- หน้าแรก
- เส้นทางเศรษฐีสายคุณธรรม เมื่อระบบบังคับให้ผมเป็นมาเฟียใจบุญ!
- ตอนที่ 170 เกมล่าสังหารบนเรือยอร์ช
ตอนที่ 170 เกมล่าสังหารบนเรือยอร์ช
ตอนที่ 170 เกมล่าสังหารบนเรือยอร์ช
ตอนที่ 170 เกมล่าสังหารบนเรือยอร์ช
เจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงนายหนึ่งในชุดเครื่องแบบสีเขียว ที่ไหล่มีวิทยุสื่อสารติดอยู่ เธอใช้ไฟฉายส่องไปที่ใบหน้าของเด็กหนุ่มในชุดฮู้ดบนโซฟา "อิ่นจ้าวถัง?"
"ผมเอง!"
อิ่นจ้าวถังถูกมัดมือไพล่หลัง ยืนอยู่ข้างโซฟาพลางโน้มตัวลงเล็กน้อย
"ดี"
มาดามสวมหมวกตำรวจ ที่เอวมีซองปืน สายเก่งพาดเฉียงจากไหล่มาที่เอว รัดชุดเครื่องแบบฤดูหนาวที่ดูหลวมให้เข้ารูป เผยให้เห็นสัดส่วนที่เด่นชัดภายใต้เครื่องแบบนั้น
เธอก็บเก็บรูปถ่ายที่ใช้เทียบตัวบุคคลในที่เกิดเหตุลง หันไปตะเบ๊ะทำความเคารพผู้บังคับบัญชาแล้วรายงานด้วยน้ำเสียงใสชัดเจน "เรียนผู้บังคับบัญชา บนเรือยอร์ชจับกุมผู้ต้องสงสัยได้เก้านาย เป้าหมายทั้งหมดถูกควบคุมตัวเรียบร้อยค่ะ!"
"ทำดีมาก"
สารวัตรอาวุโสหน่วยตำรวจน้ำเดินเอามือไพล่หลัง สวมชุดกันฝนพาดไหล่ พุงพลุ้ยเดินเข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างล่าช้า
"เสินเซียนถังใช่ไหม ไม่ว่าบนบกนายจะยิ่งใหญ่แค่ไหน แต่ในน้ำ นายก็เป็นแค่ปลาตัวเล็กๆ ในโหลแก้วของฉันเท่านั้นแหละ"
"วันหน้าเราคงมีโอกาสได้ทำความรู้จักกันอีกเยอะ ฉันให้นามบัตรนายไว้ใบหนึ่งแล้วกัน"
เขาหยิบนามบัตรออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ยื่นไปตรงหน้าอิ่นจ้าวถังที่ถูกลูกน้องเขาคุมตัวอยู่ เขาหัวเราะเยาะแล้วสะบัดนามบัตรทิ้งลงพื้น พลางยิ้มกล่าว "อุ๊ย ขอโทษที ลืมไปว่านายไม่มีมือจะรับ ถ้าเจอหน้ากันระหว่างทาง เรียกฉันว่าสารวัตรเหยาก็พอ!"
อิ่นจ้าวถังเห็นชื่อบนนามบัตรที่ร่วงลงพื้นเมื่อครู่แล้ว จึงตอบกลับด้วยรอยยิ้มเย็นชา "ได้ครับ สารวัตรเหยาจวินเสียน"
หนิวเฉียงทนเห็นลูกพี่ถูกดูหมิ่นไม่ได้ เขาพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นแล้วตะโกนด่า "ไอ้ระยำ มึงจะเก่งได้แค่ไหนกันเชียว ระวังครอบครัวมึงจะถูกสับเป็นชิ้นๆ โยนให้ปลากิน!"
"ถุย!"
เขาพ่นน้ำลายใส่ และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจรุมใช้กระบองฟาดในทันที
เหยาจวินเสียนนั่งลงบนโต๊ะในห้องรับรอง จุดบุหรี่แล้วเอ่ยว่า "พวกเราตำรวจน้ำน่ะ ไม่ได้ขี้ขลาดเหมือนพวกตำรวจบนบกหรอกนะ ต่อให้ฆ่านายตายแล้วโยนทิ้งทะเลไป ก็ไม่มีใครรู้หรอก"
"ไม่ว่าจะมีมูลหรือไม่ ทางที่ดีพวกนายควรจะทำตัวว่านอนสอนง่ายไว้จะดีกว่า!"
