เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 255 หนิงเฟิงจื้อสะกดรอย

บทที่ 255 หนิงเฟิงจื้อสะกดรอย

บทที่ 255 หนิงเฟิงจื้อสะกดรอย


หนิงเฟิงจื้อพยักหน้าหลายครั้งก่อนจะกล่าว

“ไม่เลวเลย ข้าชอบเด็กหนุ่มที่ขยันขันแข็งที่สุด ต่างจากเจ้าพวกเกาะผู้หญิงไปวัน ๆ อย่างอ้าวเทียน ไม่มีแม้แต่คลื่นพลังวิญญาณให้เห็นสักนิด”

อาจารย์ใหญ่กับถังซานสบตากัน แต่ไม่มีใครปริปากพูดถึงระดับพลังของอ้าวเทียนแม้แต่น้อย

เมื่อเอ่ยถึงเรื่อง “เจ้าชู้ลุ่มหลงหญิง” หนิงเฟิงจื้อก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงลูกสาวสุดรักอีกครั้ง หัวใจเต็มไปด้วยความกังวล

ไม่นานนัก กู่เยวี่ยนาก็พูดขึ้น

“ไปกันเถอะ ที่โรงประมูลนี่ไม่มีอะไรน่าสนุกแล้ว ออกไปเดินเล่นหาของกินดีกว่า”

“งั้นก็ไปเถอะ” อ้าวเทียนลุกขึ้น

เหล่าสาว ๆ พากันลุกตาม เดินเข้าไปในทางออกพิเศษของวีไอพีเพื่อออกไปด้านนอก

ทันทีที่เห็นภาพนั้น หนิงเฟิงจื้อก็ลุกขึ้นทันที

“วันนี้ขอลาเพียงเท่านี้ ข้ายังต้องตามหาอ้าวเทียน หากพวกเจ้ามาถึงสำนักหอแก้วเจ็ดแสมบัติเมื่อใด ข้าจะต้อนรับอย่างดี”

“หากท่านหาพบว่าพวกเขาพักอยู่ที่ใด รบกวนแจ้งพวกเราที่สถาบันสื่อไหล่เคอด้วยนะ”

อาจารย์ใหญ่เอ่ยขึ้น

ในใจเขายังไม่ละความคิดเรื่อง “สมุนไพร” แม้เวลาจะผ่านไปนาน และอ้าวเทียนอาจกินไปหมดแล้ว แต่หากยังเหลืออยู่บ้าง… ย่อมต้องเอาคืน!

ท้ายที่สุดสมุนไพรพวกนั้นก็เป็นของที่ถังซานเป็นคนพบก่อน อาจารย์ใหญ่ไม่มีวันยอมให้ใครแย่งไปง่าย ๆ

หนิงเฟิงจื้อพยักหน้า

“ได้ หากข้าหาพบ จะให้คนไปแจ้งข่าวทันที”

พูดจบ เขาก็รีบเดินออกไปจากโรงประมูลทันที

“อาจารย์ ท่านคิดว่าหนิงเฟิงจื้อจะตามอ้าวเทียนไปถึงที่พักได้จริงหรือ?”

ถังซานถามอย่างไม่สบายใจ

เพราะการสะกดรอยไม่ใช่สิ่งที่ใครก็ทำได้ หากโดนอ้าวเทียนจับได้… อาจเป็นเรื่องใหญ่

หากเป็นตัวเขาเองล่ะก็ เขามั่นใจว่าสามารถติดตามโดยไม่ถูกจับได้แน่นอน

เพราะวิชาหลักอย่าง “เคล็ดสวรรค์เร้นลับ” ของเขานั้นเน้นการซ่อนตัวโดยเฉพาะ บวกกับ “ม่านตาปีศาจม่วง” ที่ใช้สังเกตการณ์ระดับสูง ไม่มีทางพลาดเป้าหมายเด็ดขาด

เสียดาย… ขาเขายังไม่หายดี จึงไม่อาจตามไปเองได้

อาจารย์ใหญ่หัวเราะเบา ๆ

“เจ้าคิดมากไปแล้ว ถึงหนิงเฟิงจื้อจะไม่ใช่นักสู้ที่เก่งที่สุด แต่เขาเป็นถึงประมุขสำนักและยังเป็นผู้ใช้วิญญาณระดับเจ็ดสิบเก้า อย่าดูถูกเขาเชียวนะ”

ถังซานพยักหน้า

“ขอให้เขาพาหนิงหรงหรงกลับมาได้จริง ๆ นางอยู่กับอ้าวเทียนนานวันเข้า อาจโดนลากไปผิดทางก็ได้”

จู่ ๆ อาจารย์ใหญ่ก็หัวเราะมีนัย

“เสี่ยวซาน เจ้าคิดอย่างไรกับหนิงหรงหรง?”

