เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 220 เจตนาฆ่าของเสวี่ยเอ๋อร์

บทที่ 220 เจตนาฆ่าของเสวี่ยเอ๋อร์

บทที่ 220 เจตนาฆ่าของเสวี่ยเอ๋อร์


ดวงตาสีม่วงอมน้ำเงินของกู่เยวี่ยนาส่องประกายวาววับ ผมเงินยาวสลวยถึงเอว ใบหน้างามละเอียดอ่อนยิ่งนัก รูปร่างอรชรสมส่วน ทั้งยังมีอากัปกิริยาลึกล้ำที่ยากหาคนเทียบได้ เพียงแค่ยืนอยู่ตรงนั้นก็ทำให้เฉียนเสวี่ยเอ๋อร์ถึงกับตะลึง

“หญิงผู้นี้... ช่างสมบูรณ์แบบเหลือเกิน”

นางคิดในใจ

แต่ก่อนนางเคยเชื่อมั่นว่าบีบี้ตงคือสตรีที่งดงามและทรงพลังที่สุดในใต้หล้า กระทั่งเมื่อเติบโตขึ้น เสวี่ยเอ๋อร์เองก็ค่อย ๆ แซงความงามและบารมีของมารดาไปทีละน้อย

ทว่าบัดนี้ นางกลับได้เห็นสตรีอีกผู้หนึ่งที่งามราวเทพธิดา งามคนละแบบกับบีบี้ตง แต่สมบูรณ์ในทุกแง่มุม

แม้แต่ตัวของเฉียนเสวี่ยเอ๋อร์เอง ผู้ที่ไม่เคยรู้สึกด้อยต่อผู้ใด ยังต้องยอมรับว่า… กู่เยวี่ยนา ดงามจนโลกต้องหยุดหมุน

ในขณะเดียวกัน กู่เยวี่ยนาก็จ้องมองเสวี่ยเอ๋อร์เช่นกัน นางเองก็อยากรู้ว่าสตรีที่ทำให้อ้าวเทียนคิดถึงไม่วางตานั้นเป็นคนเช่นไร

เมื่อได้เห็นจริง นางไม่ผิดหวังเลย

เฉียนเสวี่ยเอ๋อร์มีผมสีทองยาวระยับ เป็นลอนเล็กน้อยดุจคลื่นน้ำ รูปร่างสูงสง่า อกเอวชัดเจน ใบหน้าคมคายกว่าสตรีทั่วไป จึงแผ่กลิ่นอายของความองอาจและสูงศักดิ์

“หญิงเช่นนี้... เหมาะกับอ้าวเทียนยิ่งนัก”

กู่เยวี่ยนาคิดในใจ

เพียงมองแวบเดียว นางก็รับรู้ได้ว่าร่างกายของเสวี่ยเอ๋อร์ไม่ได้บริสุทธิ์อีกต่อไป  ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับอ้าวเทียนเมื่อคืน คงไม่ต้องถามให้เสียเวลา

กู่เยวี่ยนายิ้มบาง เดินเข้าไปจับมือนางไว้

“เจ้าคงเป็นเสวี่ยเอ๋อร์สินะ?”

“ใช่เจ้าค่ะ” เซวี่ยเอ๋อร์ตอบอย่างสงบ

ออร่าของกู่เยวี่ยนาช่างทรงพลังจนหญิงที่มักหยิ่งผยองเช่นเสวี่ยเอ๋อร์ กลับรู้สึกเหมือนเป็นน้องสาวที่เชื่อฟังโดยไม่รู้ตัว

“เรียกข้าว่า พี่นาเอ๋อร์ ก็ได้” กู่เยวี่ยนากล่าวเสียงอ่อนโยน

อ้าวเทียนที่ยืนมองอยู่ถึงกับยกมือกุมขมับ

“ยังจะมาแย่งลำดับอาวุโสกันอีกงั้นรึ...”

