- หน้าแรก
- พลิกฟ้าวิถียุทธ ข้ามองเห็นเงื่อนไขลับของวิชาเซียน!
- บทที่ 45 บรรลุปราณปรมาจารย์, ความลับของแหวนหยก
บทที่ 45 บรรลุปราณปรมาจารย์, ความลับของแหวนหยก
บทที่ 45 บรรลุปราณปรมาจารย์, ความลับของแหวนหยก
บทที่ 45 บรรลุปราณปรมาจารย์, ความลับของแหวนหยก
ทุกคนที่ได้เห็นกระบี่ระดับปฐพีเล่มนั้นต่างพากันตกตะลึงอย่างยิ่ง
ฮวาหรงยิ่งรู้สึกเลื่อมใสในตัวหลิงเฟิงมากขึ้นไปอีก
หลงจู๊เฉียนกล่าวอย่างทอดถอนใจว่า "ข้าเคยได้ยินมาว่าตระกูลหวังมีนักตรวจสอบสมบัติคนหนึ่งที่มีสายตาเฉียบแหลมยิ่งนัก ความสามารถในการประเมินค่าวัตถุโบราณนับเป็นหนึ่งในใต้หล้า จนได้รับการยกย่องให้เป็นหัวหน้านักตรวจสอบสมบัติของตระกูลหวัง!"
"มาวันนี้ข้าได้เห็นแล้วว่า ความสามารถในการมองสมบัติของคุณชายนั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าอีกฝ่ายเลย"
"จะว่าไป วันนี้ที่งานประมูล ข้ากลับไม่เห็นตระกูลหวังพานักตรวจสอบสมบัติคนนั้นมาด้วย ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?"
หลงจู๊เฉียนกล่าวด้วยความฉงน
หลิวรั่วเหมยตอบว่า "ได้ยินมาว่าคนผู้นั้นคือศิษย์ทรยศของสำนักไป๋อวิ๋น เมื่อไม่กี่วันก่อนเขาพาคนบุกไปที่สำนัก และจนปัดนี้ก็ยังไม่มีข่าวคราวว่ากลับมาเลยค่ะ"
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ เธอจึงหันไปมองหลิงเฟิงและถามด้วยความอยากรู้ "คุณชายเองก็เป็นศิษย์สำนักไป๋อวิ๋น ไม่ทราบว่าท่านพอจะรู้จักคนผู้นั้นหรือไม่คะ?"
"ก็แค่คนทรยศ ไม่ควรค่าแก่การใส่ใจหรอก"
หลิงเฟิงตอบเรียบๆ
หากจะพูดไปแล้ว เขาต้องขอบคุณโจวเจิ้นเสียด้วยซ้ำ เพราะหากอีกฝ่ายไม่ไปหาเรื่องที่สำนักไป๋อวิ๋น เขาก็คงไม่ได้ [วิชาเนตรทองคำ] และคงไม่มีทางได้กระบี่ระดับปฐพีเล่มนี้มาครอง
หลังจากแสดงกระบี่เสร็จแล้ว หลิงเฟิงก็กลับเข้าห้องพักไป
หลงจู๊เฉียนและหลิวรั่วเหมยยังคงปรึกษาหารือเรื่องบางอย่างกันต่อ แม้กระบี่ระดับปฐพีจะน่าทึ่งเพียงใด แต่การล่วงเกินเจ้าเมืองไป๋อวิ๋นก็เป็นความจริงที่เกิดขึ้นแล้ว
"เจ้าเมืองลงมือประมูลกระบี่เล่มนี้ด้วยตนเอง เป็นไปได้ว่าเขาก็คงมองออกถึงความไม่ธรรมดา ยิ่งกระบี่เล่มนี้ล้ำค่ามากเท่าไหร่ ระดับการล่วงเกินที่เขามีต่อเราก็ยิ่งรุนแรงเท่านั้น"
