- หน้าแรก
- เซียนกระบี่ขับเจ็ต : ระบบเข้าใจผิด คิดว่าเครื่องบินคือกระบี่เหิน!
- บทที่ 50 ซื้อยาน้ำ
บทที่ 50 ซื้อยาน้ำ
บทที่ 50 ซื้อยาน้ำ
บทที่ 50 ซื้อยาน้ำ
"ว่ามาเลยครับ"
"ในคลังเสบียงของฟาร์มเรา มี 'ยาน้ำฟื้นฟูปราณโลหิต' ขายไหมครับ? แบบมีของเลย"
ทันทีที่พูดจบ โจวผิงยังไม่ทันอ้าปาก หวังเหมิ่งที่เดินตามหลังหานเฟิงมาเพื่อจะซื้อน้ำก็โพล่งขึ้นมาก่อน
"นายจะซื้อยาน้ำเหรอ?"
หวังเหมิ่งก้าวเข้ามาหา พลางตาโตมองหานเฟิง "เพื่อน นายบินจนเอ๋อไปแล้วเหรอ? เสบียงในจุดพักแรมแนวหน้าแบบนี้ล้วนขนส่งมาจากในเมือง รวมค่าขนส่ง ค่าประกัน และค่าความเสียหายแล้ว ราคาแพงกว่าในเมืองเกินยี่สิบเปอร์เซ็นต์เลยนะ!"
เหล่าหลิวที่ถือถ้วยน้ำชาอยู่ข้างๆ ก็ขยับเข้ามาเตือน:
"ใช่แล้วเสี่ยวหาน พวกเราอีกไม่กี่วันก็จะได้สลับเวรกลับไปแล้ว ต่อให้นายไปซื้อที่ตลาดมืด ก็ยังคุ้มกว่าซื้อที่นี่เยอะ การซื้อยาที่นี่ มันคือการเอาเงินไปแจกเจ้า 'โจวขูดเลือด' ชัดๆ"
โจวผิงที่ถูกเรียกว่า "โจวขูดเลือด" ไม่ได้โกรธเคือง เขายังคงยืนยิ้มแย้มอยู่อย่างนั้น ไม่โต้แย้งใดๆ เพียงแค่รอให้หานเฟิงตัดสินใจเอง
นี่คือเรื่องปกติที่ใครๆ ก็รู้กัน
การเติมเสบียงในจุดพักแรมนอกเขตปลอดภัย ถ้าไม่ใช่อยู่ในสถานการณ์กระสุนหมดเสบียงขาด หรือต้องการยารักษาฉุกเฉินจริงๆ ก็ไม่มีใครยอมทำตัวเป็นไอ้งั่งให้เขาหลอกหรอก
สมาชิกหน่วยคุ้มกันคนอื่นๆ ที่กำลังกินข้าวอยู่ในโรงอาหารต่างก็ส่งสายตาประหลาดใจมาที่หานเฟิง ราวกับมองคนบ้า
เมื่อกี้ยังรู้สึกว่าไอ้หนูคนนี้ฉลาดเป็นกรดเหมือนเครื่องคิดเลขเดินได้ กระสุนไม่กี่นัดยังคำวณต้นทุนเลย ทำไมจู่ๆ ถึงได้มาทำเรื่องโง่ๆ แบบนี้ล่ะ?
หานเฟิงย่อมรู้ดีว่ามันแพง
แต่เขารู้ดียิ่งกว่าว่าสภาพร่างกายของเขาในตอนนี้เป็นอย่างไร
วิชาควบคุมกระบี่คือเครื่องเขมือบเงิน
ขอเพียงแค่บินขึ้นฟ้า มันคือการเผาน้ำมัน และยิ่งกว่านั้นคือการเผาชีวิต
หากไม่มียาน้ำคอยค้ำจุน ปราณโลหิตอันน้อยนิดของเขาไม่มีทางทนต่อการหักโหมความเข้มข้นสูงได้กี่ครั้งหรอก
เงินที่ค้างอยู่ในบัญชีเป็นเพียงตัวเลขที่เย็นเยียบ มีเพียงการเปลี่ยนมันให้เป็นน้ำยาในท้อง แล้วเปลี่ยนเป็นพลังในกล้ามเนื้อเท่านั้น นั่นถึงจะเป็นต้นทุนที่แท้จริงของเขา
และที่สำคัญ คืนนี้เขามีเรื่องที่จำเป็นต้องทำ
"ผู้อำนวยการโจว มีของไหมครับ?"
