เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 320 บุกเข้าสู่ถิ่นศัตรู ได้เบาะแสกลับมาเพียบ

ตอนที่ 320 บุกเข้าสู่ถิ่นศัตรู ได้เบาะแสกลับมาเพียบ

ตอนที่ 320 บุกเข้าสู่ถิ่นศัตรู ได้เบาะแสกลับมาเพียบ


ตอนที่ 320 บุกเข้าสู่ถิ่นศัตรู ได้เบาะแสกลับมาเพียบ

ณ ห้องรับรองแขกของบริษัทอันเนี่ยนฟู้ด

โม่หลีผลักประตูเดินเข้ามา ก่อนจะขยับไปนั่งลงข้างๆ ถังกั่วเอ๋อร์

“คุณเดาสิครับว่าตอนที่ผมแกล้งทำเป็นออกไปสูบบุหรี่ข้างนอก ผมแอบไปได้ยินข่าวอะไรมา?”

“ข่าวอะไรเหรอคะ?”

โม่หลีทำท่าลับลมคมในแล้วบอกว่า:

“ที่นี่ไม่สะดวกพูดครับ เดี๋ยวรอเรากลับไปแล้วผมจะค่อยๆ เล่าให้ฟัง......”

ถังกั่วเอ๋อร์ค้อนใส่โม่หลีวงใหญ่

“จงใจแกล้งให้อยากรู้แบบนี้ สู้รอให้ถึงตอนกลับไปแล้วค่อยพูดเลยยังจะดีกว่านะคะ......”

ขณะที่โม่หลีกำลังจะอ้าปากพูดต่อ ก็มีเสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้น

ก๊อก ก๊อก ก๊อก......

จากนั้น จางเล่ย ผู้จัดการฝ่ายการตลาดของอันเนี่ยนฟู้ด ก็เดินเข้ามาในห้องรับรอง พร้อมกับเอ่ยทักทายโม่หลีอย่างกระตือรือร้น

“เถ้าแก่โม่? ยินดีต้อนรับครับ...... ยินดีต้อนรับ......”

พูดจบ จางเล่ยก็หันไปมองถังกั่วเอ๋อร์ พร้อมกับแสดงสีหน้าประหลาดใจอย่างโอเวอร์

“ท่านนี้คือคุณถังกั่วเอ๋อร์ บล็อกเกอร์สายอาหารใช่ไหมครับ?”

“โอ้...... ต้องขอประทานโทษด้วยครับ พอดีผมตื่นเต้นไปหน่อยจนเกือบจะลืมแนะนำตัว ผมชื่อจางเล่ย เป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาดของอันเนี่ยนฟู้ดครับ”

โม่หลีลุกขึ้นยืน

“ผู้จัดการจาง สวัสดีครับ ผมโม่หลีครับ ส่วนท่านนี้คือคุณถัง ผู้บริหารของมั่วจี้ฟู้ดครับ...... และก็เป็นบล็อกเกอร์สายอาหารที่คุณพูดถึงเมื่อกี้นั่นแหละครับ”

ถังกั่วเอ๋อร์ลุกขึ้นทักทายสั้นๆ ตามมารยาท ก่อนจะนั่งลงข้างโม่หลีและไม่พูดอะไรต่อ

จางเล่ยดูปราดเดียวก็รู้ว่าในความสัมพันธ์นี้ โม่หลีเป็นคนคุมเกม

เขาจึงพุ่งเป้าความสนใจทั้งหมดไปที่โม่หลีทันที

“เถ้าแก่โม่ครับ ได้ยินว่าวันนี้คุณมาที่อันเนี่ยนฟู้ดของเรา เพราะอยากจะให้โรงงานของอันเนี่ยนรับจ้างผลิตเกี๊ยวแช่แข็งให้กับทางมั่วจี้เหรอครับ?”

โม่หลีพยักหน้ายอมรับ

“อันเนี่ยนฟู้ดเป็นบริษัทแถวหน้าในอุตสาหกรรมอาหารแช่แข็ง มีศักยภาพสูงมาก ผมจึงมีความคิดแบบนั้นจริงๆ ครับ”

พอได้รับคำยืนยันจากโม่หลี จางเล่ยก็ทำสีหน้าแสดงความเสียใจออกมา

“เถ้าแก่โม่ครับ อันเนี่ยนฟู้ดของเราไม่เคยมีธรรมเนียมการรับจ้างผลิตให้เจ้าอื่นมาก่อนเลยครับ เกรงว่าครั้งนี้คุณคงต้องมาเสียเที่ยวแล้วล่ะครับ”

โม่หลีนึกขำในใจ เป็นไปตามคาดเป๊ะ!

