เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 118 ผูกพันด้วยผลประโยชน์

บทที่ 118 ผูกพันด้วยผลประโยชน์

บทที่ 118 ผูกพันด้วยผลประโยชน์


บทที่ 118 ผูกพันด้วยผลประโยชน์

เตาไจ๋หมิงมองดูร่างที่ยืนตระหง่านอยู่บนชั้นลอยของเฟยเมาแล้วถึงกับตะลึงไปชั่วขณะ

ท่าทางที่เฟยเมาเปิดหน้าต่างออกมาประกาศกร้าวเมื่อครู่ ต้องยอมรับเลยว่ามันดูสง่างามและน่าเกรงขามดั่งพยัคฆ์ร้ายจริงๆ

เจเย่หยงตะโกนลั่น "เตาไจ๋หมิง ไปบอกไท่จื่อหรงให้มาที่ถนนชิงฟงเดี๋ยวนี้ พี่น้องพรรคเหล่าจงทุกคนรอต้อนรับอยู่!"

"ไม่ต้องส่งลูกกระจ๊อกมาล้อมประตูหรอก ประตูพรรคเหล่าจงเปิดกว้างรอคุณชายหรงเสมอโว้ย!"

"ฮ่าๆๆๆ"

เจียวอันหัวเราะร่าอย่างยะโส "ไท่จื่อหรงมันจะใจถึงพอหรือเปล่าวะ"

"อยากจะชิงถิ่น แต่ตัวเองกลับไม่กล้าโผล่หัวมา กลับบ้านไปนวดหลังให้พ่อแก ไปล้างเท้าให้อาแกเถอะ อะไรคือคุณชายหรงวะ? ก็แค่ไอ้กระจอกคนหนึ่ง ขนยังขึ้นไม่ครบก็ริจะเดินสายยุทธจักร ระยำเอ๊ย มาหาที่ตายที่พรรคเหล่าจงแท้ๆ!"

เตาไจ๋หมิงเห็นเจ้าสำนักของตัวเองถูกหยามต่อหน้าสาธารณชน เขาก็โกรธจนฟิวส์ขาด ตะโกนด่ากลับทันที "ระยำเอ๊ย! ไอ้พวกกระจอกอย่างพวกแก มีสิทธิ์อะไรมาเรียกเจ้าสำนักพรรคตานเอ๋อร์ออกมาวะ?"

"แค่ฉันคนเดียวก็เก็บพวกแกได้หมดทั้งร้านแล้ว ก้าวออกมาสิวะ ไอ้สถุล!"

"หุบปาก!"

"ถ้ายังเห่าอีก ปู่นี่จะฟันให้ยับเลย!"

ลูกน้องทั้งสองฝ่ายยืนด่าทอกันข้ามถนนใหญ่ หน่วยปราบจลาจลจึงต้องรีบเข้ามาแทรกกลาง เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการต่างพากันเหนื่อยล้าทั้งกายและใจจนเริ่มมีอารมณ์ฉุนเฉียว เวลาลงมือควบคุมตัวจึงรุนแรงขึ้นกว่าเดิมมาก

เสียงร้องโหยหวนของเหล่านักเลงดังขึ้นเรื่อยๆ นักเลงจำนวนมากถูกลากตัวเข้าไปในเส้นกั้นของตำรวจ เจ้าหน้าที่ปราบจลาจลหวดกระบองใส่ไม่ยั้ง รุมสกรัมพวกกู๋หวั่นไจ๋อย่างรุนแรง

พวกที่โชคร้ายถูกหวดเข้าจังๆ ถึงกับหัวแตกเลือดอาบ ร้องครวญครางไม่หยุด

ในห้องบัญชาการปราบจลาจล ผู้บัญชาการเตรียมแผนปฏิบัติการไว้พร้อมหมดแล้ว รอเพียงคำสั่งจากเบื้องบน ก็จะทำการจับกุมสมาชิกสมาคมลับบนท้องถนนทั้งหมดทันที

บุคคลที่มีชื่ออยู่ในบัญชีดำจะถูกจู่โจมจับกุมที่บ้านในคืนนี้ และถูกคุมตัวเข้าคุกตามรายชื่อ

