เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 165 ที่มาแห่งมาร

บทที่ 165 ที่มาแห่งมาร

บทที่ 165 ที่มาแห่งมาร


บทที่ 165 ที่มาแห่งมาร

หลิงเฟิงอ่านเนื้อหาในหยกจารึกจนจบ

เขาได้รับข้อมูลมหาศาล

สิ่งที่สำคัญที่สุด ย่อมหนีมิพ้นที่มาของวิชา 【ตัดข้าไร้ราคะ】 ที่แท้วิชานี้ คือต้นกำเนิดของมารนั่นเอง!

“ดูท่าวิชา 【ตัดข้าไร้ราคะ】 นี้จะฝึกฝนมิได้จริงๆ มิเพียงจะทำให้คนกลายเป็นคนเย็นชาไร้หัวใจ ทว่ายังก่อให้เกิดมารขึ้นมาอีก คนที่ไร้รักไร้กิเลส มิต่างจากศพเดินไกลเลยสักนิด? ถึงขั้นนี้แล้ว บางทีอาจจะแย่ยิ่งกว่ามารเสียอีก”

“นอกจากนี้ ในหยกจารึกยังระบุถึงวัฏจักรสามพันปี ก็น่าสนใจนัก ราชวงศ์อู่ล่มสลายไปเกือบสามพันปีแล้ว หากวัฏจักรสามพันปีเป็นเรื่องจริง เช่นนั้นพลังฟ้าดิน จะเริ่มกลับมารุ่งเรืองอีกครั้งในอีกไม่กี่สิบปีหรืออีกมิกี่ปีหลังจากนี้รึเปล่านะ?”

“ถึงตอนนั้น การฝึกตน ย่อมจะง่ายดายขึ้นมหาศาล……”

หลิงเฟิงตกอยู่ในภวังค์ความคิด

ทว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงบันทึกของคนผู้หนึ่งในหยกจารึกเท่านั้น

จะเป็นเรื่องจริงหรือไม่

ยังต้องใช้เวลาพิสูจน์

หลิงเฟิงครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะเก็บหยกจารึกไว้

เขาชายตามองเศษซากแผ่นศิลาบนพื้น ก่อนจะเดินออกจากหอคอยไป

ด้านนอก

ท่านเจ้าเกาะคนใหม่และคนอื่นๆ กำลังรอคอยด้วยความกระวนกระวายใจ

เมื่อหลิงเฟิงออกมา ทุกคนจึงรีบทำความเคารพ

“ท่านปุโรหิตหลิง มิทราบว่าธุระของท่าน จัดการเรียบร้อยแล้วรึยัง?”

“เรียบร้อยแล้ว”

หลิงเฟิงพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะจ้องมองทุกคนพลางกล่าวเรียบๆ ว่า “ยามนี้แคว้นต้าโจวมีรัชทายาทสำเร็จราชการแทน เป็นช่วงเวลาที่แผ่นดินต้องการความสงบ ข้ามิหวังจะเห็นหมู่เกาะโพ้นทะเลมีการเคลื่อนไหวอันใดในช่วงนี้ พวกเจ้าเข้าใจไหม?”

ทุกคนพากันสั่นสะท้าน ท่านเจ้าเกาะคนใหม่รีบแสดงท่าทีทันที “ท่านปุโรหิตหลิงโปรดวางใจ หมู่เกาะโพ้นทะเลจะไม่รุกรานแคว้นต้าโจวอีกแน่นอน”

เจ้าเกาะมังกรทั้งสามแห่งล้วนตายด้วยน้ำมือหลิงเฟิง

ยามนี้มิเหลือระดับปรมาจารย์แม้เพียงคนเดียว

จะเอาอะไรไปสู้กับแคว้นต้าโจว?

ต่อให้มิมีหลิงเฟิง ในช่วงหลายสิบปีนี้พวกเขาก็มิกล้าก่อเรื่องส่งเดชแน่นอน

“อืม”

หลิงเฟิงพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะร่างววูบหายไป ใช้วิชาบังคับกระบี่จากไป

ทุกคนต่างจ้องมองตามแผ่นหลังเขาไป ยามที่มั่นใจว่าเขาจากไปไกลแล้ว ถึงได้ลอบถอนหายใจออกมาอย่างหนัก ท่านเจ้าเกาะคนใหม่พบว่าแผ่นหลังของตนชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นจนเสื้อเปียกโชกมิทราบตั้งแต่เมื่อใด

ยามอยู่ต่อหน้าหลิงเฟิง แรงกดดันช่างมหาศาลนัก

“แคว้นต้าโจวมีคนผู้นี้อยู่เพียงวันเดียว หมู่เกาะของพวกเราก็มิมิมีวันได้ลืมตาอ้าปาก เรื่องจะยึดครองแผ่นดินใหญ่ เลิกคิดไปไกลได้เลย”

ท่านเจ้าเกาะคนใหม่ทอดถอนใจอย่างจนใจ

............

