- หน้าแรก
- ไอเท็มของผมมีแผงอัปเกรด !
- บทที่ 255: กลุ่มพันธมิตรเซมิคอนดักเตอร์อยู่นิ่งไม่ไหว, พิสูจน์สะพานไอน์สไตน์-โรเซน
บทที่ 255: กลุ่มพันธมิตรเซมิคอนดักเตอร์อยู่นิ่งไม่ไหว, พิสูจน์สะพานไอน์สไตน์-โรเซน
บทที่ 255: กลุ่มพันธมิตรเซมิคอนดักเตอร์อยู่นิ่งไม่ไหว, พิสูจน์สะพานไอน์สไตน์-โรเซน
บทที่ 255: กลุ่มพันธมิตรเซมิคอนดักเตอร์อยู่นิ่งไม่ไหว, พิสูจน์สะพานไอน์สไตน์-โรเซน
คนของ NASA ถูกเชิญออกจากห้องประชุมไปแล้ว
แม้จะเกิดเรื่องเข้าใจผิดขนานใหญ่ แต่การประชุมยังคงต้องดำเนินต่อ เพียงแต่เป้าหมายที่จะรับมือได้เปลี่ยนไปแล้ว
"การที่หมาเครื่องกลเหล่านี้ปรากฏบนดวงจันทร์ แสดงว่าพวกเขามีขีดความสามารถในการลงจอดบนดวงจันทร์แล้ว แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวที่สุด"
"สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือพวกเขาสามารถลงจอดบนดวงจันทร์ได้อย่างเงียบเชียบภายใต้การเฝ้าระวังของเครือข่ายดาวเทียมของเรา และส่งหมาเครื่องกลพวกนั้นขึ้นไปได้"
"หากพวกเขาใช้วิธีเดียวกันนี้ แต่ไม่ใช่เพื่อลงจอดบนดวงจันทร์ ทว่ามาปรากฏอยู่เหนือหัวของพวกเราแทน ทุกคนเคยพิจารณาถึงผลลัพธ์นั้นไหม"
อาการหวาดระแวงของนกอินทรีเริ่มกำเริบอีกครั้ง
ในช่วงปีที่ผ่านมา พวกเขาเริ่มวิตกกังวลและหงุดหงิดมากขึ้นเรื่อยๆ
เพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้ พวกเขาได้เพิ่มการลงทุนในด้านการวิจัย การทหาร และอวกาศอย่างมหาศาล แผนการหลายอย่างที่เคยถูกพับเก็บไว้เป็นเวลานานก็ถูกนำกลับมาปัดฝุ่นใหม่อีกครั้ง
ภายใต้เงินทุนมหาศาลที่อัดฉีดเข้ามา แผนการเหล่านี้รุดหน้าไปเร็วมาก ความแข็งแกร่งของพวกเขาก็กำลังเพิ่มขึ้น
แต่ปัญหาคือ อีกฝ่ายกลับรวดเร็วยิ่งกว่าพวกเขาเสียอีก
แม้ว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมาอีกฝ่ายจะใช้วิธี "ทุ่มงบ" เพื่อพัฒนาตนเองจนรุ่งเรืองอย่างก้าวกระโดด แต่สถานการณ์ในตอนนี้มันก็น่ากลัวเกินไปแล้ว
"เรื่องสงครามนั้นไม่ต้องกังวลมากนัก พวกเราแบกรับผลกระทบของสงครามไม่ไหว และพวกเขาก็แบกรับไม่ไหวเช่นกัน"
"ตราบใดที่อาวุธยุทโธปกรณ์ของเราไม่ได้ถูกทิ้งห่างจนเกิดช่องว่างระหว่างยุค เราก็ไม่ต้องกังวลเรื่องสงคราม ในทางกลับกัน เราควรให้ความสนใจกับการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของอีกฝ่ายมากกว่า"
"เมื่อสองวันก่อนผมเห็นรายงานฉบับหนึ่ง ตั้งแต่ต้นปีนี้ อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของอีกฝ่ายได้หลุดพ้นจากการจำกัดของเรา พวกเขาคิดค้นวัสดุเซมิคอนดักเตอร์ฐานคาร์บอนได้สำเร็จและกำลังรุกหนักอย่างต่อเนื่อง"
"ภายในเวลาเพียงครึ่งปี อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของเรามียอดขายลดลง 26.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน และคาดว่าจะลดลงถึง 62% ในช่วงสิ้นปี ข้อมูลแบบนี้ไม่น่ากลัวเหรอ?"
"อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของเรากำลังถูกทำลาย สมรรถนะทางฟิสิกส์ของวัสดุฐานคาร์บอนนั้นเหนือกว่าวัสดุฐานซิลิกอนไปไกลมาก ต่อให้เทคโนโลยีของเราจะนำหน้าอยู่หลายขุม แต่ข้อจำกัดของสมรรถนะวัสดุจะทำให้เทคโนโลยีของเราไร้ค่า เรากำลังจะสูญเสียตลาดมูลค่าล้านล้านนี้ไป..."
สมาชิกคณะที่ปรึกษาเริ่มวิเคราะห์สถานการณ์ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาอย่างละเอียด โดยเฉพาะการวิเคราะห์และคาดการณ์ในสาขาเซมิคอนดักเตอร์
เรื่องพวกนี้พวกเขาไม่รู้มาก่อนเหรอ?
รู้สิ
ตอนที่วัสดุเซมิคอนดักเตอร์ฐานคาร์บอนเพิ่งปรากฏตัวออกมา พวกเขาเคยคิดจะแก้ปัญหาที่ต้นตอ
น่าเสียดายที่ต้นตอของเทคโนโลยีนั้นคือบริษัทคริมสัน
และพวกเขาไม่มีวิธีจัดการกับบริษัทคริมสันได้เลยแม้แต่น้อย
ประจวบเหมาะกับตอนนั้นที่กองทัพต้องการลงมือในแอฟริกา และเบื้องบนก็พยายามกดดันอีกฝ่ายจากทุกด้านเพื่อให้ยอมประนีประนอม
ผลปรากฏว่า...
สงครามตัวแทนจบลงด้วยความพ่ายแพ้ยับเยินของฝั่งตนเอง
ไม้ตายด้านกำลังทหารใช้ไม่ได้ผลแล้ว
นกอินทรีจึงพลันรู้สึกมืดแปดด้าน ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป
ในสาขาอื่นๆ การจะทำลายประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใกล้เคียงกันนั้นเป็นเรื่องที่ยากลำบากอย่างยิ่ง
ต่อให้อีกฝ่ายจะไม่กุมความได้เปรียบ แต่การที่คุณจะบดขยี้เขาให้พังทลายนั้น แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
ในสถานการณ์เช่นนี้ อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์จึงตกที่นั่งลำบาก
สมาชิกคณะที่ปรึกษาท่านนี้คือคนที่ได้รับผลประโยชน์มา
เขาจึงนำเสนอสถานการณ์ของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ก่อน จากนั้นก็โยนคำถามออกมาเพื่อให้ทุกคนช่วยกันคิดหาทางออก
จำเป็นต้องรักษาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ไว้ให้ได้
เพราะอุตสาหกรรมนี้เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของข้อมูล ความมั่นคงของชาติ และยังเกี่ยวข้องกับการชิงความเป็นเจ้าในโลกควอนตัมในอนาคตด้วย
ดังนั้น ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม จะทิ้งอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ไม่ได้เด็ดขาด
ในคณะที่ปรึกษาก็ยังมีคนอื่นที่ได้รับผลประโยชน์มาเช่นกัน
ต่างก็เริ่มออกมาช่วยป่าวประกาศสนับสนุน
ต้องให้ภาครัฐออกหน้า เพื่อให้ได้มาซึ่งเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับเซมิคอนดักเตอร์ฐานคาร์บอน ต่อให้ต้องยอมแลกผลประโยชน์บางอย่างไปบ้าง ก็ต้องรับประกันว่าอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์จะอยู่รอดต่อไปได้
