เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 60

บทที่ 60

บทที่ 60


บทที่ 60

เพียงกระบี่เดียว โลกหล้ากลายเป็นเงียบงัน

เม็ดฝนสีแดงโปรยปรายจากบนฟ้า นี่มิใช่เม็ดฝนธรรมดา แต่มันคือเลือดสัตว์ร้าย!

ฉินห่าวถือมีดเล่มบาง ยืนอยู่ท่ามกลางฝนเลือด ตัวเขาตอนนี้ประหนึ่งปีศาจที่คืบคลานจากนรก เป็นนักฆ่าที่ไม่มีผู้ใดเทียบได้!

“นี่ ... นี่ ...”

บนกำแพงเมือง ทุกคนมองภาพนี้ด้วยหนังศีรษะด้านชา เมื่อพวกเขาสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่มองไม่เห็นพวยพุ่งเข้าหา ใบหน้าก็เริ่มซีดเซียว

และยิ่งมองไปยังฉินห่าวที่ยืนอยู่ท่ามกลางฝนเลือด พวกเขาคล้ายเกิดความรู้สึกว่าได้เห็นขุมพลังอันแก่กล้าไร้เทียมทานคนหนึ่งที่กำลังถือกำเนิดขึ้น!

“ศิษย์พี่ฉิน!”

ในเวลานั้นเอง ใบหน้าของสาวกคนหนึ่งแดงก่ำ เกิดความรู้สึกภาคภูมิใจในนิกายตัวเอง

“ศิษย์พี่ฉิน!”

ทุกคนได้สติแล้ว ยกมือขึ้นร้องตะโกน

เสียงนั้นดังจนกลบเสียงคำรามของฝูงสัตว์ร้าย

“ฮ่า ฮ่า! แม้สวรรค์มิได้ให้กำเนิดนิกายเซียวเหยา แต่นิกายเซียวเหยาให้กำเนิดข้าผู้คคงอยู่ชั่วนิรันดร์ประหนึ่งราตรีอันยาวนาน!”

ฉินห่าวร้องคำราม แหงนหน้าขึ้นฟ้าพร้อมชูมีดบางในมือ

สาวกนิกายเซียวเหยาล้วนได้ยินประโยคนี้ ผู้คนในเมืองอู่กวงก็ได้ยิน พวกเขาพากันออกมานอกเมือง กระทั่งเหล่าผู้อาวุโสของนิกายที่มาฟังข่าวก็ได้ยินมันเช่นกัน

ทุกคนตกตะลึงกับคำพูดอันแสนอหังการและเหนือชั้นนี้!

“นิกายเซียวเหยา!”

“นิกายเซียวเหยา!”

“นิกายเซียวเหยา!”

เหล่าสาวกตื่นเต้นจนหน้าแดง ร้องตะโกนเสียงดัง แม้แต่ผู้คนในเมืองก็ยังไม่สนการห้ามปรามของทหาร พากันปีนขึ้นไปบนกำแพงเมือง แล้วก็ได้พบกับฉากอันน่าตื่นตะลึงที่ทำให้พวกเขาไม่มีวันลืมไปชั่วชีวิต!

“ฮ่า ฮ่า! ช่างเป็นบทกวีอันยอดเยี่ยม! แม้สวรรค์มิได้ให้กำเนิดนิกายเซียวเหยา แต่นิกายเซียวเหยาให้กำเนิดข้าผู้คงอยู่ชั่วนิรันดร์ประหนึ่งราตรีอันยาวนาน!”

เทียนหยุนหัวเราะเสียงดัง เลือดลมและแรงฮึดที่สูญเสียไปในช่วงหลายปีกลับคืนมาอีกครั้ง

ในสนามรบ ฉินห่าวค่อยๆลดมือลง ปากเอ่ยเพียงคำสั้นๆ

“ค่ายกลกระบี่เทพเต๋า!”

พลังปราณก่อตัวเป็นกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นับหมื่นเล่มในพริบตา พวกมันฟาดฟันอย่างรุนแรง เปิดแผนฟ้าแยกเป็นสองฟากฝั่งและ--

--บรึ้มมมมม!

รอยแยกที่ลึกและมองไม่เห็นก้นบึ้งปรากฏขึ้น รอยแยกนี้ทอดยาวดั่งเส้นสายฟ้า โลกหล้าสั่นสะเทือน ข่มขวัญเหล่าสัตว์ร้าย พวกมันนับหมื่นวิ่งหนีเตลิด พวกมันนับไม่ถ้วนเหยียบย่ำกันเองจนตาย!

ฉินห่าวค่อยๆยกร่างตัวเองลอยขึ้นไปกลางอากาศ

สายตาเขามองเข้าไปในเมือง

“ผู้ที่ล่วงเกินนิกายเซียวเหยาของข้า จักต้องถูกประหารอย่างไร้ปรานี!”