หานเฟิงไม่ได้สนใจคำทัดทานของคนรอบข้าง เขาจ้องมองโจวผิงด้วยสายตาสงบนิ่ง
โจวผิงดันแว่นกรอบทองบนดาดจมูก รอยยิ้มบนใบหน้ายิ่งกว้างขึ้นไปอีก
ธุรกิจที่เดินมาเกยถึงที่แบบนี้ ถ้าไม่ทำก็คงเป็นไอ้โง่แล้ว
"มีครับ! มีแน่นอน!"
โจวผิงถูมือไปมา "ฟาร์มรวงทองของเราแม้จะอยู่ไกล แต่ก็ต้องเตรียมพร้อมรับมือการบาดเจ็บอยู่แล้ว 'ยาน้ำฟื้นฟูระดับกลางยี่ห้อแรด' ในคลังมีเพียบครับ แต่เรื่องราคานี่..."
เขาจงใจเว้นจังหวะ ชูนิ้วขึ้นสามนิ้ว แล้วพับกลับไปครึ่งนิ้ว:
"สามร้อยห้าสิบแต้มต่อหลอดครับ"
"ซี๊ด——"
หวังเหมิ่งที่อยู่ข้างหลังสูดปาก:
"เจ้าอ้วนโจว แกนี่มันหน้าเลือดจริงๆ! ในเมืองราคามาตรฐานแค่สามร้อย แต่นี่แกอัพราคาขึ้นไปอีกห้าสิบแต้มเลยนะ! ทำไมไม่ไปปล้นเขาเลยล่ะ?"
โจวผิงไม่โกรธ เขายิ้มพลางแบมือ: "หัวหน้าหวัง พูดแบบนั้นไม่ได้นะครับ ในป่าในเขาลึกแบบนี้ เรือขนส่งมาแต่ละเที่ยวลำบากแค่ไหน? ต้องนับค่าคลังสินค้า ค่ารักษาความปลอดภัยด้วย ราคานี้ถือว่ายุติธรรมมากแล้ว อีกอย่าง นี่เป็นของพร้อมส่ง จ่ายเงินแล้วเอาไปได้เลยไม่ต้องรอ"
สามร้อยห้าสิบแต้ม
หานเฟิงคำนวณในใจ ตอนที่เขาเอาของจากกาวเฟยที่โรงเรียนคือสองร้อยเจ็ดสิบ ที่นี่แพงกว่าถึงแปดสิบแต้มเต็มๆ
แต่เขาไม่สน
"ขอสี่สิบห้าหลอดครับ"
เสียงของหานเฟิงมั่นคงมาก เหมือนกำลังซื้อผักกาดขาวสักสองกิโลอยู่ที่แผงลอยข้างทาง
รอยยิ้มบนใบหน้าโจวผิงแข็งค้างไปทันที มือที่กำลังจะกดเครื่องคิดเลขหยุดนิ่งอยู่กลางอากาศ
หวังเหมิ่งที่กำลังจะด่าพ่อค้าหน้าเลือดต่อถึงกับสำลักคำพูดติดอยู่ในคอ ตาแทบถลนออกมานอกเบ้า
"ทะ... เท่าไหร่นะครับ?"
