- หน้าแรก
- เส้นทางเศรษฐีสายคุณธรรม เมื่อระบบบังคับให้ผมเป็นมาเฟียใจบุญ!
- บทที่ 60 แบ่งเขตอิทธิพล
บทที่ 60 แบ่งเขตอิทธิพล
บทที่ 60 แบ่งเขตอิทธิพล
บทที่ 60 แบ่งเขตอิทธิพล
สี่โมงเย็น
เฟยเมา ต้าจื้อ โซ่วกุ่ย เกาเหล่าเซิน และพรรคพวกรวมสามสิบกว่าคนจัดการขั้นตอนเสร็จสิ้น ต่างพากันเดินออกออกมาจากตึกสถานีตำรวจเกาลูนตะวันตกอย่างอึกทึก
อิ่นเจ้าถังก้าวเข้าไปต้อนรับ "อากง"
"ลุงจื้อ"
"ลุงเซิน..."
เขาเดินเข้าไปทักทายผู้อาวุโสทีละคน
เหล่าผู้อาวุโสต่างพยักหน้าตอบรับด้วยความพึงพอใจที่เขามาต้อนรับ
เฟยเมาค้ำไม้เท้า ใบหน้าเต็มไปด้วยความเมตตา เอ่ยเสียงนุ่มนวล "ลำบากแกแล้วนะอาถัง"
"เพิ่งออกมาเมื่อวาน วันนี้ยังต้องมารับพวกกระดูกเหล็กอย่างพวกเราอีก"
ต้าจื้อพยักหน้าเห็นด้วย "นั่นสิอาถัง พวกเรานั่งแท็กซี่กลับกันเองก็ได้"
หยวนเป่ารีบป้อยอเสริมพลางยิ้มประจบ "พวกเรานั่งรถเมล์เล็กกลับก็โอเคครับ หน้าสถานีตำรวจก็มีป้ายรถเมล์"
อิ่นเจ้าถังแกล้งหยอกเล่น "เมื่อวานซืนลำบากพวกลุงๆ ทำพิธีแต่งตั้งให้ผม วันนี้จะให้พวกลุงๆ นั่งรถเมล์กลับสำนักงานสมาคมเหรอครับ"
"เดือนหน้า รายจ่ายก้อนโตที่สุดในบัญชีสมาคม คงไม่ใช่การตั้งค่าหัวไล่ฟันผมหรอกนะ?"
ทุกคนต่างพากันระเบิดเสียงหัวเราะ บรรยากาศหน้าสถานีตำรวจที่ควรจะเคร่งเครียดกลับกลายเป็นผ่อนคลายและเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
จวงสงเอ่ยจิกกัดขึ้นมา "เทพบุตรถัง แกนี่ไม่เคยลืมหาโอกาสอวยตัวเองเลยนะ! สมาคมต่อให้จนยังไง เดือนหนึ่งก็มีเงินเข้าตั้งหลายล้าน"
"จะฟันแกต้องใช้เงินเท่าไหร่เชียว? ถึงกับบอกว่าเป็นรายจ่ายก้อนโต เหอะ!"
หลิวฉวนจงรีบชูมือขึ้นสมัครทันที "ฉันยอมทำฟรีเลย ไม่เอาสักแดงเดียว"
"ระยำเอ๊ย ฉันคือเจ้าพ่อมงก๊ก เป็นลูกพี่ใหญ่ของแกนะ แค่คำพูดนี้ฉันก็สั่งฟันแกให้ตายได้แล้ว" อิ่นเจ้าถังด่ากลับอย่างไม่จริงจัง
หลิวฉวนจงเถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้ "บ้าฉิบ ฉันพูดเรื่องทำตามกฎบ้าน! แกมาเบ่งเรื่องตำแหน่งใส่ฉันเหรอ?"
เย่าจีและพรรคพวกตงอันที่เดินตามหลังมา เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะเฮฮาของคนพรรคเหล่าจงก็รู้สึกรำคาญหู ในใจยิ่งทวีความหงุดหงิด พวกเขารีบเร่งฝีเท้าก้าวขึ้นรถหรูหลายคันแล้วจากไปโดยไม่พูดไม่จา
จังหวะนั้นเอง เกาเหล่าเซินเดินมาที่ริมทาง มองไปยังถนนที่ว่างเปล่าพลางถามด้วยความสงสัย "อาถัง แล้วรถของแกอยู่ไหนล่ะ?"