ค่ายกลกระบี่เทพเต๋าที่ฟาดฟันลงพื้นเริ่มลอยขึ้นอีกครั้ง มันกระจัดกระจายเป็นเส้นแสงนับไม่ถ้วน พุ่งข้ามกำแพงเมือง ตรงเข้าสังหารเหล่าผู้ศรัทธาของเซี่ยถูข้างในเมืองโดยตรง!

ในวันนี้! ชื่อของคนๆหนึ่งล้วนสลักลงในใจของผู้คนในเมืองอู่กวง!

ฉินห่าว!!

ชายผู้สังหารสัตว์ร้ายนับหมื่นและกุดหัวเหล่าผู้ศรัทธาของเซี่ยถู เลือดหลั่งไหลเป็นสายน้ำ รอยแยกบนพื้นดินที่ฉินห่าวฟันทอดยาวไปไกลเป็นร้อยลี้ก็ไม่ได้รับการซ่อมแซม!

ชาวเมืองเชื่อว่าสิ่งนี้คือสัญลักษณ์ที่วีรบุรุษทิ้งไว้ ดังนั้นไม่สมควรถูกลบเลือน ควรค่าแก่การจดจำโดยคนรุ่นหลัง ว่าครั้งหนึ่งเคยมีวีรบุรุษยอมต่อสู้นองเลือดเพื่อให้พวกเขารอดชีวิต!

ไม่เว้นกระทั่งเจ้าเมืองอู่กวงที่ประทับใจกับเรื่องนี้ เขาถึงขั้นยอมเปลี่ยนชื่อเมืองตัวเองให้สอดคล้องกับวีรกรรมดังกล่าว

เมืองห่าวเทียน!

...

“พวกเราล้มเหลว! เจ้ารู้ไหมว่าทำไมพวกเราถึงล้มเหลว?”

ในภูเขาไม่ไกลจากเมืองห่าวเทียน ผู้พิทักษ์ธรรมสองคนดูลำบากใจยิ่ง

“พวกเราประเมินพลังของนิกายเซียวเหยาต่ำไป ... ไม่สิ พวกเราประเมินพลังของฉินห่าวต่ำไป!” ผู้พิทักษ์ธรรมคนผอมเมื่อนึกถึงความแข็งแกร่งของฉินห่าว เขาก็รู้สึกสั่นสะท้านในหัวใจ

แข็งแกร่งเกินไป! นี่ไม่ใช่ความแข็งแกร่งในระดับมนุษย์แล้ว!

“ถูกต้อง ใครจะคิดว่าขอบเขตแก่นทองคำจะมีพลังรบแก่กล้าเช่นนี้ หากสู้กันตัวต่อตัว น่ากลัวว่ากระทั่งมนุษย์ในขอบเขตผันแปรสู่เซียน หากไม่ระวังก็อาจตายด้วยน้ำมือเขา คำว่าอัจฉริยะไม่อาจใช้อธิบายได้อีกต่อไป เขาคู่ควรกับคำว่าสัตว์ประหลาดเท่านั้น!”

ผู้พิทักษ์ธรรมคนอ้วนถอนหายใจ แม้พวกเขาจะเป็นศัตรูกัน แต่ก็ต้องยอมรับว่าฉินห่าวแข็งแกร่งมาก และประเด็นสำคัญมันไม่อยู่ที่ฐานบำเพ็ญเพียร

แต่มันอยู่ที่แรงกดดัน! แรงกดดันของฉินห่าวนั่นมหาศาลเกินไป เขาระเบิดมันออกมาประหนึ่งว่าต่อให้กระดูกทั่วร่างแหลกสลายก็ไม่เกรงกลัว

“แล้วเรื่องท่านศาสดาจะเอายังไง?”

หลังจากเงียบไปพักหนึ่ง ผู้พิทักษ์ธรรมคนผอมเอ่ยถามเสียงขรึม

“พวกเราต้องทำให้สถานการณ์ในเซี่ยถูมั่นคงก่อน ครั้งนี้เกิดปัญหาใหญ่เกินไป พวกเราคงตกที่นั่งลำบากแน่ๆ แต่ยังไงก็ต้องช่วยท่านศาสดา!”

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ประกายแสงเย็นเยียบทอวาบในดวงตาของผู้พิทักษ์ธรรมคนอ้วน “ในเมื่องใช้คนหมู่มากไม่อาจกดดันเขา เช่นนั้นก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้อาวุโสลอบสังหารเขาซะ!”

ผู้พิทักษ์ธรรมคนผอมเงียบ เดิมทีพวกเขาไม่จำเป็นต้องส่งผู้อาวุโสออกมาก็ได้ เพราะท้ายที่สุดแล้ว นี่คือหนึ่งในไพ่ตายของพวกตน แต่ตราบใดที่ส่งออกมา มันก็จะถูกเปิดเผย กระนั้น ตอนนี้พวกเขาไม่สามารถทําอะไรได้แล้ว มีแต่ต้องเลยตามเลย!

จบบทที่ บทที่ 60

คัดลอกลิงก์แล้ว