หลังจากหลิงเฟิงออกจากเกาะมังกรสวรรค์ เขาก็มุ่งหน้ากลับเมืองหลวงทันที

กลับไปใช้ชีวิตตั้งแผงดูดวงตามเดิม

ทว่าในมินานหลังจากนั้น ยุคสมัยที่รัชทายาทสำเร็จราชการแทนก็สิ้นสุดลง

จักรพรรดิแห่งต้าโจวประกาศสละราชบัลลังก์ มอบให้รัชทายาทสืบทอดบัลลังก์ต่อไป!

แคว้นต้าโจวเริ่มต้นยุคสมัยใหม่

จักรพรรดิองค์ใหม่ขึ้นครองราชย์ เมืองหลวงทั้งเมืองตกอยู่ในบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง ประเทศราชต่างๆ โดยรอบต่างพากันส่งคณะทูตมาแสดงความยินดี

แน่นอนว่าการมาเยือนย่อมมีจุดประสงค์อื่นแฝงอยู่

บ้างก็ต้องการอาศัยโอกาสนี้ ตรวจสอบความแข็งแกร่งของจักรพรรดิองค์ใหม่

รวมไปถึงรากฐานของแคว้นต้าโจวด้วย

แม้แต่แคว้นหยวนทางเหนือยังส่งคนมา

ยามนี้เมืองหลวงเรียกได้ว่าคึกคักเป็นพิเศษ หากโยนก้อนหินออกไปสักก้อน ก็มีโอกาสจะไปถูกคณะทูตของประเทศใดประเทศหนึ่งได้

หลิงเฟิงนั่งอยู่ที่มุมหนึ่งข้างโรงเตี๊ยม จ้องมองผู้คนสัญจรไปมา พลางอ่านตำราและรอคอยลูกค้า

“โอ้ ทำนายแม่นยำดั่งตาเห็น? ช่างโอ้อวดยิ่งนัก”

ในตอนนั้นเอง

ชายหนุ่มในชุดหรูหราคนหนึ่ง ค่อยๆ เดินตรงมาหาหลิงเฟิง

เขามองป้ายประกาศของหลิงเฟิงพลางยิ้มเยาะ “ข้าแว่วได้ยินมาว่าเจ้าเป็นเทพหยั่งรู้ที่มีชื่อเสียง วันนี้ข้าจึงตั้งใจจะมาลองดีกับเจ้าสักหน่อย”

หลิงเฟิงชายตามองชายหนุ่มผู้นี้แวบหนึ่ง

อีกฝ่ายแผ่ซ่านกลิ่นอายแห่งความสูงศักดิ์ ท่าทางมิธรรมดา

เห็นชัดว่ามาจากตระกูลที่มั่งคั่งและมีอำนาจ

ยามที่มองไปยังชายชราข้างกายชายหนุ่ม ตบะก็หาได้ธรรมดาไม่ อยู่ระดับเซียนเทียน หลิงเฟิงยิ้มบางๆ “คุณชายต้องการจะทำนายสิ่งใดรึ?”

“เจ้าลองทำนายดูเถอะ ข้าอยากจะเห็นนักว่าเจ้ามีความสามารถจริงหรือไม่” ชายหนุ่มยิ้มอย่างท้าทาย

หลิงเฟิงกล่าว “คุณชายมาจากตระกูลที่มั่งคั่งและสูงศักดิ์สินะ”

“เรื่องนี้ดูจากเครื่องแต่งกายข้าก็ล่วงรู้แล้ว มิต้องทำนายหรอกมั้ง?”

ชายหนุ่มเม้มปาก

เขารู้สึกว่าเทพหยั่งรู้เบื้องหน้านี้ ช่างเสียชื่อเสียงนัก

“หึๆ แม้คุณชายจะมาจากตระกูลสูงศักดิ์ ทว่ากลับตกอยู่ในสภาวะที่ยากลำบาก มีความทะเยอทะยานแรงกล้า ทว่ากลับถูกพันธนาการด้วยความสัมพันธ์ทางสายเลือด ทำให้มิอาจสำแดงฝีมือได้อย่างเต็มที่”

เมื่อคำกล่าวนี้หลุดออกมา สีหน้าของชายหนุ่มก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย แววตาที่มองหลิงเฟิงเริ่มมีความจริงจังมากขึ้น “แล้วอย่างไรต่อ?”

