เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 125 ความรู้สึกเหมือนมีเมียรวย!

ตอนที่ 125 ความรู้สึกเหมือนมีเมียรวย!

ตอนที่ 125 ความรู้สึกเหมือนมีเมียรวย!


ตอนที่ 125 ความรู้สึกเหมือนมีเมียรวย!

พอหลินเจ๋อพูดจบ

ตรงหน้าเขาห่างออกไปประมาณครึ่งเมตร อากาศก็เริ่มสั่นไหวเหมือนผิวน้ำ

หน้าจอเสมือนจริงสีฟ้าสดใสที่ดูทันสมัยปรากฏขึ้น

บนหน้าจอแสดงข้อความแจ้งเตือนหลายประการ

【ความสัมพันธ์ของคุณกับหลินเสี่ยวเหมิงเลื่อนระดับเป็น "รักแท้ที่มั่นคง"!】

【วงเงินในบัตรกองทุนความรักของคุณเพิ่มขึ้นเป็น 131,400 หยวน!】

【ในเดือนนี้คุณใช้จ่ายเงินจากกองทุนไปแล้ว 45,888 หยวน ซึ่งจะถูกหักออกจากวงเงินรวม】

【ยอดเงินคงเหลือในบัญชีกองทุนความรักของคุณตอนนี้คือ 85,512 หยวน!】

"รักแท้ที่มั่นคง? เลื่อนระดับแล้วเหรอ? วงเงินต่อเดือนเพิ่มขึ้นเป็นแสนสามกว่าเลย!"

เมื่อเห็นข้อมูลบนหน้าจอ หลินเจ๋อก็รู้สึกดีใจสุดขีดจนเผลอก้มลงจูบหน้าผากของหลินเสี่ยวเหมิงหลายครั้ง

"พี่เจ๋อจ๊ะ?"

หลินเสี่ยวเหมิงถึงกับงงที่ถูกเขาจูบระรัวแบบนั้นและมองเขาด้วยสายตาที่ใสซื่อ

"หลินเสี่ยวเหมิงเอ๋ย เธอนี่คือดาวนำโชคของฉันจริงๆ!"

พูดจบเขาก็ก้มลงจูบที่ริมฝีปากของเธออีกครั้งอย่างดูดดื่ม

วงเงินในบัตรกองทุนความรักเพิ่มขึ้นเป็น 131,400 หยวนต่อเดือน

นั่นหมายความว่า ต่อไปเขาและหลินเสี่ยวเหมิงจะมีเงินค่าขนมไว้ใช้ฟรีๆ เดือนละกว่าแสนสามหมื่นหยวน ซึ่งมันยอดเยี่ยมมาก

หากคิดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารที่ร้อยละห้าต่อปี การจะได้ดอกเบี้ยเดือนละแสนสามต้องมีเงินต้นมากกว่าสามสิบเอ็ดล้านหยวน!

เงินค่าขนมเดือนละแสนสามหมื่นหยวนนั้น ไม่ใช่แค่ในเมืองนี้เท่านั้น ต่อให้ไปอยู่ในเมืองใหญ่ระดับโลกก็ยังใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบาย

สิ่งที่คนธรรมดาพยายามทั้งชีวิตก็ไม่อาจทำได้ แต่เขากลับทำได้เพียงเพราะการใช้เวลาร่วมกับหลินเสี่ยวเหมิงแค่ชั่วโมงเดียว

ความรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกแฟนสาวเลี้ยงดูนี้มันคืออะไรกันนะ?

หลินเจ๋อจำได้แม่นยำว่าบัตรใบนี้ได้มาเพราะการเป็นแฟนกัน

และการเลื่อนระดับวงเงินก็เป็นเพราะความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งขึ้น

มองในมุมหนึ่ง เขาก็เหมือนกำลังใช้เงินของเธออยู่นั่นแหละ

ความรู้สึกที่กลายเป็นคนมั่งคั่งขึ้นมาในชั่วข้ามคืนมันช่างดูไม่เหมือนเรื่องจริงเอาเสียเลย

เขามีรถหรูราคาเป็นล้านแล้ว

มีแฟนที่ทั้งสวย อ่อนโยน และว่านอนสอนง่ายแล้ว

แถมยังมีรายได้ที่ไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสายอีก...

