- หน้าแรก
- ระบบข่าวกรองอาหาร: เริ่มต้นจากสูตรลับที่สาบสูญ!
- ตอนที่ 105 โจ๊กหมูสับไข่เยี่ยวม้าที่เหนือกว่าต้นฉบับอยู่ตรงหน้าแล้ว!
ตอนที่ 105 โจ๊กหมูสับไข่เยี่ยวม้าที่เหนือกว่าต้นฉบับอยู่ตรงหน้าแล้ว!
ตอนที่ 105 โจ๊กหมูสับไข่เยี่ยวม้าที่เหนือกว่าต้นฉบับอยู่ตรงหน้าแล้ว!
ตอนที่ 105 โจ๊กหมูสับไข่เยี่ยวม้าที่เหนือกว่าต้นฉบับอยู่ตรงหน้าแล้ว!
โม่หลีเพิ่งจะวางสายจากไป๋จื่อ ยังไม่ทันได้วางมือถือลง มือถือก็ดังขึ้นอีกครั้ง
หน้าจอแสดงชื่อผู้โทรคือ เฉียนตัวตัว
โม่หลีรู้สึกไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่
หลังจากธุรกรรมตึกเลขที่ 96 เสร็จสิ้น พวกเขาก็ไม่ควรจะมีธุระอะไรกันอีก
เขานัดโทรมาตอนนี้ทำไมกันนะ?
คงไม่ใช่ว่าตลาดหุ้นกลับมาเป็นขาขึ้น เขาได้กำไรแล้วอยากจะซื้อตึกคืนหรอกนะ?
โม่หลีรับสายเฉียนตัวตัวด้วยความสงสัย
"เถ้าแกล้มั่วครับ ผมรบกวนเวลาคุณหรือเปล่า?"
"เถ้าแก่เฉียน มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?"
"เถ้าแกล้มั่วครับ คือเรื่องมันเป็นแบบนี้ มีคนชื่อโจวเจิ้งมาพยายามสืบหาเบอร์ติดต่อผม เขาบอกว่าจะยอมทุ่มเงินจำนวนมากเพื่อเช่าตึกเลขที่ 96 น่ะครับ..."
เฉียนตัวตัวเล่าลำดับเหตุการณ์ให้โม่หลีฟังคร่าวๆ
เมื่อโม่หลีได้ยินชื่อ "โจวเจิ้ง" เขาก็กังวลว่าจะเป็นเรื่องบังเอิญที่ชื่อเหมือนกัน จึงขอตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ของโจวเจิ้งกับเฉียนตัวตัว
และเมื่อยืนยันได้ว่าเป็นโจวเจิ้ง เจ้าของตึกเลขที่ 30 จริงๆโม่หลีก็เกือบจะหลุดขำออกมา
โจวเจิ้งวางแผนชัดเจนว่าจะใช้ค่าเช่าที่สูงกว่ามาล่อใจเจ้าของตึกเลขที่ 96 เพื่อให้ไล่ร้านมั่วจี้ออกไป
ถ้าเจ้าของตึกเลขที่ 96 เป็นคนที่มีนิสัยเหมือนโจวเจิ้ง แผนการที่ชั่วร้ายนี้อาจจะสำเร็จจริงๆก็ได้
แต่น่าเสียดายที่ไม่มีคำว่า "ถ้า"
เพราะโม่หลีคือเจ้าของตึกเลขที่ 96 เอง แผนการสกปรกของโจวเจิ้งไม่มีทางสำเร็จแน่นอน!
"เถ้าแก่เฉียนครับ เรื่องนี้ลำบากคุณแล้ว... รบกวนส่งเบอร์ติดต่อของผมให้เขาไปเถอะครับ รายละเอียดเดี๋ยวผมคุยกับเขาเอง"
"ไม่ลำบากเลยครับ... เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น"
อีกด้านหนึ่ง โจวเจิ้งเพิ่งกลับมาถึงเลขที่ 30 เขาก็ได้รับโทรศัพท์จากเฉียนตัวตัว และได้เบอร์โทรศัพท์ของเจ้าของตึกเลขที่ 96 มาอย่างรวดเร็ว
โจวเจิ้งขอบคุณเฉียนตัวตัวอย่าง "กระตือรือร้น" จากนั้นเขาก็รีบกดเบอร์โทรศัพท์ที่ได้มาทันที
แต่พอพิมพ์เบอร์ลงไป หน้าจอมือถือก็เด้งชื่อ "ไอ้เวรตะไลร้านมั่วจี้" ขึ้นมา
นั่นแสดงว่าในรายชื่อผู้ติดต่อของเขา มีเบอร์โทรศัพท์ที่เฉียนตัวตัวให้มาบันทึกไว้อยู่แล้ว
และที่ตลกร้ายที่สุดคือ เบอร์โทรศัพท์นี้เป็นของโม่หลี เจ้าของร้านมั่วจี้นั่นเอง
ตื๊ด!
