เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1

บทที่ 1

บทที่ 1


บทที่ 1

“ไอ้ตัวไร้ประโยชน์! ตอนนี้สาวกนิกายเซียวเหยาทุกคนไปสู้ในแนวหน้ากันหมดแล้ว แต่เหตุใดเจ้ายังอยู่ที่นี่?”

จางยู่หลงมองสาวกชั้นเก้าที่อยู่ข้างหน้าเขาด้วยแววตารังเกียจเหยียดหยาม

ฉินห่าวหรี่ตา แต่ไม่ได้ตอบโต้อะไรกลับไป เขามาอยู่ได้ไม่กี่วัน แต่ก็สามารถการปรับตัวให้เข้ากับรูปแบบการใช้ชีวิตในโลกใบนี้ได้แล้ว

ที่นี่คือโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร นิกายที่เขาสังกัดเป็นนิกายนอกกระแสไม่ได้โด่งดังอะไร --นิกายเซียวเหยา

ส่วนชายตรงหน้าผู้นี้เป็นสาวกชั้นเจ็ดของนิกาย สูงกว่าตนสองอันดับ

“เจ้า... สายตาแบบนั้นมันอะไรกัน?” จางยู่หลงเริ่มโกรธ

“ก็ไม่ทำไม ถ้าเจ้าแน่จริง ก็มาทุบตีข้าสิ มาทุบตีข้าเลย!” ฉินห่าวตบหน้าอกตัวเอง ใบหน้ามั่นคงหนักแน่นปราศจากความกลัว นี่ไม่ใช่เพราะเขาเก่ง แต่นิกายเซียวเหยา ห้ามไม่ให้มีการต่อสู้ระหว่างสาวกโดยไม่ได้รับอนุญาต ถ้าอีกฝ่ายกล้าลงมือ ย่อมมีคนเข้าหาห้ามปรามและจับไปลงโทษตามระเบียบ

“ฮึ่ม! ไอ้ลูกหมาไร้ค่า! เจ้าอย่ามาทำเป็นอวดดีไปหน่อยเลย!” จางยู่หลงตะคอกเย็นชา ดวงตาทอประกายดุร้าย สั่นสะท้านไปทั้งตัวด้วยความโกรธ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาพบสาวกอันดับต่ำกว่าที่กล้าต่อล้อต่อเถียงกับตน อย่างไรก็ตาม เขาไม่กล้าลงมือให้เกิดเรื่องวุ่นวาย ทำได้เพียงหันหลังกลับและจากไป

[ติ๊ง]

[ได้รับค่าความเกลียดชัง +18 แต้ม]

[เปิดใช้งานระบบฝืนดวงชะตา]

[ได้รับความสามารถ : ไม่มีวันตาย เมื่อถูกฆ่าจะคืนสภาพร่างกายเป็นปกติดังเดิม ไม่หวั่นกลัวต่อความเจ็บปวดใดๆ ต้านทานค่ายกลต้องห้ามทุกชนิด และเพิ่มความสามารถในการดึงดูดความเกลียดชัง]

[หมายเหตุ : ค่าความเกลียดชังสามารถนำไปสุ่มจับรางวัลหรือยกระดับฐานบำเพ็ญเพียรได้!]

ฉินห่าวฟังเสียงในหัว รอยยิ้มค่อยๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าเขา เดิมทีเขากลัวความตาย อันที่จริงทุกคนกลัวความตาย แต่ตอนนี้มีระบบ ไม่เท่ากับว่าเป็นการันตีว่าสามารถรอดชีวิตในสนามรบได้หรอกหรือ?

เมื่อคิดได้ ฉินห่าวหันหลังกลับ มองจางยู่หลงที่กำลังค่อยๆจากไป เขาได้ยินเรื่องนี้มานานแล้ว ว่าชายผู้นี้ชอบรังแกสาวกที่อ่อนแอ นิสัยเสียมาก

คิดถึงเรื่องนี้ เขาหันมาอีกทาง มองผู้อาวุโสที่กำลังจัดแถวสาวกขึ้นเรือเหาะ สมองเริ่มปั่นความคิดอย่างรวดเร็ว

หากขึ้นเรือเหาะ แล้วลงสู่สนามรบ ถึงเวลานั้น เมื่อมีใครซักคนตายไป คงไม่มีใครสนใจถูกไหม?