ทุกอย่างมันช่างราบรื่นราวกับเขาเป็นพระเอกในนิยายเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว

ด้วยความตื่นเต้น หลินเจ๋อจึงใช้เวลาร่วมกับหลินเสี่ยวเหมิงอีกหลายรอบจนถึงตีสองกว่าจึงได้นอนกอดกันหลับไป

กริ๊งๆๆ กริ๊งๆๆ --!

เช้าวันรุ่งขึ้น หลินเจ๋อและหลินเสี่ยวเหมิงถูกปลุกด้วยเสียงนาฬิกาปลุกตอนตีห้า

แม้จะเหนื่อยล้าจากการออกกำลังกายและได้นอนแค่สามชั่วโมง

แต่พอตื่นมาหลินเจ๋อก็รู้สึกสดชื่นและมีพลังอย่างมาก

ตรงกันข้ามกับหลินเสี่ยวเหมิงที่แค่จะลุกจากเตียงเดินยังลำบาก

เห็นแบบนั้นหลินเจ๋อจึงกดตัวเธอลงบนเตียงอีกครั้ง

"วันนี้เธอลาพักงานหนึ่งวันนะ รอนิ่งๆ อยู่ที่นี่ เดี๋ยวฉันกลับไปจัดการเรื่องที่โรงเตี๊ยมเสร็จแล้วจะมารับเธอกลับ"

"ไม่เป็นไรจ้ะพี่เจ๋อ ฉันไหวอยู่จ้ะ"

แต่พอเธอลุกขึ้นยืน เธอก็รู้สึกเจ็บจนต้องหน้าเหยเก

"เชื่อฟังกันหน่อยสิ ฉันไม่ได้ขอร้องแต่เป็นคำสั่ง นอนรออยู่ที่นี่แหละ หิวก็สั่งอะไรมากินนะ"

"ช่างเถอะ เธอซื่อบื้อขนาดนี้คงสั่งอาหารไม่เป็นหรอก เดี๋ยวฉันสั่งให้เอง"

"วันนี้อยู่ที่นี่พักผ่อนให้เต็มที่ ห้ามไปไหนเด็ดขาดนะ"

เขากดตัวเธอลงบนเตียงอีกครั้งพร้อมกำชับด้วยเสียงที่ดูเผด็จการเล็กน้อยก่อนจะเดินออกจากห้องไป

หลินเสี่ยวเหมิงสัมผัสได้ถึงความเป็นห่วงที่เขามีให้ เธอจึงรู้สึกตื้นตันและมั่นใจว่าเธอเลือกคนไม่ผิดจริงๆ

หลินเจ๋อเดินออกจากห้องแล้วลงลิฟต์ไปที่ชั้นล่าง

เขาไปแจ้งพนักงานที่เคาน์เตอร์เพื่อจองห้องพักต่ออีกหนึ่งวันก่อนจะเดินออกไป

เขาเดินข้ามถนนมุ่งหน้าไปยังลานจอดรถใต้ดินเพื่อเอารถ

สายตาเหลือบไปเห็นร้านขายยาที่เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงตั้งอยู่ไม่ไกลจากโรงแรม

พอนึกถึงสีหน้าที่เจ็บปวดของหลินเสี่ยวเหมิงตอนลุกจากเตียง เขาก็รู้สึกผิดขึ้นมา

เขาจึงเปลี่ยนทิศทางเดินไปยังร้านขายยาทันที

พนักงานที่เข้าเวรคือผู้หญิงวัยกลางคนรูปร่างเพรียวผมดัดลอนและสวมหน้ากากอนามัยอันใหญ่

ช่วงเช้ามืดแบบนี้ไม่ค่อยมีลูกค้า เธอจึงนั่งสัปหงกอยู่ที่เคาน์เตอร์คิดเงิน

พอหลินเจ๋อเดินเข้าไป เสียงสัญญาณเตือนที่ประตูเลื่อนก็ดังขึ้น

"ยินดีต้อนรับค่ะ!"