ตึก ตึก ตึก

อิ่นเจ้าถังก้าวเดินอย่างมั่นคงขึ้นบันไดไม้ เมื่อเข้าไปในห้องชั้นลอยเห็นคนอยู่สี่คน เขาก็มีสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย

"อากง ลุงเกิน ลุงครับ"

แต่เขาก็รีบก้มตัวทักทายตามมารยาททันที

สำหรับผู้อาวุโสที่ไม่รู้จัก เขาเรียก "ลุง" ไว้ก่อนเสมอ

เฟยเมานั่งอยู่บนเก้าอี้ไท่ซือ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มอย่างผู้ชนะ "มาแล้วเหรอ?"

"ขอโทษครับ พอดีรถติดนิดหน่อย เลยมาสายไปสิบกว่านาทีครับ" อิ่นเจ้าถังนั่งลงที่ตำแหน่งสุดท้ายทางด้านซ้าย วางตัวเป็นผู้น้อยอย่างนอบน้อม

ลุงเกินส่งน้ำชาร้อนๆ มาให้ อิ่นเจ้าถังรีบกล่าวขอบพระคุณ

เฟยเมาพูดล้อเล่น "เคยได้ยินแต่คนนั่งรถเมล์แล้วรถติด ไม่เคยได้ยินว่าคนนั่งโรลส์-รอยซ์แล้วรถติดกับเขาด้วยแฮะ"

"คืนนี้อุโมงค์ฮุงฮอมคึกคักมากครับ ตลอดทางข้ามทะเลมีแต่ด่านตรวจ ขาดแค่คนมาเชิดสิงโตต้อนรับเท่านั้นแหละครับ" อิ่นเจ้าถังจิบน้ำชาพลางเป่าลมไล่ความร้อน

เฟยเมาแนะนำตัวเชาอาเก้าให้เขารู้จัก "แกเรียกน้าเก้าแล้วกัน ส่วนคนนี้คือพี่ไห่ ศิษย์เอกของน้าเก้า เป็นหัวหน้าเขตสิงคโปร์ของพรรคอี้หงอิงแห่งมาเลเซีย เขาทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่นั่น"

"เดือนนี้น้าเก้าจะจัดงานแซยิด อาไห่เลยตั้งใจบินมาจากสิงคโปร์เพื่อมาร่วมงาน กตัญญูจริงๆ เลยนะ"

อิ่นเจ้าถังทักทายอย่างมีกาลเทศะ "น้าเก้า พี่ไห่ครับ คืนนี้สมาคมเจอมรสุมนิดหน่อย ขอบคุณผู้อาวุโสทั้งสองที่ยื่นมือเข้าช่วยนะครับ วันหน้าถ้ามีเรื่องอะไรที่ผมพอจะช่วยได้สั่งมาได้เลย ผมในฐานะผู้น้อยไม่กล้ารับปากร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่จะทำให้สุดความสามารถแน่นอนครับ!"

เชาอาเก้านั่งอยู่บนเก้าอี้ เขาพอใจในท่าทีของอิ่นเจ้าถังมาก เขาพยักหน้าเล็กน้อย "พวกเราถึงจะไม่ใช่คนพรรคเดียวกัน แต่ก็เป็นคนบ้านเกิดเดียวกันนะ เรื่องของเหล่าจงก็คือเรื่องของแก๊งแต้จิ๋ว"

"ถ้าไม่ใช่เพราะแก๊งแต้จิ๋วในฮ่องกงเริ่มอ่อนแอ มีหรือที่คนกลุ่มสี่พันธมิตรจะกล้าบุกมาถึงที่แบบนี้?"

