- หน้าแรก
- ตำนานมังกรบรรพกาลแห่งโลกวิญญาณยุทธ์
- บทที่ 340 ศักดิ์ศรีของถังซาน
บทที่ 340 ศักดิ์ศรีของถังซาน
บทที่ 340 ศักดิ์ศรีของถังซาน
“ถังซาน เรื่องนี้ข้าปิดบังเจ้ามานานแล้ว แต่ถึงเวลา…ที่เจ้าควรรู้ความจริง”
อาจารย์ใหญ่ถอนหายใจกล่าว
หัวใจถังซานสั่นสะเทือน เขารอคำตอบด้วยความคาดหวังอย่างยิ่ง
ตั้งแต่วันที่เขาใช้วิญญาณยุทธ์ดวงที่สอง ในช่วงสุดท้ายของรอบคัดเลือกความสงสัยมากมายก็เกิดขึ้นในใจเขา
ในตอนนั้นเขาได้ยินเสียงอุทานของผู้คน จึงรู้ว่าวิญญาณยุทธ์ดวงที่สองของตน
มีชื่อว่าค้อนฮ่าวเทียน
คำว่า “ฮ่าวเทียน” มีความหมายยิ่งใหญ่ในโลกวิญญาจารย์ มันคือสัญลักษณ์ของสำนักที่เคยแข็งแกร่งที่สุด ในทวีปโต่วหลัว สำนักฮ่าวเทียน
และวิญญาณสืบทอดของสำนักฮ่าวเทียนก็คือค้อน ที่มีชื่อว่าค้อนฮ่าวเทียน
เช่นเดียวกันในเวลานั้น ถังซานยังไม่แน่ใจว่าวิญญาณของตนคือค้อนฮ่าวเทียนของสำนักฮ่าวเทียนจริงหรือไม่
หลังการแข่งขันเขาเคยถามอาจารย์ใหญ่ แต่อาจารย์ใหญ่ไม่ยอมบอกเพียงกล่าวว่าอย่าถามมากเมื่อถึงเวลา…เขาจะรู้เอง
ถังซานเชื่อฟังและไม่เคยถามเรื่องค้อนฮ่าวเทียนอีกเลย
บัดนี้เมื่ออาจารย์ใหญ่บอกว่าจะเล่าความจริง ถังซานก็คิดถึงวิญญาณยุทธ์ของตนทันทีหรือว่าวิญญาณของเขาเกี่ยวข้องกับสำนักฮ่าวเทียนจริง ๆ?
หากเป็นเช่นนั้นก็ไม่แปลกเลย ที่มีอัครพรหมยุทธ์คอยปกป้องเขาอยู่ในเงามืดและหากเป็นเช่นนั้นจริง…แล้วบิดาของเขาแท้จริงแล้วเป็นใครกันแน่?
ยิ่งคิด หัวใจก็ยิ่งเต้นแรง
ถังซานกล่าวเสียงเร่ง
“อาจารย์ ขอท่านบอกข้าเถิด”
อาจารย์ใหญ่กล่าว
“เจ้าเคยถามข้าถึงความลับของค้อนฮ่าวเทียนใช่หรือไม่ วันนี้ข้าจะบอกเจ้า”
“วิญญาณยุทธ์ของเจ้าคือค้อนฮ่าวเทียน วิญญาณสืบทอดของสำนักฮ่าวเทียน
และเจ้า…คือศิษย์สายตรงของสำนักฮ่าวเทียน!”
“เป็นเช่นนี้จริง…”
ถังซานคิดในใจเพราะเขาเดาไว้แล้วจึงไม่ได้ตกใจมากนัก
หม่าหงจวิ้นตบต้นขา
“ข้ารู้แล้ว! ตอนที่ถังซานใช้ค้อนฮ่าวเทียน ข้าก็เดาไว้อยู่แล้วว่าเขาต้องเกี่ยวข้องกับสำนักฮ่าวเทียนที่แท้ก็จริง!”
ไต้มู่ไป๋กล่าว
“ถังซาน ยินดีด้วย”
ถังซานรีบถาม
“อาจารย์ แล้วบิดาของข้า..ถังฮ่าว เขาก็มีค้อนฮ่าวเทียนเช่นกันหรือไม่?”