ผู้หญิงคนนั้นลุกขึ้นมองมาที่ประตู

พอเห็นว่าเป็นหลินเจ๋อ เธอก็แสดงสีหน้าประหลาดใจอย่างมาก

เธอไม่นึกเลยว่าจะมาเจองานเขาที่นี่

หลินเจ๋อเดินไปที่เคาน์เตอร์พลางหยิบมือถือมาสแกนจ่ายเงินและพูดว่า

"สวัสดีครับพี่สาว แฟนผมเพิ่งมีครั้งแรกแล้วเดินไม่ค่อยสะดวกน่ะครับ รบกวนช่วยจัดยาให้หน่อยนะครับ"

"ฮิฮิ... ฮ่าๆๆ ~"

ผู้หญิงคนนั้นอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างดัง

"อ้าว เฮ้ย..."

พอได้ยินเสียงหัวเราะนั้น หลินเจ๋อก็จำได้ทันทีว่าเธอคือใครและถึงกับทำตัวไม่ถูก

"อาหญิง? อามาทำอะไรที่นี่ครับ! แล้วไปดัดผมมาตอนไหนเนี่ย!"

พอจำได้ว่าเป็นหลินกั๋วเสียอาหญิงของเขา หลินเจ๋อก็แทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี

เขารู้ว่าอาหญิงทำงานร้านขายยาในเมืองนี้แต่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน

เมืองนี้มีร้านขายยาเป็นร้อยร้าน ทำไมถึงมาเจอร้านที่อาหญิงทำอยู่ได้ ช่างบังเอิญเกินไปแล้ว!

"เสี่ยวเจ๋อ เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ? แฟนมีครั้งแรกเหรอจ๊ะ?"

"ฮ่าๆ ร้ายไม่เบานะเรา ไปมีแฟนตอนไหนล่ะเนี่ย? ก้าวหน้าไปไกลเชียวนะ!"

"ปีนี้อาจะได้ดื่มน้ำสังข์ในงานแต่งเราไหมเนี่ย?"

อาหญิงดีใจมากที่รู้ว่าหลานชายมีแฟนแล้ว แถมความสัมพันธ์ยังคืบหน้าไปมากขนาดนี้

"โธ่ อาหญิงครับ อย่าล้อผมเลย..."

"เรื่องนี้รบกวนอาช่วยเก็บเป็นความลับก่อนนะครับ อย่าเพิ่งบอกพ่อกับแม่ผมนะ"

หลินเจ๋อยืนอายจนอยากจะมุดรูหนี แม้มันจะไม่ใช่เรื่องที่เสียหายอะไร แต่มันก็น่าเขินอายมาก

ที่ต้องมาซื้อยาทาจุดซ่อนเร้นจากอาหญิงของตัวเองแบบนี้!

"โตๆ กันแล้วจะอายทำไมกันจ๊ะ"

"อีกอย่างเราก็ถึงวัยที่จะมีครอบครัวได้แล้ว การทำเรื่องของผู้ใหญ่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนี่นา"

อาหญิงพูดหยอกล้อพลางหยิบถุงพลาสติกมาใส่ยาให้หลานชายอย่างคล่องแคล่ว

"นี่คือน้ำยาไว้ทำความสะอาดนะ แล้วก็มีวิตามินซี ยาแก้เสบ และยาปฏิชีวนะ"

"ที่สำคัญคือ สองสามวันนี้ก็เพลาๆ ลงหน่อยนะ รอให้หายดีก่อนค่อยว่ากันใหม่"

อาหญิงพูดพลางยิ้มและส่งถุงยาให้หลินเจ๋อ

เขารับถุงยามาแล้วถามว่า "ทั้งหมดเท่าไหร่ครับอาหญิง?"

