เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5

บทที่ 5

บทที่ 5


บทที่ 5

ฉินห่าวตั้งใจฟังเสียง พอได้ยินว่าระบบเริ่มรวนแล้วก็กระโดดลงจากไหล่สัตว์ประหลาดยักษ์ ขณะเดียวกันร้องตะโกน “วิ่ง! มันจะระเบิดแล้ว!”

เสียงนี้แฝงไปด้วยพลังปราณ ดังนั้นดังลั่นไปทั่วสนามรบ

แวบแรกทุกคนชะงัก ไม่รู้ว่าเจ้าหมอนี่กำลังพูดเรื่องอะไร สิ่งใดกำลังจะระเบิด?

อย่างไรก็ตาม คนแรกที่ตอบสนองคือหลิวชิง เขาตะโกนอย่างรวดเร็ว “สาวกของนิกายเซียวเหยา ล่าถอย! ล่าถอยด่วน!”

พูดจบ เขาก็หันหลังแล้ววิ่งหนีทันที

ฉินห่าวเมื่อเท้าแตะพื้น ก็พบว่ามีสากวสำนักเซี่ยเจี้ยนล้อมรอบ เขาหยิบดาบขึ้นมา และที่เหลือก็แค่ฟาดฟันเพื่อเปิดทาง

ตอนนี้เขาอยู่ในขอบเขตรวบรวมลมปราณขั้น 8 แล้ว ความเร็วและพละกำลังแก่กล้ามาก ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะเทียบได้ เพียงครู่เดียวเท่านั้น ก็สามารถฆ่าคนไปสิบกว่าคน ปูทางเดินที่ย้อมไปด้วยเลือดให้ตัวเอง

“หุ่นเชิดยักษ์หยุดได้อย่างไร? คนผู้นั้นทำอะไรลงไปกันแน่?”

“ฆ่าเขา! เขาต้องเล่นตุกติกอะไรแน่ๆ”

ยังไงก็ตาม สาวกสำนักเซี่ยเจี้ยนยังไม่ทันลงมือ

บรึ้ม!

เกิดเสียงระเบิดดังสะเทิ้นฟ้าสะเทือนดิน ประหนึ่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินกำลังปั่นป่วน

ฉินห่าวทนแรงอัดอากาศไม่ไหว ทิ้งตัวนอนหมอบลงบนพื้น ยกสองมือขึ้นกุมศีรษะ ขณะเดียวกันหันไปมองข้างหลัง

เห็นเพียงร่างใหญ่โตของสัตว์ประหลาดยักษ์และสาวกสำนักเซี่ยเจี้ยที่มารวมตัวกันเพื่อจับกุมเขา เวลานี้ทั้งหมดหายวับไป เหลือทิ้งไว้เพียงพื้นดินเรียบๆที่ไม่มีมนุษย์ยืนอยู่

“นี่ ... โอ้พระเจ้า!”

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น หุ่นเชิดยักษ์หายไปไหน?”

ทุกคนตะลึง ยืนนิ่งเหมือนไก่ไม้

“ฮ่าๆๆ เจ้าโง่ โดนระเบิดตัวเองด้วยอาวุธของตัวเอง รู้สึกยังไงบ้าง? สาแก่ใจหรือไม่?”

ฉินฮ่าวแหงนหน้าขึ้นฟ้า หัวเราะเสียงดัง

ทุกคนมองมายังฉินห่าวเป็นสายตาเดียว โดยเฉพาะคนสำนักเซี่ยเจี้ยน ในดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความเกลียดชังและความโกรธ

[ ติ๊ง]

[ได้รับ ค่าความเกลียดชัง+50]

[ ติ๊ง]

[ได้รับ ค่าความเกลียดชัง+150]

รายการแจ้งเตือนค่าความเกลียดชังพุ่งทะยาน สร้างความตื่นเต้นสุดแสนแก่ฉินห่าว คำพูดนี้ของเขามันทำร้ายศัตรูได้เจ็บแสบยิ่งกว่ายามถูกฟาดฟันเสียอีก

ฉะนั้น เมื่อได้รับรับสิทธิประโยชน์ดีๆมากมายขนาดนี้ เขาย่อมไม่หยุดปาก

“จดจำไว้ให้ดี ข้าชื่อฉินห่าว! ถ้าพวกเจ้าอยากแก้แค้น ก็มาฆ่าข้าให้ตาย!”

ว่าจบ ฉินห่าวโค้งต้วแอ่นตูดไปทางฝั่งศัตรู แล้วตบมันเสียงดังเพี๊ยะ เพี๊ยะ! จากนั้นยืนขึ้นด้วยสีหน้าแห่งความภาคภูมิใจ

เงียบกริบ!

ทุกคนเงียบ แต่มันคือความเงียบก่อนพายุจะมา

“ล่าถอย!”

เพียงแต่ในจังหวะที่บรรยากาศเคร่งขรึมกำลังจะถึงจุดสูงสุด เสียงอันน่าเกรงขามก็ดังก้องไปทั่วผืนฟ้า

ทุกคนตกตะลึง สาวกนิกายเซียวเหยาไม่พูดอะไรสักคำ หันหลังกลับและจากไป

“เด็กน้อย เจ้าฆ่าศิษย์พี่จาง! ข้าจะรายงานเรื่องนี้ต่อท่านอาจารย์ ถึงเวลานั้น ...!”

