- หน้าแรก
- พลิกวิกฤตวัยกลางคน ด้วยระบบข่าวกรองรายวัน!
- บทที่ 100 ขาฉันน่าลูบไหม?
บทที่ 100 ขาฉันน่าลูบไหม?
บทที่ 100 ขาฉันน่าลูบไหม?
บทที่ 100 ขาฉันน่าลูบไหม?
พอกินอิ่ม ฉีอวิ๋นก็วางตะเกียบ เงยหน้าถามหวังเฟย "งานประมูลเริ่มมะรืนไม่ใช่เหรอ? รีบมาทำไมวันนี้?"
หวังเฟยกระดกเหล้าหมดแก้ว แก้มแดงระเรื่อ ท้าวคางคิดหาข้ออ้าง
ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงตอบ "พรุ่งนี้เช้าเปิดให้ดูของรอบสุดท้าย ฉันต้องไปดูของจริงก่อน"
ฉีอวิ๋นพยักหน้า ยอมรับเหตุผลนี้
ดื่มเหล้าหมดขวด ทั้งสองลุกจากโต๊ะ
หวังเฟยเดินนำลิ่ว ไม่สนใจเรื่องจ่ายตังค์ ฉีอวิ๋นควักมือถือจ่ายไป 169 หยวน
แอบบ่นในใจ ค่าครองชีพที่ฉางอานถูกกว่าซินเจียงเยอะเลย
ออกจากร้าน ผู้หญิงคนนี้ไม่มีทีท่าจะกลับโรงแรม ลากแขนฉีอวิ๋นชวนไปเดินเล่นริมแม่น้ำอย่างกระตือรือร้น
ดึกดื่นป่านนี้ ฉีอวิ๋นไม่วางใจปล่อยเธอไปคนเดียว เลยจำใจยอมให้ลากไป
เดินทอดน่องริมแม่น้ำ ลมเย็นพัดมาเบาๆ พาความชื้นมาด้วย
แสงไฟถนนสาดส่อง เงาทั้งสองยืดยาวหดสั้นสลับกันไป
หวังเฟยเกาะแขนฉีอวิ๋น เดินตัวปลิว อารมณ์ดี
ฉีอวิ๋นเกร็งๆ พยายามดึงแขนออกเบาๆ
หวังเฟยรู้ทัน ถลึงตาใส่ "ทำไม? ควงแขนฉันมันน่าอายนักเหรอ?"
"เปล่า แค่ไม่ชิน" ฉีอวิ๋นยิ้มแห้ง
หวังเฟยยิ้มเจ้าเล่ห์ "ไม่ชินอะไร? ฉันว่าคุณคิดลามกอยู่มากกว่า" พูดพลางรัดแขนแน่นขึ้น เบียดตัวเข้าหา
ต้องยอมรับว่าคืนนี้หวังเฟยสวยสะกด ชุดเดรสรัดรูปโชว์หุ่นเป๊ะ บวกกับมาดผู้ดี ทำเอาคนเดินผ่านไปมามองเหลียวหลัง อิจฉาฉีอวิ๋นกันเป็นแถว
เดินไปสักพัก หวังเฟยหยุดเดิน
เอียงคอมองแม่น้ำ ถอนหายใจ "เฮ้อ ถ้าคนเราไม่มีเรื่องกลุ้มใจก็ดีสิ จะได้ใช้ชีวิตไร้กังวลไปตลอด"
ฉีอวิ๋นก้มมองเธอ หลุดปากถาม "ผู้หญิงอย่างคุณยังมีเรื่องกลุ้มใจอีกเหรอ?"
ในสายตาเขา เธอเพียบพร้อมทุกอย่าง ทั้งชาติตระกูล หน้าตา ฐานะ จะเอาอะไรมากลุ้ม?
หวังเฟยได้ยินก็ปล่อยแขน หยิกอกเขาเต็มแรง แว้ดใส่ "อะไรคือ 'ผู้หญิงอย่างฉัน'? พูดให้เคลียร์นะ ฉันเป็นผู้หญิงแบบไหน?"
ฉีอวิ๋นเจ็บจนหน้าเบี้ยว รีบโบกมือ "ผมพูดผิด พูดผิดเฉยๆ"
หวังเฟยกอดอก หน้าบึ้ง จ้องเขาเขม็ง
"ใจเย็นๆ ให้หยิกอีกทีเอามะ?" ฉีอวิ๋นโดนจ้องจนทำตัวไม่ถูก กระแอมแก้เก้อ
"ใครอยากหยิกคุณ" หวังเฟยทุบเขาเบาๆ แล้วอ้อมไปข้างหลัง เกาะไหล่เขา "เดินไม่ไหวแล้ว แบกหน่อย!"
