- หน้าแรก
- ระบบข่าวกรองอาหาร: เริ่มต้นจากสูตรลับที่สาบสูญ!
- ตอนที่ 195 ฉีมั่นมั่น: ดูท่าทางจะเก่งน่าดูเลยนะเนี่ย
ตอนที่ 195 ฉีมั่นมั่น: ดูท่าทางจะเก่งน่าดูเลยนะเนี่ย
ตอนที่ 195 ฉีมั่นมั่น: ดูท่าทางจะเก่งน่าดูเลยนะเนี่ย
ตอนที่ 195 ฉีมั่นมั่น: ดูท่าทางจะเก่งน่าดูเลยนะเนี่ย
โม่หลีครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง แต่ก็นึกไม่ออกเลยว่าจะไปหาคนเหล่านั้นจากที่ไหน
เขาจึงตัดสินใจพักเรื่องการหาคนไว้ก่อน แล้วค่อยรอดูจังหวะต่อไป
จากนั้นเขาก็หยิบมือถือขึ้นมาเปิดดูรูปภาพของสูตรลับที่เขาถ่ายสำรองไว้
ในสมุดบันทึกที่แม่ของหลินเชียนสวินให้มามีสูตรลับทั้งหมด 10 อย่าง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเมนูติ่มซำสไตล์กวางตุ้ง
บังเอิญมากที่ร้านเหอเวี่ยนของอันหรานก็เป็นร้านติ่มซำกวางตุ้งเช่นกัน บอกได้เลยว่าทั้งสองตระกูลมีความเกี่ยวพันกันลึกซึ้งจริงๆ
แต่ก็นั่นแหละ เป็นเพียงความเกี่ยวพันที่ลึกซึ้งเท่านั้น
ตอนที่นั่งรถไฟความเร็วสูงกลับตงไห่ โม่หลีได้ลองไล่ชื่อเมนูให้จากสูตรให้อันหรานฟังเพื่อตรวจเช็กดู
อันหรานยืนยันว่าเมนูทั้ง 10 อย่างนี้ที่ร้านเหอเวี่ยนก็มีขาย และด้วยเหตุผลที่ว่าสูตรของร้านเหอเวี่ยนนั้นอย่างไรเสียในอนาคตคุณย่าฉินก็ตั้งใจจะส่งต่อให้โม่หลีอยู่แล้ว เธอจึงส่งสูตรทั้ง 10 อย่างของร้านเหอเวี่ยนให้โม่หลีไปด้วยเลย
แต่อันหรานก็ไม่ได้ให้มาฟรีๆ
เธอหวังว่าโม่หลีจะสามารถนำจุดเด่นของทั้งสองสูตรมารวมกัน เพื่อปรับปรุงและยกระดับเมนูเหล่านี้
มุ่งหวังที่จะสร้างเมนูในเวอร์ชันที่ "ทรงพลัง" ยิ่งขึ้น เหมือนกับโจวไข่เยี่ยวเยี่ยวมะเขือเทศเนื้อสับนั่นเอง
หลังจากโม่หลีเปรียบเทียบสูตรของทั้งสองฝ่ายอย่างละเอียด เขาก็พบว่าทั้งสองสูตรมีวิธีทำและวัตถุดิบที่แตกต่างกันอยู่บ้าง
ประมาณว่าเป็นวิชาที่มาจากสำนักเดียวกัน แต่แยกย้ายกันไปพัฒนาและปรับปรุง จนกลายเป็นแนวทางของตัวเองในที่สุด
สูตรลับทั้ง 10 อย่างประกอบไปด้วย ฮะเก๋า, ขนมจีบ, ตีนไก่นึ่งเต้าซี่, ซาลาเปาหมูแดง, บ๊ะจ่างสไตล์กวางตุ้ง (ข้าวเหนียวห่อใบบัว) , ก๋วยเตี๋ยวหลอด, ขนมผักกาด, ซาลาเปาลาวา, ทาร์ตไข่ และผ้าขี้ริ้ววัวนึ่ง
หากตัดซาลาเปาลาวาที่ร้านมั่วจี้มีอยู่แล้วออกไป ก็ยังมีเมนูอาหารเลิศรสอีกถึง 9 อย่างให้ได้ศึกษา
เมื่อพิจารณาจากรูปแบบการขายของร้านมั่วจี้ รวมถึงวิธีการและระดับความยากในการทำอาหารแต่ละชนิด
