เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3

บทที่ 3

บทที่ 3


บทที่ 3

กรรร!

เสียงคำรามจากสัตว์ประหลาดยักษ์สั่นสะเทือนแผ่นดิน

ทุกคนเงยหน้าขึ้น เกิดแรงกระเพื่อมในหัวใจ เห็นเพียงยักษ์ใหญ่ที่ยืนสูงจากพื้นดิน

ณ ขณะนี้ ในสนามรบเงียบกริบ ภายใต้ร่างของสัตว์ประหลาดยักษ์ สีหน้าของทุกคนหมองคล้ำลง

“นี่คือสัตว์ประหลาดหุ่นเชิดที่หลอมขึ้นใหม่จากสำนักเซี่ยเจี้ยนของข้า ไอ้พวกสวะนิกายเซียวเหยา จะยอมจำนนหรือตาย ลองเลือกเอา!”

ณ จุดนี้ ชายหนุ่มในชุดแดงยืนยิ้มอยู่ใต้สัตว์ประหลาดยักษ์ โดยหน้าผากของชายผู้นี้มีปานคล้ายรอยเปลวไฟ มันเด่นสะดุดตามาก

“จางอี้ฮุ่ย! อย่าเหิมเกริมให้มันมากนัก! กฎของสนามรบ ผู้ที่เหนือกว่าขอบเขตแก่นทองคำไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมการต่อสู้ เจ้าคิดละเมิดกฏหรือ?”

ด้านนิกายเซียวเหยา หลิวชิงเดินออกมา สีหน้าเขาตอนนี้มืดมนมาก

“ไม่ใช่แน่นอน เพราะสัตว์ประหลาดหุ่นเชิดตัวนี้ไม่มีฐานบำเพ็ญเพียร ดังนั้นไม่ผิดกฏ” จางอี้ฮุ่ยอธิบายด้วยรอยยิ้ม จากนั้นโบกมือทันที สั่งการมันเข้าสู่สนามรบ

ฉินห่าวเห็นฉากนี้ ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย ขอบเขตบำเพ็ญเพียรในโลกใบนี้เรียงจากต่ำไปสูงได้แก่

รวบรวมลมปราณ , เปิดภูมิปัญญา , ขจัดสิ่งโสมม , แก่นทองคำ , ก่อเกิดจิต , รู้แจ้ง , ผันแปรสู่เซียน , ข้ามทัณฑ์สวรรค์ , ผสานกายา , มหายาน ฯลฯ

และสัตว์ประหลาดยักษ์ตนนี้ไม่มีฐานบำเพ็ญเพียรจริงๆ กระนั้น เห็นได้ชัดว่ามันทำจากวัสดุชั้นยอด ซึ่งพลังทำลายอาจสูงกว่าขอบเขตแก่นทองคำเสียอีก

“น่ารังเกียจนัก!” หลิวชิงด่าทอด้วยความโกรธ แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาร่ำร้องโวยวาย เขาประกาศเสียงดัง “พี่น้องทั้งหลาย ฆ่าเจ้าหุ่นเชิดตัวนั้นก่อน”

“ขอรับ!” ทุกคนตอบพร้อมกัน

ฉินห่าวไม่หุนหันพลันแล่น แต่ดึงแผงระบบออกมาดู แม้ว่าเขาจะไม่ได้ตั้งใจยั่วยุให้เกิดความเกลียดชังก็ตาม แต่ก็ยังได้รับค่าความเกลียดชังมามากมาย

[ค่าความเกลียดชัง: 150 แต้ม]

“ ระบบ ยกระดับฐานบำเพ็ญเพียรต้องใช้ค่าความเกลียดชังเท่าไหร่?

[ขั้นละ 20 แต้ม]

“งั้นยกระดับให้ข้า 7 ขั้น”

ฉินห่าวคิดอยู่ครู่หนึ่ง และตัดสินใช้ทั้งหมดที่ใช้ได้ เมื่อประกอบกับร่างกายอมตะที่มี ก็น่าจะเพียงพอแล้ว

[ติ๊ง]

[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ คุณก้าวสู่ขอบเขตรวบรวมลมปราณขั้น 8]

ฉินห่าวรู้สึกได้ถึงพลังที่พลุ่งพล่านเข้าสู่ร่างกาย และเขาพบว่าพลังนี้มันเหมือนกับพลังที่ได้มาจากการฝึกบำเพ็ญเพียรไม่มีผิดเพี้ยน ไม่เกิดอาการไม่สบายตัวหรือต้องปรับสมดุลใดๆเลย

เจ้าตัวเผยยิ้มเย็น ถือดาบวิ่งปรี่เข้าเข่นฆ่าศัตรูอีกครั้ง สำหรับสัตว์ประหลาดยักษ์ แม้ตัวเขาจะสู้มันตรงๆไม่ได้ แต่เขาสามารถฆ่าจางอี้ฮุ่ยได้!