"สมัยที่ฉันยังรุ่งอยู่ในฮ่องกงน่ะ หลิวหรงจวี (เจ้าสำนักตานเอ๋อร์คนเก่า) ยังเป็นแค่ผู้อพยพอยู่เลย มันอาศัยเกาะขาหลิวฝูจนได้ดิบได้ดี และถูกบีบให้รวมกลุ่มสี่พันธมิตรขึ้นมา"

"พวกที่เข้ากลุ่มสี่พันธมิตรน่ะเดิมทีก็พรรคเล็กพรรคน้อยทั้งนั้น อ้างว่ารวมตัวเพื่อความอยู่รอด แต่ตอนนี้สี่พันธมิตรกลับกลายเป็นป้ายทองขนาดใหญ่ แล้วก็เริ่มรังแกพรรคเล็กกว่า ไท่จื่อหรงอยู่ที่ฮ่องกงคนเดียว ทำตัวกร่างจนไม่เห็นหัวใคร"

หลิวหรงจวีอาของไท่จื่อหรง และเติ้งป๋อเหวินพ่อของเขา คนหนึ่งหนีไปออสเตรเลีย อีกคนหนีไปอเมริกา ทั้งคู่แก่ชราและล้มป่วยจนคุมงานยุทธจักรไม่ไหวแล้ว

ถ้าทั้งคู่ยังคุมงานได้ ไท่จื่อหรงคงไม่กล้าทำตัวเละเทะแบบนี้

อิ่นเจ้าถังจิบชาพลางวิเคราะห์ในใจ "ธุรกิจยาเสพติดของอากง คงจะเป็นการทำให้กับพรรคอี้หงอิงนี่แหละ"

ถ้าทั้งสองสมาคมไม่มีผลประโยชน์ร่วมกัน เชาอาเก้าคงไม่ยอมออกมาหนุนหลังพรรคเหล่าจงแบบนี้หรอก

"มาเลเซียและสิงคโปร์น่ะตรวจยาเข้มงวดมาก แถมของจากสามเหลี่ยมทองคำก็เริ่มขาดแคลน ส่งถึงฮ่องกงราคาก็อย่างหนึ่ง ส่งถึงมาเลเซียก็อีกราคาหนึ่ง ยิ่งถ้าส่งไปถึงอเมริกาเหนือนี่ราคามหาศาลเลยล่ะ"

ถึงแม้ฝั่งอเมริกาเหนือจะนิยมกัญชาหรือโคเคนมากกว่า แต่การพก 'เบอร์ 4' ไปโชว์ในปาร์ตี้น่ะ มันคือการแสดงฐานะที่เท่สุดๆ! พวกลูกเศรษฐีฝรั่งเวลาจัดปาร์ตี้ พวกมันเล่นทุกอย่าง กินทุกอย่าง ยิ่งแถวนั้นไม่มีแหล่งผลิตเบอร์ 4 เลย ทำให้ราคาในต่างประเทศพุ่งสูงลิบ

พรรคเหล่าจงทำหน้าที่ขนของเข้าฮ่องกง ซึ่งต้องรับความเสี่ยงสูงสุด เก็บส่วนหนึ่งไว้ขายเอง ส่วนที่เหลือก็ส่งไปมาเลเซียให้คนของเชาอาเก้ากระจายของต่อ

ห่วงโซ่นี้ชัดเจนมาก เชาอาเก้าคือเจ้ามือรายใหญ่ ส่วนพรรคเหล่าจงเป็นเพียงหุ้นส่วนรายย่อย

เชาอาเก้าย่อมต้องการให้พรรคเหล่าจงแข็งแกร่ง เพราะพรรคเหล่าจงที่ทรงพลังจะช่วยเขาลักลอบขนของได้ดีขึ้นไงล่ะ!

ไม่รู้เลยว่าถ้าเชาอาเก้ารู้ว่าเฟยเมาตกลงจะล้างมือจากการค้ายา จะเกิดผลกระทบอะไรตามมาบ้าง

อิ่นเจ้าถังแอบสงสัยว่าเบื้องหลังเชาอาเก้ายังมีเจ้ามือรายอื่นซ่อนอยู่อีกหรือเปล่า

เฟยเมาเล่ารายละเอียดการแยกส่วนกลุ่มสี่พันธมิตรให้ฟัง ทุกคำพูดพยายามเน้นย้ำว่าการสนับสนุนของเชาอาเก้านั้นสำคัญแค่ไหน

แต่อิ่นเจ้าถังกลับจับสังเกตบางอย่างได้ จนใจเขาเต้นรัว "เชาอาเก้ามีคนอยู่ในกรมตำรวจ และรู้ด้วยว่าหนอนบ่อนไส้ในพรรคตานเอ๋อร์คือใคร!"