เสวี่ยเอ๋อร์ลังเลเล็กน้อย ไม่ยอมเรียกทันที แต่หันไปมองหน้าอ้าวเทียนแทน

อ้าวเทียนยิ้มพลางพูด “เรียกเถิด นาเอ๋อร์อายุมากกว่าเจ้าเยอะ ทั้งยังแก่กว่าตงเอ๋อร์ด้วยซ้ำ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เสวี่ยเอ๋อร์ก็หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะกล่าวอย่างเต็มใจ

“พี่นาเอ๋อร์”

“เสวี่ยเอ๋อร์น้องพี่ เจ้าก็งามเหลือเกินจริง ๆ”

“พี่นาเอ๋อร์เองก็เช่นกัน หากข้าเป็นบุรุษ คงหลงรักเจ้าตั้งแต่แรกเห็นแล้ว”

ทั้งสองต่างชมกันด้วยรอยยิ้มอบอุ่น บรรยากาศราวกับรู้จักกันมานาน

มือของทั้งคู่ยังคงจับกันแน่น ก่อนจะนั่งลงที่ขอบเตียง พูดคุยกันอย่างสนิทสนม

ภาพนั้นช่างงดงามจนทำให้อ้าวเทียนอดยิ้มไม่ได้

แต่แล้วกู่เยวี่ยนาก็เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้น

“ว่าแต่... เมื่อคืนเจ้ากับเขา สนุกดีไหมล่ะ?”

เฉียนเสวี่ยเอ๋อร์ถึงกับนิ่งค้าง ใบหน้างามแดงระเรื่อแทบถึงหู

แม้เมื่อคืนจะปล่อยใจจนลืมทุกสิ่ง แต่ให้มาคุยเรื่องเช่นนั้นต่อหน้าสตรีคนอื่น... นางถึงกับพูดไม่ออก

กู่เยวี่ยนาหัวเราะคิก “จะเขินอายไปไยกัน ข้าเองก็ผ่านมาก่อนเจ้าแล้วนี่นา~”

ในชั่วขณะนั้น สตรีสูงส่งผู้นี้กลับกลายเป็นหญิงเจ้าเล่ห์จอมแกล้ง ทำเอาเสวี่ยเอ๋อร์อยากมุดดินหนี

ก่อนหน้านี้กู่เยวี่ยนาไม่มีใครให้พูดคุยเรื่องเช่นนี้ได้เลย เพราะเสี่ยวอู่ยังเด็กเกินไป

ตอนนี้เมื่อเสวี่ยเอ๋อร์ได้กลายเป็นหญิงของอ้าวเทียนอีกคน นางย่อมไม่ต้องเก็บงำอีกต่อไป

“ก็...ก็...” เสวี่ยเอ๋อร์หน้าแดง “อืม...”

“อืม แล้วเจ้าสองคนจบกันตอนฟ้าสางพอดีสินะ?” กู่เยวี่ยนาถามพลางหัวเราะ

เสวี่ยเอ๋อร์ก้มหน้า พูดเสียงแผ่ว “...ใช่ ตอนฟ้าสว่างพอดี”

พูดจบก็เหลือบมองอ้าวเทียนที่ยืนอยู่ตรงประตู หน้าแดงจัดยิ่งกว่าเดิม

อ้าวเทียนทนดูไม่ไหว จึงรีบผลักประตูออกไปข้างนอก

ด้านนอก เสี่ยวอู่ หนิงหรงหรง และจูจู๋ชิง ต่างกำลังฝึกพลังวิญญาณอยู่ในห้องของตน

แม้ออกจากโรงเรียนสื่อไหล่เคอมาแล้ว แต่ทุกคนยังคงรักษานิสัยตั้งใจฝึกฝนเช่นเดิม

แต่เนื่องจากเรือนนี้สร้างด้วยไม้ เสียงจึงลอดได้ง่าย พวกนางได้ยินบทสนทนาระหว่างกู่เยวี่ยนากับเสวี่ยเอ๋อร์อยู่ราง ๆ

เสี่ยวอู่หูไวที่สุด รีบลุกพรวดออกมา หนิงหรงหรงกับจูจู๋ชิงก็ตามมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น

ทันทีที่เปิดประตูออก ก็เห็นอ้าวเทียนยืนอยู่พอดี

“พี่สาวเสวี่ยเอ๋อร์มาหรือ?” เสี่ยวอู่ถามเสียงใส

“มาแล้วอยู่ข้างใน คุยกับพี่นาเอ๋อร์อยู่” อ้าวเทียนตอบพร้อมรอยยิ้ม

“งั้นข้าไปดู!” เสี่ยวอู่รีบวิ่งเข้าไปทันที หนิงหรงหรงกับจูจู๋ชิงก็เดินตามเข้าไปด้วย

ทันทีที่เข้าห้อง สายตาทั้งหมดก็สะดุดอยู่ที่ภาพเบื้องหน้า บนเตียงไม้คือกู่เยวี่ยนากับเฉียนเสวี่ยเอ๋อร์ที่นั่งเคียงกัน ยามแสงแดดสาดผ่านหน้าต่าง ความงดงามของทั้งคู่ราวภาพสวรรค์

เพียงชั่วมองเดียว หนิงหรงหรงกับจูจู๋ชิงก็ถึงกับอ้าปากค้าง

พวกนางเคยคิดว่ากู่เยวี่ยนาเป็นสตรีที่งดงามที่สุดในทวีปโต่วหลัว แต่ตอนนี้... มีหญิงอีกคนที่งามไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า!

