เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 195 ความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม

บทที่ 195 ความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม

บทที่ 195 ความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม


บทที่ 195 ความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม

"สหรัฐฯ มีเครื่องบินรุ่นใหม่ล่าสุดที่เป็นเครื่องบินขนาดใหญ่ที่สามารถบินอยู่บนฟ้าได้เป็นเวลานานบ้างไหมครับ?"

ถังรุ่ยเอ่ยถามขึ้น ในความคิดของเขา แพลตฟอร์มการรบทางอากาศอย่างน้อยที่สุดก็ต้องสามารถลอยลำอยู่กลางอากาศได้เป็นเวลานาน

ถ้าทำเรื่องนี้ไม่ได้ มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรมากนัก

แต่เขาจำไม่ได้ว่าในโครงการวิจัยล่าสุดของสหรัฐฯ มีเครื่องบินประเภทนี้ เครื่องบินลำที่ใหญ่ที่สุดก็คือ B-21

แต่ B-21 เป็นเครื่องบินทิ้งระเบิด จะเอามาเป็นแพลตฟอร์มการรบทางอากาศไม่ได้ นั่นมันเพ้อเจ้อ

"การบินเป็นเวลานานที่ว่านี่ คือนานแค่ไหนครับ?" ผู้บริหารกัวเอ่ยถาม

"อืม อย่างน้อยก็น่าจะสักสามถึงห้าวันครับ" ถังรุ่ยคิดครู่หนึ่งแล้วตอบ

ผู้บริหารกัวฟังจบก็ส่ายหน้า

เครื่องบินขนาดใหญ่ที่สามารถบินต่อเนื่องได้สามถึงห้าวันนั้นไม่เคยได้ยินมาก่อน หน่วยงานพิเศษเองก็ไม่เคยได้รับข้อมูลด้านนี้

ผู้บริหารกัวส่ายหน้า

แต่จ่งซือท่านอื่นๆ หลังจากฟังจบกลับนึกถึงอะไรบางอย่างขึ้นมา

"เครื่องบินที่บินได้สามถึงห้าวันนั้น สหรัฐฯ ไม่เคยวิจัยสำเร็จ แต่พวกเขาเคยวิจัยและออกแบบเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ขนาดมหึมาที่สามารถบินต่อเนื่องได้ถึง 41 วันครับ"

จ่งซือหยางเอ่ยขึ้นพร้อมกับบอกกับถังรุ่ย

เครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์?

พอได้ยินคำสำคัญอย่าง "พลังงานนิวเคลียร์" ถังรุ่ยก็ก็นึกออกทันที

ผลผลิตจากจินตนาการสุดโต่งของสหรัฐฯ ในช่วงยุคสงครามเย็น CL-1201 "เรือบรรทุกเครื่องบินลอยฟ้า"

เรือบรรทุกเครื่องบินลอยฟ้านี้ ไม่ใช่เรือบรรทุกเครื่องบินจริงๆ

แต่มันคือเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์รุ่นหนึ่ง

เครื่องบินขนาดมหึมาที่มีน้ำหนักบินขึ้นมากกว่า 5,440 ตัน ซึ่งมีความยาวปีกมากกว่าความยาวของดาดฟ้าเรือบรรทุกเครื่องบินเสียอีก

An-225 เมื่ออยู่ต่อหน้าเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์รุ่นนี้ กลายเป็นแค่เด็กทารกไปเลย

"คงไม่บ้าคลั่งขนาดนั้นมั้งครับ เครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์รุ่นนั้นไม่เหมาะกับแนวคิดการรบทางอากาศในยุคปัจจุบันเลย"

ตอนนั้นที่ออกแบบเครื่องบินที่บ้าคลั่งขนาดนี้ออกมาได้ ก็เพราะต้องการต่อสู้กับหมีขาว (โซเวียต) และในตอนนั้นขีปนาวุธต่อสู้อากาศยานทำอะไรเครื่องบินที่บินที่ความสูง 30,000 เมตรไม่ได้จริงๆ

แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิม อย่าว่าแต่ 30,000 เมตรเลย

ต่อให้คุณบินออกนอกเส้นคาร์มันไป เขาก็ยังสอยคุณร่วงได้อยู่ดี

โดยเฉพาะเป้าหมายขนาดใหญ่และเทอะทะแบบนี้ อยู่บนฟ้าก็คือเป้าซ้อมยิงดีๆ นี่เอง จะหลบไปไหนก็ไม่ได้