พูดจบ เขามองอาจารย์ใหญ่ย์ด้วยสายตาคาดหวัง
ถังซานรักบิดาของตนมาก บิดาหายไปแปดปีเต็มเขาเฝ้าคิดถึงและกังวลอยู่เสมอ
เมื่อรู้ว่าวิญญาณของตน คือค้อนฮ่าวเทียนจริง ๆ ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาก็คือบิดา
อาจารย์ใหญ่ยิ้มแล้วพยักหน้า
“ใช่ บิดาของเจ้าก็มีค้อนฮ่าวเทียนเช่นกัน”
ถังซานเงียบไป คำถามใหม่ ๆ ผุดขึ้นในใจไม่หยุด
ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาจึงถาม
“หากค้อนฮ่าวเทียนทรงพลังถึงเพียงนี้ เหตุใดบิดาข้าจึงเป็นเพียงช่างตีเหล็กตกอับ
ชีวิตย่ำแย่ยิ่งกว่าชาวบ้านทั่วไป?”
อาจารย์ใหญ่ถอนหายใจ
“เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับตัวตนของบิดาเจ้า”
“บิดาของเจ้าชื่อถังฮ่าว เจ้ารู้หรือไม่ว่าชื่อนี้หมายถึงอะไร?”
ถังซานคิดครู่หนึ่งแล้วส่ายหน้า
“เช่นนั้น…เจ้ารู้จักอัครพรหมยุทธ์ฮ่าวเทียนหรือไม่?”
อาจารย์ใหญ่ถามต่อ
“รู้ นั่นคืออัครพรหมยุทธ์ที่แข็งแกร่งที่สุดของสำนักฮ่าวเทียน
หรือว่า…”
ดวงตาถังซานเบิกกว้างเสียงสั่นด้วยความตกตะลึง
“หรือว่าบิดาของข้า…จะเป็นอัครพรหมยุทธ์ฮ่าวเทียน?!”
“ถูกต้อง”
อาจารย์ใหญ่ตอบอย่างหนักแน่น
“บิดาของเจ้าคืออัครพรหมยุทธ์ฮ่าวเทียน”
ถังซานตะลึงงัน
บิดาผู้ตกต่ำ เมามายทั้งวัน ที่เขาเคยเห็นมาตลอดแท้จริงแล้วคืออัครพรหมยุทธ์
ผู้มีชื่อเสียงไปทั่วทั้งทวีป!
ความจริงนี้รุนแรงเกินกว่าจะรับได้ในทันที
แต่ท่ามกลางความตกตะลึงความภาคภูมิใจที่ไม่เคยมีมาก่อนก็เอ่อล้นขึ้นในใจเขา
จะไม่ให้ภาคภูมิใจได้อย่างไร เมื่อบิดาของเขาคืออัครพรหมยุทธ์
และยังเป็นอัครพรหมยุทธ์ฮ่าวเทียนอันเลื่องชื่อ!
ไต้มู่ไป๋และศิษย์คนอื่น ๆต่างตกตะลึงไม่แพ้กัน
พวกเขาไม่เคยคาดคิดว่าบิดาของถังซานจะเป็นยอดผู้แข็งแกร่งถึงเพียงนี้
สายตาที่ไต้มู่ไป๋มองถังซาน ยิ่งเปล่งประกาย
ถังซานผู้นี้คือเสาหลักอย่างแท้จริง!
เพียงได้ผูกสัมพันธ์กับเขา ต่อให้แพ้การแย่งชิงตำแหน่งกับไต้อวิ๋นซือ
ก็ไม่มีใครกล้าแตะต้อง!
อารมณ์ของไต้มู่ไป๋พลันดีขึ้นลับ ๆ
ผ่านไปเนิ่นนานถังซานจึงตั้งสติได้แล้วถามต่อ
“ในเมื่อบิดาข้าเป็นอัครพรหมยุทธ์ฮ่าวเทียน เหตุใดเขาจึงตกต่ำถึงเพียงนั้น?”
อาจารย์ใหญ่กล่าว
“เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปหลายปีก่อน”
“ข้าได้ยินมาว่าในอดีตบิดาเจ้าทำให้เชียนสวินจี๋ สังฆราชคนก่อนของวิหารวิญญาณ
บาดเจ็บสาหัส”
“ไม่นานหลังจากนั้นเชียนสวินจี๋ก็เสียชีวิตและเมื่อบีบี้ตงขึ้นสู่อำนาจ นางนำกองกำลังบุกโจมตีสำนักฮ่าวเทียน สังหารคนของสำนักไปจำนวนมาก”
“บิดาเจ้าก็เป็นหนึ่งในผู้ถูกล่า ข้าคิดว่าเขาคงพาเจ้าไปซ่อนตัวที่หมู่บ้านฮันต์วิญญาณ
เพื่อหลบหนีการไล่ล่าของวิหารวิญญาณ”
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้อาจารย์ใหญ่หยุดลง
เขาเห็นว่าใบหน้าถังซานมืดครึ้มอย่างน่ากลัวและมีจิตสังหารแผ่ออกมาเล็กน้อย
“วิหารวิญญาณ…อีกแล้ว!”
