เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 41

บทที่ 41

บทที่ 41


วันนี้ลง 41 - 48

บทที่ 41

ฉินห่าวมุ่งหน้าหนีเป็นทางเดียว โดยลืมคิดไปเลยว่าตอนนี้เขาอยู่ในสถานที่ไม่คุ้นเคย ที่เขาจำได้มีแค่หนีและหนี รู้สึกตัวอีกทีข้างหลังก็ไม่มีใครไล่ตามมาแล้ว

“ฮี่ ฮี่ คิดไล่จับข้า ฝีมือพวกเจ้ายังห่างชั้นนัก” ฉินห่าวหัวเราะเย็นชา เขาชะลอฝีเท้าไม่รีบร้อนอีก แต่ที่ช้าลง เอาจริงๆเป็นเพราะหลงทางมากกว่า

ในอีกด้านหนึ่ง ผู้อาวุโสโจวและผู้อาวุโสหยินหยุดไล่ตามแล้วจริงๆ นี่ช่วยไม่ได้ เพราะพวกเขาไล่ยังไงก็ไล่ไม่ทัน

ทั้งสองคนหน้าซีด โดยเฉพาะ ผู้อาวุโสโจว เวลานี้ร่างเขาบินส่ายไปส่ายมาไม่หยุด นี่คือผลพวงจากการกินโอสถวายุพิโรธเข้าไป

เมื่อเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าอันไร้สิ้นสุดที่ไม่มีแม้แต่เงาฉินห่าว โทสะของผู้อาวุโสโจวท่วมท้นในใจ กระอักเลือดอย่างรุนแรง

พรวดดด!

เลือดทะลักออกมาเต็มปาก ร่างของ ผู้อาวุโสโจวไม่อาจยืนหยัดได้อีกต่อไป ร่วงหล่นจากฟ้า

“สหายโจว! สหายโจว เจ้าเป็นอะไรรึเปล่า? หือ? นี่เจ้าบาดเจ็บร้ายแรงขนาดนี้เลย?”

ผู้อาวุโสหยินรีบคว้าตัวเขาไว้ ในหัวเกิดความคิดมากมาย สุดท้ายกัดฟันตัดใจเลิกไล่ตามฉินห่าว พาผู้อาวุโสโจวกลับสำนักไป

...

ณ สำนักเซี่ยเจี้ยน

เหล่าสาวกงุนงง สมองตื้อตึงไปหมด สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้มันยากที่จะย่อยข้อมูลได้ เรือเหาะพุ่งชนเวทีประลองของสำนัก มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตนับไม่ถ้วน คลังสมบัติก็ถูกขโมยของไปไม่เหลือแม้ผมสักเส้น

อีกทั้งผู้ที่ขโมยมันยังกล้าประกาศชื่อตัวเอง และจากไปอย่างเย่อหยิ่งเหิมเกริม

“พวกเจ้าไม่ต้องกังวล ผู้อาวุโสทั้งสองของเราจะต้องจับกุมเจ้าคนบ้านั่นกลับมาได้แน่นอน”

“ใช่! เจ้าคนบ้านั่นต้องตาย! ผู้ที่กล้าล่วงเกินสำนักเซี่ยเจี้ยนของพวกเรา จะต้องถูกประหาร!”

แต่จากนั้นไม่นาน สายตาของเหล่าสาวกพลันตกตะลึง เห็นเพียงขณะนี้ ผู้อาวุโสหยินบินพยุงผู้อาวุโสโจวกลับสำนัก แต่ไม่มีวี่แววใดๆของฉินห่าว

เงียบกริบ!

“ท่านประมุข ฉินห่าวแห่งนิกายเซียวเหยากล้าหยามพวกเราถึงถิ่น พวกเราต้องทำลายนิกายเซียวเหยาเพื่อล้างหนี้เลือดนี้!” ผู้อาวุโสโจวผละออกมา คุกเข่าแล้วเอาหัวโขกพื้นไม่หยุด

“ไม่ได้! พวกเราเป็นนิกายสายธรรมะ ถ้าอยากให้ทุกอย่างจบลงด้วยดี ต้องไปฟ้องนิกายชั้นหนึ่ง และให้พวกเขามาทวงคืนความยุติธรรมให้กับเรา” ผู้อาวุโสบางคนที่รู้เรื่องราวภายในว่านิกายเซียวเหยานั้นมีผู้ใดอาศัยอยู่เอ่ยคัดค้านทันที

“พวกเจ้า ... นี่พวกเจ้า .!”

