- หน้าแรก
- ระบบพรสวรรค์สีทองแห่งสำนักง้อไบ๊!
- บทที่ 310 : ยอมให้ท่านใช้งานหนึ่งปี
บทที่ 310 : ยอมให้ท่านใช้งานหนึ่งปี
บทที่ 310 : ยอมให้ท่านใช้งานหนึ่งปี
บทที่ 310 : ยอมให้ท่านใช้งานหนึ่งปี
วันถัดมา
ยามเช้า
วันนี้กู้เส้าอันยังคงสวมชุดยาวสีขาวทองที่หน้าอกปักตราสัญลักษณ์ของสำนักง้อไบ๊
ทว่าบนไหล่ของเขามีห่อสัมภาระเพิ่มขึ้นมาหนึ่งใบ
เมื่อเดินออกจากห้อง ภาพที่เห็นตรงหน้าคือแม่ชีมิกจ้อ, โจวจื่อรั่ว, หยางเยี่ยน และเหมยเจี้ยงเสวี่ยที่มารออยู่ในลานบ้านแล้ว
กู้เส้าอันเดินเข้าไปหาแม่ชีมิกจ้อแล้วคำนับ: "ท่านอาจารย์"
แม่ชีมิกจ้อพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถาม: "การไปเมืองหลวงครั้งนี้ เจ้าเตรียมจะไปที่กรมตรวจการบูรพาหรือหมู่บ้านคุ้มมังกร?"
เดิมทีแคว้นต้าเว่ยมีกรมตรวจการแผ่นดินและกรมตรวจการบูรพาทำหน้าที่กำกับดูแลราชสำนัก
ทว่าหลังจากการก่อตั้งหมู่บ้านคุ้มมังกร กรมตรวจการแผ่นดินก็ถูกควบรวมเข้าไปด้วย
เรื่องการเลื่อนระดับฐานะของสำนักในยุทธภพ จึงกลายเป็นหน้าที่ของกรมตรวจการบูรพาและหมู่บ้านคุ้มมังกรในปัจจุบัน
กู้เส้าอันตอบโดยไม่ต้องคิด: "หลายปีก่อนที่เมืองริมทะเล ผู้น้อยได้พบกับแม่นางซ่างกวนที่เป็นคนของหมู่บ้านคุ้มมังกร ดังนั้นเมื่อถึงเมืองหลวง ศิษย์จึงคิดจะไปที่นั่นเพื่อดำเนินการเรื่องเลื่อนระดับของสำนักครับ"
แม่ชีมิกจ้อพยักหน้าเห็นด้วย: "ก็ดี กรมตรวจการบูรพามีชื่อเสียงไม่ค่อยดีมาตั้งแต่ก่อตั้ง ยิ่งช่วงปีหลังๆ ที่มีอำนาจมาก ชื่อเสียงยิ่งฉาวโฉ่ ได้ยินว่าเฉาเจิ้งฉุนกำลังรับสมัครยอดฝีมือไปทั่ว หากเจ้าไปที่นั่นเกรงว่าจะเกิดเรื่องยุ่งยากโดยไม่จำเป็น"
"ส่วนจูอู๋ซื่อ แม้จะทำเรื่องลับหลังไว้มากมายแต่ยังไม่ถูกเปิดเผย ต่อหน้าผู้คนเขายังต้องรักษาภาพลักษณ์ผู้ซื่อสัตย์ภักดี การกระทำจึงไม่บุ่มบ่ามเหมือนคนของกรมตรวจการบูรพา เมื่อเทียบกันแล้วหมู่บ้านคุ้มมังกรจึงเหมาะสมกว่า"
พูดถึงตรงนี้ แม่ชีมิกจ้อยิ้มกล่าวต่อ: "ด้วยวรยุทธ์ของเจ้าในตอนนี้ อาจารย์ก็ไม่ต้องกังวลเหมือนเมื่อก่อน แต่ยุทธภพนั้นลึกซึ้ง ทุกเรื่องยังต้องระวังให้มาก..."
