- หน้าแรก
- ตำนานมังกรบรรพกาลแห่งโลกวิญญาณยุทธ์
- บทที่ 180 บุกพุ่งเข้าสู่โรงแรม
บทที่ 180 บุกพุ่งเข้าสู่โรงแรม
บทที่ 180 บุกพุ่งเข้าสู่โรงแรม
ฟู่หลันเต๋อได้ยินดังนั้นก็สะดุ้ง รีบถามทันที “เกิดอะไรขึ้น???”
อ้าวเทียนเอ่ย “ก่อนหน้านี้ ข้าเคยบังเอิญได้ยินการสนทนาของไต้มู่ไป๋กับหม่าหงจวิ้น ไต้มู่ไป๋อยากจะตามจีบจูจู๋ชิง แต่เกรงว่าหม่าหงจวิ้นจะเอาเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ในอดีตของตนไปเปิดโปง เลยยอมรับปากว่าจะให้หม่าหงจวิ้นได้ลิ้มลองสตรีทั้งสี่ของเขาทีละคน”
“ตอนนั้นข้าคิดว่าพวกเขาพูดล้อกันเล่น แต่ไม่คาดเลยว่าจะทำจริง คืนนี้หลังจากออกจากวิหารวิญญาณอารีนา ทั้งคู่ก็แยกตัวออกไป อ้างว่าจะไปหาอะไรกิน ข้าจำได้ถึงคำพูดเมื่อคราวก่อนจึงตามไปดู และก็จริงไต้มู่ไป๋นัดพาสตรีสองคนออกมา ส่วนหม่าหงจวิ้นรออยู่ใกล้ ๆ”
“ข้าว่าพวกเขากำลังจะทำเรื่องที่ฟ้าดินยังโกรธ ข้าจึงรีบมาตามท่าน”
ในสายตาอ้าวเทียน การฆ่าคนมันง่ายเกินไป และถือเป็นการปลดปล่อยที่เร็วเกินไป แต่การประจานให้เสียชื่อเสียง กลายเป็นตายทั้งเป็นต่างหาก นี้คือการลงทัณฑ์ที่แท้จริง
ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ไต้มู่ไป๋กับหม่าหงจวิ้นก่อเอง เขาเพียงแค่เปิดโปงมันออกมาเท่านั้น
เมื่อฟู่หลันเต๋อฟังจบ สีหน้าก็มืดดำทันที
“แล้วทำไมเจ้าไม่หยุดพวกเขาเสียตรงนั้น?” ฟู่หลันเต๋อถามเสียงเข้ม
อ้าวเทียนตอบ “ตอนที่ข้าไปถึง หม่าหงจวิ้นยังอยู่ด้านนอก ข้าไม่แน่ใจนักว่าพวกเขาจะลงมือจริงหรือไม่ จึงมาตามท่านก่อน”
ฟู่หลันเต๋อกล่าว “เวลาไม่คอยใคร ข้าจะไปกับเจ้าทันที”
พูดจบ เขาก็พลันนึกขึ้นได้ว่ายังมีเสี่ยวเถาฮงอยู่ในร้าน
“เจ้ารอสักครู่ ข้าต้องไปปิดร้านก่อน” ฟู่หลันเต๋อรีบวิ่งกลับไป เขาต้องบอกเสี่ยวเถาฮงให้กลับเองทีหลัง
อ้าวเทียนมองตามแผ่นหลังของฟู่หลันเต๋อ พลันหวนคิดถึงเรื่องราวในอดีต เมื่อครั้งฟู่หลันเต๋อยังหนุ่ม เคยร่วมเดินทางไปทั่วทวีปกับอวี่เสี่ยวกังและหลิวเอ้อร์หลง ทั้งสามสนิทสนมกันนัก แต่กลับมีชายสองคนที่รักสตรีคนเดียวกัน
สุดท้าย หลิวเอ้อร์หลงไม่ได้เลือกฟู่หลันเต๋อ หากแต่ไปอยู่เคียงข้างอวี่เสี่ยวกังผู้ไร้พรสวรรค์แต่มีความทะเยอทะยาน ฟู่หลันเต๋อสารภาพรักแล้วถูกปฏิเสธอย่างเจ็บปวด จนสุดท้ายจึงจากไปเพียงลำพัง
แท้จริงแล้วตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาไม่เคยลืมหลิวเอ้อร์หลงเลย แต่ก็รู้ดีว่าตนกับนางไม่มีวันเป็นไปได้อีก
