- หน้าแรก
- ผมซื้อของถูกราคาหลักหน่วย แต่ระบบกลับให้ของจริงราคาหลักล้าน!
- บทที่ 1 นี่ฉันเป็นอัจฉริยะงั้นเหรอ? “เข้างานแปดโมงเช้าเนี่ยนะ”
บทที่ 1 นี่ฉันเป็นอัจฉริยะงั้นเหรอ? “เข้างานแปดโมงเช้าเนี่ยนะ”
บทที่ 1 นี่ฉันเป็นอัจฉริยะงั้นเหรอ? “เข้างานแปดโมงเช้าเนี่ยนะ”
บทที่ 1 นี่ฉันเป็นอัจฉริยะงั้นเหรอ? “เข้างานแปดโมงเช้าเนี่ยนะ”
ฤดูร้อนอันแผดเผา ณ เมืองเจียงหนิง
ภายในอาคารสำนักงานแห่งหนึ่ง หลังจากหลินโม่ทานมื้อเที่ยงเสร็จ ทันทีที่เขาผลักประตูบริษัทเข้าไป ก็เห็นร่างเล็กกะทัดรัดยืนเท้าสะเอว พลางชี้หน้าด่ากราดชายวัยกลางคนอายุราวสามสิบปีเศษอย่างดุเดือดจนบรรยากาศคุกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายสงคราม
แต่เมื่อเขามองใบหน้าของคู่กรณีทั้งสองชัดๆ ก็รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง
หญิงสาวคนนั้นชื่อหยวนมิ่ง เธอเข้าทำงานก่อนเขาปีเศษในตำแหน่งพนักงานทั่วไป ส่วนชายวัยกลางคนตรงหน้าคือต่งต้าเว่ย ผู้จัดการแผนกของพวกเขา
ตามหลักแล้ว พนักงานทั่วไปย่อมไม่กล้าต่อปากต่อคำกับหัวหน้างานเช่นนี้ แต่ใครใช้ให้คุณหนูหยวนมิ่งคนนี้ครองตำแหน่งยอดนักขายอยู่บ่อยครั้งกันล่ะ มิหนำซ้ำเขายังได้ยินมาว่าทางบ้านของเธอฐานะดีทีเดียว ที่มาทำงานก็แค่หาอะไรทำแก้เซ็นเท่านั้น ซึ่งเรื่องพวกนี้หลินโม่ล้วนได้ยินมาจากวงสนทนาตอนว่างงานทั้งสิ้น
ส่วนต่งต้าเว่ยนั้นต่างออกไป เขาเป็นที่เกลียดชังของพนักงานระดับล่างอย่างมาก สาเหตุหลักมาจากความชอบประจบประแจงผู้บริหารระดับสูงโดยการหาเรื่องกดขี่ลูกน้องคนอื่น ถ้าความสัมพันธ์กับพนักงานจะดีก็แปลกแล้ว
ทันทีที่หลินโม่เปิดประตู เสียงภายในห้องก็เงียบกริบลงทันที ทุกสายตาจับจ้องมาที่เขา สถานการณ์เช่นนี้บอกได้คำเดียวว่าน่ากระอักกระอ่วนใจอย่างยิ่ง
ในขณะที่หลินโม่กำลังยืนอึ้ง ประตูห้องทำงานของผู้อำนวยการที่อยู่ด้านในสุดก็เปิดออก ตามมาด้วยเสียงตวาดอย่างมีอารมณ์ของผู้อำวยการ:
“ต่งต้าเว่ย ทำอะไรของแก เอะอะโวยวายอะไร เข้ามานี่!”
เมื่อได้ยินดังนั้น ต่งต้าเว่ยก็ถลึงตาใส่หยวนมิ่งทีก่อนจะสะบัดหน้าเดินไปยังห้องผู้อำนวยการ ฝ่ายหยวนมิ่งก็ไม่ยอมแพ้ เธอแค่นเสียงเหอะออกมาทีหนึ่งพร้อมกับชูนิ้วกลางตามหลังไปอย่างไม่เกรงใจ
เมื่อประตูห้องผู้อำนวยการปิดลง หลินโม่จึงรีบปรี่เข้าไปหาหยวนมิ่งแล้วถามเบาๆ ว่า “พี่หยวน เกิดอะไรขึ้นครับ เจ้าอ้วนต่งมันหาเรื่องอะไรพี่อีก?”