ในตลาดเกี๊ยวแช่แข็ง มั่วจี้ฟู้ดกับอันเนี่ยนฟู้ดคือคู่แข่งกันโดยตรง

อีกฝ่ายไม่มีทางยอมรับงานจ้างผลิตนี้แน่นอน

โม่หลีทำน้ำเสียงเสียดายเล็กน้อยแล้วพูดว่า:

“น่าเสียดายจริงๆ เลยนะครับ...... เกี๊ยวแช่แข็งมั่วจี้น่ะผลิตไม่เคยทันขายเลย ผมกะว่าจะยอมแบ่งผลกำไรให้ซักหน่อย โดยจะให้ค่าจ้างผลิตที่ชั่งละ 3 หยวนเลยนะครับ......”

ได้ยินสิ่งที่โม่หลีพูด กล้ามเนื้อบนใบหน้าของจางเล่ยก็กระตุกอย่างควบคุมไม่อยู่

เขารู้ซึ้งแก่ใจดีว่าตอนนี้เกี๊ยวแช่แข็งมั่วจี้ฮิตขนาดไหน

ไม่ต้องพูดอะไรมาก วันหนึ่งน่ะสามารถขายเพิ่มได้อีกอย่างน้อยสามถึงห้าหมื่นชุดแน่นอน

ห้าหมื่นชุด ชุดละหนึ่งชั่ง ก็คือห้าหมื่นชั่ง ประเมินแบบถ่อมตัวเลยคือในหนึ่งเดือนจะขายเพิ่มได้เป็นล้านชั่งแน่นอน

หนึ่งล้านชั่ง ค่าจ้างผลิตชั่งละ 3 หยวน ก็คือเงินกำไรเน้นๆ 3 ล้านหยวนต่อเดือน

ปีหนึ่งก็คือกำไรสุทธิ 36 ล้านหยวน!

อันเนี่ยนฟู้ดมียอดขายปีละ 1,500 ล้าน เมื่อก่อนตอนที่ผลประกอบการดีที่สุด มีกำไรแค่ประมาณ 10% หรือประมาณ 150 ล้านหยวนต่อปีเท่านั้น

เงิน 36 ล้านหยวน จึงเป็นตัวเลขที่แม้แต่อันเนี่ยนฟู้ดในช่วงที่รุ่งเรืองที่สุดก็ไม่อาจมองข้ามได้

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงอันเนี่ยนฟู้ดในช่วงสองปีหลังที่ขยายกิจการมั่วซั่วจนหนี้ท่วมหัว

ทำงานงกๆ มาทั้งปี พอหักค่าดำเนินการและหนี้สินที่ต้องชำระแล้ว ก็แทบไม่เหลือกำไร แถมยังขาดทุนย่อยยับ

ถ้ามีธุรกิจที่มีกำไรปีละ 36 ล้านหยวนเข้ามาจ้างผลิตจริงๆ มีความเป็นไปได้สูงมากว่าจะช่วยกู้ชีพอันเนี่ยนฟู้ดกลับมาได้

แต่สำหรับจางเล่ยแล้ว อันเนี่ยนฟู้ดที่ตายไปแล้วต่างหากถึงจะเป็นบริษัทที่ดี

จะให้กู้ชีพกลับมางั้นเหรอ?

เขาไม่มีวันยอมรับได้เด็ดขาด!

จางเล่ยเปลี่ยนสีหน้าเป็นเย็นชาทันที และพูดกับโม่หลีอย่างไม่เกรงใจว่า:

“เถ้าแก่โม่ ผมไม่เชื่อหรอกว่าคุณจะไม่รู้ว่าอันเนี่ยนกับมั่วจี้คือคู่แข่งกัน คุณจงใจมาเพื่อท้าทายกันใช่ไหมครับ?”