หน่วยตำรวจน้ำ เป็นหน่วยงานอิสระที่มีระดับเท่าเทียมกับเขตฮ่องกง เกาลูน และเขตนิวเทอร์ริทอรีส์ มีการแบ่งพรรคแบ่งพวกอย่างรุนแรง และได้รับความไว้วางใจจากพวกอังกฤษมาก
เพราะหน่วยตำรวจน้ำถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำลายวงจรการสมคบคิดระหว่างตำรวจกับโจร ในยุค 70 คดีคอร์รัปชันครั้งใหญ่ของ "สี่สารวัตรใหญ่" ก็เป็นหน่วยตำรวจน้ำนี่แหละที่เป็นฝ่ายลงดาบก่อน
ไม่อย่างนั้น ICAC ที่มีแต่อำนาจแต่ไม่มีปืน จะเอาอะไรไปสู้ชนะ?
อย่างไรก็ตาม ตำรวจน้ำรับผิดชอบเพียงการปราบปรามของเถื่อน ไม่ได้รับผิดชอบการปราบโกง ชื่อเสียงจึงไม่โด่งดังเท่า ICAC
คนที่ไม่สนใจเรื่องการเมืองย่อมไม่รู้ว่าหน่วยงานนี้ดุดันแค่ไหน
อิ่นจ้าวถังเชื่อว่าตำรวจน้ำคงเคยโยนคนทิ้งทะเลมาไม่น้อยแน่ๆ แต่ปฏิบัติการในวันนี้เป็นการร่วมมือของหลายหน่วยงาน เขาจึงไม่เกรงกลัวตำรวจน้ำเพียงคนเดียว
เขากุมหัว นั่งลงบนพื้นแล้วหัวเราะกล่าว "สารวัตรเหยา ใจเย็นๆ สิครับ ผมให้ความร่วมมือกับตำรวจแน่นอนอยู่แล้ว"
เหยาจวินเสียนเอ่ยอย่างพอใจ "เสินเซียนถัง ถ้านายรู้ความแบบนี้ก็ดี"
"แน่นอนครับ ผมกับมาดามเหลียงเป็นคนกันเอง คราวก่อนยังไม่มีโอกาสได้ขอบคุณเลย ไว้หาเวลาว่างๆ เราออกไปเที่ยวทะเลด้วยกันสักสองสามวันสิครับ"
อิ่นจ้าวถังพูดจาลื่นไหล พยายามทำตัวสนิทสนมกับมาดาม
เจ้าหน้าที่หลายนายหันไปมองเหลียงซินฉีด้วยสายตาที่ประหลาดใจ แม้แต่เหยาจวินเสียนยังขมวดคิ้วถามอย่างไม่เข้าใจ "อาฉี คุณรู้จักกับคุณอิ่นด้วยเหรอ?"
เหลียงซินฉีครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วแค่นหัวเราะ "เขาคงรู้จักกับพี่สาวฉันมั้ง เลยพยายามจะมาตีสนิท"
ความสงสัยของเหยาจวินเสียนคลี่คลายลง เขาเอ่ยอย่างดูแคลนว่า "คุณอิ่นอยากจะเที่ยวทะเล ไม่ต้องรอเวลาหรอก!"
