- หน้าแรก
- ระบบข่าวกรองอาหาร: เริ่มต้นจากสูตรลับที่สาบสูญ!
- ตอนที่ 95 สวัสดิการพาร์ตไทม์ยังสูงขนาดนี้ ถ้าฟูลไทม์ไม่พุ่งทะยานเลยเหรอ?
ตอนที่ 95 สวัสดิการพาร์ตไทม์ยังสูงขนาดนี้ ถ้าฟูลไทม์ไม่พุ่งทะยานเลยเหรอ?
ตอนที่ 95 สวัสดิการพาร์ตไทม์ยังสูงขนาดนี้ ถ้าฟูลไทม์ไม่พุ่งทะยานเลยเหรอ?
ตอนที่ 95 สวัสดิการพาร์ตไทม์ยังสูงขนาดนี้ ถ้าฟูลไทม์ไม่พุ่งทะยานเลยเหรอ?
อันหรานพูดกับโม่หลีด้วยน้ำเสียงสดใสว่า:
"ร้านอาหารของฉันคุณน่าจะเคยได้ยินชื่อนะ ชื่อ 'เหอเวี่ยน' ค่อนข้างมีชื่อเสียงในเมืองปินไห่เลยล่ะ..."
พอได้ยินชื่อ "เหอเวี่ยน" โม่หลีก็เข้าใจเจตนาของอันหรานทันที
เหอเวี่ยนเป็นร้านติ่มซำสไตล์กวางตุ้งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากในปินไห่ แม้จะบอกว่าเป็นอาหารสำหรับมวลชน แต่ราคาก็ไม่ได้ถูกเลย
ถึงโม่หลีจะไม่เคยไปกินติ่มซำที่เหอเวี่ยน แต่ "ถึงไม่เคยขี่ช้าง ก็ต้องเคยเห็นขี้ช้าง" (ไม่เคยทำแต่ก็ต้องเคยเห็น)
ซาลาเปาพะโล้ที่เหอเวี่ยนขายอยู่ตอนนี้ราคาลูกละ 4 หยวน
อันหรานแทบจะเปิดไพ่หงายบอกโม่หลีชัดๆ ว่า "ฉันมีกำไรเผื่อไว้ให้คุณเยอะนะ คุณเสนอราคามาได้เลยไม่ต้องเกรงใจ"
โม่หลีรีบคำนวณในใจอย่างรวดเร็ว
ต้นทุนวัตถุดิบของซาลาเปาพะโล้คือลูกละ 0.32 หยวน หากเขาเสนอราคาตามราคาขายปลีกปัจจุบันของร้านมั่วจี้
ส่งที่ราคาลูกละ 1.5 หยวน เขาจะได้กำไรเบื้องต้น 1.18 หยวนต่อลูก และในขณะเดียวกันก็ยังเหลือพื้นที่กำไรให้อันหรานอีกมาก
การทำธุรกิจก็แบบนี้ ทุกฝ่ายต้องได้ประโยชน์ธุรกิจถึงจะเดินหน้าไปได้ยาวๆ
ถ้าคิดแต่จะกินรวบคนเดียว ไม่เหลือกำไรให้คนอื่นเลย ทำไปทำมาธุรกิจก็จะตายเอง
นอกจากนี้ นี่คือการขายส่งไม่ใช่การขายปลีก ไม่ต้องไปตั้งแผงขายเอง ประหยัดทั้งเวลาและแรงงาน
ร้านมั่วจี้ต้องทำซาลาเปาพะโล้อยู่ทุกวันอยู่แล้ว ก็แค่ใช้เวลาเพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อยเท่านั้น
การสละเวลาเพิ่มวันละสองชั่วโมงเพื่อทำซาลาเปาล็อตนี้ และทำกำไรเบื้องต้นให้ร้านได้เกือบวันละ 6,000 หยวน ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็นับเป็นการค้าที่คุ้มค่าสุดๆ
โม่หลีแสร้งไอหนึ่งที แล้วบอกกับอันหรานว่า:
"คุณเองก็เป็นหุ้นส่วนร้านมั่วจี้ ต้นทุนของซาลาเปาพะโล้เนื้อสามชั้นผมก็ปิดบังคุณไม่ได้ ผมพูดตรงๆ เลยละกัน ผมส่งให้คุณลูกละ 1.5 หยวน อย่าบ่นว่าแพงนะ เพราะซาลาเปานี้มีแค่ที่ปินไห่ที่เดียว ไม่มีสาขาอื่น!"