โจวเจิ้งรีบกดตัดสายทันที
"ทำไมถึงเป็นมัน? ทำไมต้องเป็นมันด้วย!"
"เป็นไปไม่ได้! ไม่มีทาง! มันก็แค่ลูกจ้างที่ทำงานส่งเงินให้เจ้าของตึก จะเอาเงินที่ไหนมาซื้อตึก!"
"ต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ!"
โจวเจิ้งพึมพำด้วยความไม่อยากจะเชื่อ จากนั้นเขาก็ตรวจเช็กเบอร์โทรศัพท์ที่เฉียนตัวตัวให้มาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เมื่อยืนยันได้ว่าถูกต้อง เขาก็ลองกดเบอร์นั้นอีกครั้ง
ทว่าครั้งนี้ก็เหมือนเดิม หน้าจอเด้งชื่อ "ไอ้เวรตะไลร้านมั่วจี้" ขึ้นมาอีกครั้ง
ตื๊ด!
โจวเจิ้งกดตัดสายอีกครั้ง
"เป็นไอ้เวรโม่หลีจริงๆเหรอ?"
"ทำไมกัน? มันก็แค่ลูกจ้างกระจอกๆคนหนึ่ง มีสิทธิ์อะไรมาซื้อตึกเลขที่ 96!"
โจวเจิ้งโกรธจนฟันกรามแทบจะแตก
ในขณะที่โจวเจิ้งกำลังโกรธจนหน้ามืดตามัวและทำอะไรไม่ถูก มือถือของเขาก็สั่นขึ้นมา
โจวเจิ้งพยายามข่มอารมณ์โกรธ แล้วเหลือบมองหน้าจอ
"ไอ้เวรตะไลร้านมั่วจี้"
คราวนี้โจวเจิ้งโกรธจนแทบจะขว้างมือถือทิ้ง
หลังจากลังเลอยู่นาน สุดท้ายเขาก็รับสาย ทำทีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า:
"เถ้าแกล้มั่ว ไหนคุณบอกว่าไม่มีอะไรต้องคุยกันแล้วไง? ตอนนี้อยากจะคุยแล้วเหรอ?"
"เถ้าแก่โจวครับ คุณอย่าเข้าใจผิด ผมแค่จะโทรมาบอกว่าตึกเลขที่ 96 น่ะ ต่อให้คุณจะให้ค่าเช่าสูงแค่ไหน ผมก็ไม่ให้คุณเช่าหรอกครับ!"
"แก... แกอย่ารังแกกันให้มันมากนักนะ!"
โจวเจิ้งตะโกนใส่โทรศัพท์ด้วยความโกรธแค้น และไม่ยอมเปิดโอกาสให้โม่หลีพูดต่อ เขารีบกดวางสายทันที
คดีของโจวเจิ้งกำลังคืบหน้าไปอย่างมั่นคงภายใต้การประสานงานของไป๋จื่อและถังเกั่วเอ๋อร์
ส่วนโม่หลีนั้นทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่ไปกับการวิจัยเครื่องเทศ
ความพยายามไม่เคยทรยศใคร หลังจากผ่านการทดลองมานับครั้งไม่ถ้วน และต้มน้าพะโล้มาไม่รู้กี่หม้อ
ในที่สุดโม่หลีก็ค้นพบสัดส่วนที่เหมาะสมที่สุดในการใช้ผงเครื่องเทศผสมควบคู่กับเครื่องเทศแบบเป็นลูกๆและสามารถทำเนื้อพะโล้รวมถึงไข่ต้มใบชาที่มีคุณภาพตามมาตรฐานออกมาได้สำเร็จ
เมื่อผงเครื่องเทศผสมถูกนำมาใช้งานจริง โม่หลีจึงสามารถวางใจยกหน้าที่การต้มไข่และเนื้อพะโล้ให้สองพี่น้องฉินจื่อซูและฉินเสวี่ยเจี้ยนจัดการแทนได้
พวกเธอเพียงแค่ต้องทำตามสัดส่วนที่โม่หลีสั่งไว้ ใส่ซองผงเครื่องเทศผสมและซองเครื่องเทศปกติลงไปเท่านั้น
สำหรับพวกเธอ งานนี้ช่างง่ายดายและสะดวกสบาย
สำหรับโม่หลี มันคือการป้องกันความเสี่ยงเรื่องสูตรลับรั่วไหลได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ภาระของโม่หลีเบาลงไปถนัดตา เขาจึงสามารถทุ่มเทเวลาไปกับไข่เยี่ยวม้าชุดที่สองที่ใกล้จะครบกำหนดหมักได้มากขึ้น
เช้าวันนี้ หลังจากร้านมั่วจี้เก็บร้านเสร็จ โม่หลีก็หยิบไข่เยี่ยวม้าออกมาฟองหนึ่ง
นี่คือไข่หมายเลข 16 ซึ่งทำตามสูตรที่ฉีมั่นมั่นช่วยหามาให้ และเขานำมาปรับปรุงอีกเล็กน้อย
ก่อนหน้านี้ในตู้ควบคุมอุณหภูมิ 30 องศา ไข่หมายเลข 16 คือไข่ที่รสชาติแย่ที่สุดในบรรดาทั้งหมด
ทว่า ด้วยวิธีการผลิตเดียวกัน ไข่ที่ผ่านการหมัก 15 วันในอุณหภูมิสูง กับไข่ที่ผ่านการหมัก 40 วันในอุณหภูมิปกติ ย่อมเป็นคนละเรื่องกัน
ไข่หมายเลข 11 ถึง 15 ก่อนหน้านี้คือข้อพิสูจน์ที่ดีที่สุด
โม่หลีถือไข่เยี่ยวม้าเข้าไปในครัว แกะเปลือกโคลนด้านนอกออก ปอกเปลือกไข่ และล้างให้สะอาด
"กลิ่นใช้ได้เลยแฮะ ลวดลายดอกสนบนตัวไข่ก็ดูสวยงามดี..."