กู้เส้าอันยืนฟังคำกำชับของอาจารย์อย่างสงบเหมือนเช่นเคย
เมื่อคำพูดที่ดูจะจู้จี้เล็กน้อยหยุดลง เขาจึงตอบกลับ: "ท่านอาจารย์โปรดวางใจ หากพบเจอเหตุการณ์ใด ศิษย์จะชั่งน้ำหนักและรับมืออย่างระมัดระวังครับ"
"อืม! เจ้าทำงาน อาจารย์ย่อมวางใจ"
หลังจากคุยกับอาจารย์เสร็จ กู้เส้าอันกำชับโจวจื่อรั่ว, หยางเยี่ยน และเหมยเจี้ยงเสวี่ยอีกรอบ ก่อนจะเดินจากไปท่ามกลางสายตาที่มาส่งของทุกคน
เมื่อกู้เส้าอันลับตาไปแล้ว แม่ชีมิกจ้อหันกลับมามองลูกศิษย์ทั้งสามคน
นางนิ่งคิดครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า: "เจี้ยงเสวี่ย ประเดี๋ยวเจ้าไปเก็บของตามข้าออกไปข้างนอก ส่วนจื่อรั่วและเยี่ยนเอ๋อ ช่วงนี้พวกเจ้าสองคนจงฝึกฝนอยู่ที่หลังเขา พยายามให้ 《คัมภีร์เก้าเอี้ยงง้อไบ๊》 บรรลุขั้นที่สี่ระดับสมบูรณ์โดยเร็ว เพื่อจะได้รับประทานยาโพธิ์หลิงหลงเพื่อทะลวงเข้าสู่ระดับรวมปราณ"
เดิมทีแม่ชีมิกจ้อต้องการให้โจวจื่อรั่วและหยางเยี่ยนช่วยจัดการเรื่องตกค้างของพรรคกระยาจกและพรรคฉางเล่อ
ทว่าเมื่อนึกได้ว่าทั้งสองกำลังมุ่งมั่นฝึกฝนอย่างหนัก
อีกทั้งวิชาเก้าเอี้ยงของทั้งคู่ก็เข้าสู่ขั้นที่สี่แล้ว แทนที่จะเสียเวลาไปกับเรื่องเล็กน้อยเหล่านั้น การฝึกฝนย่อมสำคัญกว่า
หากให้ทั้งคู่ลงเขาไปในตอนนี้ เกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อสมาธิของพวกนาง
เมื่อได้รับคำสั่ง ทั้งสามคนต่างพยักหน้ารับคำ
เหมยเจี้ยงเสวี่ยใช้วิชาตัวเบากลับเข้าห้องไปเก็บสัมภาระ
หยางเยี่ยนมองไปยังทางเข้าหลังเขา สูดลมหายใจลึกก่อนจะทะยานร่างมุ่งหน้าไปยังป่าไผ่อีกครั้ง
ส่วนโจวจื่อรั่วเดินไปยังหน้าผา ตรงตำแหน่งที่กู้เส้าอันมักจะใช้ฝึกฝนเป็นประจำ
สองชั่วยามต่อมา ดวงอาทิตย์ลอยเด่นอยู่เหนือศีรษะ
กู้เส้าอันที่อยู่ในจวนเจียติ้งสวมงอบที่มีผ้าขาวทิ้งตัวลงมาถึงหัวไหล่
นับตั้งแต่เข้าเมืองมา เขาไม่ได้ถอดงอบออกเลย
ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้ แต่ทำแล้วจะไม่สะดวก
ด้วยการทำจิตอาสารักษาโรคมาสิบปี ชื่อเสียงของเขาในจวนเจียติ้งนั้นโด่งดังมาก
ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านธรรมดาหรือขุนนางผู้ใหญ่ ต่างก็เคยผ่านมือการรักษาของเขามาตลอดสิบปีนี้