อันหรานคำนวณในใจครู่หนึ่ง แล้วบอกกับโม่หลีว่า:
"เหอเวี่ยนขายซาลาเปาพะโล้ลูกละ 4 หยวน รับมา 1.5 หยวน กำไรเบื้องต้นคือ 2.5 หยวน หรือประมาณหกสิบเปอร์เซ็นต์นิดๆ แต่ฉันก็ประหยัดค่าแรงกับค่าวัตถุดิบไปได้... คุณนี่เสนอราคาได้แม่นยำจริงๆ!"
"สรุปคือตกลงไหมครับ?"
"ตกลงสิ! เดี๋ยววันนี้ฉันจะทำสัญญาซื้อขายแล้วเอาไปส่งให้คุณนะ..."
ประมาณหนึ่งชั่วโมงต่อมา อันหรานก็มาปรากฏตัวที่ร้านมั่วจี้พร้อมกับสัญญาซื้อขายไข่เยี่ยวม้าและซาลาเปาพะโล้
หลังจากเข้าร้านมา อันหรานยังไม่รีบคุยธุระ เธอเดินสำรวจร้านใหม่ทุกซอกทุกมุมอย่างละเอียด ก่อนจะพยักหน้าอย่างพอใจ
"ไม่เลว... กว้างกว่าร้านเดิมเยอะเลย วางอุปกรณ์เพิ่มได้อีกเพียบ จริงด้วย ร้านเดิมฉันเห็นเขายังแขวนป้ายมั่วจี้หลอกลวงคนอยู่เลย คุณจะจัดการยังไง?"
โม่หลีรินน้ำชาให้อันหราน แล้วชี้ไปที่เก้าอี้ในร้าน
"นั่งก่อนครับ..."
หลังจากทั้งคู่นั่งลง โม่หลีจึงพูดกับอันหรานอย่างไม่รีบร้อนว่า:
"ทนายไป๋กำลังเดินเรื่องตามขั้นตอนอยู่ครับ ตาโจวเจิ้งนั่นมันพวกหน้าด้านไร้ยางอาย ตอนนี้ปล่อยให้เขาเริงร่าไปก่อน ยิ่งตอนนี้เขาดี๊ด๊าเท่าไหร่ ตอนจบเขาจะยิ่งร้องไห้หนักเท่านั้น..."
พูดจบ โม่หลีก็เล่าแผนการจัดการโจวเจิ้งให้อันหรานฟังคร่าวๆ
อันหรานฟังไปพลางยกมุมปากยิ้ม ส่งยิ้มที่มีเสน่ห์ให้โม่หลี
"นึกไม่ถึงเลยนะว่าในเรื่องการจัดการศัตรู คุณจะดูเจ้าเล่ห์ขนาดนี้... แต่จะว่าไป คราวนี้ฉันก็มีส่วนช่วยไม่น้อยเลยนะ"
โม่หลีมองอันหรานอย่างสงสัย
เรื่องนี้คุณไม่ได้มีส่วนร่วมเลยนะ หรือจะบอกว่ายังไม่มีโอกาสได้ร่วมสิ แล้วมันจะเกี่ยวกับคุณได้ไง?
อันหรานเห็นท่าทางสงสัยของโม่หลี ก็ค้อนใส่เขาวงใหญ่
"คุณคงไม่ได้คิดว่าทนายที่ไหนก็กล้ารับประกันและเรียกค่าเสียหายตั้ง 1.5 ล้านหยวนจากโจวเจิ้งแบบโอเวอร์ขนาดนี้หรอกนะ?"
"หมายความว่าไป๋จื่อเป็นทนายใหญ่ที่มีชื่อเสียงและมีความสามารถขนาดนั้นเลยเหรอ?"