ถังซานตอบ

“นางก็ไม่เลว แม้จะนิสัยคุณหนูอยู่บ้าง แต่นางก็อดทน และขยันพอสมควร”

อาจารย์ใหญ่ส่ายหัว

“ข้าไม่ได้ถามแบบนั้น ข้าหมายถึง… ถ้านางเป็นแฟนของเจ้า เจ้าจะว่าอย่างไร?”

ถังซานอึ้งไปทันที ไม่คิดว่าอาจารย์จะถามเรื่องแบบนี้

ในใจเขานึกถึง กู่เยวี่ยนา ขึ้นมาทันที

หากจะเลือกผู้หญิงสักคนที่เหมาะกับเขาที่สุด ต้องเป็นกู่เยวี่ยนาแน่นอน

แต่… กู่เยวี่ยนาเป็นของอ้าวเทียนไปแล้ว

เมื่อเปรียบเทียบหนิงหรงหรงกับกู่เยวี่ยนา เขาก็ได้แต่ยอมรับในใจว่า… หนิงหรงหรงยังด้อยกว่าอยู่มาก

เขาจึงส่ายหน้า

“อาจารย์… ข้ายังเด็ก ยังไม่อยากปล่อยให้เรื่องพวกนี้มาขัดขวางการฝึกบำเพ็ญ เรื่องพรรค์นั้นเอาไว้ค่อยพูดกันวันหน้าดีกว่า”

อาจารย์ใหญ่หัวเราะ

“หนิงหรงหรงเป็นเด็กดีนะ เมื่อครู่หนิงเฟิงจื้อก็ถามว่าเจ้ามีแฟนหรือไม่ นั่นแปลว่า… เขาเริ่มคิดอยากให้เจ้ากับลูกสาวของเขาคบกันแล้ว หากเจ้าแสดงผลงานให้เขาเห็นดีพอ บางทีเขาอาจทำจริงก็ได้”

ถังซานนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนพูดเสียงเบา

“แต่ถ้าหนิงหรงหรง… เคยกับอ้าวเทียนแล้วจริง ๆ ล่ะ ข้าก็เท่ากับเสียเปรียบสิ?”

อาจารย์ใหญ่ตบไหล่เขา

“เรื่องนั้นยังไม่แน่ รอให้หนิงเฟิงจื้อพานางกลับมาก่อน ค่อยว่ากัน”

ในเวลาเดียวกัน หนิงเฟิงจื้อก้าวออกจากประตูใหญ่ของโรงประมูล ก็เห็นกลุ่มของอ้าวเทียนเดินอยู่ไกลออกไปราวสิบกว่าเมตร

เขาดึงคลื่นพลังทั้งหมดกลับ ราวกับเป็นคนธรรมดาอย่างสมบูรณ์ แม้แต่ความสง่างามตามธรรมชาติก็หายไปในพริบตา ถ้าไม่ติดว่าเสื้อคลุมไหมหรูหราเกินไป เขาก็คงกลมกลืนกับฝูงชนไปแล้ว

แม้เขาจะดูอายุประมาณสี่สิบ แต่ความจริงอายุเกินหกสิบแล้ว เพียงแต่ดูแลร่างกายดี จึงยังดูหนุ่มแน่น

ประสบการณ์ชีวิตของเขาไม่ธรรมดา ในสายตาเขาการสะกดรอยวัยรุ่นไม่กี่คนนั้น เป็นเรื่องง่ายดาย

ด้านหน้าอ้าวเทียนถูกเสี่ยวอู่กับกู่เยวี่ยนาคล้องแขนไว้ทั้งสองข้าง ส่วนจูจู๋ชิงกับเสี่ยวลี่ (สาวแมว) ก็เดินตามติดอยู่ด้านหลัง

หญิงสาวทั้งสี่ต่างมีเสน่ห์เฉพาะตัว แม้จะเห็นเพียงแผ่นหลังก็ยังเร้าอารมณ์ชายทั้งถนน

เรียวขายาว สะโพกกลมกลึง เอวคอดระหง ลำคอขาวผ่อง บางคนอวบอิ่ม บางคนบอบบาง

แต่ทุกคนต่างเดินอย่างสง่างาม

แม้จะสวมผ้าคลุมปิดหน้าแต่ระดับ “หันมองตาม” ก็แทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์

เห็นภาพนั้น หนิงเฟิงจื้อกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว

ในสายตาเขา อ้าวเทียนคือพวกปลิ้นปล้อน ซื้อทาสหญิงเสร็จก็รีบไปทำเรื่องลามกทันที

แล้วจะให้นางอย่างหนิงหรงหรงอยู่ใกล้คนเช่นนี้ได้อย่างไร?

ลูกสาวของเขา งดงามยิ่งกว่าหยกชั้นเลิศ อยู่ในถ้ำเสือ… จะยังรักษาความบริสุทธิ์ได้อย่างไร?