"เอาไปเถอะจ้ะ ไม่ต้องจ่ายหรอก เก็บเงินไว้เถอะ แล้วรีบเอายาไปทาให้แฟนสาวคนสวยของเราได้แล้ว"

อาหญิงโบกมือไล่พลางถามด้วยความอยากรู้

"จริงด้วยเสี่ยวเจ๋อ ในมือถือมีรูปแฟนไหมจ๊ะ? ชื่ออะไรล่ะ? ขอดูหน่อยสิว่าสวยแค่ไหน"

"มือถือเพิ่งเปลี่ยนใหม่ไม่มีรูปเลยครับ แต่ว่า..."

เขาหยิบมือถือมาเปิดแอปพลิเคชันวิดีโอแล้วหาคลิปที่ตานเถิงเคยลงไว้ตอนโปรโมตโรงเตี๊ยม

ท้ายคลิปนั้นมีช่วงที่หลินเสี่ยวเหมิงปรากฏตัวอยู่ด้วย

เขาเลื่อนวิดีโอไปตอนท้ายแล้วส่งให้อาหญิงดู

"สวยจริงๆ ด้วย! สวยมากเลยจ้ะ"

"เสี่ยวเจ๋อนี่ตาถึงจริงๆ นะเนี่ย!"

"มิน่าล่ะตอนอาจะแนะนำผู้หญิงให้ถึงไม่ยอมไปดูตัวสักคน!"

"ที่แท้ก็แอบไปมีแฟนสวยขนาดนี้อยู่นี่เอง!"

อาหญิงมองดูหลินเสี่ยวเหมิงในวิดีโอแล้วรู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก

"ก็งั้นๆ แหละครับ"

หลินเจ๋อพูดอย่างถ่อมตัวแต่ใครก็มองออกว่าเขากำลังภูมิใจสุดๆ

"ไม่ต้องมาทำเป็นพูดดีเลยเรา!"

"เฮ้อ ถ้าลูกพี่ลูกน้องเราได้ครึ่งหนึ่งของเรา อาคงหมดห่วงไปนานแล้ว"

ลูกชายของอาหญิงหรือเฉียวเหวินตงเพิ่งเรียนอยู่ปีสอง

แต่เขาสูงไม่ถึงร้อยเจ็ดสิบและน้ำหนักเกือบเก้าสิบกิโลกรัม

แถมหน้าตายังไม่เหมือนอาหญิงเลยสักนิดแต่กลับไปเหมือนพ่อที่หน้าตาธรรมดาๆ

อาหญิงจึงมักจะกังวลเรื่องการหาคู่ครองของลูกชายอยู่เสมอ

"เหวินตงเพิ่งเรียนปีสองเองครับยังเด็กอยู่เลย"

"อีกอย่างผมได้ยินว่าเขาสามารถเขียนนิยายออนไลน์หาเลี้ยงตัวเองได้แล้วนี่ครับ"

"ไม่ต้องรบกวนเงินจากอาและอาเขยเลย เก่งขนาดนี้ยังไม่พออีกเหรอครับ?"

