เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 ชงชา

บทที่ 15 ชงชา

บทที่ 15 ชงชา


บทที่ 15 ชงชา

เจียงพ่านเยว่ ผู้หญิงในเครื่องแต่งกายหรูหรา แม้อายุจะใกล้ห้าสิบแล้ว แต่เธอบำรุงตัวเองดีมาก ใบหน้าแทบไม่มีริ้วรอย แถมสง่าราศีก็ดูไม่เหมือนคนธรรมดา ดูสูงศักดิ์มีสกุลสุดๆ

วันนี้เธอนัดรวมตัวกับก๊วนเพื่อนสาวทานอาหารมื้อค่ำกันที่ร้านอาหารส่วนตัวแห่งนี้ แต่ทานไปได้ครึ่งหนึ่ง เจ้าของร้านกลับเดินมาบอกว่าลูกสาวของเธอก็มาทานที่นี่เหมือนกัน แถมรูดบัตรของคุณสามี และเลือกห้องรับรองแบบส่วนตัวสำหรับสองคนด้วย

เมื่อคุณนายเจียงได้ยินว่าลูกสาวอยู่ด้วย แน่นอนว่าเธอต้องไปดูเสียหน่อย

ไม่นานนัก เธอก็มาถึงหน้าห้องที่ลูกสาวจองไว้ มันเป็นประตูไม้แบบเลื่อน พื้นที่ข้างในไม่กว้างนัก เหมาะสำหรับการนัดพบของคู่รัก

เธอคิดว่าลูกสาวคงจะนินทาเอ๊ย... หิวข้าวเลยแอบมาทานคนเดียว ตอนที่เธอกำลังจะผลักประตูเข้าไป วินาทีถัดมาเสียงของลูกสาวกับเสียงตอบรับของผู้ชายคนหนึ่งก็ดังแว่วออกมาจากข้างใน

“พี่หยวน อันนี้ผมกินได้ไหม?”

“ไม่ได้ อย่าได้ใจไปหน่อยเลย กินอันนี้เถอะ”

“ว้าว... นุ่มจัง!”

คุณนายเจียง: Σ (⊙▽⊙"a

ในฐานะผู้มีประสบการณ์ (อาบน้ำร้อนมาก่อน) เธอจินตนาการถึงภาพที่อธิบายไม่ได้ทันที ก็นะ... ในแวดวงคนรวยเธอได้ยินมาเยอะว่าลูกบ้านนั้นบ้านนี้เล่นพิเรนทร์กันยังไงบ้าง ไม่มีเถื่อนที่สุด มีแต่เถื่อนกว่า!

แบบนี้ยอมไม่ได้เด็ดขาด! เธอไม่อยากเป็นเหมือนเพื่อนสนิทบางคนที่ลูกสาวออกไปซิ่งจนท้องไม่มีพ่อ แล้วต้องมาเล่นบทแม่ผัวตัวร้ายพรากคนรักในภายหลัง

คิดได้ดังนั้น คุณนายเจียงจะทนใจเย็นอยู่ได้ยังไง เธอผลักประตูพรวดเข้าไปทันที:

“หยุดปากเดี๋ยวนี้!”

เมื่อประตูถูกผลักออกอย่างแรง คนสองคนที่นั่งทานข้าวอยู่ข้างในก็สะดุ้งสุดตัว

เป๋าฮื้อในปากหลินโม่เพิ่งกินไปได้ครึ่งเดียวก็ถูกกลืนลงคอไปทั้งอย่างนั้น เกือบจะติดคอตายเสียให้ได้ มุมปากยังมีซอสเข้มข้นติดอยู่ แววตาเต็มไปด้วยความตระหนก... อะไรกัน? เป๋าฮื้อมีพิษเหรอ?

ส่วนหยวนมิ่งตกใจจนบัวลอยในมือร่วงเผละ นั่นมันของโปรดเธอเลยนะนั่น!

หยวนมิ่งกำลังจะหันไปด่า แต่พอเห็นว่าแม่ของตัวเองยืนหน้ายักษ์อยู่หน้าประตู สมองก็ค้างไปทันที

“แม่? แม่มาได้ไงเนี่ย?”