เมนูที่เหมาะกับร้านมั่วจี้ ได้แก่ ฮะเก๋า, ขนมจีบ, ซาลาเปาหมูแดง, ขนมผักกาด และทาร์ตไข่ รวมทั้งหมด 5 เมนู
ส่วนเมนูที่เหลืออย่าง ตีนไก่นึ่งเต้าซี่, บ๊ะจ่างกวางตุ้ง, ก๋วยเตี๋ยวหลอด และผ้าขี้ริ้ววัวนึ่ง ซึ่งอาจจะไม่เหมาะกับการขายที่ร้านมั่วจี้
ก็คงต้องรอให้ปรับปรุงสูตรสำเร็จก่อน แล้วค่อยนำไปบรรจุในเมนูของร้านเหอเวี่ยนโดยตรง
นอกจากเมนูทั้ง 9 อย่างนี้ ยังมีเมนูที่ร้านมั่วจี้มีขายอยู่แล้วอย่าง "ซาลาเปาลาวา"
โดยปกติแล้ว สูตรลับเองก็มีการแบ่งระดับความยอดเยี่ยมเช่นกัน
ซาลาเปาลาวาที่ร้านมั่วจี้ขายอยู่นั้นเป็นสูตรลับระดับสูงสุดจากตระกูลหวัง
สูตรซาลาเปาลาวาที่อันหรานให้มาและสูตรจากแม่ของหลินเชียนสวินนั้น ถือว่าด้อยกว่าอยู่ก้าวหนึ่ง
แต่ถึงจะด้อยกว่า ก็ใช่ว่าจะไม่มีประโยชน์เลย
เขาสามารถนำจุดเด่นของทั้งสามสูตรมารวมกัน เพื่อพยายามสร้างซาลาเปาลาวาที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าสูตรของตระกูลหวังขึ้นมาได้
“โลภมากจะทำเสียของ ค่อยๆ ทำไปทีละอย่างดีกว่า เริ่มจากฮะเก๋าก่อนละกัน เมนูนี้แม่ของหลินเชียนสวินเน้นย้ำเป็นพิเศษว่าเป็นเมนูเด็ดของคุณตาในสมัยนั้น วันนี้ลองทำฮะเก๋าสูตรดั้งเดิมดูก่อน แล้วค่อยหาทางปรับปรุงภายหลัง”
โม่หลีพลิกดูสูตรอยู่พักหนึ่ง สุดท้ายก็กลับมาโฟกัสที่สูตรแรก นั่นคือการทำฮะเก๋า
“กุ้งสด, มันหมูหั่นเต๋า, หน่อไม้หั่นเต๋า... ออกไปซื้อของก่อนดีกว่า!”
พูดจบ โม่หลีก็ลุกขึ้นจากโซฟา จัดการตัวเองเล็กน้อย พอเดินไปถึงประตูหน้าบ้าน ฉีมั่นมั่นก็เปิดประตูเข้ามาพอดี
ฉีมั่นมั่นมองโม่หลีด้วยความสงสัย
“กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย? เพิ่งกลับมาก็จะออกไปอีกแล้วเหรอ?”
“จะออกไปซื้อของครับ ตั้งใจจะทำฮะเก๋าเป็นมื้อเที่ยง คุณจะกินด้วยกันไหม?”
“เอ๊ะ?”
ฉีมั่นมั่นชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบตอบกลับด้วยความประหลาดใจ
“เอาจริงดิ กลับมาแป๊บเดียวจะเริ่มทำเมนูใหม่อีกแล้วเหรอ? เกี๊ยวของคุณยังไม่ทันจะวางขายเลยนะ”
“ใกล้แล้วครับ ที่เดินทางไปครั้งนี้ก็เพื่อจัดการเรื่องสายการผลิตเกี๊ยวนั่นแหละ ซึ่งตอนนี้เรียบร้อยเกือบหมดแล้ว”
ฉีมั่นมั่นค้อนใส่โม่หลีวงใหญ่
“พองานเก่ายังไม่ทันเสร็จ ก็เริ่มหาเรื่องทำเมนูใหม่ทันทีเลยนะ เถ้าแก่มั่วคะ คุณนี่มันขยันเกินคนจริงๆ ...”
“ผมก็ไม่ได้บังคับให้คุณมาขยันด้วยสักหน่อย ตกลงจะกินไหมล่ะ?”