"ตอนผมเรียนนี่ยังหาเงินไม่ได้สักบาท ต้องขอเงินพ่อแม่ตลอดเลยนะครับ"

หลินเจ๋อชื่นชมเฉียวเหวินตงจากใจจริง เพราะวัยขนาดนั้นแต่รู้จักทำงานหาเงินเองถือว่าเก่งกว่าเขาตอนนั้นมาก

"ฮ่าๆ โบราณว่าไว้ พระเจ้าปิดประตูบานหนึ่งแต่ก็เปิดหน้าต่างอีกบานให้เขานั่นแหละจ้ะ"

"เรื่องนี้แหละที่ทำให้อากับพ่อเขาพอจะยืดอกภูมิใจได้บ้าง"

แม้จะกังวลเรื่องหน้าตาแต่เธอก็ภูมิใจในความสามารถของลูกชายมาก

"อาหญิงครับ ผมต้องรีบกลับโรงเตี๊ยมไปจัดการงานน่ะครับ คงคุยต่อได้ไม่นาน"

เขายกนาฬิกาขึ้นดูพบว่าเป็นเวลาตีห้าครึ่งแล้ว คุยเพลินไปหน่อยจนเสียเวลาไปหลายนาที

อาหญิงโบกมือไล่ "ไปเถอะๆ มีงานก็ไปทำ ว่างๆ ก็พาแฟนมาหาที่บ้านบ้างนะ"

หลินเจ๋อยิ้มแล้วพูดว่า "วันไหนจะสู้เท่าวันนี้ล่ะครับ เดี๋ยวผมจัดการงานเสร็จก็จะเข้าเมืองมาอีกรอบ อาหญิงเลิกงานกี่โมงครับ?"

"อาเข้ากะดึกจ้ะ เจ็ดโมงเช้าก็เลิกงานแล้ว พักผ่อนอยู่ที่บ้านทั้งวันนั่นแหละ"

"พอดีวันนี้อาเขยเราก็หยุดงานด้วย จะมาตอนไหนก็ได้ตามสะดวกเลยจ้ะ"

หลินเจ๋อตอบรับทันที "ตกลงครับ! งั้นเจอกันช่วงบ่ายนะครับ มื้อเย็นเรากินข้าวด้วยกัน"

"ตกลงจ้ะ! อาจะรอเรากับแฟนอยู่ที่บ้านนะ ต้องมาให้ได้ล่ะ!"

อาหญิงดีใจมากที่จะได้พบกับแฟนสาวของหลานชายในวันนี้

อาหลานที่มีนามสกุลเดียวกันและสายเลือดเดียวกันย่อมมีความผูกพันกันเป็นธรรมดา

เธอรักและเอ็นดูหลินเจ๋อมาตั้งแต่เด็กเหมือนลูกชายแท้ๆ ของตัวเอง

ตอนที่พ่อแม่ของหลินเจ๋อประสบอุบัติเหตุ เธอก็เป็นคนควักเงินสี่หมื่นหยวนออกมาช่วยค่ารักษาพยาบาล

รวมกับเงินที่เคยให้ยืมตอนเปิดโรงเตี๊ยมอีกหกหมื่นหยวน ก็เป็นเงินหนึ่งแสนหยวนพอดี

การที่หลินเจ๋ออยากไปกินข้าวที่บ้านอาหญิงวันนี้ นอกจากจะพาแฟนไปทำความรู้จักแล้ว เขายังตั้งใจจะเอาเงินไปคืนด้วย

ช่วงนี้เขามีรายได้คงที่วันละสี่ห้าหมื่นหยวน

เมื่อวานซื้อรถไปแสนกว่าหยวน ยังมีเงินเหลือเก็บอีกเจ็ดหมื่นกว่าหยวน

วันนี้พอส่งของให้ร้านผลไม้และได้รับเงินโอนมา ก็น่าจะครบหนึ่งแสนหยวนพอดีสำหรับคืนให้อาหญิง

ตอนนี้เขามีเงินในกองทุนความรักไว้ใช้จ่ายแล้ว เงินส่วนตัวจึงไม่ต้องเก็บไว้เยอะนัก

"ผมไปก่อนนะครับ เจอกันตอนบ่ายครับ!"