เมื่อเห็นท่าทางของจางเล่ย โม่หลีก็แอบขำในใจ

ผู้จัดการฝ่ายการตลาดคนนี้ ทำไมถึงให้ความรู้สึกเหมือนอยากให้อันเนี่ยนฟู้ดรีบๆ ตายไปซะขนาดนี้ล่ะ?

ธุรกิจที่มีกำไรถึง 36 ล้านหยวนวางอยู่ตรงหน้า กลับไม่แม้แต่จะลองเจรจาดูซักนิดแต่เลือกที่จะหักหน้าทันที

อย่างน้อยคุณควรจะลองเสนอเงื่อนไขบางอย่างดูสิ เช่น ขอดูสูตรลับเกี๊ยวมั่วจี้แลกกับการจ้างผลิต ลองคุยกันดูก่อน ถ้าตกลงไม่ได้ค่อยว่ากัน

สรุปแล้ว เขากำลังกลัวอะไรอยู่กันแน่?

กลัวอันเนี่ยนฟู้ดจะได้เงินงั้นเหรอ?

มันควรจะเป็นแบบนั้นไหมนะ?

ในไม่ช้า โม่หลีก็เริ่มมองเห็นความผิดปกติบางอย่าง

“ผู้จัดการจางสินะครับ ที่คุณพูดมาก็ถูกครับ ผมจงใจมาเพื่อท้าทายนั่นแหละครับ!”

จางเล่ยคาดไม่ถึงว่าโม่หลีจะสวนกลับมาแบบนี้ จนเขาถึงกับอึ้งไปพักหนึ่ง

ก่อนจะมองโม่หลีด้วยสายตาโกรธเคือง

“เหอะ! ผมไม่อยากจะลดตัวลงไปเกลือกกลั้วกับคุณ เชิญกลับไปได้เลยครับ!”

พูดจบ จางเล่ยก็เดินสะบัดก้นออกจากห้องรับรองและปิดประตูดังปัง

โม่หลีจ้องมองประตูห้องรับรองครู่หนึ่ง ก่อนจะบ่นออกมาว่า:

“การแสดงเนี่ย...... ห่วยแตกสิ้นดี”

ถังกั่วเอ๋อร์ที่อยู่ข้างๆ พูดออกมาด้วยความฉงนว่า:

“ฉันไม่เข้าใจเลยค่ะ ระดับผู้จัดการฝ่ายการตลาด แต่กลับแกล้งทำเป็นโกรธได้ไม่เนียนเอาซะเลย มองไปมองมาเหมือนเขากำลังดีใจมากกว่า สรุปเขาจะดีใจเรื่องอะไรกันแน่คะ?”

“ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่จะคุยเรื่องนี้ครับ เรากลับกันก่อนเถอะ......”

“ไม่คุยต่อแล้วเหรอคะ?”

“คุยจนพังขนาดนี้แล้ว จะคุยอะไรต่อล่ะครับ? ไปเถอะ!”

...

จางเล่ยรอจนมั่นใจว่าโม่หลีกับถังกั่วเอ๋อร์ออกไปจากสำนักงานใหญ่อันเนี่ยนแล้ว เขาจึงเดินกลับเข้าไปในห้องประชุมเมื่อครู่อีกครั้ง

ทุกคนที่เข้าประชุมก่อนหน้านี้ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม

ทันทีที่เห็นจางเล่ยเดินเข้ามา เถียนรุ่ย ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ ก็ถามขึ้นอย่างร้อนรนว่า:

“ผู้จัดการจาง ผลการคุยเป็นยังไงบ้างครับ?”

จางเล่ยพ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างเย็นชา

“เหอะ! ก็แค่เศรษฐีใหม่ที่เพ้อฝันอยากจะให้อันเนี่ยนฟู้ดของเรารับจ้างผลิตให้ อันเนี่ยนกับมั่วจี้เป็นคู่แข่งกันนะ มันจะเป็นไปได้ไง ผมไล่พวกเขากลับไปเรียบร้อยแล้วครับ”

เฮ้อ......

เถียนรุ่ยถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกทันที

เขากำลังเตรียมจะเบิกงบประมาณเพื่อโจมตีมั่วจี้ฟู้ดเพื่อยักยอกเงินเข้ากระเป๋าอยู่พอดี

ถ้าทั้งสองฝ่ายเกิดร่วมมือกันขึ้นมา แผนการตักตวงของเขาคงพังทลายแน่นอน

ตอนนี้ค่อยยังชั่ว แผนการเดินหน้าต่อได้!