ฉีอวิ๋นอึ้ง หันไปถาม "จะดีเหรอ?"
"คนอยากแบกฉันมีเป็นกองทัพ ให้คุณแบกนี่ยังจะลีลา" หวังเฟยโมโห กัดฟันกรอด "ยังไงฉันก็เดินไม่ไหวแล้ว ถ้าไม่แบกก็กลับไปคนเดียวเลย"
"ก็ได้ๆ" ฉีอวิ๋นจนใจ ย่อตัวลงแบกเธอขึ้นหลัง
มือโอบต้นขาเธอโดยสัญชาตญาณ แม้จะมีถุงน่องกั้น แต่สัมผัสนุ่มนิ่มก็ยังชัดเจน
หวังเฟยกระซิบข้างหู เป่าลมหายใจหอมกรุ่น ถามเสียงยั่วยวน "ขาฉันน่าลูบไหม? สบายมือหรือเปล่า?"
คำถามชวนหวิวทำเอาใจฉีอวิ๋นเต้นแรง เขาพยักหน้าตามตรง "สบายครับ"
หวังเฟยหัวเราะคิกคัก พอใจในคำตอบ ตบไหล่เขาเบาๆ "ซื่อสัตย์ดีนี่"
ฉีอวิ๋นแบกเธอกลับโรงแรม เส้นผมเธอระต้นคอเขา จั๊กจี้หัวใจชะมัด
ถึงหน้าโรงแรม ฉีอวิ๋นวางเธอลง โล่งอกไปที
หวังเฟยจัดกระโปรง ตบอกฉีอวิ๋นอีกที แซวว่า "ทำหน้าที่ได้ดีมาก"
ท่าทางเหมือนเศรษฐีนีชมเด็กนั่งดริ๊งก์ ทำเอาฉีอวิ๋นรู้สึกเหมือนโดนดูถูก
เขาปรายตามองเธอ บ่นอุบ "ให้เกียรติกันหน่อยสิคุณ"
"คิกคิก~" หวังเฟยปิดปากขำ เดินนวยนาดเข้าโรงแรม ทิ้งให้ฉีอวิ๋นมองตามหลัง
ฉีอวิ๋นไม่ตามขึ้นไป แวะบาร์สั่งน้ำเย็นมาดื่ม
กระดกไปหลายอึกถึงดับความรุ่มร้อนในใจได้
กลับห้อง อาบน้ำ นอนเล่นมือถือรอข้อมูลใหม่
[ข้อมูลวันนี้ 1 (สีขาว) : ร้านขายของชำ B-188 ถนนตงจื๋อ ในฉางอาน มีนาฬิกาพกชุบทอง เป็นของที่ชาวสเปน โฆเซ เอเชการาย สั่งทำเมื่อปี 1883 มูลค่าจริงกว่า 40,000 หยวน]
[ข้อมูลวันนี้ 2 (สีขาว) : ห้างสรรพสินค้าไป่เซิ่ง ถนนซีเฉวียน ในฉางอาน จัดกิจกรรมชิงโชค รางวัลที่หนึ่งคือบัตรกำนัลมูลค่า 50,000 หยวน]
ข้อมูลสีขาวทั้งคู่ ฉีอวิ๋นเซ็งนิดหน่อย แต่ยุงลายก็เนื้อเหมือนกัน
วางมือถือ นอนหลับ
คืนนั้นผ่านไปอย่างสงบ
เช้าวันรุ่งขึ้น กินอาหารเช้าเสร็จ ทั้งคู่ก็นั่งรถไปหอจัดแสดงสินค้าประมูล
หอจัดแสดงอยู่ใจกลางเมือง คนมาดูเยอะพอสมควร
เป้าหมายของหวังเฟยคือแจกันสมัยหมิง พอเข้างาน เธอก็สลัดคราบสาวขี้อ่อย กลายเป็นสาวมั่นจดจ่อกับของตรงหน้า
ฉีอวิ๋นแยกตัวออกมา หาเป้าหมายของตัวเอง
ไม่นานก็เจอ 'ขวดยานัดทองแดงเขียนสีสมัยสาธารณรัฐ' ในตู้กระจกมุมห้อง
รูปร่างเหมือนที่เขาซื้อมาเปี๊ยบ ต่างกันแค่ลายบนตัวขวด
ท่ามกลางของเก่าสมัยซ่งสมัยหมิง ขวดยานัดสมัยสาธารณรัฐชิ้นนี้ไม่ค่อยมีคนสนใจ ซึ่งเป็นเรื่องดีสำหรับฉีอวิ๋น
