เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 17 นี่นายยังเป็นยอดเชฟที่ซ่อนตัวอยู่ด้วยเหรอเนี่ย?

ตอนที่ 17 นี่นายยังเป็นยอดเชฟที่ซ่อนตัวอยู่ด้วยเหรอเนี่ย?

ตอนที่ 17 นี่นายยังเป็นยอดเชฟที่ซ่อนตัวอยู่ด้วยเหรอเนี่ย?


ตอนที่ 17 นี่นายยังเป็นยอดเชฟที่ซ่อนตัวอยู่ด้วยเหรอเนี่ย?

“จึ๊ๆ ~”

“เหล่าหลินเอ๋ยเหล่าหลิน ฉันว่าฉันรู้แล้วละว่าทำไมแกถึงได้ต่อต้านเรื่องของแกกับคุณนายหลี่ของเรานัก”

“ที่แท้แกก็แอบปันใจไปหาคนใหม่นี่เอง!”

ตานเถิงมองตามแผ่นหลังของหลินเสี่ยวเหมิงที่รีบเดินจากไป แล้วหันกลับมามองเพื่อนรักของตัวเอง พลันรู้สึกว่าเขาได้ค้นพบ ‘จุดสำคัญ’ เข้าให้แล้ว

พูดกันตามตรง แม้ว่าหลินเสี่ยวเหมิงจะไม่แต่งหน้าและแต่งตัวไม่ค่อยเป็น แต่พื้นฐานของเธอนั้นยอดเยี่ยมมาก

ไม่ว่าจะเป็นหน้าตา ผิวพรรณ หรือบุคลิกภาพก็ดูดีไปหมด ถ้าคะแนนเต็ม 10 คะแนน ตานเถิงสามารถให้คะแนนสูงถึง 9 คะแนนเลยทีเดียว

ถ้าเธอได้ลองแต่งหน้าสักนิด และหัดแต่งตัวเพิ่มขึ้นอีกหน่อย รับรองว่าต้องเป็นสาวสวยระดับคะแนนเต็มแน่นอน!

ยิ่งไปกว่านั้นเธอยังมีนิสัยที่อ่อนโยน บริสุทธิ์ และจิตใจดี เรียกได้ว่าเป็นผู้หญิงที่ล้ำค่าและหาได้ยากจริงๆ

“แกน่ะเป็นคนในลัทธิเต๋า เลิกทำตัวเป็นพวกชอบยุ่งเรื่องความรักของคนอื่นเสียทีเถอะ เอาเวลาไปศึกษาวิชาในวัดของแกดีกว่าไหม”

หลินเจ๋อหัวเราะด่าไปหนึ่งที ก่อนจะหยิบกล่องข้าวผัดไข่ที่เก็บไว้ให้ในถุงรักษาความร้อนออกมา แล้วพูดว่า:

“กินซะ นี่คือข้าวผัดไข่ที่จองไว้ให้แกโดยเฉพาะ”

“เดี๋ยวนะเพื่อน นี่แกชวนฉันมากินข้าวที่นี่เพื่อที่จะให้ฉันกินแค่ข้าวผัดไข่เนี่ยนะ? ฉันอุตส่าห์บึ่งรถมาหาแกตั้งไกล แกจะให้ฉันกินแค่นี้จริงๆ เหรอ?”

ตานเถิงชี้นิ้วไปที่กล่องข้าวที่หลินเจ๋อส่งให้ พร้อมกับทำสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ ทุกคนครับ มีใครเขาเลี้ยงแขกแบบนี้กันบ้าง!

“แกแน่ใจนะว่าไม่กิน?” หลินเจ๋อกอดอกยิ้มกริ่มมองดูเพื่อนรัก

เขานึกภาพออกเลยว่าอีกประเดี๋ยวไอ้อ้วนคนนี้จะต้องก้มหน้าก้มตาสวาปามข้าวผัดไข่แล้วพูดว่า ‘อร่อยสุดๆ’ แน่นอน

ตานเถิงเดาะลิ้นและชี้นิ้วไปที่หลินเจ๋อด้วยความรังเกียจ: “ฉันว่าช่วงนี้แกเริ่มขี้งกขึ้นทุกวันแล้วนะ เลี้ยงแขกด้วยข้าวผัดไข่ แกเนี่ยเป็นคนแรกเลยจริงๆ

งกเข้าไปเถอะ ฉันอยากจะรู้นักว่าเมื่อไหร่แกจะเก็บเงินซื้อรถใหม่คันละสามแสนกว่าหยวนกับค่าสินสอดอีกห้าแสนหยวนได้!

ผู้หญิงที่เพียบพร้อม มีเสน่ห์ เป็นผู้ใหญ่ แถมไม่เอาสินสอดสักบาทแกกลับไม่เอา ดันจะเอาหัวไปชนกำแพงสู้ชีวิตเองซะงั้น?”

“......”