ไม่ใช่แค่เถียนรุ่ยเท่านั้น แต่คนอื่นๆ ในห้องประชุมต่างก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกเช่นกัน

ทุกคนในที่นี้ ไม่คนที่เคยยักยอกเงินจากการโจมตีมั่วจี้ฟู้ดไปแล้ว ก็เป็นคนที่กำลังหาโอกาสจะทำแบบนั้นอยู่

ไม่มีใครซักคนที่อยากจะเห็นอันเนี่ยนฟู้ดร่วมมือกับมั่วจี้ฟู้ด

ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาต่างอยากเห็นอันเนี่ยนฟู้ดล่มสลายไวๆ เพราะถ้าบริษัทล่มสลายไปแล้ว เรื่องที่พวกเขายักยอกเงินไปก็จะได้สาบสูญไปพร้อมกับบริษัทนั่นเอง

“เป็นแค่คู่แข่งแท้ๆ กล้าดียังไงบุกมาถึงถิ่นอันเนี่ยนฟู้ดของเราเพื่อขอให้รับจ้างผลิต ช่างกล้าคิดจริงๆ นะคะ”

“ครั้งนี้ต้องขอบคุณความเด็ดขาดของผู้จัดการจางจริงๆ ครับ ที่ไม่ยอมให้แผนชั่วของโม่หลีสำเร็จได้”

“ผู้จัดการจางยอดเยี่ยมมากครับ!”

บรรยากาศในห้องประชุมกลับมาเต็มไปด้วยการเยินยอกันไปมาอย่างมีความสุข

..

โม่หลีและถังกั่วเอ๋อร์หลังจากเดินออกมาจากสำนักงานใหญ่อันเนี่ยนแล้ว พวกเขาก็มาหยุดอยู่ที่ร้านเกี๊ยวที่ชื่อว่า หยวนสุยเจี่ยว ในย่านใจกลางเมืองหนานวาน

ถังกั่วเอ๋อร์ชี้ไปที่ป้ายหน้าร้านแล้วบอกโม่หลีว่า:

“ร้านนี้แหละค่ะ...... ได้ยินมาว่าเกี๊ยวไส้หมูสับผักกาดขาวที่เป็นของขึ้นชื่อของร้านนี้ อร่อยจนต่อให้โดนตบหน้าก็ไม่ยอมปล่อยตะเกียบเลยนะคะ แถมยังจำกัดจำนวนขายต่อวันด้วย...... ต้องสั่งจองล่วงหน้าสองวันถึงจะได้กิน ฉันอุตส่าห์จองมาได้สำเร็จค่ะ”

โม่หลีมองสำรวจร้านที่ถังกั่วเอ๋อร์พูดถึง

ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ร้านกว้างขวาง ตกแต่งอย่างหรูหรา

ดูปราดเดียวก็รู้ว่าราคาไม่น่าจะถูกแน่นอน

“มาถึงหนานวานเพื่อมากินเกี๊ยวไส้หมูสับผักกาดขาว แถมยังต้องจองคิวล่วงหน้าอีก ช่างกล้าคิดจริงๆ นะครับคุณ!”

โม่หลีบ่นออกมาคำหนึ่ง

ถังกั่วเอ๋อร์ยิ้มอย่างผู้ชนะแล้วบอกว่า:

“คุณไม่รู้อะไรซะแล้วล่ะค่ะ...... มีแฟนคลับบอกฉันว่าเกี๊ยวไส้หมูสับผักกาดขาวของร้านนี้ รสชาติน่ะเหมือนกับเกี๊ยวแช่แข็งมั่วจี้ของเราเป๊ะๆ เลย ในเมื่อมาถึงหนานวานแล้ว ไม่มาลองพิสูจน์ได้ไงคะ?”

“ฮะ? เหมือนเป๊ะเลยเนี่ยนะ?”

จบบทที่ ตอนที่ 320 บุกเข้าสู่ถิ่นศัตรู ได้เบาะแสกลับมาเพียบ

คัดลอกลิงก์แล้ว