พูดจบ โม่หลีก็ลองชิมไข่หมายเลข 16 คำหนึ่ง แล้วเขาก็ถึงกับตาโต
"นี่มันคือไข่เยี่ยวม้าที่อร่อยที่สุดเท่าที่ผมเคยทานมาในชีวิตเลย! หรือว่า... โจ๊กหมูสับไข่เยี่ยวม้าที่เหนือกว่าร้านเจินเยี่ยนน่ะ กำลังจะสำเร็จจริงๆแล้ว?"
โม่หลีตื่นเต้นมาก เขาหยิบอุปกรณ์ทำครัวออกมา เตรียมจะทดลองทำโจ๊กทันที
ทันใดนั้น
มือถือของโม่หลีก็ดังขึ้น หน้าจอแสดงว่าเป็นสายจากฉีมั่นมั่น
เขาชดรับสาย และก็ได้ยินเสียงบ่นของฉีมั่นมั่นดังมาตามสาย
"นี่เถ้าแก่ผู้ยุ่งเหยิงคะ คุณลืมไปแล้วหรือไงว่าวันนี้นัดกันไปกินน้ำชาเช้า ทำไมเงียบกริบแบบนี้ล่ะ?"
โม่หลีหนังตากระตุก
ช่วงที่ผ่านมาเขามัวแต่ยุ่งอยู่กับการวิจัยผงเครื่องเทศผสม
พอเรื่องนั้นเสร็จ เขาก็ต้องคอยคุมงานในครัวที่มอบหมายให้สองพี่น้องฉินทำ จนแน่ใจถึงจะวางใจได้
จากนั้นเขาก็เริ่มหมกมุ่นอยู่กับเรื่องไข่เยี่ยวม้าต่อ
เรื่องที่ฉีมั่นมั่นนัดเลี้ยงน้ำชาถูกเลื่อนมาเรื่อยๆจนเมื่อวานถึงเพิ่งจะตกลงกันได้ว่าเช้านี้หลังจากเก็บร้านเสร็จจะไปที่ร้านเหอเวี่ยนด้วยกัน
แต่การแกะไข่เยี่ยวม้าก็เหมือนการแกะกล่องสุ่ม มันทั้งลุ้นและน่าตื่นเต้นจนหยุดไม่ได้
โม่หลีมัวแต่ยุ่งกับไข่ จนลืมเรื่องนัดกินน้ำชาไปเสียสนิท
ฉีมั่นมั่นรอมาตั้งนานถึงค่อยโทรมาบ่นแบบนี้ แสดงว่าอารมณ์ของเธอคงดีมากแล้วล่ะนะ
โม่หลีคิดดูครู่หนึ่ง เขารู้สึกว่าตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลาที่เหมาะจะทำโจ๊กหมูสับไข่เยี่ยวม้าจริงๆ
การเคี่ยวโจ๊กต้องใช้เวลาและแรงงานมาก และที่สำคัญคือเนื้อสดในร้านจะถูกส่งมาช่วงบ่ายทุกวัน ตอนนี้ในร้านจึงไม่มีเนื้อสดให้ใช้
ถ้าจะทำตอนนี้ ก็ต้องออกไปซื้อเนื้อมาเอง สู้รอช่วงบ่ายที่มีเวลาเหลือเฟือและวัตถุดิบครบถ้วนค่อยมาทดลองทำจะดีกว่า
โม่หลีแสร้งไอหนึ่งที
"ไม่ใช่แบบนั้นครับ ผมไม่ได้ลืมนะ อย่าเพิ่งว่ากันสิ... ผมกำลังจะโทรหาคุณพอดีเลย"
"คุณไม่ได้กำลังยุ่งอยู่จริงๆใช่ไหมคะ ถ้าลำบากวันหลังก็ได้นะ เราค่อยเปลี่ยนวันกัน?"
"วางใจเถอะครับ ไม่มีอะไรลำบากเลย ผมจะออกเดินทางเดี๋ยวนี้แหละ ถือโอกาสไปดูด้วยว่าร้านเหอเวี่ยนในตำนานน่ะเป็นยังไง"