"ได้แต่หวังว่า อีกฝ่ายจะแค่เดาเอาคร่าวๆ โดยไม่รู้มูลค่าที่แท้จริงของมัน เช่นนี้เถอะหลงจู๊เฉียน ท่านจงเตรียมของกำนัลล้ำค่าชุดใหญ่ส่งไปที่จวนเจ้าเมือง แล้วบอกว่ายามนี้ข้ายังอยู่ในช่วงไว้ทุกข์ ไม่สะดวกจะไปเข้าพบด้วยตนเอง ไว้วันหน้าจะเตรียมของขวัญไปคารวะด้วยตนเองอีกครั้ง" หลิวรั่วเหมยกล่าวสั่งการนิ่งๆ
"รับทราบครับท่านประธาน"
หลงจู๊เฉียนรับคำสั่งไปจัดการ
พวกเขาหวังว่าวิธีนี้จะช่วยบรรเทาโทสะของเจ้าเมืองลงได้บ้าง
ส่วนภายในห้องพัก
หลิงเฟิงให้ฮวาหรงคอยเฝ้าหน้าประตูเพื่อคุ้มกัน ห้ามไม่ให้ใครรบกวน ส่วนตัวเขาในตอนนี้กำลังถือกระบี่ระดับปฐพีไว้และเริ่มทำการหลอมรวมแก่นแท้
กระบี่ในมือส่งเสียงสั่นสะเทือนร่ำร้อง การหลอมรวมกระบี่ระดับปฐพีนั้นยากกว่าระดับบนนับสิบเท่า แต่พละกำลังของเขาในยามนี้ก็ไม่ใช่ระดับเดิมอีกต่อไป
เขาโคจรปราณแท้มหาศาล ค่อยๆ หลอมรวมแก่นแท้ของกระบี่เข้าสู่ร่าง
เวลาล่วงเลยไปนานเท่าไหร่ไม่ทราบได้
กระบี่ระดับปฐพีในมือของเขา ก็ได้กลายเป็นเพียงเศษเหล็กที่ไร้ค่าไปจริงๆ
หลิงเฟิงหยิบหญ้ารูปกระบี่สามต้นที่พกติดตัวไว้ตลอดออกมากลืนลงไปทีละต้น ปราณกระบี่ที่คมกริบและดุดันพลันพุ่งพล่านไปทั่วร่าง
จากนั้นมันก็ถูกรวบรวมเข้าสู่จุดตันเถียน และควบแน่นลงบนแก่นปราณ
ทีละนิด ทีละน้อย
บนแก่นปราณนั้น เริ่มแผ่ซ่านปราณสายหนึ่งที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมออกมา!
เมื่อเทียบกับปราณแท้ระดับล่วงเซียน ปราณสายนี้แข็งแกร่งและดุดันกว่าถึงสิบเท่า!
เปรียบได้ดั่งความแตกต่างระหว่างท่อนไม้กับแท่งเหล็กกล้า
"นี่คือ... พลังปราณคุ้มกาย!!"
"ปราณกังชี่ระดับปรมาจารย์!"
กังชี่ ก็คือพลังปราณชนิดหนึ่ง
แต่มันแข็งแกร่งและดุดันกว่าปราณล่วงเซียนอย่างมหาศาล มีเพียงระดับปรมาจารย์เท่านั้นที่สามารถควบแน่นมันออกมาได้ จึงเรียกกันว่า ปราณปรมาจารย์
หลิงเฟิงรู้สึกยินดีในใจ หลังจาก [เคล็ดกระบี่เมฆาถามเซียน] บรรลุถึงระดับสูงสุด เขาก็สามารถก้าวเข้าสู่ขอบเขตปรมาจารย์ได้อย่างที่คิดไว้จริงๆ!!
ปราณกังชี่โคจรไปทั่วร่าง ค่อยๆ เปลี่ยนปราณแท้ส่วนที่เหลือให้กลายเป็นปราณกังชี่ทั้งหมด
เขาใช้นิ้วเคาะลงบนกระบี่ยาวในมือเบาๆ
เสียง 'เคร้ง' ดังขึ้น
กระบี่ยาวเล่มนั้นพลันแตกละเอียดกลายเป็นผุยผงร่วงหล่นสู่พื้น
"ดี! ดี! ดีมาก!"
"เมื่อบรรลุขอบเขตปรมาจารย์แล้ว ในแผ่นดินต้าโจวแห่งนี้จะมีใครทำอะไรข้าได้อีก? ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับราชครูแห่งราชสำนัก หรือประมุขพันธมิตรชาวยุทธ ข้าก็มีพลังพอจะสู้ศึกได้!"