แม้ในใจเขายังหวังเล็ก ๆ ว่าอาจไม่เกิดเรื่อง แต่เขาก็รู้ดี… โอกาสที่ลูกสาวจะถูก “รังแก” มีสูงกว่ามาก

“หากเจ้าทำลายลูกสาวข้า… ข้าจะสับเจ้าเป็นชิ้น!”

หนิงเฟิงจื้อคำรามในใจ

ทันใดนั้นกู่เยวี่ยนาผู้ที่คล้องแขนอ้าวเทียนอยู่ ก็พูดขึ้นเบา ๆ

“มีคนตามเราอยู่”

นางสัมผัสถึงเจตนาร้ายจากหนิงเฟิงจื้อได้ทันที แม้เป้าหมายจะไม่ใช่นางโดยตรง แต่นางอยู่ข้างอ้าวเทียนจึงรู้สึกได้ชัด

เสี่ยวลี่ที่เดินกับจูจู๋ชิงทำท่าจะหันไปมอง แต่จูจู๋ชิงรีบหยุดไว้

“อย่าหันกลับไป” จูจู๋ชิงเตือน

“อื้ม” เสี่ยวลี่พยักหน้า แม้ในใจเต็มไปด้วยความอยากรู้อย่างแรง

เสี่ยวอู่ถาม

“ใครตามเราน่ะ?”

อ้าวเทียนยิ้ม

“เป็นประมุขแห่งสำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติหนิงเฟิงจื้อ”

“หา?! แล้วทำไมเขาตามเราลับ ๆ แบบนี้ล่ะ?” เสี่ยวอู่ตกใจ

“เขานั่งกับอาจารย์ใหญ่กับถังซานเมื่อครู่ อาจารย์ใหญ่บอกเขาว่าหรงหรงอยู่กับข้า

เขาคงคิดว่าข้าเป็นพวกหื่น เลยแอบตามมา”

เสี่ยวอู่ว่า

“เขาเข้าใจเจ้าผิดแล้วสิ หรงหรงก็อยู่ดีมีสุข แล้วจะให้เราบอกเขาไหมจะได้หายห่วง?”

อ้าวเทียนส่ายหน้า

“ไม่ต้องหรอก รอให้หรงหรงกลับไปเอง ค่อยบอกก็พอ ข้าไม่อยากเปลืองลมหายใจกับเขา

อีกอย่าง คนแบบนั้นต่อให้พูด… เขาก็ไม่เชื่ออยู่ดี”

เสี่ยวอู่พยักหน้า

“จริงด้วย หรงหรงยังไม่อยากกลับตอนนี้ งั้นก็ปล่อยไว้ก่อน”

“กลับกันเถอะ” อ้าวเทียนเอ่ย

พวกเขาเลี้ยวเข้าซอยอีกเส้นหนึ่ง

หนิงเฟิงจื้อรีบตามมา แต่เมื่อมาถึงทางแยกเขากลับตกตะลึง

เบื้องหน้า… ว่างเปล่า

ไม่มีแม้อ้าวเทียน หรือเด็กสาวสี่คนที่เดินตามเขา

คนบนถนนก็มีไม่มาก เขาวิ่งไปข้างหน้าอีกเล็กน้อย ตรวจตราร้านค้าทั้งสองข้างอย่างถี่ถ้วน แต่… ไม่มีร่องรอยเลยแม้แต่น้อย

“สารเลว!” หนิงเฟิงจื้อคำรามเบา ๆ สีหน้าเคร่งเครียด

ใครจะเชื่อว่าคำว่า “สารเลว” จะหลุดออกจากปากประมุขผู้สง่างามแห่งสำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติ?

แต่ในตอนนี้ เขาคือพ่อที่กำลังเป็นห่วงลูกสาวยิ่งกว่าสิ่งใด

“ทำไมเจ้าหนุ่มนั่นถึงรู้ว่าข้าตาม? แล้วพวกเขาหายไปไหนกันในเวลาไม่กี่วินาที?”

หนิงเฟิงจื้อมึนงงสุดขีด

แต่ความจริงก็คือกลุ่มของอ้าวเทียนยังเดินอยู่ข้างหน้า เพียงแต่… หนิงเฟิงจื้อมองไม่เห็นพวกเขาเท่านั้น

หนิงเฟิงจื้อก็รีบกลับไปยังโรงแรมที่พักอยู่ เขาจะไปเรียกระดมกำลังของสำนัก

ให้ค้นหาทั้งเมืองเทียนโต้ว เพื่อหาเบาะแสของอ้าวเทียนและ… หนิงหรงหรง

ในสายตาเขา…“ด้วยพลังของสำนักเหอแก้วจ็ดสมบัติแค่หาคน… จะยากเยี่ยงไร?!”

จบบทที่ บทที่ 255 หนิงเฟิงจื้อสะกดรอย

คัดลอกลิงก์แล้ว