เรื่องนี้ไม่ธรรมดาเสียแล้ว บางทีคนที่ให้ข่าวเชาอาเก้า อาจจะเป็นบอสใหญ่ในเครือข่ายค้ายาเหมือนกัน วันนี้เขาอาจจะเป็นพันธมิตรของเฟยเมา แต่วันหน้าอาจจะเป็นศัตรูคู่อาฆาตของพรรคเหล่าจงก็ได้

ดังที่ว่าไว้ใน 《คัมภีร์จงซู》: "ผูกพันด้วยผลประโยชน์ เมื่อผลประโยชน์สิ้นไป มิตรภาพก็สลาย"

ความยุ่งยากเบื้องหลังมันใหญ่กว่าที่คิดไว้เยอะ ความโกรธของเฟยเมาในตอนแรกน่ะถือว่าน้อยไปด้วยซ้ำ

การที่เฟยเมอยอมรับปากเขากว่าจะล้างมือเลิกทำธุรกิจนี้ แสดงว่าเขาเชื่อมั่นในตัวอิ่นเจ้าถังมากจริงๆ

วัวแข็งก้าวเข้ามาที่ชั้นลอย ถือโทรศัพท์มือถือเครื่องใหญ่แล้วบอก "พี่ถัง มีสายเข้าครับ"

"เดี๋ยวมานะ"

อิ่นเจ้าถังปั้นหน้าเคร่ง ขอกล่าวขอโทษผู้อาวุโสในที่นั้น แล้วเดินลงมาข้างล่าง รับสายโทรศัพท์ "มีเรื่องอะไร?"

"เถ้าแก่อิ่นครับ จัดการไม่ได้แล้วครับ"

"ไท่จื่อหรงเพิ่งจะเหมาเรือลำหนึ่ง กะจะหนีไปมาเก๊า อีกสิบกว่านาทีเรือจะออกจากฝั่งแล้ว ผมทำงานเร็วแค่ไหน คืนเดียวก็เรียกคนมาไม่ทันหรอกครับ!" เสียงบ่นของอาต๋าจอมสังหารดังมาจากปลายสาย

คนทำอาชีพอย่างพวกเขา เจอเคสลูกค้าหนีหายแบบนี้ย่อมไม่มีใครแฮปปี้หรอก

อิ่นเจ้าถังสบถในใจแล้วสั่งทันที "ปล่อยมันไปไม่ได้เด็ดขาด!"

"ไม่ทันแล้วครับ" อาต๋าตอบ

อิ่นเจ้าถังวางโทรศัพท์ลง เขาครุ่นคิดไปมา ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงคนคนหนึ่งที่น่าจะจัดการไท่จื่อหรงได้ เขาจึงรีบกดเบอร์โทรศัพท์ทันที "ตื๊ด..."

หลี่จื้อปินกุมพวงมาลัยด้วยมือข้างเดียว ขับรถทอดน่องอยู่บนถนนนาธานอย่างสบายอารมณ์

"เทพบุตรถัง มีเรื่องอะไรอีกล่ะ?!" เขาเสียบโทรศัพท์ไว้ที่ที่วางแก้วน้ำ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงยโส "ถ้าจะมาเจรจาตอนนี้ เงื่อนไขมันไม่ใช่แบบเดิมแล้วนะโว้ย"

อิ่นเจ้าถังหัวเราะขำ "สารวัตรหลี่ครับ ในหน่วย O-J ของคุณเนี่ย มีสายลับคนหนึ่งที่แฝงตัวอยู่ในพรรคตานเอ๋อร์ และเขามี 'โรคกลัวความสูง' ใช่ไหมครับ? ผมขอเตือนคุณไว้อย่างนะ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด อีกเจ็ดวันข้างหน้า น่าจะเป็นวันครบรอบวันตายของเขาครับ"

ท่าทางที่ดูไม่ยี่หระของหลี่จื้อปินพลันหายวับไปทันที เขาเหยียบเบรกจนตัวโก่ง ตะโกนลั่นด้วยสีหน้าตื่นตระหนก "ใครบอกแก? พูดมาเดี๋ยวนี้!"

จบบทที่ บทที่ 118 ผูกพันด้วยผลประโยชน์

คัดลอกลิงก์แล้ว