ทั้งๆอีกฝ่ายมีฐานบำเพ็ญเพียรเพียงขั้น 9 ขอบเขตรวบรวมลมปราณ แต่คาดไม่ถึงว่าจะหยิ่งผยองถึงขนาดนี้

ณ เวลานี้ จางอี้ฮุ่ยไม่รู้ว่าอันตรายกำลังจะมาถึง เขายืนอยู่ในค่ายสำนักเซี่ยเจี้ยน มองหุ่นเชิดอันทรงพลังด้วยรอยยิ้ม

“หืม?”

เพียงแต่ในตอนนนั้นเอง จู่ๆสองคิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากัน รู้สึกเหมือนมีบางอย่างอยู่ข้างหลัง เบี่ยงตัวออกข้างตามสัญชาตญาณ

ฟัฟฟฟฟฟ!

และเป็นจังหวะเดียวกับที่ดาบเล่มหนึ่งฟันลงพอดี มันเฉียดไหล่ตัวเอง กรีดแขนเสื้อตัดเป็นทางยาว เจ้าตัวหลั่งเหงื่อเย็นด้วยความตกใจ

“เอ๊ะ?”

ฉินห่าวส่งเสียงประหลาดใจ มือที่กำดาบยังส่งถ่ายแรง ตวัดเปลี่ยนแนวฟันจากแนวตั้งเป็นแนวนอน

“สารเลว!” จางอี้ฮุ่ยโกรธมาก ตบฉินห่าวด้วยฝ่ามือ

พรวดดด!

ฉินห่าวกระอักเลือดออกมาเต็มปาก แต่ใบหน้าเขากลับยังคงยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ไม่แสดงถึงความรู้สึกเสียใจที่พลาดท่าแต่อย่างใด

“ขยะของนิกายเซียวเหยา?” จางอี้ฮุ่ยเห็นชุดของฉินห่าว บวกกับรอยยิ้มบนใบหน้านั้น แม้จะไม่เข้าใจว่าทำไม แต่มันก็ยิ่งเพิ่มความโกรธแค้นแก่เขา ระเบิดแรงกดดันออกมา พุ่งกายวูบไหวดั่งเส้นสายฟ้า โจมตีผู้มาเยือนสุดกำลัง

ด้านฉินห่าว เขาไม่หลบเลี่ยง แต่ถ้าจะพูดให้ถูก สมควรกล่าวว่าไม่สามารถหลบเลี่ยงได้มากกว่า ทำได้เพียงเฝ้ามองฝ่ามือนี้ประทับลงบนตัว

ในพริบตา อวัยวะภายในแตกสลาย ร่างเขาค่อยๆทรุดลง

สำหรับช่วงเวลาที่ถูกโจมตีถึงตายนี้ ฉินห่าวโชคดีมากที่ระบบมอบความสามารถช่วยไม่ให้เขาต้องรู้สึกเจ็บปวดใดๆ มิฉะนั้นคงทรมานน่าดู

“ฮึ่ม ขยะขอบเขตรวบรวมลมปราณขั้น 8 กล้าลอบสังหารข้า?” จางอี้ฮุ่ยตะคอกอย่างเย็นชา ไม่สนใจตามดูต่ออีก

สิบวินาทีต่อมา ฉินห่าวที่ล้มหน้าชี้ฟ้าลืมตาขึ้น เงยมองจางอี้ฮุ่ยที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม แล้วเผยรอยยิ้มแปลกๆออกมา ลุกขึ้นยืนอย่างเงียบๆ เล็งตำแหน่งคออีกฝ่ายอย่างแม่นยำ แล้วตวัดใส่ในดาบเดียว

ฟัฟฟฟ!

หัวกระเด็นขึ้นฟ้า เลือดจำนวนมากพุ่งราวกับน้ำพุ

“เฮ่ะ เฮ่ นึกไม่ถึงล่ะสิ ว่าข้าจะฟื้นคืนชีพได้”  ฉินห่าวยิ้มเหมือนโจรคนหนึ่ง แล้วกลับสู่สนามรบ

เมื่อเขามาถึงสนามรบอีกครั้ง ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงขึ้นที่นี่

สัตว์ประหลาดหุ่นเชิดไม่พอใจกับการโจมตีธรรมดาอีกต่อไป แต่หันมาใช้อาวุธวิเศษแทน บนไหล่ของมันแต่ละข้าง มีสิ่งที่เหมือนปากกระบอกปืนใหญ่ติดตั้งอยู่ และกระสุนทุกนัดที่ยิงลงไป มันคร่าชีวิตสาวกนิกายเซียวเหยาและเกิดผู้บาดเจ็บเป็นจำนวนมาก

ช่วงเวลาหนึ่ง สนามรบกลายเป็นฉากอันน่าสลดใจ

จบบทที่ บทที่ 3

คัดลอกลิงก์แล้ว