ฟู่หลันเต๋อกลับมาจัดการบอกเสี่ยวเถาฮงให้กลับไปเอง แล้วรีบเดินออกมาอย่างรวดเร็ว
“พวกเขาอยู่ที่ไหน รีบพาข้าไป!” ฟู่หลันเต๋อเร่งเร้า
“ที่โรงแรมกุหลาบ” อ้าวเทียนตอบ พลางก้าวนำไปทันที
ความเร็วที่อ้าวเทียนแสดงออกในตอนนี้ อยู่เพียงระดับอัคราจารย์วิญญาณเท่านั้น เพราะเขาไม่อยากเปิดเผยพลังที่แท้จริง หากเร็วเกินไปจะทำให้คนสงสัย
หลังได้ฟังคำบอกเล่า ฟู่หลันเต๋อเต็มไปด้วยความกังวล โดยเฉพาะหม่าหงจวิ้นที่เป็นศิษย์ของเขา หากทำผิดใหญ่หลวงจริง เขาก็ไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไรดี
เพียงไม่กี่ก้าว ฟู่หลันเต๋อก็ตามทันอ้าวเทียน เขาเอื้อมมือหมายจะจับไหล่พาอ้าวเทียนเหาะไป แต่กลับถูกอ้าวเทียนหลบ
“เจ้าหลบข้าทำไม? หากข้าอุ้มเจ้าจะเร็วกว่าเยอะ” ฟู่หลันเต๋อถามเสียงขุ่น
อ้าวเทียนตอบเรียบ ๆ “ไม่ต้องรีบร้อนหรอก แค่นี้อีกไม่กี่นาทีก็ถึงโรงแรมกุหลาบแล้ว”
เขากะเวลาไว้แล้ว ต้องให้ทันจังหวะพอดี จับได้คาหนังคาเขา จะได้ไม่สามารถแก้ตัวใด ๆ ได้
ด้วยญาณทิพย์ อ้าวเทียนเห็นภาพหน้าโรงแรมชัดเจน ไต้มู่ไป๋เพิ่งก้าวออกจากประตูโรงแรม โบกมือเรียกหม่าหงจวิ้นที่อยู่อีกฝั่งถนน
หม่าหงจวิ้นผุดลุกขึ้นอย่างตื่นเต้น รีบวิ่งข้ามไปทางโรงแรมกุหลาบทันที
ผู้คนบนถนนเห็นชายสวมหน้ากากดำวิ่งพุ่งมา ก็ตกใจรีบหลบ เสียงด่าทอสาปแช่งดังระงมตามหลัง
หากเป็นก่อนหน้านี้ หม่าหงจวิ้นคงหยุดปากด่าตอบแน่ แต่เวลานี้ในหัวมีเพียงเรื่องเดียว…
“เสร็จแล้วหรือ?” หม่าหงจวิ้นรีบวิ่งเข้ามาหาไต้มู่ไป๋ พลางถามด้วยสีหน้าตื่นเต้น
ไต้มู่ไป๋พยักหน้า “ตามข้ามา”
ทั้งสองเดินเข้าไปในโรงแรม มุ่งหน้าขึ้นชั้นบน
พนักงานและผู้จัดการโรงแรมเมื่อเห็นภาพนี้ก็ไม่ได้ซักถามอันใด เพราะไต้มู่ไป๋คือแขกชั้นดี อีกทั้งยังเป็นวิญญาณจารย์ มีหรือพวกเขาจะกล้าก้าวก่าย
ขณะเดียวกัน อ้าวเทียนก็ส่งเสียงสื่อสารถึงกู่เยวี่ยนา ให้พาทุกคนไปที่หน้าโรงแรมกุหลาบ
กู่เยวี่ยนาพอเห็นท่าทีลึกลับของอ้าวเทียน ก็เริ่มสนใจขึ้นมา จึงนำทุกคนไปยังหน้าโรงแรมตามคำสั่ง
แม้ถังซานกับหนิงหรงหรงจะเต็มไปด้วยความสงสัย แต่เมื่อรู้ว่าเป็นความประสงค์ของอ้าวเทียน พวกเขาก็ยอมตามไปอย่างอยากรู้อยากเห็น
พอพวกเขามาถึงและกำลังจะถามกู่เยวี่ยนาว่าอ้าวเทียนคิดจะทำอะไรกันแน่ ก็เห็นอ้าวเทียนกับฟู่หลันเต๋อกำลังวิ่งมาจากอีกฟากถนน
“ท่านผู้อำนวยการ ทำไมท่านถึงมาอยู่ที่นี่?” เอ้าซื่อข่าร้องถาม
ฟู่หลันเต๋อมองเอ้าซื่อข่าเพียงแวบเดียว ไม่ตอบ แต่หันไปถามอ้าวเทียนแทน “พวกเขาอยู่ไหน?”
