้องตื่นไปทำงานแล้วมั้ง

หลังเที่ยงคืน หลินโม่เปิดมือถือดูแวบหนึ่ง สินค้าวันนี้คุณภาพธรรมดาสุดๆ จนเขารู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

[เครื่องยิงจรวด DZG-141 พร้อมกระสุน 3 นัด; นายกับที่กำบังของนายดูตลกพอกันเลย: ¥6.9]

[หนังสือ "การอยู่ไฟ 2" รุ่นสะสมของไป๋หยุน; อ่านจบแล้วหลับไม่ตื่น: ¥99.8]

[สายรัดปรับบุคลิกภาพ ; สร้างแผ่นหลังที่สง่างามใน 21 วัน: ¥4.3]

[เหล้าข้าวหมากทำเอง ขนาด 5 จิน หอมหวานชื่นใจ: ¥7.92]

โชคดีที่ผ่านการฝึกฝนจิตใจมาช่วงหนึ่ง ความผิดหวังจึงหายไปอย่างรวดเร็ว มันคงไม่มีของดีออกมาทุกวันหรอกจริงไหม?

จริงๆ ในบรรดาสี่อย่างนี้ สิ่งที่เขาแอบสนใจคืออย่างที่สอง หนังสือ "การอยู่ไฟ 2" รุ่นสะสมเนี่ย มันน่าจะมีอยู่แค่ในคำพูดของป้าไป๋หยุน (ตัวละครในตลกจีน) เท่านั้น ตัวเล่มจริงๆ ไม่น่าจะมีใครเคยเห็น เขาจึงอยากรู้เนื้อหาข้างใน

แต่ไอ้ประโยคสุดท้ายเนี่ยสิ "อ่านจบแล้วหลับไม่ตื่น" นี่มันจะอ่านจนตายเลยหรือไง?

เพื่อรักษาชีวิตน้อยๆ ของตัวเองไว้ เขาจึงเลือกสายรัดปรับบุคลิกภาพ ถึงเขาจะไม่ใช่คนหลังค่อม แต่มันก็ไม่มีอะไรน่าซื้อแล้วล่ะ เลือกอันที่ดูน่าจะมีประโยชน์ที่สุดละกัน

เขาสระผมเข้านอน คืนนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

จบบทที่ บทที่ 41 นึกว่าแน่ที่แท้ก็...

คัดลอกลิงก์แล้ว