แม้จะยังไม่เคยพบทั้งสองคนนั้น
แต่จากข่าวลือที่เคยได้ยินมา หลิงเฟิงตัดสินใจได้ว่า อีกฝ่ายคงไม่ได้แข็งแกร่งไปกว่าเขาในยามนี้เท่าไหร่นัก
เขาเปิดแผงสถานะส่วนตัวขึ้นดู
[ชื่อ: หลิงเฟิง]
[ระดับบำเพ็ญ: ขอบเขตปรมาจารย์]
[วิชายุทธ: เคล็ดกระบี่เมฆาถามเซียน (ระดับสูงสุด, เงื่อนไขระดับสมบูรณ์: หนึ่ง หลอมรวมแก่นแท้กระบี่ระดับปฐพีสิบเล่ม หรือกระบี่ระดับฟ้าหนึ่งเล่ม! สอง กินหญ้ารูปกระบี่สิบต้น หรือหญ้ารูปกระบี่เจ็ดแฉกหนึ่งต้น!) วิชาเนตรทองคำ (ระดับสูงสุด, เงื่อนไขระดับสมบูรณ์: หนึ่ง ระดับล่วงเซียนขั้นปลาย สอง ใช้เนตรทองคำตรวจสอบวัตถุระดับปฐพีหนึ่งชิ้น สาม ตามหาดวงตาของสัตว์อสูรล่วงเซียนสามชนิดมาสกัดดื่ม) วิชาเสือน้อยคชสาร (ระดับสมบูรณ์) , ดัชนีกระบี่สิบชีพจร (ระดับสมบูรณ์) ....]
หลิงเฟิงมองดูช่องระดับบำเพ็ญ "ขอบเขตปรมาจารย์" แล้วยิ้มออกมาด้วยความพอใจ
ทว่าเมื่อกวาดสายตาไปมองเงื่อนไขที่ต้องใช้เพื่อบรรลุระดับ "สมบูรณ์" ของเคล็ดกระบี่เมฆาถามเซียน มุมปากของเขาก็อดที่จะกระตุกไม่ได้
ให้ตายเถอะ
กระบี่ระดับปฐพีเล่มเดียว เขายังหามาเลือดตาแทบกระเด็น
นับประสาอะไรกับสิบเล่ม
ส่วนกระบี่ระดับฟ้านั่น...
ต่อให้พลิกแผ่นดินต้าโจวทั้งแผ่นดิน จะหาเจอสักเล่มไหมนะ?
อย่างน้อยในยุทธภพยามนี้ เขาไม่เคยได้ยินว่ากระบี่คู่กายของใครจะเป็นระดับฟ้าเลย แม้แต่กระบี่ของประมุขพันธมิตรชาวยุทธที่เป็นขุมกำลังอันดับหนึ่ง ก็เป็นเพียงระดับปฐพีเท่านั้นเอง
ส่วนหญ้ารูปกระบี่สิบต้นนั่นก็หาได้ยากไม่แพ้กัน
ยิ่งหญ้ารูปกระบี่เจ็ดแฉก ยิ่งเป็นของล้ำค่าในหมู่ของล้ำค่า ต้องใช้เวลาบ่มเพาะนานหลายร้อยปี เกรงว่าจะหาได้ยากยิ่งกว่ากระบี่ระดับฟ้าเสียอีก
"พรรคพยัคฆ์ดำ หอการค้าชิงเฟิง การจะพึ่งพาทั้งสองขุมกำลังนี้เพื่อหาทรัพยากรระดับนั้น คงเป็นเรื่องยาก ข้าควรจะขยายเส้นสายและเครือข่ายให้กว้างขวางกว่านี้"
"รอให้ข้ามีระดับบำเพ็ญสูงกว่านี้อีกหน่อย จนถึงขั้นไร้ผู้ต่อต้านในแผ่นดินต้าโจวอย่างแท้จริง ถึงตอนนั้นข้าอาจจะบีบให้ราชวงศ์ต้าโจวมาคอยรับใช้ข้าเลยก็ได้"
แววตาของหลิงเฟิงฉายประกายเจิดจ้า
จากนั้นเขาหยิบแหวนหยกที่ประมูลมาได้ก่อนหน้านี้ออกมาจากอกเสื้อ
เขาใช้ [วิชาเนตรทองคำ] ดวงตากลายเป็นสีทองอร่าม ปราณพลังที่อัดแน่นอยู่ในแหวนหยกปรากฏชัดแก่สายตาของเขา
ทว่านอกจากปราณมหาศาลกลุ่มนี้แล้ว เขาก็ยังมองไม่ออกว่าแหวนวงนี้มีความพิเศษอย่างอื่นตรงไหนอีก
"ความเข้มข้นของปราณในแหวนวงนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่ากระบี่ระดับปฐพีเลย อย่างน้อยมันต้องเป็นของวิเศษระดับปฐพีแน่นอน"
"ทว่า ของสิ่งนี้มีไว้ทำอะไรกันแน่?"
