เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16: ความลับสะเทือนฟ้าที่รู้แล้วอาจถูกฆ่าปิดปาก

บทที่ 16: ความลับสะเทือนฟ้าที่รู้แล้วอาจถูกฆ่าปิดปาก

บทที่ 16: ความลับสะเทือนฟ้าที่รู้แล้วอาจถูกฆ่าปิดปาก


บทที่ 16: ความลับสะเทือนฟ้าที่รู้แล้วอาจถูกฆ่าปิดปาก

"ในเมื่อท่านอัครเสนาบดีเจียงเอ่ยปากเชิญด้วยความจริงใจถึงเพียงนี้ หากข้าปฏิเสธน้ำใจคงจะเป็นการเสียมารยาท เช่นนั้นข้าขอนั่งลงล่ะนะ"

เจียงหลินหยวน: ...เขาไม่ได้เชิญ เขาแค่ถามไปตามมารยาทเฉยๆ

เจียงหยวนเงยหน้าขึ้นจากงานที่ยุ่งวุ่นวาย "องค์ชายเจ็ด เมื่อครู่ท่านเพิ่งบอกว่าจะไม่กินไม่ใช่หรือ ครัวเลยไม่ได้เตรียมส่วนของท่านไว้"

องค์ชายเจ็ดที่คีบอาหารเข้าปากไปแล้วคำหนึ่ง รู้สึกเพียงรสชาติล้ำเลิศ

เขาโพล่งออกมาโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง "ข้ามันคนซื่อบื้อ เมื่อกี้ข้ายังไม่รู้ตัวเลยว่าอิ่มหรือยัง"

เจียงหยวน: ...นั่นก็บื้อเกินไปแล้ว

เมื่อก่อนกากยาที่เหลือจากการหลอมยามีน้อยเกินไป เจียงหยวนจึงไม่ได้ส่งให้โรงครัวนำไปปรุงอาหาร

แต่วันนี้คะแนนระบบเพิ่มขึ้น ระดับเลื่อนขึ้น กากยาที่ได้จากการลงชื่อก็เพิ่มขึ้นเป็นกอบเป็นกำ

ในที่สุดก็ได้กินข้าวปลาอาหารปกติเสียที เจียงหยวนจึงไม่มีกะจิตกะใจจะไปสนใจเรื่องอื่น

【กะแล้วเชียว ต่อให้มีกากยาของข้า แต่คนทำอาหารไม่เป็นก็ทำออกมาได้แค่อาหารหมู อาหารที่คนกินได้มันต้องผ่านมือพ่อครัวมืออาชีพเท่านั้น】

องค์ชายเจ็ดพยักหน้าเห็นด้วยในใจรัวๆ

ได้ยินเสียงในใจของเจียงหยวน และได้รู้ว่าสาเหตุที่ "อาหารหมู" รสชาติเลิศล้ำนั้นไม่ได้เกี่ยวกับฝีมือปลายจวักของเขาเลยสักนิด เขาก็ไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย

ใช่แล้ว เรื่องของมืออาชีพก็ต้องให้มืออาชีพจัดการ

อาหารหมูก็ควรปล่อยให้หมูกิน เขาเป็นคน ก็คู่ควรกับอาหารรสเลิศของมนุษย์เช่นนี้แหละ

เพียงแต่... เมื่อครู่เขายัดอาหารหมูเข้าไปเยอะเกิน จนตอนนี้แน่นท้องไปหมด กินเข้าไปแค่นิดเดียวก็แทบจะอาเจียนออกมาแล้ว

แต่พอกลั้นใจยัดเข้าไปอีกหน่อย เขาก็ฟุบลงไปกอง...

"องค์ชายเจ็ดยัดทะนานที่จวนอัครเสนาบดีจนต้องตามหมอหลวงเลยรึ?"

ฮ่องเต้ได้ยินข่าวจากองครักษ์ลับในห้องทรงอักษรก็โกรธจนหัวเราะออกมา

องค์ชายเจ็ดช่างทำเรื่องขายหน้าแก่วงศ์ตระกูลเสียจริง

ฮ่องเต้เดินวนไปวนมาในห้องทรงอักษรอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหยุดลง "มื้อเที่ยงที่จวนอัครเสนาบดีพวกเขากินอะไรกัน?"