ลูกน้องสองนายรับคำสั่งทางสายตาจากเจ้านาย เข้าไปหิ้วตัวอิ่นจ้าวถังไปที่ท้ายเรือยอร์ช แล้วกดหัวเขาลงไปในทะเล น้ำทะเลที่เย็นยะเยือกในตอนกลางคืนไหลเข้าปากและจมูก ความกลัวในความมืดและความรู้สึกสำลักเหมือนจะตายถาโถมเข้ามาเป็นระลอก
บนท้องฟ้า ดวงดาวระยิบระยับ
อิ่นจ้าวถังแกล้งทำเป็นฉลาดแกมโกงนิดหน่อย เพราะเขาพบว่าตำรวจหญิงคนนี้หน้าตาคล้ายกับคุณหมอเหลียงมาก จึงเอ่ยปากลองเชิงดู ไม่นึกเลยว่าเหลียงซินฉีจะมีฐานะพิเศษในหน่วยตำรวจน้ำ
เหยาจวินเสียนไม่พอใจท่าทางของเขา จึงให้เขาได้ลิ้มรสการ "ว่ายน้ำ"
ในตอนนี้ จ่าตำรวจที่รับหน้าที่ตรวจค้นเรือประมงได้เดินมารายงานบนเรือยอร์ช โดยมีตำรวจน้ำสี่นาย และสารวัตรตัวแทนจากหน่วยปราบยาและกรมศุลกากรอีกสองนายร่วมอยู่ด้วย
"สารวัตรเหยา ไม่มีของครับ!"
"ในห้องเย็นมีแต่ปลาที่จับมาได้ครับ"
เหยาจวินเสียนไม่เชื่อหู "ใต้ท้องเรือค้นหรือยัง?"
สารวัตรศุลกากรตอบ "แงะเปลือกเป๋าฮื้อออกมาดูหมดแล้วครับ ข้างในมีแต่เนื้อเป๋าฮื้อ"
ลูกน้องสองนายได้ยินดังนั้นจึงหิ้วตัวอิ่นจ้าวถังขึ้นมา
เขาสภาพเปียกโชกไปทั้งตัว ไอไม่หยุดและพ่นน้ำทะเลออกมา สภาพดูอนาถยิ่งนัก เจ้าหน้าที่เห็นก็รู้ทันทีว่าสารวัตรเหยาลงโทษเขาแล้ว แต่เฝิงเย่าเหวินนอกจากจะไม่ห้าม ยังแอบสะใจอยู่ข้างๆ "พี่ถัง คราวนี้ไม่เอาขวดเหล้าฟาดหัวคนแล้วเหรอครับ?"
"สารวัตรเฝิง หาของไม่เจออีกแล้ว กลับไปต้องเขียนรายงานอีกหรือเปล่าครับ?"
อิ่นจ้าวถังแสยะยิ้ม สีหน้าดูบ้าคลั่งและโอหัง "ทำคดีทีไรไม่เคยเจอของเลย ทีหลังอย่าทำหน่วยปราบยาเลยครับ เปลี่ยนไปทำหน่วยกวาดถนนแทนเหอะ"
เฝิงเย่าเหวินในช่วงนี้แบกรับความกดดันมหาศาลอยู่แล้ว พอโดนจี้จุดเข้าให้ก็โกรธจนฟิวส์ขาด เงื้อหมัดเตรียมจะต่อย ตำรวจน้ำเห็นดังนั้นจึงรีบปล่อยแขนอิ่นจ้าวถังเพื่อเลี่ยงปัญหา
อิ่นจ้าวถังรู้สึกว่าแขนถูกปล่อย จึงรีบเอียงตัวหลบหมัด แล้วใช้หัวโหม่งกระแทกเข้าที่หน้าของเฝิงเย่าเหวินอย่างแรง!
เฝิงเย่าเหวินคิดว่าหมัดนี้ต้องเข้าเป้าแน่นอนจึงไม่ได้ตั้งการ์ดป้องกันเลย เรียกได้ว่าเปิดช่องโหว่กลางลำตัวเต็มที่
ปึก! การโหม่งหัวเข้าที่แผลเก่าพอดี ทำให้ความเจ็บปวดพุ่งปรี๊ดจนทนไม่ไหว เขามึนหัวจนโลกหมุน
สารวัตรศุลกากรรีบเข้าไปพยุงตัวเขาไว้ ถามด้วยความห่วงใย "สารวัตรเฝิง เป็นอะไรไหมครับ?"