อิ่นเจ้าถังยิ้มตอบ "ลุงเซิน ผมเพิ่งรับตำแหน่ง จะเอาเงินที่ไหนไปซื้อรถล่ะครับ"
"เฮ้ย แกคงไม่ได้นั่งแท็กซี่มารับพวกเราจริงๆ หรอกนะ?" เกาเหล่าเซินบ่น
จวงสงถึงกับอึ้ง รู้สึกเหลือเชื่อมาก "พี่ถัง มีคนประเภทที่มารับอย่างเดียวแต่ไม่ส่งกลับด้วยเหรอเนี่ย?"
"วางใจเถอะครับ ผมเตรียมการไว้แล้ว"
อิ่นเจ้าถังไม่ใช่คนโง่ เขาเดินไปที่ตู้โทรศัพท์ริมทางอย่างมีเป้าหมาย หยอดเหรียญแล้วกดเบอร์โทรศัพท์ตะโกนบอก "อาเล่อ เอารถขึ้นมาเลย"
"รับทราบครับ"
ไม่กี่นาทีต่อมา รถบัสคันใหญ่ก็เลี้ยวโค้งเข้ามาจอดตรงหน้าเหล่าแกนนำพรรค
เกาเหล่าเซินทำหน้าเหมือนเห็นผี "ระยำเอ๊ย ไม่มีเบนท์ลีย์ เบนซ์ หรือโรลส์-รอยซ์ อย่างน้อยเช่ารถคราวน์มาสักไม่กี่คันก็ยังดี นี่มันรถบัสที่ประตูสีลอกจนเห็นเนื้อเหล็ก มันจะวิ่งไหวไหมเนี่ย?"
"บ้าไปแล้ว ใครจะนั่งก็นั่งไปเถอะ ฉันจะเรียกแท็กซี่เอง!" ยิ่งพูดยิ่งระแวง เขาหันหลังตั้งท่าจะเดินหนี
แต่อิ่นเจ้าถังกลับคว้าแขนเขาไว้ทันควัน "ลุงเซินครับ!"
"ผมเริ่มออกมาเดินสายตั้งแต่อายุสิบเอ็ด ขลุกอยู่แต่ในบ้านนอกเขตควอนตง เพิ่งจะเข้ามงก๊กมาได้ไม่กี่เดือนเองนะ ผมจนจริงๆ เช้ารถบัสคันนี้มาก็เงินเกลี้ยงกระเป๋าแล้วครับ"
"ถ้าลุงไม่นั่งเนี่ย ถือว่าไม่ให้เกียรติกันจริงๆ นะครับ!"
เกาเหล่าเซินพยายามสะบัดไหล่แต่กลับไม่หลุด เขาจึงยืนนิ่งทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
เฟยเมายิ้มละไมอยู่ตลอดเวลา เขาเป็นคนแรกที่ก้าวเท้าขึ้นรถพลางเอ่ยว่า "ฉันว่าแบบนี้แหละดี!"
"รถบัสคันเดียวขนพวกเรากลับบ้านได้หมด ประหยัดกว่าเอารถมาสิบคันตั้งเยอะ มิน่าล่ะ อาถังถึงหาเงินเก่งและรู้จักคำนวณบัญชี!"
หยวนเป่ารีบเสริม "ใช่ๆๆ หลานมารับทั้งที จะไปรังเกียจรถได้ยังไงครับ?"
"โรลส์-รอยซ์ เบนซ์ หรือรถบัส มันก็ไม่ต่างกันหรอก!"