“หึๆ ……”

หลิงเฟิงยิ้มบางๆ ทว่ามิมิได้กล่าวสิ่งใดต่อ

ชายหนุ่มเห็นดังนั้น จึงหยิบทองคำก้อนหนึ่งออกมาวางตรงหน้าหลิงเฟิง “นี่คือสินน้ำใจเล็กน้อยจากข้า เชิญท่านอาจารย์รับไว้เถิด”

หลิงเฟิงเก็บทองคำนั้นไว้ ก่อนจะกล่าวต่อว่า “ดวงชะตาของคุณชาย คือมังกรท่องในน้ำตื้น แม้จะมีดวงชะตาที่สูงส่ง ทว่ากลับถูกสภาพแวดล้อมบีบคั้น ทำให้มิอาจทะยานขึ้นฟ้าได้ ประดุจมังกรที่อยู่ในน้ำตื้น ถูกพันธนาการไปเสียทุกเรื่อง”

“ท่านอาจารย์พอจะมีวิธีแก้ไขไหม?”

“มีสองทางเลือก หนึ่งคือเดินจากสภาพแวดล้อมเดิมไปเสีย แล้วไปสร้างแผ่นดินใหม่ของตนเอง ทางที่สองนั้นอันตรายนัก มังกรท่องในน้ำตื้น เช่นนั้นก็จงทำลายสระน้ำนั้นทิ้งเสีย แล้วขยายแผ่นดินให้กว้างขวางขึ้น! ทว่าทางนี้ย่อมต้องแลกมาด้วยการนองเลือดและสงคราม!”

หลังจากฟังคำของหลิงเฟิง ชายหนุ่มก็ตกอยู่ในภวังค์ความคิด

แท้จริงแล้ว

ฐานะของชายหนุ่มมิมิได้เรียบง่าย เขาคือองค์ชายแห่งแคว้นซินเยว่

แคว้นซินเยว่ ก็เป็นประเทศราชของแคว้นต้าโจวเช่นเดียวกับแคว้นเซิ่งเจี้ยน

ทว่าแม้เขาจะเป็นองค์ชาย ทว่าเกิดจากพระสนม มีพระเชษฐาสองคนคอยกดขี่อยู่ ประกอบกับฐานะทางมารดา ทำให้พระบิดามิมิทรงโปรดปรานเขา

ดังนั้นต่อให้เขามีความสามารถล้นเหลือ ทว่ากลับมิมีที่ให้สำแดง

ประดุจมังกรท่องในน้ำตื้น

ตรงตามที่หลิงเฟิงกล่าวไว้มิมิมีผิดเพี้ยน

เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็เกิดความเลื่อมใสในตัวหลิงเฟิงขึ้นมาทันที รีบลุกขึ้นยืนทำความเคารพแล้วกล่าวว่า “ข้าน้อยองค์ชายสี่แห่งแคว้นซินเยว่ เยว่อวิ๋น ชื่อเสียงการทำนายแม่นยำของท่านอาจารย์ช่างสมคำร่ำลือยิ่งนัก ข้าน้อยปรารถนาจะเชิญท่านอาจารย์ไปเป็นกุนซือข้างกาย! หากวันหน้าข้าทำการใหญ่สำเร็จ ย่อมต้องมอบตำแหน่งราชครูให้ท่านอาจารย์แน่นอน!”

เขาถึงกับต้องการจะชักชวนหลิงเฟิงไปเป็นที่ปรึกษาเพื่อวางแผนให้แก่เขา

ทว่าหลิงเฟิงยิ้มบางๆ “ท่านให้ค่าตอบแทน ข้าทำนายดวงชะตาให้ นี่คือการค้าขาย ส่วนแคว้นซินเยว่นั้นอยู่ห่างไกลจากที่นี่นัก ข้ายามนี้มิมิได้มีความคิดจะเดินทางไกลไปที่นั่น คุณชายโปรดไปเชิญยอดคนท่านอื่นเถิด”

“ท่านอาจารย์ หรือว่าท่านคิดว่าความจริงใของข้ายังมิเพียงพอ?”

เยว่อวิ๋นขมวดคิ้วเล็กน้อย

ในขณะที่เขากำลังจะกล่าวสิ่งใดต่อ ชายหนุ่มคนหนึ่งก็เดินเข้ามา เห็นหลิงเฟิงก็ร้องเรียกด้วยความยินดี “ท่านปุโรหิตหลิง ที่แท้ท่านอยู่ที่นี่เองรึ!”

เยว่อวิ๋นถึงกับอึ้งไป “ปุโร... ปุโรหิต?? ระดับปรมาจารย์??!”

จบบทที่ บทที่ 165 ที่มาแห่งมาร

คัดลอกลิงก์แล้ว