- หน้าแรก
- พลิกฟ้าวิถียุทธ ข้ามองเห็นเงื่อนไขลับของวิชาเซียน!
- บทที่ 75 หนึ่งกระบี่ตัดมังกรสยบหลิวยว๋น
บทที่ 75 หนึ่งกระบี่ตัดมังกรสยบหลิวยว๋น
บทที่ 75 หนึ่งกระบี่ตัดมังกรสยบหลิวยว๋น
บทที่ 75 หนึ่งกระบี่ตัดมังกรสยบหลิวยว๋น
เมื่อจ้องมองไห่ฟู่ที่อยู่ตรงหน้า หลิงเฟิงค่อยๆ ยื่นมือออกไป
ในขณะเดียวกัน ชายชุดขาวที่อยู่ข้างๆ ก็ลงมือในทันที เขาดีดนิ้วซัดปราณเข้าใส่หลิงเฟิงจากระยะไกล นิ้วนี้แหวกอากาศประดุจสายฟ้าฟาดลงบนพื้นราบ พลังอำนาจช่างดุดันยิ่งนัก!
หลิงเฟิงไม่หลบไม่เลี่ยง มือที่ยื่นไปคว้าลำคอของไห่ฟู่ไม่ได้เปลี่ยนทิศทางแม้แต่น้อย ส่วนมืออีกข้างควบแน่นดัชนีกระบี่แล้วดีดสวนกลับไป!
นิ้วปะทะนิ้ว ปราณแท้ระเบิดไหลเวียนไปทั่วสารทิศ
พื้นดินแตกละเอียด ผู้คนรอบข้างถูกคลื่นอากาศที่ม้วนตัวพัดจนกระเด็นออกไป
ท่ามกลางฝุ่นควัน
ร่างหนึ่งปลิวละลิ่วถอยหลังไป
นั่นคือชายชุดขาวผู้นั้นเอง
เขาจ้องมองผ่านฝุ่นควันด้วยความตกตะลึง เห็นหลิงเฟิงที่ใช้มือข้างหนึ่งบีบคอไห่ฟู่หิ้วลอยไว้กลางอากาศแล้ว "ล่วงเซียนขั้นปลายงั้นรึ?!"
หลิงเฟิงหิ้วไห่ฟู่ไว้พลางกล่าวเรียบๆ "ยามนี้ ชีวิตของเจ้าอยู่ในกำมือข้าแล้ว เมื่อครู่เจ้าบอกว่า จะประหารใครนะ?"
"หากเจ้ากล้า... กล้าฆ่าข้า ราชสำนักไม่เอาเจ้าไว้แน่..."
ไห่ฟู่แม้จะหวาดกลัวจนตัวสั่น แต่...
ปากก็ยังดีไม่เลิก!
หลิงเฟิงหัวเราะด้วยความสมเพช นิ้วทั้งห้าออกแรงบีบเล็กน้อย
กร๊อบ!
ลำคอของไห่ฟู่ถูกบีบจนแหลกละเอียด จากนั้นเขาโยนร่างนั้นทิ้งไปข้างทางราวกับขยะ โดยไม่สนใจสายตาอันตกตะลึงรอบข้าง เขาหันไปมองชายชุดขาวแล้วกล่าวว่า "รับดัชนีของข้าได้โดยไม่บาดเจ็บ พลังฝีมือของเจ้านับว่าไม่เลวเลย"
"คงจะเป็น หลิวยว๋น ศิษย์เอกของท่านราชครูสินะ"
"ดัชนีเมื่อครู่ คงเป็น [ดัชนีกัมปนาท] ของทงเทียนเต้าเหรินสินะ ว่ากันว่าเขาเคยใช้ดัชนีนี้นำสายฟ้าจากเก้าชั้นฟ้า ทลายทัพนับพันได้ในนิ้วเดียว! ช่างไม่ธรรมดาจริงๆ"
การที่ได้รับการยกย่องจากหลิงเฟิงเช่นนี้
แสดงว่า [ดัชนีกัมปนาท] นี้ต้องเป็นวิชาระดับดินแน่นอน
ส่วนหลิวยว๋นยังคงตกอยู่ในความตะลึง เขาได้สติกลับมามองซากศพของไห่ฟู่บนพื้นแล้วกล่าวอย่างเย็นชา "สังหารเจ้าเมืองหนึ่งเขต ต่อให้เจ้าเป็นล่วงเซียนขั้นปลาย ก็เกรงว่าจะรอดไปได้ยาก!"