“ตามข้ามา” อ้าวเทียนกล่าว พลางก้าวนำเข้าไปในโรงแรมกุหลาบ
ฟู่หลันเต๋อร้อนรนจนแทบจะทนไม่ไหว เพียงไม่กี่ก้าวก็วิ่งแซงหน้าอ้าวเทียนไปถึงเคาน์เตอร์โรงแรม ตะโกนถามเสียงดัง “ไต้มู่ไป๋พักอยู่ห้องไหน?”
พนักงานสาวสะดุ้งโหยงกับการปรากฏตัวกะทันหันของฟู่หลันเต๋อ เมื่อเห็นท่าทีเกรี้ยวกราดก็รวบรวมความกล้าตอบ “ขออภัยท่าน ข้อมูลแขกของโรงแรมไม่สามารถเปิดเผยได้เจ้าค่ะ…”
ฟู่หลันเต๋อไม่สนอะไรทั้งนั้น ตวาดลั่น “บอกมา! ไม่อย่างนั้นข้าจะทุบทิ้งทั้งโรงแรมนี้!”
สิ้นเสียง เขาก็ปลดปล่อยอำนาจกดดันของวิญญาณยุทธ์ออกมา พนักงานถึงกับตัวสั่นงันงก
ไม่เพียงพนักงาน แม้แต่ผู้จัดการที่รีบวิ่งเข้ามาก็แทบทรุดลงกับพื้น พลังของวิญญาณยุทธ์นั้นน่าสะพรึงเกินกว่าคนธรรมดาจะต้านทาน
เห็นพนักงานยังคงอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ฟู่หลันเต๋อกำลังจะเอื้อมมือไปคว้าตัว
“ท่านผู้อำนวยการ ข้ารู้แล้วว่าไต้มู่ไป๋อยู่ห้องไหน” อ้าวเทียนพลันพูดขึ้น
จากนั้นเขาก็ก้าวขึ้นบันไดนำไปทันที
ฟู่หลันเต๋อรีบตามขึ้นไป
พนักงานและผู้จัดการโรงแรมทำได้เพียงยืนตัวสั่น มองกลุ่มคนบุกขึ้นไปโดยไม่กล้าห้าม
จนถึงตอนนี้ กู่เยวี่ยนาและคนอื่น ๆ ก็ยังไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น
“ท่านผู้อำนวยการ เกิดอะไรขึ้นกันแน่?” เอ้าซื่อข่าถามอีกครั้ง น้ำเสียงสั่นไหว เพราะท่าทีร้อนรนของฟู่หลันเต๋อชวนให้รู้สึกว่ากำลังจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นแน่นอน
ถังซานขมวดคิ้วไม่คลาย เขาคิดในใจว่านี่หรือคือ “การแสดง” ที่อ้าวเทียนพูดถึง? หากเป็นเช่นนั้น ก็คงเกี่ยวข้องกับไต้มู่ไป๋จริง ๆ แต่เขายังสงสัยว่าอ้าวเทียนรู้ได้อย่างไรว่าอีกฝ่ายอยู่ที่นี่
นำโดยอ้าวเทียน กลุ่มทั้งหมดก็มาถึงชั้นบนสุด
บนชั้นนั้นมีห้องไม่มากนัก แต่ละห้องล้วนหรูหราโอ่อ่า ประตูแต่ละบานทาสีต่างกันไป พร้อมแผ่นป้ายชื่อที่ดูยั่วยวน เช่น “ดอกฟ้า” “ห้วงสมุทรแดง” “ความอ่อนหวานสีชมพู” “ความบริสุทธิ์สีขาว”…
อ้าวเทียนนำฟู่หลันเต๋อไปหยุดที่หน้าห้องห้วงสมุทรแดง
ตั้งแต่ขึ้นมา เขาได้วางกลไกไว้แล้ว ทำให้คนด้านในไม่ได้ยินเสียงภายนอก แต่คนด้านนอกกลับได้ยินทุกถ้อยคำจากภายในอย่างชัดเจน
ฟู่หลันเต๋อกำลังจะผลักประตูพังเข้าไปด้วยความร้อนใจ แต่อ้าวเทียนยกมือห้ามไว้
“รอก่อน หากเราเข้าใจผิดเล่า? ฟังให้แน่ชัดก่อน แล้วค่อยลงมือ” อ้าวเทียนกล่าว