ต้าจื้อ โซ่วกุ่ย จวงสง และคนอื่นๆ ทยอยกันขึ้นรถ จนรถบัสคันใหญ่เต็มแน่นไปด้วยผู้คน
เกาเหล่าเซินยังคงกังวลเรื่องความปลอดภัยของรถบัส เขาคอยลอบมองไปรอบๆ แต่เมื่อเห็นแกนนำทุกคนขึ้นรถหมดแล้ว ถ้าเขาไม่นั่งก็จะดูไม่เป็นพวกเดียวกัน
สุดท้ายภายใต้แรงดันของอิ่นเจ้าถัง เขาจึงต้องจำใจเดินขึ้นรถไปนั่งพลางบ่นกับตู้จื่อหัวว่า "เห็นไหมล่ะ อยู่ในยุทธจักรมันเป็นแบบนี้แหละ เลือกอะไรไม่ได้เลย"
"เอาน่าเตี่ย พี่ถังเขาไม่มีเงินจริงๆ เช้ารถบัสพร้อมคนขับวันหนึ่งก็ต้องจ่ายตั้งแปดร้อยเหรียญแล้วนะ!" ตู้จื่อหัวที่คลุกคลีกับอิ่นเจ้าถังมาวันหนึ่งกลับเข้าใจความคิดของเขา และช่วยพูดอธิบายแทน
เฟยเมานั่งอยู่ที่เก้าอี้แถวแรกข้างประตู สองมือค้ำไม้เท้า สายตามองออกไปนอกหน้าต่างชมทิวทัศน์เมือง
พี่น้องในสมาคมเดียวกัน ทั้งที่เป็นคนบนเรือลำเดียวกันแท้ๆ แต่กลับน้อยครั้งนักที่จะได้นั่งรถคันเดียวกัน หรือนั่งล้อมโต๊ะตัวเดียวกัน
วันนี้ถือเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่และถูกใจเขาไม่น้อย
ครึ่งชั่วโมงต่อมา รถบัสจอดลงที่หน้าภัตตาคารเฉาอี้ ลูกน้องสองคนที่เฝ้าประตูอยู่ต่างมองด้วยความระแวดระวังและสงสัย พวกเขาหยิบอาวุธขึ้นมาเตรียมจะเข้าไปลากตัวคนขับรถลงมา
คนในละแวกนี้ใครบ้างไม่รู้ว่าภัตตาคารเฉาอี้คือสำนักงานใหญ่ของจิ้งจงอี้ หน้าประตูไม่อนุญาตให้จอดรถเด็ดขาด เพราะเกรงว่าจะมีคนจากพรรคอื่นมาลามปาม
ใครคิดจะมาลองดีกับพรรคเหล่าจง ต้องมีฝีมือหนังเหนียวพอตัว!
ทว่า เมื่อเห็นเฟยเมา เกาเหล่าเซิน เจเย่หยง และอิ่นเจ้าถังทยอยกันลงจากรถ ลูกน้องที่เฝ้าประตูก็ถึงกับอึ้งกิมกี่ บรรดาแกนนำระดับบิ๊กที่มีชื่อเสียงในยุทธจักร นั่งรถบัสหวานเย็นกลับมาที่สำนักงานใหญ่คอสเวย์เบย์พร้อมกันเป็นพรวน สถานการณ์นี้มันเหนือความคาดหมายไปไกลลิบ
พวกลูกน้องได้สติก็รีบเก็บอาวุธแล้วก้าวเข้าไปต้อนรับ "อากง ลุงเซิน พี่หยงครับ!"
"พี่ถัง!"