"งั้นรึ? หรือเจ้าคิดจะแก้แค้นแทนเขา?"
"อาจารย์ของข้าคือราชครูแห่งแผ่นดิน ข้าเองก็นับเป็นนักยุทธของราชสำนัก กินเบี้ยหวัดหลวง ในเมื่อเจ้าสังหารขุนนางระดับสูง ข้าจะนิ่งดูดายได้อย่างไร? แต่ก่อนจะลงมือ ข้าขอทราบนามและที่มาของท่านได้หรือไม่"
"วางใจเถอะ ข้าไม่ได้มีเบื้องหลังใหญ่โตอะไร เป็นเพียงนักยุทธพเนจรที่ทนเห็นขุนนางกังฉินเบียดบังเงินทองราษฎรไม่ได้เท่านั้นเอง"
"ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ก็ขอรับคำชี้แนะด้วย!"
หลิวยว๋นไม่ลังเลอีกต่อไป เขาพุ่งทะยานเข้าหาหลิงเฟิง ในขณะเดียวกันนิ้วทั้งสิบของเขาก็เริ่มมีประกายไฟฟ้าสีน้ำเงินปลาบปลับออกมา
นิ้วทั้งสิบประดุจสายฟ้าที่พุ่งพล่าน ระดมจี้เข้าใส่จุดสำคัญทั่วร่างของหลิงเฟิงอย่างรวดเร็ว
หลิงเฟิงมองดูการโจมตีนั้นด้วยความสนใจ เขาควบแน่นดัชนีกระบี่แล้วใช้นิ้วต้านนิ้ว ใช้ [ดัชนีกระบี่สิบชีพจร] เข้าปะทะกับ [ดัชนีกัมปนาท]
แม้ดัชนีกระบี่สิบชีพจรจะเป็นเพียงวิชาระดับลึกลับ ทว่าเมื่ออยู่ในมือของหลิงเฟิง อานุภาพของมันกลับรุนแรงยิ่งนัก ไม่ได้ด้อยไปกว่าดัชนีกัมปนาทของหลิวยว๋นเลยแม้แต่น้อย
นิ้วของทั้งคู่ปะทะกันกลางอากาศซ้ำแล้วซ้ำเล่า ปราณกระบี่และสายฟ้าแผ่ซ่านทำลายล้างไปรอบบริเวณ จนผู้คนต้องพากันถอยหนีอย่างบ้าคลั่ง
"คราวนี้ เรื่องใหญ่แน่ๆ ..."
หลิวหยางจ้องมองหลิงเฟิงพลางยิ้มขมขื่น
เขาคาดไม่ถึงเลยว่าหลิงเฟิงจะขวัญกล้าบ้าบิ่นถึงเพียงนี้
ถึงขั้นฆ่าเจ้าเมืองทิ้งเสียเฉยๆ
แถมยังทำต่อหน้าหลิวยว๋น ยอดล่วงเซียนอันดับหนึ่งแห่งต้าโจวอีกด้วย
"คนผู้นี้โอหังเกินไปแล้ว ท่านหลิวยว๋นไม่มีทางปล่อยเขาไว้แน่"
"ท่านหลิวยว๋นคือยอดล่วงเซียนอันดับหนึ่งของแผ่นดิน ต้องชนะเขาได้แน่นอน"
"ยกเว้นเสียแต่ว่าเขาจะเป็นปรมาจารย์ แต่ในใต้หล้านี้จะมีปรมาจารย์ที่หนุ่มขนาดนี้ได้ยังไง?"