เขาโบกมือลาอาหญิงแล้วหิ้วถุงยาเดินกลับไปที่โรงแรม

หลินเสี่ยวเหมิงที่นอนพักอยู่ประหลาดใจที่เห็นเขากลับมาเร็ว

แต่พอเห็นถุงยาในมือเขา เธอก็ซึ้งใจจนพูดไม่ออก

หลังจากเอายาให้เธอและกำชับเรื่องต่างๆ แล้ว เขาก็รีบลงมาข้างล่าง

เขาตรงไปยังลานจอดรถใต้ดินแล้วขับรถออกไปทันที

ใช้เวลาสี่สิบนาที รถหยางวั่ง ยูแปด ก็มาถึงตลาดค้าส่งและจอดที่หน้าโกดังที่เขาเช่าไว้

ตอนนี้เป็นเวลาหกโมงสี่สิบแปดนาที หลี่อิงนำท้อมาส่งให้ครบหนึ่งพันชั่งแล้ว ส่วนลูกพี่ลูกน้องเขายังไม่มา

เขาลงจากรถไปจัดการแปรรูปท้อหนึ่งพันชั่งให้กลายเป็นท้อท้อมีสุขอย่างคล่องแคล่ว

พอจัดการเสร็จเดินออกมา ลูกพี่ลูกน้องของเขาก็มาถึงพอดี เวลาช่างประจวบเหมาะจริงๆ

"อ้าวเสี่ยวเจ๋อ นี่รถใหม่เหรอ? หยางวั่ง ยูแปด! สุดยอดไปเลยเพื่อน!"

"รถคันนี้เท่ชะมัด! ดูเป็นลูกผู้ชายสุดๆ! ราคาเท่าไหร่เนี่ย?"

เมื่อเห็นรถใหม่เอี่ยมที่ยังไม่ติดป้ายทะเบียน จางเสวี่ยกังลูกพี่ลูกน้องของเขาก็ทึ่งในฐานะทางการเงินของเขาอีกครั้ง

นี่แหละคือความสำเร็จที่แท้จริง!

ซุ่มเงียบแต่ควักเงินซื้อรถหรูราคาเป็นล้านได้ทันที!

หลินเจ๋อยิ้ม "ก็ล้านกว่าหยวนนั่นแหละครับ เรื่องซื้อรถนี่อย่าเพิ่งบอกพ่อกับแม่ผมนะครับ เดี๋ยวพวกเขาจะเสียดายเงินแทนผม"

จางเสวี่ยกังตบหน้าอกรับคำ "วางใจได้เลย! ปากฉันน่ะแข็งแรงกว่าใคร กลับไปฉันจะไม่บอกแม้แต่เมียฉันด้วยซ้ำ!"

"ฮ่าๆ งั้นพี่รีบจัดการเถอะครับ ผมต้องรีบกลับไปจัดการงานที่โรงเตี๊ยมก่อน"

เขากล่าวลาแล้วขึ้นรถขับมุ่งหน้าไปยังโรงเตี๊ยมทันที

ใช้เวลาแค่ห้านาที รถหยางวั่ง ยูแปด ก็เลี้ยวเข้าสู่รั้วโรงเตี๊ยมมีสุขและจอดลงที่ลานกว้างด้านหลัง

เขาลงจากรถแล้วรีบเปิดหน้าจอระบบเช็คอินขึ้นมาดูทันที

วันนี้เป็นวันจันทร์ที่ 29 กรกฎาคม เริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ และจุดเช็คอินใหม่ก็ได้ปรากฏขึ้นแล้ว

【จุดเช็คอินประจำสัปดาห์นี้: นักพรตไหว้พระจันทร์!】

"นักพรตไหว้พระจันทร์..."

นี่คือหนึ่งในจุดชมวิวที่สวยงามที่สุดของซานชิงซัน

และเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องไปถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

จุดชมวิวนี้อยู่ไม่ไกลจากโรงเตี๊ยม เดินเท้าไปแค่ประมาณสี่สิบนาทีก็ถึงแล้ว

จบบทที่ ตอนที่ 125 ความรู้สึกเหมือนมีเมียรวย!

คัดลอกลิงก์แล้ว