"อาหารธรรมดาพ่ะย่ะค่ะ เพียงแต่ใช้ผงสีดำที่คุณหนูเจียงมอบให้ ท่านอัครเสนาบดีเจียงแอบส่งสิ่งนี้ให้กระหม่อมพ่ะย่ะค่ะ"

ฮ่องเต้รับขวดที่องครักษ์ลับส่งมา

เปิดออกดูเห็นเป็นผงสีดำ

ทรงยกขึ้นดมที่ปลายจมูก

รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที

พอดมดูดีๆ กลิ่นนี้ช่างคุ้นจมูกชอบกล

ฮ่องเต้รีบล้วงขวดกระเบื้องเคลือบสีขาวเนื้อดีออกมาจากสายคาดเอว

เทลูกกลอนสีดำเม็ดเล็กออกมาสองเม็ด

ทรงดมลูกกลอน แล้วหันไปดมผงในขวด

"กลิ่นเดียวกันจริงๆ ด้วย เพียงแต่ลูกกลอนกลิ่นเข้มข้นกว่า ส่วนผงกลิ่นเจือจางกว่า นึกไม่ถึงว่าผงนี่จะเอามาทำอาหารได้

หวังเต๋อเฉวียน เอาไปให้ห้องเครื่องจัดการ"

ครึ่งชั่วยามต่อมา ฮ่องเต้ก็ได้เสวยมื้อเที่ยงที่ล่าช้า

หากไม่ใช่เพราะหวังเต๋อเฉวียนและฮองเฮาช่วยกันห้ามไว้ พระองค์คงได้เจริญรอยตามองค์ชายเจ็ด กลายเป็นเชื้อพระวงศ์อีกคนที่กินจนท้องแตกตายต้องเรียกหมอหลวง และคงเป็นฮ่องเต้องค์แรกในประวัติศาสตร์ที่เป็นเช่นนั้น

ภายในจวนอัครเสนาบดี

เจียงหยวนสั่งให้เสี่ยวถาวไปเบิกผ้าขาวเกรดต่ำที่สุดมาจากห้องเก็บของ

นายบ่าวสองคนนั่งแหมะอยู่กับพื้น คนหนึ่งรับผิดชอบตัด คนหนึ่งรับผิดชอบเย็บแบบหยาบๆ

พอดูออกคร่าวๆ ว่าชิ้นหนึ่งสำหรับคลุมหัว อีกชิ้นสำหรับคลุมตัว

พอเย็บเสร็จ เจียงหยวนก็ให้เสี่ยวถาวไปยกถังสีแดงมา

นางสาดสีลงไปบนผ้าขาวที่เย็บเสร็จแล้วอย่างลวกๆ

"เอาไปตากข้างนอกให้แห้ง"

เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จสรรพ เจียงหยวนมององค์ชายเจ็ดที่นั่งพิงอยู่อีกด้าน แล้วยกสีที่เหลืออีกครึ่งถัง

สาดโครมลงไปบนหัวเขาเต็มๆ

องค์ชายเจ็ดสะดุ้งโหยงกระโดดตัวลอย

"เจียงหยวน เจ้าทำบ้าอะไรเนี่ย?"

ปากก็ร้องโวยวาย ตัวก็บิดไปมาพยายามสะบัดสีออก แต่นั่นยิ่งทำให้สีกระจายตัวสม่ำเสมอยิ่งขึ้น

เดิมทีมีผมบังอยู่บ้างจึงเปื้อนแค่แก้มแถบเล็กๆ แต่ตอนนี้สีแดงกระจายเต็มหน้าดูเหมือนใยแมงมุมที่ถักทอจนหนาเตอะ

【ดูน่ากลัวชะมัด แต่ข้าชอบนะ】

เจียงหยวนจ้องมองใบหน้าองค์ชายเจ็ด ตาเป็นประกายระยิบระยับ

"เสี่ยวถาว รีบไปหยิบพัดมา พัดหน้าองค์ชายเจ็ดให้แห้งเร็วๆ สภาพนี้ต้องเก็บรักษาไว้"

เสี่ยวถาวมององค์ชายเจ็ดอย่างลังเล แต่พอเห็นแววตาตื่นเต้นของเจียงหยวน สุดท้ายก็กัดฟันวิ่งไปหาพัดที่หีบเก็บของ

องค์ชายเจ็ด?

【อืม ยังไม่ค่อยสมบูรณ์แบบ ต้องเติมอีกหน่อย】

【เจียงหยวนน้อย ผิวเขาดูปกติเกินไป ต้องให้ขาวกว่านี้】

【ใช่แล้ว】

"เสี่ยวถาว ส่งพัดมา แล้วไปหาสีขาวมาซิ"

【เจียงหยวนน้อย ต้องใช้สีดำด้วย วาดวงกลมสีดำรอบดวงตาเขา แล้วก็บนหน้ามีแค่ขาวกับแดงมันไม่พอ วาดเส้นสีดำเพิ่มเข้าไปอีก จะได้ดูหลอนยิ่งขึ้น】

เจียงหยวนตบมือฉาดใหญ่ 【ถงจื่อ คำแนะนำของเจ้าเยี่ยมมาก】

"เสี่ยวถาว ไปเอามาเพิ่ม... ช่างเถอะ ไม่ต้องใช้สีดำแล้ว ในห้องข้ามีน้ำหมึก"

เห็นเจียงหยวนถือพัดโบกหน้าให้ตัวเอง องค์ชายเจ็ดก็ตัวสั่นด้วยความหวาดผวา

"ไม่นะ ตกลงเจ้าจะทำอะไรกับหน้าข้ากันแน่?"