หลิงเฟิงสวมแหวนเข้าที่นิ้วโป้ง จากนั้นเขาก็ส่งปราณแท้ในร่างเข้าไปในแหวนอย่างต่อเนื่อง แหวนหยกพลันเปล่งแสงเรืองรองออกมาจางๆ
มันราวกับเป็นหลุมดำที่ไร้ก้นบึ้งที่คอยสูบปราณของหลิงเฟิงเข้าไปทั้งหมด
"โอ้ มีเงื่อนงำจริงๆ ด้วย มาดูซิว่าเจ้าจะสูบปราณของข้าไปได้มากแค่ไหน!"
หลิงเฟิงยิ้มบางๆ พลางส่งปราณเข้าไปไม่หยุด
ยามนี้เขาเป็นถึงปรมาจารย์ ของวิเศษทั่วไปต่อให้เป็นกระบี่ระดับบน หากรับแรงปราณของเขาขนาดนี้ย่อมต้องแตกสลายไปแล้ว
ทว่าแหวนหยกวงนี้ทำจากวัสดุพิเศษ มันกลับนิ่งสนิทไร้รอยร้าว
ทีละนิด ทีละน้อย
แหวนหยกพลันหลั่งไหลปราณสายหนึ่งย้อนกลับมาสู่ตัวหลิงเฟิง
เมื่อปราณนั้นหลอมรวมเข้ากับร่าง เขาก็รู้สึกว่าตนเองมีการเชื่อมต่อทางจิตวิญญาณกับแหวนหยกในมือ เมื่อเขากำหนดจิตเพียงครั้งเดียว สติของเขาก็เข้าสู่พื้นที่ลึกลับแห่งหนึ่ง มันเป็นพื้นที่สีขาวโพลนกว้างขวางที่มีสิ่งของเพียงไม่กี่อย่างวางอยู่
สิ่งของเหล่านั้นคือ หนังสือสองเล่ม เล่มหนึ่งหนาเล่มหนึ่งบาง
และเตาสัมฤทธิ์สามขาหนึ่งใบ
หลิงเฟิงแววตาเป็นประกาย หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้น "นี่มันแหวนมิติรึ?! ของแบบนี้มันควรจะเป็นของพวกผู้วิเศษ (ผู้ฝึกตน) ใช้กันไม่ใช่หรือ?"
"โลกใบนี้กลับมีสมบัติแบบนี้อยู่ด้วยรึ?! ดูท่า วิถียุทธของโลกนี้จะไม่ธรรมดาเสียแล้ว! ยังมีความลับอีกมากมายที่รอให้ข้าไปสำรวจสินะ!"
หลิงเฟิงที่เพิ่งบรรลุปรมาจารย์จ้องมองแหวนหยกในมือด้วยความดีใจอย่างสุดซึ้ง จากนั้นเขาก็ลองดึงสิ่งของข้างในออกมา
เริ่มจากหนังสือสองเล่มนั้น
เล่มที่หนากว่ามีชื่อว่า [คัมภีร์โอสถ]
เล่มที่บางกว่ามีชื่อว่า [เคล็ดอัคคีเขียว]
ภายใน [คัมภีร์โอสถ] บันทึกรายชื่อสมุนไพรและสูตรการหลอมยาต่างๆ ไว้มากมาย นี่มันคือมรดกตกทอดของนักหลอมโอสถชัดๆ!!
ส่วนเคล็ดอัคคีเขียว คือวิชาลมปราณภายในชนิดหนึ่ง
[เคล็ดอัคคีเขียว]
[ระดับ: ปฐพี]
[เงื่อนไขระดับเริ่มต้น: หนึ่ง มีระดับบำเพ็ญล่วงเซียน! สอง กินโสมอัคคีอายุร้อยปีหนึ่งต้น!]
[เงื่อนไขระดับเชี่ยวชาญ: ....]
[เงื่อนไขระดับสำเร็จ: ....]
[เงื่อนไขระดับสูงสุด: ....]
[เงื่อนไขระดับสมบูรณ์: หนึ่ง มีระดับบำเพ็ญล่วงเซียนขั้นปลาย! สอง กินโสมอัคคีพันปีหนึ่งต้น หรือโสมคนพันปีสามต้น! สาม ยืนตากแดดจ้าเป็นเวลาหนึ่งชั่วยาม!]