ดวงตาของผู้อาวุโสโจวเบิกกว้างอย่างเหลือเชื่อ

“เอาล่ะๆ ข้าจะให้นิกายชั้นหนึ่งมาทวงคืนความยุติธรรมให้พวกเรา และให้ผู้อาวุโสหยินเป็นคนดำเนินการเรื่องนี้”

ในที่สุดประมุขก็ออกคำสั่ง

ผู้อาวุโสหยิน “....”

พูดตามตรง เขาโคตรไม่อยากข้องเกี่ยวใดๆกับฉินห่าวอีกต่อไป ไอ้เด็กนรกนี่ชั่วร้ายมาก

อย่างไรก็ตาม พอลองคิดดูแล้ว ต่อให้ไอ้เด็กฉินห่าวมันจะแน่ซักแค่ไหน ก็คงไม่กล้าจองหองกับนิกายชั้นหนึ่งหรอกกระมัง? พอสรุปได้แบบนี้เขาก็เบาใจ

...

“หืม? ทำไมที่นี่มันให้บรรยากาศแปลกๆ?” ฉินห่าวกระพริบตา ก้มมองเมืองเล็กๆ แม้จะมีผู้คนเดินไปเดินมา แต่กลับไร้ซึ่งชีวิตชีวา ชวนให้รู้สึกอึดอัดมาก

ใช่แล้ว เพราะมันเงียบนั่นเอง!

ทันใดนั้นฉินห่าวก็สังเกตเห็นได้ ใช่ มันเงียบ เงียบเกินไป ตามทฤษฏีแล้ว ถึงพ่อค้าแม่ขายจะไม่ตั้งแผงลอยขายของ แต่อย่างน้อยในหมู่บ้านก็ต้องมีเสียงพูดคุยและหัวเราะกันบ้าง

แต่นี่ ไม่มีอะไรเลย

ผู้คนที่อยู่ตรงหน้าเดินไปมาราวกับเป็นแค่ภาพหลอน

“สถานการณ์นี่มันอะไรกัน?”

ฉินห่าวสับสนอยู่พักหนึ่ง ก่อนตัดสินใจเดินเข้าไปในเมืองเล็กๆอย่างไม่กลัว และพบว่าผู้คนที่นี่ยังคงใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ เพียงแค่ไม่พูดก็เท่านั้น

“พี่ใหญ่ผู้นี้ ข้ามีเรื่องจะถาม”

ฉินห่าวคว้าชายคนหนึ่งและยิ้ม

ชายคนนั้นชำเลืองมองเล็กน้อยโดยไม่ขัดขืน เขายิ้มตอบโดยไม่ส่งเสียงใดๆ ยังคงเดินไปตามถนนที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คนแต่เงียบงัน

เจอแบบนี้เข้าไป ขนาดคนที่มีความกล้าหาญเช่นฉินห่าวก็ยังรู้สึกหนังศีรษะด้านชา นี่เป็นปฏิกิริยาทางร่างกายที่เกิดตามสัญชาตญาณ

“ที่นี่มันเมืองผีรึไง? ทำไมเจ้าถึงไม่พูดอะไรเลย?”  ฉินห่าวปล่อยมือจากชายคนนั้นและเดินต่อ เข้าไปในร้านอาหารแห่งหนึ่ง

“เสี่ยวเอ้อ! ขอบะหมี่ชามนึง!”

ฉินห่าวตะโกนเสียงดัง ตอนนี้เขาได้แต่ลองจับผลัดจับผลูด้วยตัวเองดู

เสี่ยวเอ้อเดินออกจากห้องโถงด้านหลัง เขายิ้มและยื่นกระดาษออกมาแผ่นหนึ่ง

บนกระดาษเขียนว่า ‘ต้องการแบบแห้งหรือน้ำ?’

ฉินห่าว “...”

เอาน่ะ ยังไงตอนนี้ก็ถือว่าเขาพบคนที่พอจะสื่อสารกันด้วยได้แล้ว

“ข้าขอถามหน่อย ทำไมคนที่นี่ถึงไม่คุยกัน?” ฉินห่าวถามออกมาตรงๆ

ใบหน้าของเสี่ยวเอ้อเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาส่ายหัวและยังคงเงียบงัน คล้ายกับว่าการพูดเป็นสิ่งต้องห้าม

จบบทที่ บทที่ 41

คัดลอกลิงก์แล้ว