ตั้งแต่สิ้นสุดการรักษาในปีแรก ทุกครั้งที่เขาเข้าเมืองเจียติ้ง ผู้คนที่เขาเคยรักษาหายมักจะหอบของขวัญมามอบให้ตามชื่อเสียงที่เลื่องลือ
ไม่ว่าจะเป็นข้าวสารแป้งหมี่ทั่วไป หรือพืชผลทางการเกษตร
จนภายหลังเมื่อเขามาเยือนเจียติ้ง จำต้องให้ศิษย์ง้อไบ๊ที่ประจำอยู่ในเมืองมาช่วยขนของที่ชาวบ้านมอบให้กลับขึ้นเขา
เมื่อตอนอายุสิบหก เขาถึงกับเคยได้รับเสื้อคลุมร้อยผืน
ยามที่เขามอบต่อให้แม่ชีมิกจ้อ อาจารย์ของเขามีรอยยิ้มประดับใบหน้าไม่ขาดสายตลอดทั้งเดือนนั้น
เมื่อนึกถึงเรื่องราวน่าสนใจในอดีต กู้เส้าอันก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
หลังจากซื้อเสบียงกรังและยาสมุนไพรบางชนิดที่ในคลังยาบนเขาขาดแคลนแล้ว กู้เส้าอันก็ออกจากประตูเมืองทิศตะวันตก แล้วใช้วิชาตัวเบาเร่งเดินทาง
จนกระทั่งยามอาทิตย์อัสดง ที่สถานีม้าห่างจากจวนเจียติ้งไปทางทิศตะวันตกสองร้อยลี้ เงาร่างที่พลิ้วไหวของกู้เส้าอันจึงค่อยๆ ชะลอความเร็วลง เปลี่ยนเป็นเดินเท้าเข้าหาจุดพักเพื่อพักค้างแรมหนึ่งคืน
เมื่อกู้เส้าอันเดินเข้าไปใกล้ ลูกจ้างในสถานีรีบกุลีกุจอมาต้อนรับ
"นายท่าน จะพักค้างคืนหรือรับประทานอาหารขอรับ?"
"ทั้งสองอย่าง เตรียมอาหารง่ายๆ และห้องพักชั้นบนห้องหนึ่ง ขอที่ทำเลดีๆ และสงบหน่อย"
พูดพลาง กู้เส้าอันโยนเศษเงินหนึ่งตำลึงให้เสี่ยวเอ้อ
สถานีม้าสร้างโดยราชสำนัก นอกจากคนของทางการที่มาพักแล้วจดบัญชีได้ แขกทั่วไปที่เข้าพักหรือกินอาหารต้องจ่ายเงินเอง และในที่เปลี่ยวเช่นนี้ ค่าใช้จ่ายย่อมสูงไม่แพงกว่าเหลาสุราชั้นดีในเมืองเลย
"ได้เลยขอรับ~"
เสี่ยวเอ้อรับเงินแล้วรีบโค้งตัวเชิญกู้เส้าอันเข้าไปข้างใน
เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องโถงชั้นล่าง กู้เส้าอันกวาดสายตามองไปรอบๆ ตามสัญชาตญาณ
เมื่อสายตาประสานเข้ากับคนท่ีที่นั่งอยู่ริมหน้าต่าง เขาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
เพราะคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นคือ หวงเสวี่ยเม่ย ที่เพิ่งจากเขาง้อไบ๊มาเมื่อไม่กี่วันก่อนนั่นเอง
หวงเสวี่ยเม่ยยกจอกเหล้าขึ้นส่งสัญญาณทักทายกู้เส้าอัน
กู้เส้าอันจึงโบกมือให้เสี่ยวเอ้อเป็นเชิงบอกว่าจัดการเอง แล้วเดินตรงไปหาหวงเสวี่ยเม่ย
เขาถอดงอบออกแล้วเอ่ยถามหญิงสาวตรงหน้า: "แม่นางหวงมารอข้าเป็นพิเศษรึ?"