หลินโม่เป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานที่ยังเรียนไม่จบ เขามาที่นี่เพื่อเก็บชั่วโมงฝึกงานประกอบการเรียน ประกอบกับหน้าตาที่ดูสะอาดสะอ้าน แววตาแฝงไปด้วยความใสซื่อ (ที่บางคนมองว่าดูบื้อนิดๆ) และนิสัยส่วนตัวที่เข้ากับคนง่าย เขาจึงมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงานเกือบทุกคน
“จะเรื่องอะไรได้อีกล่ะ เรื่องกิจกรรมสานสัมพันธ์บริษัทช่วงสุดสัปดาห์นี้ไง รู้ใช่ไหม?”
หยวนมิ่งสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะถามเขากลับ
“รู้ครับ ก็เห็นแจ้งล่วงหน้ามาสามวันแล้วไม่ใช่เหรอ?” หลินโม่ตอบ
หยวนมิ่งหัวเราะเยาะในลำคอก่อนจะพูดว่า “มันเปลี่ยนประกาศกะทันหันน่ะสิ! จากเดิมที่ให้เข้าร่วมตามสมัครใจ กลายเป็นบังคับต้องเข้าทุกคน แถมค่าใช้จ่ายส่วนตัวยังขยับจากคนละ 200 เป็น 500 หยวน ถุย! อยากได้เงินจนบ้าไปแล้วมั้ง!”
หลินโม่เบิกตาค้างทันที เดิมทีการจัดกิจกรรมวันหยุดที่ต้องเสียเงินเองก็น่าตำหนิพออยู่แล้ว และเขาก็ไม่ได้คิดจะไปแต่แรกด้วย ใครจะไปนึกว่านอกจากจะบังคับแล้วยังมาอัปราคาขึ้นอีก ใครมันจะไปรับได้
“หือ? ทำแบบนี้ก็ได้เหรอครับ?” หลินโม่ขมวดคิ้ว
ก่อนที่หยวนมิ่งจะได้พูดอะไรต่อ ใบหน้าขาวอวบใหญ่โตหน้าหนึ่งก็ยื่นเข้ามาแทรก:
“แปดเก้าส่วนไม่หนีจากนี้หรอก ข่าวกรองล่าสุดบอกว่า ช่วงนี้ดูเหมือนจะมีผู้บริหารจากสำนักงานใหญ่ลงมาตรวจงาน หัวหน้าเราก็เลยต้องเตรียมการต้อนรับ มีคนบอกว่าเจ้าอ้วนต่งเป็นคนเสนอให้เพิ่มงบกิจกรรมสานสัมพันธ์ ส่วนเงินที่เหลือน่ะเหรอ ก็เอาไปใช้รับรองแขกประจบประแจงเจ้านายยังไงล่ะ”
ผู้มาใหม่คือจางเว่ย เขาเป็น 'หน่วยข่าวกรอง' ประจำบริษัทที่ขึ้นชื่อเรื่องความสอดรู้สอดเห็นและรักการเผือกเป็นชีวิตจิตใจ
“นายไปเอาข่าวมาจากไหนอีกเนี่ย?” หลินโม่ถาม
“ได้ยินว่ามีคนไปนั่งทำธุระในห้องน้ำตอนพักเที่ยง แล้วแอบได้ยินข่าววงในมาน่ะ”
หลินโม่: ... วงในจริงๆ ด้วย วงในห้องน้ำเนี่ยนะ
ในขณะที่ทั้งสามคนกำลังซุบซิบนินทากันอยู่ พนักงานคนอื่นๆ ที่ทยอยกลับเข้ามาในบริษัทต่างก็เริ่มวิพากษ์วิจารณ์กันเสียงเบาจนบรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงบ่นระงม
ในตอนนั้นเอง ประตูห้องทำงานผู้อำนวยการก็เปิดออก หญิงสาวในชุดทำงานสวมถุงน่องสีดำรองเท้าส้นสูงก้าวออกมา เธอคือเลขานุการของผู้อำนวยการนั่นเอง
“หยวนมิ่ง แผนกขาย ผู้อำนวยการเรียกพบค่ะ”
สิ้นเสียงนั้น ทุกสายตาต่างหันไปมองคุณหนูหยวนร่างเล็กทันที
ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นเรื่องเมื่อครู่นี้แน่นอน ในเมื่อมียอดนักขายอย่างหยวนมิ่งออกหน้าคัดค้านเสียงแข็ง แถมยังด่ากับผู้จัดการแผนกจนเละเทะขนาดนี้ หากเรื่องนี้ไม่คลี่คลาย บริษัทก็อย่าหวังจะจัดกิจกรรมสานสัมพันธ์ได้อย่างราบรื่นเลย ดีไม่ดีอาจจะเกิดเรื่องวุ่นวายตามมา เพราะหยวนมิ่งเองก็ถือเป็นคนดังของบริษัทอยู่ไม่น้อย
“พี่หยวน งานนี้ดูท่าจะมาไม่ดีนะครับ!” หลินโม่กระซิบพลางยักคิ้วยิ้มๆ
หยวนมิ่งแค่นยิ้มเย็น: “คิดว่าพี่แกจะกลัวมันหรือไง?”
หลินโม่รีบส่ายหัวรัวๆ : “เปล่าๆ ครับ ผมจะบอกว่า พี่หยวนเป็นถึงยอดนักขายที่ปิดดีลใหญ่ให้บริษัทมาตั้งไม่รู้เท่าไหร่ เจอสถานการณ์มานักต่อนัก อย่าไปยอมเสียเหลี่ยมเชียวนะครับ!”
จางเว่ยที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ยื่นหน้าอวบๆ เข้ามาสมทบ: “ใช่ครับ จัดเต็มไปเลย!”
หยวนมิ่งมองทั้งสองคน สูดลมหายใจเข้าลึกๆ สะบัดเปียผมหนาๆ ไปไว้ข้างหลัง แล้วสะบัดมือขวาเบาๆ : “ไปล่ะ”
จากนั้นเธอก็สาวเท้าสั้นๆ เดินตามเลขานุการสาวไป ระหว่างทางพนักงานคนอื่นๆ ต่างส่งสายตาให้กำลังใจ บางคนถึงกับชูนิ้วโป้งให้ประหนึ่งจะบอกว่า ‘พี่หยวน สุดยอดมาก!’
ทันทีที่หยวนมิ่งก้าวเข้าห้องทำงานผู้อำนวยการ ประโคมประตูยังไม่ทันจะปิดสนิท เสียงแผดตวาดหวานใสก็ดังรอดออกมา:
“ไอ้อ้วนต่ง ฉันขอเยส...”
ตามมาด้วยเสียง ‘ปัง!’ ของประตูที่ปิดฉากลง แม้จะไม่ได้ยินประโยคถัดไป แต่ทุกคนก็พอจะเดาได้ว่าข้างในเกิดอะไรขึ้น
หลินโม่กับจางเว่ยสบตากัน ก่อนจะชูนิ้วโป้งขึ้นมาพร้อมกัน
“พี่หยวนโคตรเจ๋ง!” x2
เมื่อเวลาทำงานช่วงบ่ายเริ่มขึ้น ทุกคนต่างก็แยกย้ายกลับไปยังที่นั่งของตน
หลินโม่นั่งลงหน้าคอมพิวเตอร์ ไม่นานนักเขาก็เริ่มทำหน้าอมทุกข์ เขาเรียนจบสายคอมพิวเตอร์มา ตอนนี้สถานะคือว่าที่โปรแกรมเมอร์ฝึกหัด เทคนิคขั้นสูงอะไรเขายังทำไม่เป็นสักอย่าง ความรู้ที่มีก็แค่พื้นฐานทั่วไป จึงจัดการได้เพียงงานง่ายๆ เท่านั้น
โชคดีที่รุ่นพี่อย่างพี่หวังเคยบอกเขาไว้ว่า การที่ทำไม่ได้ในตอนนี้เป็นเรื่องปกติ ให้ทำงานไปเรียนรู้ไป เดี๋ยวก็เป็นเอง! ด้วยเหตุนี้ หลินโม่จึงรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดเข้าลิงก์ที่พี่หวังส่งมาให้ แล้วนั่งดูวิดีโอสอนงานเพื่อทำความเข้าใจด้วยตัวเอง
ทันใดนั้น หน้าจอโทรศัพท์ก็เกิดอาการจอฟ้าจนเขาตกใจแทบสะดุ้ง
“เชี่ย! ติดไวรัสป่ะเนี่ย!”