"เดี๋ยวท่านก็รู้"

หนึ่งเค่อผ่านไป ใบหน้าองค์ชายเจ็ดถูกทารองพื้นด้วยสีขาว แต้มด้วยสีแดงเป็นปื้นใหญ่ โดยเฉพาะรอบดวงตาและปากที่แดงฉานน่าสยดสยอง

ดวงตาและปากถูกทาด้วยน้ำหมึกจนดำมืด

บนใบหน้ายังมีเส้นสายสีดำและแดงลากผ่านสะเปะสะปะ

สีแดงก้อนใหญ่ถูกสาดลงบนตัว ก่อนที่มันจะแห้งก็ไหลย้อยลงมาตามธรรมชาติราวกับเลือดสดๆ กำลังรินไหลเปรอะเปื้อนเสื้อผ้า

เจียงหยวนพิจารณาผลงาน แล้วดึงปิ่นปักผมองค์ชายเจ็ดออกโดยไม่ลังเล ยีผมจนยุ่งเหยิง พรมสีลงไปแล้วพัดให้แห้ง

ทำให้เส้นผมจับตัวเป็นก้อนแข็ง

องค์ชายเจ็ดมีเพียงคำขอเดียว "ข้าขอส่องกระจกหน่อยได้ไหม?"

【ถงจื่อ สภาพเขาน่ากลัวขนาดนี้ ดูเหมือนผียิ่งกว่าผีตัวจริงเสียอีก ขืนให้ส่องกระจก เขาจะตกใจจนช็อกตายไหมเนี่ย?】

องค์ชายเจ็ด: ...ข้ายิ่งอยากส่องกระจกเข้าไปใหญ่เลยทีนี้

【ถงจื่อ ยังไงเขาก็เป็นถึงองค์ชาย ข้าแต่งหน้าเขาเป็นแบบนี้ มันจะดูไม่เหมาะสมไปหน่อยรึเปล่า?】

องค์ชายเจ็ด: หึ เจ้ายงจำได้สินะว่าข้าเป็นองค์ชาย

ถ้าเจ้าไม่พูด ข้าเกือบจะนึกว่าเจ้าต่างหากที่เป็นองค์ชาย

【เจียงหยวนน้อย ไม่เป็นไรหรอก ถ้าเขากล้าโวยวาย ก็แฉเรื่องที่เขาแอบกินอึตอนเด็กให้รู้กันทั่วบ้านทั่วเมืองไปเลย】

เจียงหยวนหมดอารมณ์ชื่นชมผลงานชิ้นเอกทันที

【เล่ามาละเอียดๆ ซิ】

องค์ชายเจ็ดร้อนรนจนแทบคลั่ง

"ไม่..."

หน้าตาเขาดูเหมือนคนใกล้จะตายเต็มที

เขาหาจังหวะบอกให้พวกนางหยุดพูดเรื่องซุบซิบของเขาไม่ได้เลย

ได้แต่กรีดร้องอย่างบ้าคลั่งในใจ

อย่าพูดนะ อย่าพูดเชียว อย่าหลุดออกมาแม้แต่คำเดียวเชียวนะ ขอร้องล่ะ!

"เจียงหยวน เจ้าแต่งให้ข้าได้งดงามจริงๆ"

เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้หน้าตาตัวเองเป็นอย่างไร เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของเจียงหยวน เขาจึงเริ่มเอ่ยชมส่งเดช

เจียงหยวนมองเขาด้วยความสยอง แล้วเอ่ยอย่างตะกุกตะกัก "ทะ... ท่านชอบก็ดีแล้ว"

【รสนิยมเขานี่แปลกพิลึกจริงๆ มิน่าล่ะตอนเด็กถึงกินอึเข้าไปได้ ถงจื่อ รีบเล่ามาเร็วเข้า เขาทำยังไงถึงกินเข้าไปได้?】

องค์ชายเจ็ด—ให้ข้ากราบเจ้าก็ได้ ได้ไหม?

【ตอนสามขวบ เขานอนอยู่ในตำหนักคนเดียว โดยมีนางกำนัลเฝ้าอยู่ข้างนอก

เขาตื่นขึ้นมาเพราะปวดอึ แต่ไม่ร้องไห้ไม่เรียกใคร จะถอดกางเกงเปลี่ยนเอง

พอถอดกางเกงปุ๊บ สายตาก็ถูกดึงดูดด้วยก้อนอึบนกางเกงทันที เกิดความสงสัยว่ารสชาติจะเป็นยังไง เลยใช้นิ้วจิ้มขึ้นมา...】

จบบทที่ บทที่ 16: ความลับสะเทือนฟ้าที่รู้แล้วอาจถูกฆ่าปิดปาก

คัดลอกลิงก์แล้ว