หลินโม่ได้ยินดังนั้น ก็รีบกลืนเป๋าฮื้อลงไปแล้วลุกขึ้นยืนทักทาย: “ส... สวัสดีครับคุณน้า”

ตอนนี้คุณนายเจียงที่ยืนอยู่หน้าประตูก็อึ้งไปเหมือนกัน ภาพตรงหน้าไม่ใช่แบบที่เธอจินตนาการไว้เลย เด็กสองคนเสื้อผ้าอยู่ครบ แถมยังดูเหมือนเธอจะไปทำเจ้าหนุ่มนี่ตกใจแทบตาย ชั่วขณะหนึ่ง แม้จะเป็นผู้มีประสบการณ์มาโชกโชนเธอก็ยังรู้สึกเขินจนทำตัวไม่ถูก

โชคดีที่คุณนายเจียงผ่านโลกมาเยอะ เธอปรับอารมณ์ได้อย่างรวดเร็วแล้วยิ้มออกมา:

“อ้าว สวัสดีจ้ะ น้าได้ยินเจ้าของร้านบอกว่า ‘หยวนหยวน’ อยู่ที่นี่เลยแวะมาดูน่ะ” คุณนายเจียงยิ้มกว้าง (หยวนหยวน คือชื่อเล่นของหยวนมิ่ง) “หยวนหยวน ไม่แนะนำให้นแม่รู้จักหน่อยเหรอจ๊ะ?”

หยวนมิ่งลุกขึ้นยืนพลางทำหน้าเซ็งๆ : “นี่แม่หนูเอง ส่วนนี่คือเพื่อนร่วมงานที่บริษัท แล้วก็เป็นเพื่อนสนิทหนูด้วย ชื่อหลินโม่ แม่เรียกเขาว่า ‘เจ้าหมาดำน้อย’ ก็ได้”

หลินโม่: ...

“ไปไกลๆ เลยยัยลูกคนนี้” คุณนายเจียงถลึงตาใส่ลูกสาวทีหนึ่ง ก่อนจะหันไปมองหลินโม่ อืม... ต้องยอมรับเลยว่าหน้าตาไม่เลว แต่ดูอายุยังน้อยอยู่นะเนี่ย ไม่รู้ว่าทางบ้านทำอะไร เธอพูดต่อว่า: “น้าเรียกเราว่าเสี่ยวหลินละกันนะ ไม่เป็นไรหรอก น้าแค่แวะมาดู พวกเราทานต่อเถอะ

น้าจะไปที่โรงน้ำชาฝั่งตรงข้าม หยวนหยวน เดี๋ยวพาสเสี่ยวหลินไปนั่งเล่นด้วยกันหน่อยนะ”

พูดจบ โดยไม่เปิดโอกาสให้หยวนมิ่งปฏิเสธ คุณนายเจียงพยักหน้าให้หลินโม่ทีหนึ่งแล้วเดินจากไปทันที

ทิ้งให้คนสองคนในห้องยืนงงตาแตก

“เอ่อ... พี่หยวน เอาไงดี? ให้ผมชิ่งก่อนไหม?”

ก็ไม่ได้สนิทกัน เจอหน้าครั้งแรกต้องไปนั่งจิบชาด้วยกันมันจะน่าอึดอัดขนาดไหน แถมไม่รู้ว่าท่านแค่พูดตามมารยาทหรือเปล่า

“ชิ่งกะผีน่ะสิ กินข้าวก่อน กินเสร็จแล้วค่อยไปนั่งเล่นด้วยกัน นายจะกลัวอะไรล่ะ!” หยวนมิ่งไม่แคร์

“ก็ได้ครับ”

หลินโม่เห็นแบบนั้นก็รู้ว่าแอบหนีตอนนี้คงดูไม่ดีและเสียมารยาท ในเมื่อเป็นแบบนี้ก็ไปดูเสียหน่อย อย่างน้อยก็ต้องกินให้อิ่มก่อน

อีกด้านหนึ่ง คุณนายเจียงบอกเพื่อนสาวแล้วเดินข้ามไปที่โรงน้ำชาฝั่งตรงข้าม ปกติสามีเธอเวลาคุยธุรกิจเสร็จก็ชอบมานั่งจิบชาที่นี่ สะดวกสุดๆ

จริงๆ ในใจคุณนายเจียงก็รู้ดี ลูกสาวโตแล้วจะมีแฟนก็ไม่แปลก เธอไม่คัดค้านหรอก เพราะเธอรู้ว่าคุยก็ส่วนคุย แต่ถ้าถึงขั้นแต่งงานนั่นก็ต้องดูความเหมาะสมกันอีกที ก็นะ... ในแวดวงระดับพวกเธอ การแต่งงานเพื่อผลประโยชน์มันคือเรื่องปกติ

แต่ถึงจะไม่ค้าน ในเมื่อเจอตัวแล้วเธอก็อยากจะทำความรู้จักเจ้าหนุ่มนั่นให้มากขึ้นอีกนิด

ทางด้านหยวนมิ่งกับหลินโม่ก็รีบเคลียร์ภารกิจบนโต๊ะอาหาร ภายในยี่สิบนาที ทั้งคู่ก็เดินเข้าไปในโรงน้ำชาฝั่งตรงข้าม

“แม่ หนูมาแล้ว!”