หลินโม่ใช้สกิลพื้นฐานของคนทั่วไปทันที นั่นคือการตบมือถือไปสองทีแรงๆ
เชื่อไหมล่ะ... มันหายเฉยเลย
เพียงแต่บนหน้าจอมีหน้าต่างโฆษณาประหลาดเด้งขึ้นมา
[สั่งซื้อวันละหนึ่งรายการ ไม่ต้องรวมกลุ่มซื้อ ไม่ต้องต่อราคา ไม่ต้องดึงคนเข้ากลุ่ม รับประกันของแท้แน่นอน]
ด้านล่างมีรายการสินค้า 4 อย่าง แสดงเด่นหราเต็มหน้าจอ ได้แก่: [วิดีโอสอนเขียนโปรแกรมพื้นฐานฉบับเร่งรัดใน 10 นาที: ¥0.51]
[ปืนพก Desert Eagle สีชมพู แถมฟรีลูกกระสุน 300 นัด: ¥2.85]
[Lamborghini Black Gold Edition V12 ราคาโปรโมชั่น: ¥12.9]
[จี้ทองคำแท้ 24K รูปน้ำเต้า หนัก 7.8 กรัม ราคาลดกระหน่ำ: ¥1.89]
หลินโม่: ... เขามองผ่านๆ แล้วก็อดไม่ได้ที่จะกลอกตา หน้าต่างป๊อปอัปสไตล์พินซีซีแบบนี้ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นยังไง
เขาเตรียมจะปัดหน้าจอเพื่อกดปิดทันที แต่แล้วเขาก็ขำไม่ออก เมื่อนิ้วมือดันไปสัมผัสโดนตัวเลือกแรกเข้าพอดี หน้าจอเด้งเข้าสู่หน้าชำระเงินทันที และในพริบตามันก็แจ้งเตือนว่าเขาจ่ายเงินไป 0.51 หยวนเรียบร้อยแล้ว
“ชิบหาย! จ่ายเงินแบบไม่ต้องใส่รหัสเหรอ ฉันไปตั้งค่าไว้ตอนไหนวะ?”
เมื่อมองหน้าจอที่แสดงการชำระเงินสำเร็จ หลินโม่แทบจะร้องไห้ออกมา ในใจคิดว่าเดี๋ยวจะลบแอปพินซีซีทิ้งทันที โชคดีที่เงินมันไม่เยอะ ไม่อย่างนั้นเขาคงเสียดายจนขาดใจตายแน่ๆ
ทว่าไม่นานนัก แววตาของเขาก็เปลี่ยนเป็นความตกตะลึง เมื่อวิดีโอสอนเขียนโปรแกรมเริ่มเล่นขึ้น ชายหัวล้านคนหนึ่งในคลิปเริ่มพูดอธิบายไปเรื่อยๆ แต่น่าแปลกที่ยิ่งฟังตามคำอธิบาย หลินโม่กลับพบว่าตัวเองเข้าใจมันอย่างลึกซึ้ง ราวกับใช้สมองระดับมัธยมปลายมานั่งเรียนคณิตศาสตร์ประถมสอง มันง่ายดายเหลือเกิน เพียงแค่ 10 นาทีผ่านไป เขาก็เข้าใจความรู้ระดับพื้นฐานของโปรแกรมเมอร์ได้อย่างแตกฉาน
ผ่านไปครู่หนึ่ง หลินโม่พึมพำออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ:
“หรือว่าฉันจะเป็นอัจฉริยะจริงๆ?”
“นี่มันพรสวรรค์ของฉันเหรอ?”