หลินเจ๋อเห็นไอ้อ้วนพยายามหาโอกาสหลอกล่อให้เขาไปเป็นพ่อเลี้ยงของตัวเองอีกแล้ว ก็ได้แต่รู้สึกหมดคำจะพูด

แม้จะบ่นไปอย่างนั้น แต่ก็ไม่ได้รังเกียจจริงๆ ระหว่างที่พูด ตานเถิงก็ได้เปิดกล่องข้าวออกมา เผยให้เห็นข้าวผัดไข่ที่ยังคงมีไอความร้อนลอยกรุ่นออกมา

ทันทีที่ฝากล่องเปิดออก กลิ่นหอมของข้าวผัดไข่ก็ฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัว และลอยเข้าสู่จมูกของตานเถิงทันที

อึก...

ตานเถิงลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ก่อนจะยกกล่องข้าวขึ้นมาจ่อที่จมูกแล้วสูดดมแรงๆ หลายครั้ง

“โอ้โห ข้าวผัดไข่นี่ท่าทางจะไม่ธรรมดาแฮะ เหล่าหลิน ช้อนอยู่ไหน? รีบส่งช้อนมาให้ฉันเดี๋ยวนี้!”

เมื่อได้กลิ่นหอมยั่วน้ำลาย ความอยากอาหารของเขาก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที เขารีบรับช้อนมาจากหลินเจ๋อแล้วตักข้าวคำโตยัดใส่ปากอย่างรวดเร็ว

“โอ้แม่เจ้า นี่มันใช่ข้าวผัดไข่จริงๆ เหรอ? ทำไมมันถึงได้อร่อยขนาดนี้เนี่ย!”

ทันทีที่ข้าวผัดคำแรกเข้าปาก ดวงตาเล็กๆ ที่เดิมทีก็แทบจะปิดอยู่แล้วของเขาก็หยีจนหายไปเลยทีเดียว พร้อมกับทำหน้าตาเคลิบเคลิ้มอย่างมีความสุข

ช้อนในมือของเขาตักข้าวรัวๆ เข้าปากอย่างไม่หยุดยั้ง เพียงชั่วพริบตาเดียว ข้าวผัดไข่หนึ่งกล่องก็หายวับไปในพริบตา

“ยังมีอีกไหมเหล่าหลิน! รีบเอาออกมาเลย! แค่นี้มันจะไปอิ่มอะไร!”

“กล่องสุดท้ายแล้ว”

หลังจากส่งกล่องสุดท้ายให้เพื่อนแล้ว หลินเจ๋อก็มองดูเขาสวาปามอย่างเอร็ดอร่อยพลางชมว่า ‘อร่อยจริงจัง’

“คำเดียวสั้นๆ เลยว่า สุดยอด~”

หลังจากที่ตานเถิงเก็บกวาดเม็ดข้าวเม็ดสุดท้ายเข้าปากเรียบร้อยแล้ว เขาก็ยกนิ้วโป้งชมหลินเจ๋อแล้วถามด้วยความสงสัย:

“เหล่าหลิน เราคบกันมาตั้งหลายปี ทำไมฉันไม่ยักษ์รู้ว่าแกมีฝีมือขนาดนี้? นี่นายยังเป็นยอดเชฟที่ซ่อนตัวอยู่ด้วยเหรอเนี่ย?”

หลินเจ๋อหัวเราะด่า: “ยอดเชฟบ้าบออะไรล่ะ นี่ฝีมือเสี่ยวเหมิงต่างหาก”

“เสี่ยวเหมิงฝีมือขนาดนี้เลยเหรอ? โอ้โห โลกนี้มันจะลำเอียงเกินไปไหมเนี่ย?”

“ทั้งสวย หุ่นดี บุคลิกก็ดี แถมยังมีฝีมือทำอาหารระดับนี้อีก?”

“ชาติที่แล้วเธอไปช่วยระบบสุริยะไว้หรือไง?”

“แต่ฉันว่าแกน่าจะเป็นคนไปช่วยกาแล็กซีไว้มากกว่านะ!”

“ถึงได้มาเจอพนักงานที่ยอดเยี่ยมขนาดหลินเสี่ยวเหมิงได้!”

พอรู้ว่าข้าวผัดไข่สุดแสนอร่อยที่เพิ่งกินไปเป็นฝีมือของหลินเสี่ยวเหมิงเขาก็อดไม่ได้ที่จะโวยวายใส่เพื่อนรัก

พูดตามตรง เขาก็แอบอิจฉาในโชคลาภของเพื่อนเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นริษยา

แม้ว่าหลินเสี่ยวเหมิงจะดูดีและมีความสามารถรอบด้าน แต่เธอก็ไม่ใช่สเปกของเขา

ตานเถิงชอบผู้หญิงแนวโลลิที่มีรูปร่างเล็กกะทัดรัดเสียมากกว่า ใครที่สูงเกิน 155 เซนติเมตรเขามองข้ามหมด

ส่วนหลินเสี่ยวเหมิงที่สูงถึง 172 เซนติเมตรนั้น เรียกได้ว่าสูงเกินมาตรฐานของเขาไปไกลลิบ

ตานเถิงทิ้งท้ายไว้อีกประโยคว่า: “เหล่าหลิน พนักงานระดับเทพอย่างเสี่ยวเหมิงแกต้องดูแลให้ดีนะ ระวังจะโดนคนอื่นมาฉกตัวไปล่ะ!”