"ก็ใช่น่ะสิ! ถ้าไม่มีฝีมือจริงฉันจะแนะนำให้คุณเหรอ? ไป๋จื่อน่ะเก่งมาก มีพาวเวอร์สุดๆ เลยล่ะ..."
เมื่อได้ยินคำตอบของอันหราน ในหัวของโม่หลีพลันปรากฏภาพตอนไป๋จื่อตบหน้าอกที่อวบอิ่มของเธอเพื่อรับประกัน
อืม... ใหญ่จริงๆ เอ้ย! มีพาวเวอร์จริงๆ!
โม่หลีสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกไป คุยเล่นกับอันหรานอีกสองสามประโยค ก่อนจะหยิบสัญญาซื้อขายขึ้นมาอ่าน
อันหรานทำงานรอบคอบมาก สัญญาไม่มีปัญหาอะไรเลย
เนื้อหาเกี่ยวข้องกับ บริษัท มั่วจี้ เคเทอริ่ง จำกัด จะเป็นผู้ส่งสินค้าให้กับร้านเจินเยี่ยนและร้านเหอเวี่ยนในเครือของอันหราน
ยังคงเป็นคำเดิม "พี่น้องยังต้องคิดบัญชีให้ชัดเจน" การเซ็นสัญญาคือขั้นตอนปกติที่ต้องทำ ข้ามไม่ได้!
หลังจากอันหรานกลับไป โม่หลีหยิบมือถือขึ้นมาเปิดหน้าบัญชีร้านมั่วจี้
วิดีโอย้อนหลังการไลฟ์สดเมื่อเช้านี้ถูกโพสต์ไว้เรียบร้อยแล้ว
ผ่านไปค่อนวัน ยอดวิวการย้อนหลังทะลุ 1 แสนครั้ง
เมื่อเทียบกับจำนวนผู้ติดตามของมั่วจี้ ยอดวิวนี้ถือว่าไม่เยอะนัก ออกจะน้อยไปด้วยซ้ำ
แต่ช่องคอมเมนต์กลับเป็นคนละเรื่องเลย จำนวนคอมเมนต์พุ่งไปถึง 50,000 กว่าข้อความ
โม่หลีเห็นแล้วถึงกับงง คิดไม่ตกจริงๆ ว่าทำไมคอมเมนต์ถึงเยอะขนาดนี้
เขาเปิดดูคอมเมนต์ด้วยความสงสัย
"ทุกคนเห็นกันแล้วใช่ไหม? ถนนจินเหอเลขที่ 96 คือร้านมั่วจี้ของจริง ส่วนเลขที่ 30 คือของปลอม เป็นพวกต้มตุ๋น ช่วยกันดันคอมเมนต์ผมขึ้นไปให้คนเห็นเยอะๆ นะครับ"
นี่คือคอมเมนต์ที่มียอดไลก์สูงที่สุด
นอกจากคอมเมนต์นี้ ยังมีอีกคอมเมนต์หนึ่งที่โพสต์ไว้ก่อนหน้าคอมเมนต์แรก
"ร้านมั่วจี้ไม่ได้ดีอย่างที่อวยกันเลย ผมอุตส่าห์ดั้นด้นมากินมั่วจี้ แต่แม่มเอ๊ย แทบจะอ้วก เชื่อกันลงเหรอ?"
ใต้คอมเมนต์นี้ มีคนเข้ามาแสดงความเห็นเพียบว่ามั่วจี้ที่พวกเขาไปซื้อมานั้นรสชาติห่วยแตกจริงๆ
โชคดีที่พอมีคนไล่ถามความจริง คนพวกนี้ก็ยอมรับในช่องคอมเมนต์ว่าช่วงสองวันที่ผ่านมาพวกเขาไปซื้อที่ตึกเลขที่ 30 มา
โม่หลีใช้มือถือแคปภาพรัวๆ
เหล่าผู้เสียหายที่โดนหลอกในช่องคอมเมนต์นี่แหละ คือหลักฐานการละเมิดลิขสิทธิ์ของตึกเลขที่ 30 ชั้นดี!