“กิน! กินสิ! ไปซื้อของเดี๋ยวนี้เลย ฉันอยากจะเห็นเหมือนกันว่าคราวนี้คุณจะทำอะไรเด็ดๆ ออกมาอีก”
...
“เถ้าแก่มั่วคะ ไม่ได้เห็นพวกคุณสองคนมาซื้อของด้วยกันนานเลยนะคะ”
“เถ้าแก่มั่ว วันนี้อยากได้อะไรดีคะ?”
“เถ้าแก่มั่ว วันนี้ผักกาดขาวสวยมากนะคะ รับไปหน่อยไหม?”
โม่หลีและฉีมั่นมั่นอาศัยอยู่ในหมู่บ้านไคหยวนยังไม่นานนัก ไม่ถึงหนึ่งเดือนเสียด้วยซ้ำ
แต่ด้วยความโด่งดังของร้านมั่วจี้ในโลกโซเชียล ทำให้โม่หลีกลายเป็นคนดังในย่านนี้ไปตั้งนานแล้ว
ทันทีที่โม่หลีและฉีมั่นมั่นปรากฏตัวที่ตลาดสด เหล่าพ่อค้าแม่ค้าต่างก็ทักทายโม่หลีอย่างกระตือรือร้น
ทั้งคู่เดินผ่านเสียงทักทายอันอบอุ่นมาจนถึงหน้าแผงขายอาหารทะเล
เจ้าของร้านเห็นโม่หลีและฉีมั่นมั่น ก็รีบเดินเข้ามาต้อนรับทันที
“เถ้าแก่มั่ว อยากได้อะไรดีครับ? วางใจได้เลย อาหารทะเลร้านผมรับรองว่าสดใหม่และดิ้นพล่านแน่นอน...”
โม่หลีกวาดสายตามองกุ้งเป็นๆ ชนิดต่างๆ ในร้านอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยุดสายตาลงที่ถังใส่กุ้งแชบ๊วย
“กุ้งแชบ๊วยขายยังไงครับ?”
“กิโลละ 76 หยวนครับ...”
โม่หลีพยักหน้า
ราคาก็ถือว่าใช้ได้ ถ้าจะทำกินเองราคานี้รับได้สบาย
แต่ถ้าจะผลิตฮะเก๋าเพื่อขายในปริมาณมาก ราคานี้ถือว่าค่อนข้างสูงไปหน่อย
ไม่เช่นนั้นก็ต้องเปลี่ยนไปใช้กุ้งที่ต้นทุนต่ำกว่า หรือไม่ก็ต้องตั้งราคาขายฮะเก๋าให้สูงขึ้น
โม่หลีครุ่นคิดเล็กน้อย พลางกวาดสายตาสำรวจรอบร้าน จนพบตู้แช่แข็งขนาดใหญ่
เขาจึงเอ่ยถามเจ้าของร้านว่า
“เอากุ้งเป็นสักกิโลนึงครับ แล้วที่ร้านมีกุ้งแช่แข็งแบบทั้งตัวไหมครับ?”
“มีครับ มีแน่นอน แต่จะเป็นกุ้งขาวนะครับ รสสัมผัสจะด้อยกว่ากุ้งเป็นที่ดิ้นๆ อยู่นิดหน่อยครับ”
พูดจบ เจ้าของร้านก็เดินไปที่ตู้แช่ หยิบกล่องกุ้งแช่แข็งออกมาส่งให้โม่หลีดู
โม่หลีเปิดกล่องออกตรวจเช็ก
มีเปลือก แช่แข็งมาทั้งตัว ตรงตามข้อกำหนดในสูตรลับที่ระบุไว้ว่าหากหาซื้อกุ้งเป็นไม่ได้ สามารถเลือกใช้กุ้งแช่แข็งทั้งตัวเป็นทางเลือกสำรองได้
“ราคายังไงครับ?”
“กิโลละ 50 หยวนครับ”
โม่หลีพยักหน้า รู้สึกว่าราคานี้ค่อนข้างเหมาะสมกว่า
ทั้งกุ้งแชบ๊วยเป็นๆ และกุ้งแช่แข็งพวกนี้ล้วนเป็นราคาขายปลีก
ในการผลิตจริงของโรงงาน การซื้อวัตถุดิบจะเป็นราคาขายส่ง
ดูเหมือนจะอ้างอิงกันไม่ได้ แต่ในความเป็นจริงไม่ใช่แบบนั้น
ราคาขายปลีกไม่ได้ถูกตั้งขึ้นมาลอยๆ แต่มักจะอ้างอิงมาจากราคาขายส่งเสมอ
การคำนวณราคาขายส่งกลับมาจากราคาขายปลีกไม่ใช่เรื่องยาก โม่หลีเริ่มมองเห็นตัวเลขคร่าวๆ ในใจแล้ว
“เอากุ้งขาวแช่แข็งด้วยสักกิโลละกันครับ...”