ยืนยันเป้าหมายแล้ว เขาเดินออกมาสูบบุหรี่ข้างนอก
จริงๆ เขาไม่ได้อินกับของเก่า แค่หาเงินเฉยๆ
ทันใดนั้น หางตาเหลือบไปเห็นคนคุ้นหน้าเดินผ่านถนนข้างหน้า
ชายคนนั้นใส่หมวกแก๊ป มองซ้ายขวาอย่างระแวง
มองดีๆ นั่นมันจางเลี่ยง เทรนเนอร์ฟิตเนสห้อง 401 นี่นา
"หมอนั่น? บังเอิญจังแฮะ"
ดูท่าคำเตือนทางโทรศัพท์สาธารณะจะได้ผล หมอนี่หนีมาฉางอานข้ามคืนเลยเหรอ
ฉีอวิ๋นแค่ยิ้ม ไม่คิดจะเข้าไปทัก แค่เตือนก็ถือว่าช่วยสุดๆแล้ว ไม่อยากหาเหาใส่หัว
สูบบุหรี่หมดมวน หวังเฟยก็เดินออกมาอย่างสง่างาม
ฉีอวิ๋นแปลกใจ "ดูเสร็จเร็วจัง?"
"อื้ม~" หวังเฟยเชิดหน้า ควงแขนเขาพาเดินออกไป
"เดี๋ยว! ผมมีธุระต้องไปทำ แยกกันสักพักไหม?" ฉีอวิ๋นหยุดเดิน
หวังเฟยขมวดคิ้ว ไม่พอใจ "จะไปไหน? ทำไมต้องแยกกัน?" น้ำเสียงเจือความสงสัยใคร่รู้
"เพื่อนผมเคยเห็นนาฬิกาพกแถวนี้ ผมว่ามันสวยดี เลยกะจะไปซื้อ" ฉีอวิ๋นมั่วข้ออ้าง
หวังเฟยเลิกคิ้ว "นึกว่าเรื่องใหญ่โตอะไร แค่ซื้อของ พาฉันไปไม่ได้เหรอ? ฉันจะไปด้วย!"
ฉีอวิ๋นเห็นเธอดื้อดึง ก็ขี้เกียจขัดใจ "อยากไปก็ไป"
หวังเฟยยิ้มพอใจ กอดแขนเขาแน่นขึ้น
ทั้งสองขึ้นรถโรงแรม
"พี่ครับ ไปถนนตงจื๋อ" ฉีอวิ๋นบอกคนขับ
"ได้ครับ"
รถแล่นไปตามถนน ผ่านหอระฆังที่เห็นบ่อยในทีวี
ไม่นานก็ถึงถนนตงจื๋อ
ลงรถ ฉีอวิ๋นมองหาเลขที่บ้าน เดินไปไม่กี่ก้าวก็เจอ B-188
ร้านขายของชำมืดสลัว กลิ่นอับชื้น ล้อมรอบด้วยของเก่าๆ หนังสือเก่า ของแต่งบ้านสนิมเขรอะ ถ้วยชามบิ่นๆ
บรรยากาศเหมือนร้านขายของเวทมนตร์ในหนัง
เจ้าของร้านเป็นชายชราผมขาวหน้าย่น
ใส่แว่นสายตายาว นั่งอ่านหนังสือเก่าอยู่หลังเคาน์เตอร์
ได้ยินเสียงคนเข้า เงยหน้ามองลอดแว่น
"อยากได้อะไร?"
ฉีอวิ๋นกวาดตามองรอบร้าน ยิ้มถาม "อยากได้นาฬิกาพกเก่าๆ สักเรือน ที่นี่มีไหมครับ?"
ชายชราปิดหนังสือ ลุกขึ้นหยิบกล่องไม้จากใต้ตู้
เปิดกล่องออกมา มีของจุกจิกเต็มไปหมด นาฬิกาพก กล้องส่องทางไกลเก่า เข็มทิศ
"อยู่ในนี้แหละ เลือกเอา" ชายชราดันกล่องมาให้
ฉีอวิ๋นก้มหา เขี่ยๆ ดูก็เจอเป้าหมาย
นาฬิกาพกทรงกลมมน ตัวเรือนแกะสลักลายวิจิตร ฝังพลอยเม็ดเล็กๆ แต่เก่าเก็บจนหมอง
หน้าปัดเคลือบสีขาว มีลายดอกไม้สีทองจางๆ เข็มนาฬิกายังเดินอยู่
ฉีอวิ๋นหยิบมาวางบนมือ ยื่นให้ชายชราดู "เถ้าแก่ เรือนนี้เท่าไหร่?"