หลังจากจัดการเรื่องรูปเสร็จ โม่หลีก็โพสต์ประกาศรับสมัครงานผ่านมือถืออีกครั้ง
"ร้านมั่วจี้รับสมัครพนักงานประจำ สวัสดิการดีเยี่ยม รายละเอียดรบกวนมาคุยที่ร้านครับ"
ครั้งนี้ โม่หลีไม่ได้ระบุว่า "พิจารณานักศึกษาเป็นพิเศษ"
นักศึกษาพาร์ตไทม์น่ะมีก็ดี
แต่เมื่อพิจารณาว่าช่วงปิดเทอมเหลืออีกประมาณเดือนเดียวก็จะจบแล้ว นักศึกษาอย่างฉินจื่อซูก็อาจจะไม่ได้มีเวลามาช่วยที่ร้านได้ทุกวัน
การรับพนักงานประจำมาก่อนหนึ่งคน แล้วค่อยรับนักศึกษาพาร์ตไทม์มาเพิ่มเพื่อสลับกะกัน ดูจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
ทันทีที่คลิปรับสมัครงานโพสต์ออกไป ก็มีคนมาคอมเมนต์ทันที
"เชี่ย! เถ้าแกล้มั่วจะรับคนอีกแล้วเหรอ?"
"รู้สึกเหมือนเพิ่งรับคนไปไม่นานเองนะ ทำไมรับคนไวจัง หรือว่างานที่นั่นมันคือนรกจนคนอยู่ไม่ทน?"
"พูดมั่วอะไรเนี่ย ร้านใหม่เถ้าแก่มันใหญ่กว่าเดิม การเพิ่มคนมันก็เรื่องปกติไม่ใช่เหรอ?"
"ว่าแต่ คราวก่อนมีใครไปสมัครมาบ้างไหม? สวัสดิการเป็นยังไงบ้าง?"
"ผมเคยไปครับ... แต่เถ้าแก่ไม่เอาผม"
"จริงเหรอ? แล้วสวัสดิการล่ะเป็นไง?"
"บอกได้คำเดียวว่า... เกินกว่าที่คุณจะจินตนาการได้ครับ"
"แค่พนักงานร้านอาหารเนี่ยนะจะเกินจินตนาการ? บอกมาตรงๆ เลยดีกว่าว่าเงินเดือนเท่าไหร่"
"พาร์ตไทม์ปกติก็น่าจะดูตามชั่วโมงงานไหม? ร้านเถ้าแกล้มั่วปิดตั้งแต่ไม่ถึง 10 โมงเช้า รวมๆ แล้วไม่กี่ชั่วโมง เดือนนึงจะได้ถึง 1,000 หยวนหรือเปล่าเหอะ"
"ผมว่าเถ้าแก่ไม่น่าใจแคบขนาดนั้นนะ ขอกล้าๆ หน่อย ผมทายว่า 1,500"
"กล้ากว่านี้อีกนิดสิ!"
"เลิกงานเช้าขนาดนั้น ไปหางานพาร์ตไทม์ที่สองทำต่อได้สบาย รวมสองงานต่อเดือนก็น่าจะถึง 3,000 แล้วนะ นี่ยังไม่กล้าพออีกเหรอ?"
"ดูเหมือนทุกคนจะชินกับการเป็นทาสจนมองแต่ในมุมทาสสินะ... บอกความจริงให้ก็ได้ ที่ร้านเถ้าแก่น่ะทำงานวันละ 4 ชั่วโมง เงินเดือน 3,000 หยวน มื้อเช้ากินฟรี แถมได้กินของอร่อยในร้านด้วย!"
"เชี่ย แค่ได้กินของในร้านเป็นมื้อเช้าทุกวัน เดือนนึงก็ประหยัดไปหลายร้อยแล้วนะนั่น"
"แม่มเอ๊ย เป็นทาสนานไปหน่อย จินตนาการผมเลยถูกจำกัดจริงๆ ด้วย!"
"เถ้าแกล้มั่วนี่มันทำโรงทานชัดๆ! พาร์ตไทม์ยังสูงขนาดนี้ ถ้าฟูลไทม์ไม่พุ่งทะยานเลยเหรอ?"
"พวกมึงหลีกไป กูจะไปสัมภาษณ์เดี๋ยวนี้!"