ทั้งใบหน้าละมุน รูปร่างงดงามราวเทพธิดา  จูจู๋ชิงยังเทียบได้เพียงรูปร่าง แต่ส่วนสูงกลับเตี้ยกว่าเล็กน้อย ทำให้ดูด้อยลงไปนิด

“พี่เสวี่ยเอ๋อร์” เสี่ยวอู่ร้องเรียกอย่างดีใจ

เฉียนเสวี่ยเอ๋อร์หันมายิ้มอ่อน “จ้ะ เสี่ยวอู่”

จากนั้นสายตาของนางก็จับจ้องไปยังสองสาวที่เพิ่งเดินเข้ามา ใบหน้างามเผยแววประหลาดใจ

หนิงหรงหรง...! นางรู้จักดี เพราะในฐานะ “เสวี่ยชิงเหอ” นางเคยพบกับหนิงเฟิงจื้อ บิดาของอีกฝ่าย

แต่หญิงอีกคน จูจู๋ชิง นางไม่คุ้นหน้าเลย

“เหตุใดข้างกายของอ้าวเทียนจึงมีหญิงงามเพิ่มขึ้นถึงสองคน?”

ดวงตาของเสวี่ยเอ๋อร์วาวขึ้นอย่างเย็นชา

“สองคนนี้คือใคร?” น้ำเสียงนุ่มแต่แฝงคมดั่งมีด

อ้าวเทียนรีบยกมืออธิบาย “พวกนางเป็นศิษย์ที่ข้าพบระหว่างอยู่โรงเรียนก่อนหน้านี้ นี่คือหนิงหรงหรง ส่วนอีกคนคือจูจู๋ชิง ทั้งคู่ไม่ชอบบรรยากาศในโรีงเรียนจึงออกมากับข้าเท่านั้น”

เฉียนเสวี่ยเอ๋อร์จ้องเขาเขม็งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มบางอย่างมีความหมาย

“ครั้งนี้จะไว้ชีวิตเจ้า...”

นางหันกลับไปยิ้มหวานกับสองสาว “เรียกข้าว่าพี่เสวี่ยเอ๋อร์ก็พอ”

“พี่เสวี่ยเอ๋อร์~” หนิงหรงหรงกับจูจู๋ชิงเรียกพร้อมกัน น้ำเสียงนอบน้อมและเต็มไปด้วยความชื่นชม

เฉียนเสวี่ยเอ๋อร์เหลือบมองแสงแดดนอกหน้าต่าง “เที่ยงแล้ว ออกไปกินข้าวกันเถอะ”

แต่อ้าวเทียนส่ายหน้า “ไม่ต้อง ข้าให้พ่อบ้านจ้างพ่อครัวหลายคนตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว อยากกินอะไรก็บอก ไม่ต้องออกไปให้วุ่นวาย”

“ก็ดีเหมือนกัน” หนิงหรงหรงพูดพลางถอนหายใจ “ตอนนี้เสวี่ยเปิงคงกำลังส่งคนออกตามล่าพวกเรา หากออกไปข้างนอกคงเจอกันแน่”

“เสวี่ยเปิง?” เสวี่ยเอ๋อร์ขมวดคิ้ว “เจ้าชายสี่แห่งจักรวรรดิเทียนโต้วนั่นรึ? เขามีเรื่องกับพวกเจ้าหรือ?”

“คือว่า...” หนิงหรงหรงเล่าเหตุการณ์เมื่อคืนให้ฟังตั้งแต่ต้นจนจบ

ยิ่งฟัง ใบหน้าของเสวี่ยเอ๋อร์ก็ยิ่งเย็นลง แววตาทอประกายคมกล้า

“เสวี่ยเปิงผู้นั้น... สมควรตาย!”

น้ำเสียงของนางเย็นเฉียบราวคมดาบ เจตนาฆ่าพลุ่งพล่านออกมาจนทั่วห้องอุณหภูมิลดฮวบ หญิงงามผู้สูงส่งแปรเปลี่ยนเป็นเทพสงครามในชั่วพริบตา

จบบทที่ บทที่ 220 เจตนาฆ่าของเสวี่ยเอ๋อร์

คัดลอกลิงก์แล้ว