ชายชราขยับแว่น หรี่ตามองนาฬิกา เหมือนกำลังนึกที่มา
สักพักถึงบอก "ของเก่าแล้ว ให้มาสามพันละกัน"
ฉีอวิ๋นพยักหน้า ไม่ต่อราคา เตรียมจ่ายเงิน
ตอนนั้นเอง หวังเฟยหยิบเข็มกลัดสวยๆ ขึ้นมาถาม "เถ้าแก่ อันนี้ล่ะคะ?"
ชายชราโน้มตัวมาดู "เข็มกลัดนี้ก็เก่าแก่ ฝังทองด้วย ให้มาหมื่นนึง"
หวังเฟยพยักหน้าชอบใจ ติดเข็มกลัดที่หน้าอกทันที แล้วควงแขนฉีอวิ๋น อ้อนว่า "พี่คะ จ่ายตังค์!"
ฉีอวิ๋นขนลุกซู่ ค้อนขวับ "พูดดีๆ หน่อยได้ไหม"
หวังเฟยไม่สน ก้มมองเครื่องประดับใหม่
จ่ายเงินเสร็จ ฉีอวิ๋นเอานาฬิกาพกใส่กระเป๋า เดินออกจากร้าน
"ผมจะไปห้าง คุณจะตามไปอีกไหม?" หันไปถามหวังเฟย
หวังเฟยเชิดหน้า แววตาเจ้าเล่ห์ ยิ้มมุมปาก "ทำไม จะไล่ฉันอีกเหรอ? แม่จะตามไปด้วย พอดีไม่ได้ช้อปปิ้งนานแล้ว"
พูดจบก็เข้ามาควงแขนฉีอวิ๋น ยิ้มระรื่น
ฉีอวิ๋นก้มมองแม่สาวไฮโซคนนี้ ไม่รู้ในหัวเธอคิดอะไรอยู่
ทั้งสองขึ้นรถ ไม่นานก็มาถึงห้างไป่เซิ่ง ถนนซีเฉวียน
ห้างใหญ่คนเยอะ
พอเข้าห้าง เห็นป้ายโปรโมชั่นแขวนเต็มไปหมด ซื้อครบพันมีสิทธิ์จับรางวัล
ฉีอวิ๋นกะจะซื้อของมั่วๆ ให้ครบพันแล้วจับรางวัลกลับเลย แต่หวังเฟยไม่ยอม ลากเขาเดินช้อปสนุกสนาน
"ฉีอวิ๋น ดูชุดนี้สิ เป็นไงบ้าง?"
ในร้าน Chanel ชั้นสอง หวังเฟยทาบเดรสสีฟ้าอ่อนกับตัว หมุนไปมาให้ดู
เขาไม่ทันสังเกตว่าสรรพนามที่เธอเรียกเปลี่ยนไปแล้ว
"อืม ก็ดี" เขาพยักหน้าส่งๆ
หวังเฟยหน้ามุ่ย ไม่พอใจ "ตั้งใจดูหน่อยสิ"
"โอเค สวยมาก" ฉีอวิ๋นเปลี่ยนคำพูด
"ค่อยยังชั่ว!" หวังเฟยเชิดหน้า โยนกระเป๋าให้เขา "เดี๋ยวไปลอง"
หายเข้าไปในห้องลองเสื้อ
หายไปสามชั่วโมง กว่าจะเดินครบทุกแบรนด์เนมในห้าง หวังเฟยถึงยอมกลับ
ฉีอวิ๋นไม่ต้องซื้ออะไรเพิ่มแล้ว ถุงในมือมูลค่ารวมกว่าสองแสน
"ทำไมต้องมาซื้อที่นี่? กลับไปซื้อไม่ได้เหรอ?"
หวังเฟยปรายตามอง เชิดหน้า "ฉันอยากซื้อตอนนี้"
ฉีอวิ๋นถอนหายใจ ยอมแพ้ความเอาแต่ใจของคนรวย
ทั้งสองลงมาที่ชั้นหนึ่ง เตรียมไปจุดจับรางวัล สายตาหวังเฟยไปสะดุดเข้ากับเคาน์เตอร์นาฬิกาข้างๆ