“เถ้าแก่มั่วตัดสินใจเร็วดีจริงๆ รอสักครู่นะครับ...”
พูดจบ เจ้าของร้านก็วิ่งไปที่ตู้ปลาเพื่อชั่งกุ้งให้โม่หลี
ฉีมั่นมั่นที่ยืนอยู่ข้างๆ ดึงแขนเสื้อโม่หลีเบาๆ พร้อมกับมองเขาด้วยสายตาไม่ค่อยพอใจ
“ไม่เจอกันไม่กี่วัน วันนี้เจอกันมื้อแรกคุณจะเอากุ้งแช่แข็งมาเลี้ยงฉันเหรอคะ?”
“นี่ผมก็ซื้อกุ้งเป็นไปด้วยไงครับ กุ้งแช่แข็งเนี่ยเขาเอาไว้เป็น ‘กลุ่มตัวอย่างสำหรับเปรียบเทียบ’ ครับ!”
...
โม่หลีและฉีมั่นมั่นซื้อวัตถุดิบเสร็จก็ตรงกลับบ้านเช่าทันที
ฉีมั่นมั่นเริ่มจัดการเตรียมกุ้งตามคำสั่งของโม่หลี โดยการแกะเปลือกดึงเส้นดำจนกลายเป็นเนื้อกุ้งขาวอวบ
ส่วนโม่หลีเริ่มเตรียมทำแป้งสำหรับห่อฮะเก๋า
แป้งฮะเก๋าไม่เหมือนแป้งเกี๊ยวทั่วไป จำเป็นต้องผสมแป้งตังหมิ่น (แป้งสาลีสกัดโปรตีน) และแป้งข้าวโพดเพื่อให้ผิวฮะเก๋าใสโปร่งแสง
ต้องเติมน้ำมันหมูลงไปเล็กน้อย เพื่อให้แป้งนุ่มและไม่แห้งแตกง่าย
และที่สำคัญที่สุด ตอนนวดแป้งต้องใช้น้ำเดือดจัดในการลวกแป้งให้สุกบางส่วน (ลวกแป้ง)
ด้วยวิธีนี้เท่านั้น ถึงจะสามารถสร้างฮะเก๋าที่ผิวบางใสจนมองเห็นไส้กุ้งสีชมพูรำไรข้างใน เมื่อกัดลงไปผิวจะเหนียวนุ่มสู้ฟัน และไส้ข้างในจะมีรสหวานกรอบเด้ง
โม่หลีทำตามเทคนิคการนวดแป้งที่ระบุไว้ในสูตรลับอย่างเคร่งครัด จนในที่สุดก็ได้ก้อนแป้งฮะเก๋าที่สมบูรณ์แบบออกมาหนึ่งก้อน
ในเวลาเดียวกัน ฉีมั่นมั่นก็จัดการเนื้อกุ้งเสร็จพอดี
เนื้อกุ้งสดและเนื้อกุ้งแช่แข็งถูกแยกใส่ชามสแตนเลสคนละใบอย่างชัดเจน
หลังจากวางชามลง ฉีมั่นมั่นก็มองก้อนแป้งฮะเก๋าที่โม่หลีทำด้วยความสนใจ
“ว้าว... ดูเหมือนแป้งห่อเกี๊ยวทั่วไปเลยแฮะ ดูท่าทางจะเก่งน่าดูเลยนะเนี่ย...”
โม่หลีแอบขำในใจ
สงสัยฉีมั่นมั่นคงเข็ดจากการที่คราวก่อนไปสบประมาทว่าเกี๊ยวไม่น่าจะรอดแล้วโดนตอกหน้ากลับอย่างไว
คราวนี้ทั้งที่ยังไม่ได้กิน แค่เห็นก้อนแป้งก็รีบชิงชมไว้ก่อนเสียแล้ว
นี่แหละที่เขาเรียกว่า "เจ็บแล้วจำคือคน"!