อิ่นเจ้าถังพยักหน้าเล็กน้อย รับการต้อนรับในฐานะแกนนำพรรคคนสำคัญ ท่ามกลางเสียงตะโกนขานรับของลูกน้องที่เวรเฝ้าสำนักงาน เขาเดินเข้าสู่ภัตตาคารเฉาอี้อีกครั้ง
"เดี๋ยวฉันไปต้มน้ำชงชามาให้"
ลุงเกินเซินยังคงมีท่าทีเรียบเฉย การไปนอนโรงพักมาสองวันสำหรับเขาเหมือนการไปพักร้อน กิริยาท่าทางดูผ่อนคลายขึ้นเหมือนได้ย้อนวัยกลับไปเป็นหนุ่มอีกครั้ง และดูมีชีวิตชีวาขึ้นกว่าเดิม
เฟยเมา เกาเหล่าเซิน ต้าจื้อ โซ่วกุ่ย เจเย่หยง และเหล่าหม่า บรรดาผู้อาวุโสที่มีอำนาจตัดสินใจและแกนนำพรรคตัวจริง ต่างพากันขึ้นไปยังชั้นลอย
เฟยเมาจิ้มนิ้วไปที่ตำแหน่งหนึ่งแล้วเอ่ยว่า "อาถัง ต่อไปแกนั่งตรงนั้น"
"ครับ อากง!" อิ่นเจ้าถังรับคำ เกาเหล่าเซินจึงลากเก้าอี้มาตัวหนึ่ง แทรกเข้าไปตรงกลางระหว่างเหล่าหม่าและโช่วโข่วเฉียง ซึ่งก็คือตำแหน่งที่สองทางขวามือ
ตำแหน่งซ้ายสองขวาสองได้กลายเป็นที่นั่งของเจ้าพ่อคุมเขต ส่วนผู้อาวุโสและแกนนำคนอื่นๆ ต้องขยับถอยร่นไปนั่งถัดไป
จวงสงและหลิวฉวนจงก็ได้รับที่นั่งอย่างเป็นทางการบนชั้นลอยเช่นกัน
ทว่าก่อนที่ทั้งสามคนจะนั่งลง เฟยเมาได้ยืนอยู่หน้าแท่นบูชา จุดธูปขึ้นแล้วเอ่ยเสียงกังวาน "อย่าเพิ่งนั่ง! จัดที่นั่งครั้งแรก ต้องจุดธูปบอกกล่าวบรรพชนของสมาคมก่อน บอกหัวหน้าพรรคทุกรุ่นของจิ้งจงอี้ว่า วันนี้พรรคเหล่าจงได้เปิดสาขาเขตมงก๊กขึ้นใหม่อีกครั้ง"
"พวกแกคือผู้ทำคุณงามความดีให้กับสมาคม ได้นั่งตำแหน่งนี้อย่างภาคภูมิใจ เส้นทางยุทธจักรในวันหน้า สามวีรบุรุษห้าบรรพบุรุษและบรรพชนทุกรุ่นจะคอยคุ้มครองพวกแกเอง"
อิ่นเจ้าถัง จวงสง และหลิวฉวนจง ต่างมีสีหน้าเคร่งขรึม ก้าวเข้าไปรับธูปสามดอก ชูขึ้นเหนือศีรษะแล้วก้มตัวคารวะอย่างนอบน้อม
พวกเขาทยอยกันปักธูป แล้วเดินกลับไปที่เก้าอี้เพื่อนั่งลง
ตำแหน่งที่ผ่านการไหว้บอกกล่าวบรรพชนมาแล้วเนี่ย เวลานั่งลงไปความรู้สึกมันต่างออกไปจริงๆ สีหน้าของทั้งสามคนดูขรึมขึ้นมาก ไม่มีความโอหังหรือประมาทเลินเล่อหลงเหลืออยู่เลย
เมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนพิธีการ เฟยเมาจึงนั่งลงบนตำแหน่งหัวหน้าพรรคตรงกลาง แล้วเอ่ยเสียงต่ำ "คราวนี้เราสยบตงอันได้สำเร็จ การเจรจาสงบศึกผ่านไปได้ด้วยดี"
"เย่าจียอมยกลูกข่ายนิตยสารเล่มหนึ่งในมงก๊ก, บริษัทปล่อยกู้หนึ่งแห่ง, บ่อนใต้ดินสองแห่ง และซ่องสามแห่งให้เรา"
"รวมถึงสถานบันเทิงสองแห่ง, ร้านคาราโอเกะหนึ่งแห่ง, โต๊ะสนุ๊กเกอร์สามแห่ง และสัมปทานที่จอดรถอาคารพาณิชย์หนึ่งแห่ง กับธุรกิจตั๋วผีหน้าโรงหนังอีกหนึ่งแห่ง"
"ในบรรดานี้ มีทั้งส่วนที่เราต้องบริหารเอง และส่วนที่ส่งพี่น้องไปคุมพื้นที่เพื่อเก็บค่าคุ้มครอง เรื่องการแบ่งสรรที่ดินนี้ ตามกฎเดิม... ใครตีที่ไหนได้ ที่นั่นก็เป็นของคนนั้น ทุกคนไม่มีความเห็นอะไรใช่ไหม?"