โจวผิงสงสัยว่าตัวเองหูฝาด ถึงขั้นแคะหูดู
"สี่สิบห้าหลอดครับ"
หานเฟิงทวนซ้ำ พร้อมกับเปิดหน้าจอการชำระเงินในเครื่องสื่อสารส่วนตัว โชว์คิวอาร์โค้ดของเงินที่เพิ่งเข้าบัญชีมาหยกๆ
"หนึ่งหมื่นห้าพันเจ็ดร้อยห้าสิบแต้ม ผมโอนให้ตอนนี้เลยครับ"
โรงอาหารทั้งห้องเงียบกริบลงในทันที
มีเพียงเสียงพัดลมระบายอากาศที่ยังดังฮึ่มๆ
ทุกคนต่างมองหานเฟิงด้วยสายตาที่เหมือนมองสัตว์ประหลาด
ไอ้หมอนี่มันบ้าไปแล้วเหรอ?
เงินหนึ่งหมื่นเก้าพันกว่าแต้มที่เพิ่งได้มา นั่นคือเงินที่เขาแลกมาด้วยชีวิตในวันนี้เลยนะ
นี่เขาไม่แม้แต่จะกะพริบตา ทุ่มเงินทั้งหมดลงไปเลยเหรอ?
ต่อให้เป็นพวกลูกเศรษฐีในเมืองชั้นคนที่รีบจะทะลวงคอขวด ก็ยังไม่เคยเห็นใครใช้เงินแบบนี้เลย
นี่มันไม่ใช่การฝึกซ้อมแล้ว นี่มันคือการดื่มเลือดชัดๆ!
"หานเฟิง นาย..."
หวังเหมิ่งอ้าปากค้าง สุดท้ายเค้นออกมาได้ประโยคเดียว "นายนี่มันจอมล้างผลาญจริงๆ"
เดิมทีเขาคิดว่าไอ้หนูคนนี้เป็นพวกขี้งกที่คิดคำนวณถถี่ถ้วน ตอนนี้ดูท่าจะเป็นไอ้บ้าที่ไม่เห็นค่าของเงินเสียมากกว่า
หรือจะพูดอีกอย่างคือ เป็นไอ้บ้าที่กระหายในพลังอย่างถึงที่สุด
"ติ๊ง!"
เสียงแจ้งเตือนการชำระเงินสำเร็จดังขึ้นชัดเจนท่ามกลางความเงียบในโรงอาหาร
หานเฟิงมองดูตัวเลขในบัญชีที่หดหายไปเหลือเพียงเลขสองหลักในพริบตา
สิ่งที่ได้รับกลับมาคือกระเป๋าหิ้วโลหะสีเงินที่หนักอึ้งซึ่งโจวผิงส่งให้
ในใจหานเฟิงไม่มีความเสียดายเลยแม้แต่น้อย แต่กลับมีความรู้สึกมั่นคง
มันคือความรู้สึกที่ควบคุมอนาคตได้
"ขอบคุณครับ ผู้อำนวยการโจว"
หานเฟิงหิ้วกระเป๋าแล้วเดินหันหลังออกไปทันที
ไม่ไกลนัก เรยเจิ้น ผู้อำนวยการฟาร์มที่ไม่ได้พูดอะไรมาตลอด เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เขาใช้แขนกลที่ส่งแสงเย็นเยียบเคาะโต๊ะเบาๆ
ดวงตาที่เหมือนเหยี่ยวของเขาจ้องมองแผ่นหลังของหานเฟิง มุมปากแสยะออกเป็นรอยยิ้มที่ดุดัน
"น่าสนใจดีนี่"
เรยเจิ้นหยิบหมั่นโถวบนโต๊ะขึ้นมากัดคำโต "ไอ้หนูนี่ เป็นพวกที่จะทำงานใหญ่ในอนาคต กล้าลงทุนสุดๆ"
กู้หยุนที่นั่งอยู่ข้างๆ มองไปทางที่หานเฟิงจากไป สีหน้าซับซ้อนยิ่งนัก
เขาไม่ต้องคำนวณก็รู้ว่าสิ่งที่หานเฟิงทำเมื่อครู่หมายความว่าอย่างไร
ถ้าเป็นเขา เขาไม่มีทางยอมทุ่มเงินทั้งหมดที่มีไปกับยาน้ำแน่นอน
"สัตว์ประหลาดจริงๆ"
กู้หยุนพึมพำเบาๆ แต่คราวนี้ความโอหังลดลงไปอีก และมีความชื่นชมที่เจือไปด้วยความอิจฉาเพิ่มขึ้นมา
......