ถังซานกัดฟัน
“บุกสำนักฮ่าวเทียน ทำให้บิดาและข้าต้องอยู่อย่างยากลำบากและยังทรมานอาจารย์ถึงเพียงนี้!”
“พวกมันเกินไปแล้วจริง ๆ คิดว่าไม่มีใครจัดการพวกมันได้หรือ?!”
จิตสังหารของถังซาน ยิ่งรุนแรงขึ้น
“ตั้งแต่นี้ไปวิหารวิญญาณคือศัตรูของข้า ถังซานข้าจะทำให้วิหารวิญญาณ
หายไปจากทวีปโต่วหลัวให้ได้!”
“ถังซาน ข้าสนับสนุนเจ้า”
ไต้มู่ไป๋รีบกล่าว
“หากเจ้าจะทำลายวิหารวิญญาณ นับข้า…ไต้มู่ไป๋..รวมไปด้วย!”
ถังซานหันมาถามอาจารย์ใหญ่
“อาจารย์ บิดาข้าหายไปหลายปีแล้ว ท่านรู้หรือไม่ว่าเขาไปอยู่ที่ใด?”
อาจารย์ใหญ่ส่ายหน้า
“ข้าก็ไม่รู้ ครั้งแรกที่เจ้าได้หยุดจากสถาบันนั่วติง เขามาหาข้าขอให้ข้าดูแลเจ้าให้ดี
บอกว่าเขามีเรื่องต้องจัดการหลังจากนั้น ข้าก็ไม่เคยพบเขาอีกเลย”
ฟู่หลันเต๋อกล่าว
“ข้าเห็นเขาเมื่อปีก่อน ตอนนั้นถังซานเพิ่งมาที่สถาบันสื่อไหลเค่อและถูกจ้าวอู๋จี๋ทำร้ายหนัก คืนนั้นถังฮ่าวมาและซัดอู๋จี๋ซะยับจากนั้นก็ฝากพวกเราดูแลถังซาน”
“ฟู่หลันเต๋อ เรื่องนั้นไม่ต้องพูดถึงได้ไหม…”
จ้าวอู๋จี๋หน้าเสีย
ครั้งนั้นเขาถูกถังฮ่าวซัดช้ำไปทั้งตัวหลายวันกว่าจะหาย
อาจารย์ใหญ่กล่าว
“ดูเหมือนถังฮ่าวจะทำเรื่องของตนเองเพียงแอบกลับมาดูถังซานเป็นครั้งคราว”
“น่าจะเป็นเช่นนั้น”
ฟู่หลันเต๋อพยักหน้า
ถังซานกำมือแน่น
“ท่านพ่อ…ตอนนี้ท่านอยู่ที่ไหน ท่านรู้หรือไม่ว่าถังซานคิดถึงท่านเพียงใด…”
จ้าวอู๋จี๋ถาม
“อาจารย์ใหญ่ ท่านมาที่เมืองวิญญาณก่อน ได้สืบเรื่องทีมสถาบันวิหารวิญญาณหรือไม่?”
อาจารย์ใหญ่ส่ายหน้า
“ไม่ เดิมทีข้าตั้งใจสืบอย่างละเอียดแต่ถูกทรมานกว่าสิบวันไม่มีโอกาสเลย”
ฟู่หลันเต๋อกล่าว
“ไม่เป็นไรยังมีเวลาอีกสามวัน ข้าไม่เชื่อว่าทีมใหม่ของวิหารวิญญาณจะไม่เปิดเผยอะไรเลย”
อาจารย์ใหญ่พยักหน้า
“เช่นนั้นสามวันนี้พวกเจ้าฝึกฝนอยู่ในโรงแรม พวกข้าแก่ ๆ จะออกไปหาข่าว”
ฟู่หลันเต๋อรีบกล่าว
“เสี่ยวกัง เจ้าต้องไม่ออกไป คนเมืองวิญญาณไม่เป็นมิตรกับเจ้า”
อาจารย์ใหญ่คิดครู่หนึ่ง
“ได้”
เขาลุกขึ้น
“ถังซาน ไปขอบคุณองค์ชายด้วยตนเองกับข้าเถิด เขายังต้องไปขอความเมตตาจากวังสังฆราชให้เรา เราจะได้เข้าร่วมการแข่งขันหรือไม่ขึ้นอยู่กับเขา”