ทุกคนต่างก็มีความมั่นใจในตัวหลิวยว๋นเป็นอย่างยิ่ง
เพราะชื่อเสียงของหลิวยว๋นนั้นโด่งดังไปทั่วแผ่นดินมานานนับสิบปี ที่น่าจดจำที่สุดคือเมื่อสิบปีก่อน เขาเคยประลองกับหลี่เฉินโจวประมุขพันธมิตรชาวยุทธและสู้กันได้ถึงหลายสิบกระบวนท่า
ศึกนั้นเองที่ส่งให้หลิวยว๋นได้รับสมญาว่าเป็นยอดล่วงเซียนอันดับหนึ่ง และสิบปีมานี้ก็ไม่มีใครสั่นคลอนตำแหน่งนี้ได้เลย
พวกเขาไม่เชื่อว่าคนนิรนามที่โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้อย่างหลิงเฟิง จะมีปัญญาเอาชนะหลิวยว๋นได้ แม้แต่หลิวหยางเองก็ยังรู้สึกกังวล
เพราะชื่อเสียงของคนมักยิ่งใหญ่กว่าตัวจริงเสมอ
หลิวยว๋นชื่อดังเกินไปจริงๆ
ทว่าในวินาทีนี้ หลิวยว๋นที่ทุกคนคิดว่าต้องชนะแน่ๆ กลับกำลังเผชิญกับความกดดันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต!!
เขารีดเร้นอานุภาพของ [ดัชนีกัมปนาท] ออกมาจนถึงขีดสุด
นิ้วทั้งสิบว่องไวประดุจสายฟ้า ดุดันประดุจเสียงอสนีบาต!
เขาเชื่อมั่นว่าในแผ่นดินต้าโจว ไม่มีระดับล่วงเซียนคนไหนจะทนทานการโจมตีระดับนี้ของเขาได้ แต่หลิงเฟิง...
กลับรับมือได้อย่างง่ายดายเกินไป!
อีกฝ่ายใช้เพียงวิชาระดับลึกลับที่ไม่มีชื่อเสียง กลับสามารถต้านทานดัชนีกัมปนาทระดับดินของเขาได้ทั้งหมด
ที่สำคัญที่สุดคือ แม้การปะทะจะรุนแรงเพียงใด
แต่หลิงเฟิงยังคงยืนอยู่ที่เดิม ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่ก้าวเดียวตั้งแต่ต้นจนจบ!
นั่นแสดงว่าเขายังไม่ได้ออมมือเลยด้วยซ้ำ
และพละกำลังที่เหลืออยู่นั้น ก็คงไม่ใช่เพียงแค่เล็กน้อย!
เมื่อเห็นว่าดัชนีกัมปนาทไม่อาจเจาะการป้องกันได้ หลิวยว๋นก็วูบไหวร่างกายทะยานขึ้นสู่กลางอากาศ กระบี่ที่เอวพลันพุ่งออกจากฝัก
ตัวกระบี่ขาวนวลเป็นประกายสะท้อนแสงแดดอย่างเจิดจ้า
เมื่อถูกอัดแน่นด้วยปราณแท้มหาศาล ตัวกระบี่ก็สั่นสะท้านส่งเสียงครางฮือ ปราณกระบี่พุ่งพล่านม้วนตัวเข้ากับปราณสีทอง ก่อเกิดเป็นรูปเงามังกรทองคำเลือนลางขึ้นกลางอากาศ
มังกรทองคำคำรามก้อง สร้างพายุพัดกระหน่ำจนจวนเจ้าเมืองสั่นสะเทือนไปทั่ว
ผู้คนเห็นดังนั้นต่างพากันลอบกลืนน้ำลายและถอยหนีอย่างไม่คิดชีวิต
"คะ... คุณพระช่วย นี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว!"
"นะ... พลังของล่วงเซียนขั้นปลาย แข็งแกร่งกว่าระดับล่วงเซียนทั่วไปเป็นสิบเท่าเลยรึเนี่ย ไม่สิ มันคนละระดับกันเลยชัดๆ"
เมื่อเผชิญกับกระบี่ที่รุนแรงประดุจอาญาสวรรค์ หลิงเฟิงเพียงยืนเอามือไพล่หลังพลางกล่าวอย่างสนใจว่า "ทงเทียนเต้าเหรินมีสองวิชาที่เลื่องชื่อไปทั่วต้าโจว"
"คือหนึ่งดัชนีและหนึ่งกระบี่ ดัชนีคือ [ดัชนีกัมปนาท] ส่วนหนึ่งกระบี้นี้ คงจะเป็น [เคล็ดกระบี่มังกรพิโรธ] ที่เล่าขานกันว่าสามารถฟาดฟันขุนเขาและสายน้ำได้สินะ"
"ถูกต้อง!" หลิวยว๋นเผยสีหน้าภาคภูมิใจก่อนจะฟาดกระบี่ลงมาอย่างรุนแรง เงามังกรทองคำพุ่งดิ่งเข้าใส่หลิงเฟิงทันที
บารมีดุจสายรุ้ง แม้เงามังกรยังไม่ทันจะตกถึงพื้น
ทว่าพื้นดินของจวนเจ้าเมืองกลับทรุดตัวลงไปถึงสามชี่แล้ว
"ไม่ดีแล้ว รีบถอยเร็ว!!"