การประชุมคณะที่ปรึกษาสิ้นสุดลง
รายงานฉบับหนึ่งถูกส่งไปยังสภาคองเกรสอย่างเป็นทางการ จากนั้นสภาคองเกรสก็เริ่มเปิดฉากถกเถียงกันอย่างรุนแรง
เพราะการจะรักษาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ไว้ จำเป็นต้องยอมสละผลประโยชน์ในด้านอื่น เมื่อพิจารณาไปมาแล้วพบว่ามีสาขาหนึ่งที่เหมาะจะถูกสละทิ้ง นั่นคือสาขาพลังงาน
เหล่ามหาเศรษฐีหน้าใหม่ทางอินเทอร์เน็ตกับยักษ์ใหญ่ค้าน้ำมันแบบดั้งเดิมนั้น ไม่ได้อยู่ร่วมสนามรบเดียวกันอยู่แล้ว
กลุ่มคนที่พวกเขาสนับสนุนก็ต่างกัน
ดังนั้นการดวลกันรอบนี้ จึงไม่ใช่เพียงการปะทะกันระหว่างสองขั้วอำนาจการเมืองเท่านั้น แต่เป็นการปะทะกันระหว่าง "กลุ่มเศรษฐีอินเทอร์เน็ตหน้าใหม่ + นายทุนวอลล์สตรีท" กับ "กลุ่มนายทุนรุ่นเก่าในระบบพลังงานน้ำมัน"
ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมการทหารก็นั่งกินแตงโมดูอยู่ข้างสนาม ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวเลย
...
ถังรุ่ยทานมื้อเช้าพลางเลื่อนมือถือดูข่าว
วันนี้เขาตื่นสายไปหน่อย เพราะเมื่อคืนเขานอนดึกเกินไป เกือบตีสามถึงจะได้นอน
การอดนอนน่ะมันเสียสุขภาพ
แต่เมื่อเทียบกับผลการวิจัยเมื่อคืนนี้ การเสียสละด้านสุขภาพก็นับว่าคุ้มค่า
อย่าเข้าใจผิด
เขาไม่ได้ถอดรหัสปัญหาเรื่องการทะลุผ่านของข้อมูลได้สำเร็จ
แต่เขามีความก้าวหน้าครั้งใหม่ในการวิจัยเรื่องรูหนอนและทฤษฎีโฮโลแกรม และไม่ใช่ความก้าวหน้าธรรมดาๆ ด้วย
แต่นับเป็นผลงานระดับท็อปในวงการฟิสิกส์เลยทีเดียว
ทานมื้อเช้าเสร็จ
ถังรุ่ยก็กลับเข้าห้องแล็บและเริ่มเขียนบทความวิจัย
เมื่อก่อนเขาไม่ชอบเขียนบทความวิจัย เพราะรู้สึกว่ามันยุ่งยากและน่ารำคาญ
แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้ว
เขาเขียนไปพลางเขย่าขาไปพลาง เขียนจนรู้สึกตื่นเต้นไปหมด
"ตามปรากฏการณ์คาซิเมียร์ ยิ่งระยะห่างระหว่างแผ่นสองแผ่นน้อยลงเท่าไหร่ ความหนาแน่นของพลังงานลบก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ในวินาทีที่ควอนตัมพัวพันยุบตัวลง..."
ถังรุ่ยสวมแว่นตาอัจฉริยะ ปั่นบทความวิจัยอย่างบ้าคลั่ง
ตามหลักแล้ว
ไอ้ของพรรค์นี้ไม่ควรเรียกว่าบทความวิจัย
แต่ถังรุ่ยไม่สนใจ ตราบใดที่ทฤษฎีของคุณถูกต้อง ต่อให้คุณจะเขียนน้ำท่วมทุ่งออกมาเป็นเล่มๆ ก็ยังมีคนรออ่านอยู่ดี
ในทางกลับกัน ต่อให้รูปแบบจะดีแค่ไหนแต่ทฤษฎีผิด บทความวิจัยที่เขียนออกมาสวยหรูเพียงใดมันก็เป็นแค่ขยะชิ้นหนึ่ง
ถังรุ่ยเขียนสูตรอนุมานทางทฤษฎีจนเสร็จ จากนั้นเริ่มแปะข้อมูลการทดลอง แปะทีเดียวก็ปาไปสิบกว่าหน้า
"นายท่านคะ หลินเชาส่งคำขอติดต่อวิดีโอมา ต้องการให้เชื่อมต่อไหมคะ" ในตอนนั้น หงเหลียนก็ส่งเสียงเตือนขึ้นมา
วิดีโอจากหลินเชา?