“สวัสดีครับคุณน้า”

“อ้าว ไม่ต้องยืนจ้ะ เสี่ยวหลิน นั่งลงสิ”

ภายในห้องชงชาที่ตกแต่งอย่างเรียบหรูและมีรสนิยม ทั้งสามคนนั่งลงที่โต๊ะ บนโต๊ะมีชุดน้ำชาเครื่องเคลือบหรูหราวางอยู่

เนื่องจากต้องการคุยเรื่องส่วนตัว พนักงานจึงจัดเตรียมของเสร็จแล้วก็เดินออกไป

เมื่อเห็นคุณนายเจียงกำลังจะลงมือชงชาให้เขา หลินโม่ก็รีบชิงพูดขึ้นก่อน: “คุณน้าครับ ให้ผมทำเองดีกว่าครับ ผมเคยเรียนมาบ้าง”

ประการแรก เขาเป็นผู้น้อย จะให้ผู้ใหญ่มาชงชาให้มันดูไม่งาม ประการที่สอง เขาอยากจะลองวิชาชงชาที่เพิ่งได้มา ก็นะ... ตั้งแต่เห็นชุดน้ำชานี้ สมองเขาก็รันภาพท่วงท่าการชงชาออกมาเป็นฉากๆ แล้ว

“โอ้? งั้นน้าต้องขอชิมหน่อยแล้วล่ะ” คุณนายเจียงประหลาดใจไม่น้อย เพราะวัยรุ่นสมัยนี้ที่เรียนชงชา ถ้าไม่ใช่พวกที่ทำงานสายนี้โดยตรง หรือพวกที่มีใจรักจริงๆ ก็จะเป็นพวกที่มาจากครอบครัวที่มีฐานะและได้รับการปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก

หลินโม่ลุกขึ้นไปล้างมือแล้วกลับมานั่งลง เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะปล่อยตัวตามสบาย ทันใดนั้นกลิ่นอายรอบตัวเขาก็เปลี่ยนไป ดูสงบนิ่งจนคนมองรู้สึกเย็นใจไปด้วย

เขาหยิบใบชาออกมาดูแวบเดียวก็รู้ว่านี่คือชาเขียวชนิดหนึ่ง ‘ซิ่นหยางเหมาเจียน’

เขาสตาร์ทการต้มนํ้า ชงชา กดข้อมือลง สายนํ้าไหลรินอย่างนุ่มนวล ทว่านํ้าแรกปกติเขาจะไม่ดื่ม เขาเททิ้งแล้วเติมนํ้าใหม่เพื่อชงนํ้าที่สอง

จากนั้น ท่วงท่าการปาดฟอง, คลึงชา, เขย่ากลิ่น, รินน้ำ, และรวบยอดทุกกระบวนการถูกแสดงออกมาผ่านมือของหลินโม่ ท่าทางนั้นไม่รีบไม่ร้อน ดูแล้วเพลินตา เหมือนคนที่ผ่านการเรียนมาอย่างถูกต้องตามตำรา

สุดท้ายเขาก็รินน้ำชาลงในถ้วยสามใบที่จัดวางเป็นรูปตัว ‘品’ (พิน - สื่อถึงการลิ้มรส)

“คุณน้า เชิญจิบชาครับ!”

“อืม” คุณนายเจียงรับถ้วยชาที่หลินโม่ส่งให้ด้วยสองมือขึ้นมาดม แล้วจิบไปคำเล็กๆ ทันใดนั้นดวงตาก็เป็นประกาย

ต้องยอมรับเลยว่า รสชาติมันดีกว่าชาที่เธอชงกินเองปกติมาก หลังจากจิบไปคำเดียว อารมณ์เธอก็สงบลงอย่างประหลาด แถมยังรู้สึกว่าเจ้าเด็กตรงหน้านี่ดูหล่อขึ้นกว่าเดิมอีกนิดหน่อยแฮะ

หลินโม่เองก็จิบไปคำหนึ่ง รสชาติเยี่ยมจริงๆ หวานติดปลายลิ้น กลิ่นชาหอมฟุ้ง ดีกว่าชาที่เขาเคยดื่มมาหลายขุม สมกับเป็นของแพงจริงๆ

ขณะที่หลินโม่กับคุณนายเจียงกำลังดื่มด่ำกับรสชาติชาอย่างเงียบๆ หยวนมิ่งที่นั่งอยู่ข้างๆ เห็นท่าทางเก๊กหล่อของเขาก็หลุดปากออกมาว่า:

“นายนี่มันจะเก๊กไปถึงไหนวะ!”

หลินโม่: ... คุณนายเจียง: ...

จบบทที่ บทที่ 15 ชงชา

คัดลอกลิงก์แล้ว