"ไม่เป็นไร" เฝิงเย่าเหวินกุมหัว รู้สึกเจ็บแปลบที่กะโหลก แต่ต่อหน้าเพื่อนร่วมงานเขาจะเสียหน้าไม่ได้
เหยาจวินเสียนสั่งลูกน้อง "ถอนกำลัง"
ถึงแม้คืนนี้จะคว้าน้ำเหลว แต่ตำรวจน้ำในฐานะหน่วยงานสนับสนุนการทำงาน ย่อมไม่สามารถหาเรื่องใส่ตัวด้วยการลากคนบนเรือกลับไปที่กองบัญชาการตำรวจน้ำได้
เรือประมงทั้งสามลำและเรือยอร์ชลำนี้มีใบอนุญาตถูกต้อง การตรวจค้นกลางน้ำเป็นเรื่องถูกกฎหมาย แต่หากตรวจไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแล้วยังลากคนไปที่ฝั่ง ย่อมเสี่ยงต่อการถูกสมาคมการเดินเรือประท้วงเอาได้
ตำรวจน้ำอาศัยรายได้จากสมาคมการเดินเรือเลี้ยงชีพ จึงค่อนข้างระวังเรื่องแบบนี้
ซาโถวจื่อรอจนตำรวจถอนกำลังลงจากเรือหมดแล้ว เขาคลำหามีดพับที่ซ่อนไว้ด้านหลัง กดปุ่มเปิดใบมีดดัง คลิก เขาหงายมือตัดสายเคเบิลไทล์ สายตาจ้องเขม็งไปที่หลิวฉวนจง
บนเรือมีความจริงแล้วมีของมีคมอยู่ไม่น้อย แค่บนถาดผลไม้ก็มีมีดปอกผลไม้วางอยู่สองเล่มแล้ว
พวกตำรวจถือดีว่าตัวเองมีปืนจึงไม่ได้เก็บกวาดของมีคมไปให้หมด
ดังนั้นตอนที่พวกสารวัตรถอนตัวออกไป พวกเขาจึงไม่ได้แก้มัดให้ผู้ต้องหา หลิวฉวนจงลุกขึ้นไปคว้ามีดมาเล่มหนึ่ง พยายามตัดสายรัดด้วยความลนลาน ส่วนจวงสงใช้มุมโต๊ะฝนสายรัดจนข้อมือมีเลือดซิบ
คนทั้งเก้าบนเรือต่างพยายามแก้มัด บรรยากาศตึงเครียดถึงขีดสุด
ซาโถวจื่อเป็นคนแรกที่ตัดสายรัดขาด เขาลุกขึ้นพุ่งตรงไปหาหลิวฉวนจงทันที เงื้อมีดสั้นจะแทง "ไอ้ไส้ศึก!"
จวงสงพุ่งเข้าไปกระแทกหลิวฉวนจงออกไปจนตัวเองถูกมีดสั้นแทงเข้าที่แขนซ้ายเป็นแผลเหวอะ อาหลางใช้สองมือจับสายเคเบิลไทล์คล้องคอซาโถวจื่อ ใช้เท้าถีบบันไดเพื่อยันตัว รัดคอซาโถวจื่อจนแน่นแล้วคำรามลั่น "พี่จง ลงมือเลย!"
หลิวฉวนจงถือมีดปอกผลไม้ เล็งไปที่ท้องของซาโถวจื่อแล้วแทงสุดแรง แต่ก่อนที่ใบมีดจะจมเข้าสู่ร่างกาย ซาโถวจื่อพลันรู้สึกว่าแรงรัดคลายลง เขาจึงถีบเท้าออกไปส่งร่างหลิวฉวนจงให้กระเด็นออกไป
อิ่นจ้าวถังลุกขึ้นยืนก่อนใครเพื่อน เขาหยิบมีดเปิดแชมเปญที่วางโชว์อยู่บนโต๊ะออกมา ดึงออกจากฝัก มีดที่ควรจะเป็นมีดพิธีการที่ทื่อ กลับส่องประกายเย็นเยียบและคมกริบ
เขาใช้สองมือถือมีด ฟันฉับเข้าที่คอของอาหลาง ใบมีดฝังลึกเข้าไปครึ่งหนึ่ง เลือดพุ่งกระฉูดนองเต็มห้องรับรอง
"ระยำเอ๊ย เกมล่าสังหารบนเรือยอร์ชงั้นเหรอ? มาเล่นกันให้สุดไปเลย ฆ่ามัน!!!"