เบื้องบนมีเรื่องอะไรอีกงั้นเหรอ?
ถังรุ่ยรู้สึกเซ็ง
เขากำลังปั่นบทความวิจัยอย่างสนุกมือเชียว แต่กลับถูกขัดจังหวะซะได้ ไม่สบอารมณ์เลย
"เชื่อมต่อเข้ามาเถอะ" ถังรุ่ยเบ้ปากกล่าว
วับ!
ภาพโฮโลแกรมของหลินเชาปรากฏขึ้นข้างหน้า
"คุณถัง ผมไม่ได้รบกวนคุณใช่ไหมครับ"
"รบกวนสิครับ แรงบันดาลใจผมขาดช่วงเลยเนี่ย"
"...งั้นผมวางสายไหมครับ?"
"ช่างเถอะ มีเรื่องอะไรจะหาผมล่ะ?"
"พันธมิตรเซมิคอนดักเตอร์ระหว่างประเทศส่งคนมาครับ เขาอยากจะขอคุยกับคุณหน่อย"
พันธมิตรเซมิคอนดักเตอร์ระหว่างประเทศ?
องค์กรนี้จะมาหาเขาทำไม ที่สำคัญคือยังให้หลินเชามาเป็นคนบอกข่าว แสดงว่าเบื้องบนเห็นชอบแล้ว
"เบื้องบนว่ายังไงบ้างครับ?" ถังรุ่ยถามตรงๆ
"ถ้าคุณว่าง ก็ไปเจอพวกเขาหน่อยก็ได้ ลองฟังดูว่าพวกเขาจะพูดอะไร"
"ขอโทษทีครับ ผมไม่ว่าง ไม่มีเวลาไปเล่นกับพวกเขาหรอก"
"มีธุระจริงๆ เหรอครับ?"
"พูดเล่นน่า ผมกำลังวิจัยเรื่องรูหนอนอยู่นะเนี่ย"
"...โอเคครับ งั้นผมไม่รบกวนคุณแล้ว"
วางสายไป
ถังรุ่ยก็โยนเรื่องนี้ทิ้งไปไว้ข้างหลังทันที แล้วปั่นบทความวิจัยต่อ
จนกระทั่งถึงเวลามื้อเที่ยง
บทความวิจัยของเขาก็เขียนเสร็จในที่สุด
67 หน้า
รวมทั้งหมด 130,000 ตัวอักษร
เขียนเสร็จแล้วถังรุ่ยก็ไม่ได้ตรวจสอบอะไรเลย เขาอัปโหลดเข้าสู่ฐานข้อมูลลับโดยตรง
การวิจัยวิทยาศาสตร์พื้นฐานแบบนี้สามารถตีพิมพ์เป็นบทความวิจัยได้ แต่เขาไม่ได้ใส่ใจเรื่องค่าดัชนีผลกระทบของวารสารอะไรนั่นเลย
ไอ้ของพรรค์นั้นสำหรับเขามันไม่ได้สำคัญแม้แต่นิดเดียว
อีกอย่าง การส่งวารสารน่ะมันยุ่งยาก เขาขี้เกียจทำ
"หงเหลียน ย้ายอุปกรณ์การทดลองมา"
หลังจากปั่นบทความเสร็จ ถังรุ่ยก็เตรียมตัวทำการทดลอง
เมื่อคืนเขาสามารถพิสูจน์การมีอยู่จริงของสะพานไอน์สไตน์-โรเซนได้แล้ว และค้นพบว่าการก่อตัวของรูหนอนนั้นเกี่ยวข้องกับพลังงานลบ
แต่หลังจากข้อมูลเดินทางผ่านรูหนอนไปแล้ว
ข้อมูลเกิดการสูญหายอย่างรุนแรง
ปัญหานี้ เขายังหาแนวทางการแก้ไขไม่ได้เลยในตอนนี้