แสงไฟสปอร์ตไลท์ที่ลานจอดเครื่องบินส่องสว่างจนพื้นที่แถวนี้เหมือนเป็นเวลากลางวัน
ลมกลางคืนพัดพาเอาความเย็นมาปะทะหน้าจนรู้สึกเหนอะหนะเล็กน้อย นั่นคือความชื้นที่เป็นเอกลักษณ์ของเขตรกร้าง
เครื่องบินสนับสนุนเกราะหนักรหัส "ลาเทา" จอดนิ่งสงบอยู่ในตำแหน่งเดิม ปืนใหญ่อากาศขนาด 30 มิลลิเมตรใต้ท้องเครื่องส่งแสงวาววับเย็นเยียบภายใต้แสงไฟ
หานเฟิงยัดกระเป๋าที่เต็มไปด้วยยาน้ำเข้าไปในช่องเก็บของใต้ที่นั่งนักบิน ซึ่งเดิมทีมีไว้สำหรับเก็บเสบียงฉุกเฉิน
จากนั้นเขาก็ตบที่ลำตัวเครื่องที่เย็นเฉียบเบาๆ
"คู่หู คืนนี้พวกเราต้องทำงานล่วงเวลากันหน่อยนะ"
แม้ว่านี่จะเป็นเพียงสิ่งของที่ไม่มีชีวิต แต่ภายใต้การเชื่อมต่อของระบบ หานเฟิงมักจะรู้สึกว่ามันมีชีวิตจิตใจ
เขาปีนขึ้นไปบนห้องนักบิน และเปิดสวิตช์ไฟอย่างชำนาญ
แผงหน้าปัดสว่างขึ้นทีละจุด พร้อมเสียงกระแสไฟเบาๆ
"เรียกหอบังคับการ ผมหานเฟิง ขออนุญาตนำเครื่องขึ้น เพื่อทำการฝึกซ้อมปรับตัวในเวลากลางคืนครับ"
ในช่องสัญญาณสื่อสารเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมีเสียงของจางฮ่าวดังขึ้น
เสียงของหัวหน้าฟังดูเหนื่อยล้าเล็กน้อยแต่ยังคงมั่นคง
"ทางฟาร์มอนุญาตแล้ว หานเฟิง ทัศนวิสัยตอนกลางคืนมีจำกัด อย่าบินออกนอกเส้นเขตระวังภัย ถ้าพบความผิดปกติให้รีบกลับฐานทันที"
"รับทราบครับ"
"แล้วก็..."
จางฮ่าวหยุดไปครู่หนึ่ง "เบาๆ หน่อย ร่างกายคือต้นทุน อย่าฝึกจนพังเสียก่อนล่ะ"
เห็นได้ชัดว่า วีรกรรมการทุ่มเงินซื้อยาน้ำของหานเฟิงเมื่อครู่ ได้เข้าหูของหัวหน้าทีมเรียบร้อยแล้ว
มุมปากของหานเฟิงยกขึ้นเล็กน้อย: "วางใจเถอะครับหัวหน้า ผมดวงแข็ง"
เครื่องยนต์คำรามกึกก้อง
กระแสลมมหาศาลพัดพาเอาฝุ่นละอองบนพื้นดินม้วนตัวขึ้น
"ลาเทา" เลื่อนไถลไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้าแต่ทรงพลัง จากนั้นก็เชิดหัวขึ้นที่ปลายรันเวย์ และพุ่งทะยานเข้าสู่ท้องฟ้ายามราตรีที่ลึกยาม