หวงเสวี่ยเม่ยวางจอกเหล้าที่เพิ่งรินให้ลงตรงหน้ากู้เส้าอันแล้วกล่าวว่า: "การไปง้อไบ๊ครั้งนี้ ข้าตั้งใจไปเพื่อตอบแทนคุณที่ท่านช่วยชีวิตข้าเมื่อสิบปีก่อน แต่เรื่องที่เกิดขึ้นบนเขาง้อไบ๊เมื่อวันก่อนนั้นไม่นับ"
เมื่อได้ยินดังนั้น กู้เส้าอันยกจอกเหล้าขึ้นมาแตะริมฝีปาก สูดกลิ่นตรวจสอบจนแน่ใจว่าไม่มีสิ่งเจือปนจึงจิบเพียงเล็กน้อย
แล้วตอบกลับว่า: "หากเพียงเพื่อเรื่องนี้ แม่นางหวงไม่จำเป็นต้องลำบาขนาดนี้"
หวงเสวี่ยเม่ยวางจอกลง จ้องมองกู้เส้าอันอย่างสงบ: "ข้าแม้เป็นสตรี แต่ก็รู้ซึ้งถึงหลักการ 'บุญคุณต้องทดแทน' "
น้ำเสียงไม่หนักนัก แต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยว
กู้เส้าอันอดหัวเราะไม่ได้แล้วถามว่า: "แล้วแม่นางเตรียมจะตอบแทนคุณอย่างไร?"
หวงเสวี่ยเม่ยตอบ: "ข้าจะยอมให้ท่านใช้งานเป็นเวลาหนึ่งปี ถือเป็นการชดใช้บุญคุณครั้งนี้"
เมื่อได้ยินดังนั้น กู้เส้าอันเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดูเหมือนจะนึกไม่ถึงว่าหวงเสวี่ยเม่ยจะเลือกวิธีนี้ในการตอบแทนคุณ
สำหรับคนอื่น การมียอดฝีมือที่เชี่ยวชาญวรยุทธ์คลื่นเสียงและมีพลังฝีมือระดับรวมปราณอยู่ข้างกายย่อมมีแต่ผลดี
แต่สำหรับกู้เส้าอันแล้ว หากปัญหาใดที่เขาแก้ไม่ได้ ด้วยพลังของหวงเสวี่ยเม่ยก็ย่อมไม่มีทางช่วยได้เช่นกัน
หากหวงเสวี่ยเม่ยเสนอวิธีนี้ตอนอยู่บนเขาเมื่อไม่กี่วันก่อน เขาอาจจะให้เธอช่วยแม่ชีมิกจ้อจัดการเรื่องพรรคกระยาจกหรือพรรคฉางเล่อ
แต่ตอนนี้เดินทางห่างจากเจียติ้งมาสองร้อยลี้แล้ว จะให้เธอเดินทางกลับไปก็ดูไม่เหมาะสม
"เอาเถอะ! อย่างไรเสียการเดินทางก็เงียบเหงา ถือว่ามีเพื่อนร่วมทางไว้แก้เซ็งก็แล้วกัน"
อีกอย่าง เขาก็มีความสนใจในวรยุทธ์คลื่นเสียงที่พิเศษอย่าง 《แปดทำนองเทียนหลง》อยู่ไม่น้อย
ศัตรูที่เคยพบมายังไม่มีใครที่เชี่ยวชาญวรยุทธ์สายนี้เลย
ในเมื่อหวงเสวี่ยเม่ยเต็มใจติดตาม เขาจึงอยากเรียนรู้กลไกของวรยุทธ์คลื่นเสียงผ่านตัวเธอ
เผื่อว่าในอนาคตจะสามารถสร้างวรยุทธ์คลื่นเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเองขึ้นมาได้บ้าง
ความคิดแล่นผ่านไป กู้เส้าอันจึงกล่าวว่า: "คำว่า 'ใช้งาน' นั้นออกจะเกินไปหน่อย หากแม่นางไม่ติดธุระอะไร ก็ร่วมเดินทางไปกับข้า ยามว่างเราก็ประลองฝีมือแลกเปลี่ยนวรยุทธ์กัน"
หวงเสวี่ยเม่ยตาเป็นประกาย พยักหน้าตอบ: "ตกลง!"
สิ้นคำกล่าว สีหน้าของเธอดูผ่อนคลายและอ่อนโยนลงทันตา
ดูเหมือนเธอเองก็กังวลว่ากู้เส้าอันจะปฏิเสธเช่นกัน