สาวกสำนักเซี่ยเจี้ยนเอ่ยทิ้งท้ายอย่างไม่เต็มใจยอมรับ และจากไป

ฉินห่าวรู้สึกงงงวยเล็กน้อย อาจารย์เจ้าเป็นใคร แล้วในเมื่อไม่พอใจทำไมเจ้าไม่เข้ามาสู้เอง? อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้คิดมาก หันหลังเดินทางกลับไปยังค่ายนิกายเซียวเหยา แล้วขึ้นเรือเหาะ

เมื่อก้มลงมองเบื้องล่าง จะพบว่ามีสาวกนิกายเซียวเหยาหลายคนกำลังเก็บกวาดสนามรบอยู่ ศพแล้วศพเล่าถูกหามออกมากองรวมกัน ทุกคนมีสีหน้าหนักอึ้ง

ช่วงเวลานี้ แม้ว่าพวกเขาจะชนะก็ตาม แต่ก็ยังไม่มีความสุข

“เฮ้อ ศิษย์น้อง ไปกันเถอะ กลับนิกายกัน”

หลิวชิงเดินเข้ามา ถอนหายใจพร้อมวางมือลงบนไหล่ฉินห่าว

ไม่นาน เรือเหาะก็เริ่มเดือนเครื่อง

ฉินห่าวนั่งลงบนเรือเหาะอย่างเหม่อลอย มองทิวทัศน์ภายนอก เกิดความซับซ้อนในใจ

นี่สินะกฏของโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร ผู้เข้มแข็งสามารถย้ายภูเขาถมทะเล!

ในทางตรงกันข้าม ผู้อ่อนแอกลับล้มตายกันเป็นว่าเล่น และแทบจะไม่ได้รับการเหลียวแลใดๆ

หากท่านคิดว่าการที่นิกายเซียวเหยานำศพมากองรวมๆกันนั้นไม่ใช่เรื่องสุภาพนัก เช่นนั้นจงดูสำนักเซี่ยเจี้ยน พวกเขาไม่ให้คนมาเก็บศพด้วยซ้ำ มากสุดแค่มีคนยกไปทิ้งลงตามก้นเหว โหดร้ายจนน่าโมโห!

ช่วงเวลาหนึ่ง ฉินห่าวเกิดอารมณ์ที่ยากจะพรรณนา ตลอดเส้นทาง บนเรือเหาะมีเพียงความเงียบ ไม่มีใครพูดอะไร

หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วยาม เรือเหาะก็ลงจอดในนิกาย ทุกคนลงจากเรือเหาะโดยไม่พูดอะไรสักคำ กลับไปยังที่พำนักของตน

ขณะที่ฉินฮ่าว เขาไม่มีที่พักเป็นหลักแหล่งเป็นของตัวเองด้วยซ้ำ เหตุผลก็ง่ายมาก นี่คือมาตรฐานในการดูแลสาวกชั้นเก้า

“ขอแสดงความยินดีกับศิษย์พี่ ท่านมีชื่อเสียงแล้ว” ไม่รู้ผ่านไปนานแค่ไหน แต่จู่ๆก็มีชายหนุ่มในชุดสามัญชนมาเคาะผนังหน้าทางเข้าถ้ำ

“แล้วเจ้าคือ?”

ฉินห่าวเงยหน้าขึ้นมองด้วยความสับสน

“เรียนศิษย์พี่ ข้าชื่อหวังจุน เป็นสาวกรับใช้ของนิกายเซียวเหยา” หวังจุนมีท่าทีเคารพเขามาก นี่เพราะเขาได้ยินชื่อเสียงของฉินห่าวมาแล้ว อันที่จริง ตราบใดที่เป็นสาวกของนิกาย ทุกคนต่างรู้เรื่องเขา

ชายผู้นี้กล่าวได้ว่าสามารถพลิกกระแสได้ด้วยตัวคนเดียว!

“สาวกรับใช้?” ฉินห่าวถึงกับไร้คำพูด ตนเองเป็นสาวกอันดับเก้าก็ว่าย่ำแย่พอแล้ว แต่นี่ยังมีตำแหน่งสาวกรับใช้ไว้ใช้แรงงานอีก

“ศิษย์พี่ เนื่องจากผลงานที่โดดเด่นของท่านในสนามรบ ทางนิกายจึงตัดสินใจชะลอการแจกจ่ายรางวัลออกไปก่อน”

พูดเรื่องนี้ หวังจุนกะพริบตารัวๆ “นั่นหมายความว่า รางวัลของท่านมีค่าพอให้ระดับผู้อาวุโสต้องปรึกษากัน!”

ได้ยินแบบนั้น ฉินห่าวยิ้ม เกิดความคิดหนึ่งขึ้นในใจ ‘ต้องแบบนี้สิค่อยเข้าท่าหน่อย!’

จบบทที่ บทที่ 5

คัดลอกลิงก์แล้ว