“ผู้อาวุโส ข้าจะไปสนามรบด้วย”

ฉินห่าวเดินมาหาชายชราในชุดคลุมสีทอง

“เจ้าชื่ออะไร?” ดวงตาของผู้อาวุโสจินเต็มไปด้วยความชื่นชม ความกล้าหาญเป็นสิ่งที่น่ายกย่อง สาวกชั้นเก้าที่มีฐานบำเพ็ญเพียรเพียงขอบเขตรวบรวมลมปราณขั้น 1 นี่คือตัวตนที่ไม่ต่างอะไรกับตัวรับกระสุนในสงคราม กระนั้นเขาก็ยังมีใจคิดปกป้องนิกาย

“เรียนผู้อาวุโส ข้าชื่อฉินห่าว”

“ย่อมได้! ไปขึ้นเรือเหาะเถอะ”

ฉินห่าวพอได้รับอนุญาตก็พยักหน้า จากนั้นเหลียวหลังมองไกลออกไป แหกปากตะโกน “ศิษย์พี่จางยู่หลง! ศิษย์น้องกำลังจะไปแล้วนะ อย่าคิดถึงข้าล่ะ!”

สายตาของผู้อาวุโสจินกวาดไปทางจางยู่หลงทันที เกิดความรู้สึกโกรธเล็กน้อยในหัวใจ เจ้าดูฉินห่าวสิ อ่อนแอเพียงนี้ อยู่แค่ขั้นแรกขอบเขตรวบรวมลมปราณยังรู้จักรับใช้นิกาย แต่เจ้าที่อยู่ในขอบเขตรวบรวมลมปราณขั้น 7 กลับคิดหลีกเลี่ยงไม่ไปหรือ? นี่เจ้ายังเป็นคนอยู่หรือเปล่า?

“เจ้าก็ไปด้วย!”

ผู้อาวุโสจินเอ่ยน้ำเสียงห้ามปฏิเสธ เขายกมือขึ้น ใช้พลังปราณคว้าจางยู่หลงจากระยะไกล จากนั้นยกอีกฝ่ายตัวลอยขึ้นในอากาศและจับโยนเข้ามาบนเรือเหาะ

จางยู่หลงกลายเป็นโง่งม สนามรบมีแต่คนตาย เขาไม่อยากไปเลยสักนิด แต่ก็ไม่กล้าขัดขืน ได้แต่เหลือบมองฉินห่าวที่กำลังยิ้มแย้มด้วยสายตาดุร้ายแหลมคม

เรือเหาะคืออุปกรณ์การบินในโลกแห่งผู้บำเพ็ญเพียร มันสามารถลอยในอากาศด้วยความเร็วสูง หลังจากที่สาวกทั้งหมดได้ขึ้นมาแล้ว มันก็กางชั้นม่านแสง และเริ่มออกเดินทาง

“เจ้ากำลังแส่หาที่ตาย! ฮึ ออกจากนิกายไป ข้าจะรอดูว่าใครจะปกป้องเจ้าได้”

บนเรือเหาะ จางยู่หลงกล่าวเสียงอึมครึม เขาคิดไว้แล้ว ถึงสนามรบเมื่อไหร่ ท่ามกลางความชุลมุน เขาจะแอบฆ่าฉินห่าว! ถึงตอนนั้นยังไงก็ไม่มีใครสังเกตเห็น

“ขอบใจที่เป็นห่วง แต่ข้ามั่นใจว่ามีชีวิตอยู่ยืนยาวกว่าเจ้าแน่นอน” ฉินห่าวกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มคล้ายไม่ยิ้ม แล้วกระพริบตาชำเลืองมองใต้ท้องน้อยอีกฝ่าย ก่อนส่ายหัวอย่างน่าสมเพช เอ่ยเสริมสั้นๆว่า “และดูเหมือนจะไม่ใช่แค่ชีวิตข้าที่ยาวกว่าเจ้า”

“เจ้า.........” จางยู่หลงกำลังจะระเบิดด้วยความโกรธ

[ติ๊ง]

[ได้รับค่าความเกลียดชัง+20]

คนอื่นๆบนเรือเหาะแม้เห็นเหตุการณ์นี้ แต่ไม่ได้ส่งเสียงใดๆ ฐานบำเพ็ญเพียรของพวกเขา ไปที่สนามรบก็เป็นได้แค่ตัวรับกระสุน ดังนั้นไม่มีกะจิตกะใจสนใจอะไรพวกนี้

หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วยาม ไกลออกไปเริ่มได้ยินเสียงฆ่าฟันที่สั่นสะเทือนขึ้นมาถึงบนฟ้า และยิ่งเข้าใกล้เข้าไป ทุกคนก็ยิ่งตกตะลึงกับเหตุการณ์ตรงหน้า

มันคือฉากนองเลือด!

เลือดไหลมาบรรจบกันเป็นสายธารเล็กๆ บนพื้นดิน มีศพจำนวนมากและแขนขาขาดวิ่นกระจายเกลื่อน กลิ่นฉุนของเลือดอบอวลไปทั่วพื้นที่ น่าขยะแขยงชวนอ๊วกเป็นที่สุด

จบบทที่ บทที่ 1

คัดลอกลิงก์แล้ว