หลิวหยางและคณะเพิ่งจะตระหนักได้ว่าพวกเขาดูถูกอานุภาพของกระบี้นี้ต่ำเกินไป ทุกคนรีบหนีออกจากจวนเจ้าเมืองด้วยความหวาดกลัว
"เป็นมังกรที่องอาจดีนี่ งั้นวันนี้ ข้าจะ..."
"หนึ่งกระบี่ตัดมังกร!"
หลิงเฟิงไม่ได้ชักกระบี่ออกมา เขาเพียงควบแน่นดัชนีกระบี่ ปราณกระบี่ที่เย็นเยือกและดุดันถึงขีดสุดพุ่งทะยานออกมาจากปลายนิ้ว
เขาตวัดนิ้วเพียงครั้งเดียว
ปราณกระบี่แหวกอากาศ ตัดหัวมังกรทองคำขาดสะบั้นในทันที!
ปราณกระบี่ที่เหลือยังคงพุ่งทะลวงเข้าใส่ร่างของหลิวยว๋นอย่างต่อเนื่อง อีกฝ่ายพยายามต้านรับอย่างสุดกำลัง ทว่าที่หน้าอกก็ยังปรากฏรอยกระบี่ยักษ์จนเลือดสาดกระจาย ร่างเขาตกลงจากกลางอากาศกระแทกพื้นดินอย่างรุนแรง
เขานอนหายใจรวยรินอยู่บนพื้น จ้องมองหลิงเฟิงด้วยความตกตะลึง "กระบี้นี้... เจ้า... เจ้าไม่ใช่ล่วงเซียนขั้นปลายธรรมดา เจ้าคือปรมาจารย์รึ?!"
ในวินาทีนี้
เขาเข้าใจแจ้งแล้วว่าทำไมหลิงเฟิงถึงกล้าสังหารไห่ฟู่
ไม่มีระดับล่วงเซียนคนไหนจะรอดชีวิตไปได้หลังจากฆ่าเจ้าเมือง
ทว่าระดับปรมาจารย์นั้นทำได้!
เพราะในแผ่นดินต้าโจว หมัดของปรมาจารย์ มีอำนาจบารมีเทียบเท่ากับอำนาจแห่งจักรพรรดิ!!
ราชครูผู้ยิ่งใหญ่ แม้จะกล่าวว่าเป็นรองเพียงคนเดียวแต่เหนือคนนับหมื่น ทว่าความจริงแม้แต่จักรพรรดิก็ยังต้องให้เกียรติเขาถึงสามส่วน!
ประมุขพันธมิตรชาวยุทธหลี่เฉินโจว มีหมัดสยบยุทธภพ ปกครองขุมกำลังในสิบเก้าเขต ต่อให้ราชสำนักมีทหารนับล้าน ก็ยังต้องเกรงใจ!
เพราะเหตุใดน่ะรึ?
เพราะทั้งคู่ล้วนเป็นปรมาจารย์ยังไงล่ะ!
หลิวยว๋นคือยอดล่วงเซียนอันดับหนึ่ง ไม่มีระดับล่วงเซียนคนไหนในต้าโจวจะเอาชนะเขาได้ นับประสาอะไรกับการทำให้เขาพ่ายแพ้อย่างหมดรูปเช่นนี้!
โดยที่ไม่อาจสร้างแม้แต่รอยขีดข่วนให้อีกฝ่ายได้เลย
มีเพียงคำอธิบายเดียวเท่านั้น คืออีกฝ่ายไม่ใช่ระดับล่วงเซียน แต่เป็นปรมาจารย์ที่สามารถเทียบเคียงกับหลี่เฉินโจวและราชครูทงเทียนเต้าเหรินได้!