“ฉันกำลังคิดเรื่องขึ้นเงินเดือนให้เธออยู่พอดี”

หลินเจ๋อตอบกลับด้วยรอยยิ้ม จริงๆ แล้วเขาไม่ได้กังวลเรื่องที่เธอจะลาออกสักเท่าไหร่

เพราะที่ข้าวผัดในวันนี้อร่อยขนาดนี้ ไข่ไก่มีส่วนช่วยไปมากกว่าครึ่ง

ถ้าเปลี่ยนเป็นไข่ไก่ธรรมดา รับรองว่าไม่มีทางทำรสชาติออกมาได้แบบนี้แน่นอน

ต่อให้กรณีที่เลวร้ายที่สุดเกิดขึ้นและเธอลาออกไปจริงๆ หลินเจ๋อก็ยังสามารถหา ‘หวังเสี่ยวเหมิง’ หรือ ‘จางเสี่ยวเหมิง’ มาแทนที่ได้เสมอ

เพราะไข่ไก่ที่มีคุณสมบัติพิเศษต่างหากที่เป็นทรัพยากรล้ำค่าที่หาอะไรมาทดแทนไม่ได้ในเมนูข้าวผัดไข่นี้

“ต้องขึ้นสิ แกต้องรั้งเสี่ยวเหมิงไว้ที่นี่ให้ได้ ด้วยฝีมือของเธอ พวกแกสองคนเปลี่ยนที่พักให้เป็นร้านอาหารได้เลยนะ”

“ไม่ต้องไปวุ่นวายคิดเมนูอะไรให้มันยุ่งยากหรอก แค่พวกแกขายข้าวผัดไข่ก็รวยเละแล้ว!”

ตานเถิงให้คะแนนข้าวผัดไข่สองกล่องเมื่อครู่สูงมาก ทุกคำพูดของเขาล้วนมาจากใจจริง ไม่มีการเสแสร้งแม้แต่น้อย

“เอาละ ว่ามาเถอะ อยากให้เพื่อนคนนี้ช่วยอะไร?”

ระหว่างที่ใช้ไม้จิ้มฟันแคะฟัน ตานเถิงก็หันไปมองหลินเจ๋อ จากนิสัยที่คบกันมานาน เขารู้ดีว่าเพื่อนคนนี้ต้องมีแผนการอะไรบางอย่างรอเขาอยู่แน่ๆ

“ไม่เสียแรงที่เป็นเพื่อนรักของฉัน! พูดจารู้เรื่อง!”

หลินเจ๋อยกนิ้วโป้งให้พร้อมกับกล่าวชม

“ทำไมฉันรู้สึกว่ารอยยิ้มของแกมันดูสยองแปลกๆ วะ?”

ตานเถิงยกมือขึ้นมาถูกันที่หน้าอก พร้อมกับยักไหล่ทำท่าขนลุกขนพอง

หลินเจ๋อยิ้มแล้วพูดว่า: “แกน่ะคิดไปเอง! ใครๆ ก็บอกว่าฉันเป็นเทพเจ้าแห่งรอยยิ้มจากกรีกโบราณ ยิ้มของฉันน่ะดูเป็นมิตรจะตาย”

“เป็นมิตรบ้านแกสิ น่าสะอิดสะเอียนที่สุด~ ถุย!”

ตานเถิงรู้สึกหมั่นไส้ในการอวยตัวเองของหลินเจ๋อเป็นอย่างมาก

การที่พวกเขาสองคนเจอกันแล้วต้องจิกกัดหรือแกล้งกันถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาไปเสียแล้ว

ถึงจะเป็นอย่างนั้น ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ไม่เคยสั่นคลอน กลับยิ่งแน่นแฟ้นขึ้นทุกวัน

“ดูแกสิ มองฉันในแง่ร้ายเกินไปแล้ว ฉันน่ะมีเรื่องดีๆ มาบอกต่างหาก”

หลินเจ๋อเลิกอ้อมค้อมแล้วพูดตรงๆ ว่า:

“พรุ่งนี้ฉันจะแจกข้าวผัดไข่ให้เหล่านักพรตในวัดของพวกแกฟรีๆ คนละหนึ่งกล่อง แกดูสิว่าฉันใจกว้างขนาดไหน?”

“แกเนี่ยนะ? ใจกว้าง? ฉันน่ะรู้ไส้รู้พุงแกหมดแล้ว แกกะจะไปขยายกิจการในวัดของฉันละสิ!”

พอได้ยินแบบนั้นเขาก็มองทะลุปรุโปร่งถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของเพื่อนรักทันที

แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร มันเป็นการตลาดที่ปกติดี

ทางวิหารซานชิงมีเหล่านักพรตและศิษย์พี่ศิษย์น้องรวมกันอยู่ประมาณยี่สิบกว่าคน

จบบทที่ ตอนที่ 17 นี่นายยังเป็นยอดเชฟที่ซ่อนตัวอยู่ด้วยเหรอเนี่ย?

คัดลอกลิงก์แล้ว