"แต่ถ้ามันเป็นเครื่องบินล่องหนที่สามารถบินลาดตระเวนด้วยความเร็วเหนือเสียงได้ล่ะ ไม่จำเป็นต้องให้มันพกพาอาวุธใดๆ แค่ให้มันรับรองความสามารถในการกดดันทางอิเล็กทรอนิกส์และความสามารถในการบัญชาการทางอากาศ"

"แล้วการรบทั้งหมดปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเครื่องบินยุคที่ 6 และโดรน แพลตฟอร์มการรบทางอากาศนี้ก็ยังมีประโยชน์มากครับ"

"ยังมีฟังก์ชันแจ้งเตือนด้วยเรดาร์ เครื่องบินขนาดใหญ่สามารถติดตั้งเรดาร์กำลังสูงได้สบายๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์เลย"

"อย่าลืมนะครับ เครื่องบินขนาดใหญ่แบบนี้ยังบรรทุกเชื้อเพลิงได้มหาศาล สามารถทำการเติมน้ำมันกลางอากาศให้เครื่องบินลำอื่นได้ด้วย"

"ฝูงรบทางอากาศแบบนี้ ไม่จำเป็นต้องเข้าทำการรบในระยะประชิดเลย แค่ควบคุมระยะการรบไว้ที่มากกว่า 300 กิโลเมตร ต่อให้เป็นกองเรือบรรทุกเครื่องบินก็ทำอะไรไม่ได้"

"เรดาร์ที่ทรงพลังประสานงานกับขีปนาวุธอากาศสู่อากาศระยะไกล AIM-260 รุ่นล่าสุดของสหรัฐฯ ทำการโจมตีแบบอิ่มตัวนอกระยะสายตาโดยตรง ต่อให้เป็นกองบินรบก็ต้านทานไม่ไหวครับ"

แต่ละคนเริ่มวิเคราะห์และเสริมข้อมูลกันคนละประโยคสองประโยค ไม่นานนักภาพลักษณ์ของกองบินโจมตีทางอากาศก็ถูกสร้างขึ้นมาในสมอง

ฟังดูแล้วน่าตื่นเต้นมาก และมีอานุภาพข่มขวัญที่รุนแรงมากเช่นกัน

แต่ผู้บริหารกัวฟังแล้วถึงกับเหงื่อตก

"ความเป็นไปได้เรื่องนี้มีมากแค่ไหนครับ?" ผู้บริหารกัวสอบถาม

ทุกท่านต่างก็ส่ายหน้า

เรื่องนี้ใครจะไปตอบได้ชัดเจน เพราะเครื่องบินแบบนี้ไม่ใช่ว่าจะสร้างได้ง่ายๆ

แต่ด้วยฐานะการเงินและเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ก็ใช่ว่าจะสร้างไม่ได้ ทำได้แค่บอกว่ามันยากมาก แต่ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้

"แล้วถ้าเราต้องเข้าทำการรบกับกองบินทางอากาศขนาดใหญ่ระดับนี้ เราควรจะรับมืออย่างไรครับ?"

"วิธีแรกคือสร้างแพลตฟอร์มการรบทางอากาศแบบเดียวกันขึ้นมา วิธีที่สองคือใช้อาวุธฐานอวกาศโจมตีจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำครับ"

ถังรุ่ยเอ่ยขึ้น เรื่องนี้เขาบอกว่าสู้ได้

ไม่มีอะไรที่สู้ไม่ได้

อย่างมากที่สุด

พอกลับไปเขาก็สร้างขึ้นมาสักลำหนึ่ง แล้วมาดวลกันตรงๆ เลย

ก็แค่เครื่องบินขนาดใหญ่ไม่ใช่เหรอ

ทำอย่างกับว่าใครจะสร้างไม่ได้อย่างนั้นแหละ

อีกอย่าง

โครงการดาวเทียมติดอาวุธที่เขาฉลังวิจัยอยู่ในตอนนี้ ก็เป็นสิ่งที่ "แก้ทาง" แพลตฟอร์มการรบทางอากาศของสหรัฐฯ ได้โดยตรง

"เอาล่ะ งั้นมาดูข้อมูลส่วนที่เหลือต่อเถอะ" ผู้บริหารกัวข้ามปัญหานี้ไป และดูข้อมูลข่าวกรองส่วนอื่นๆ ต่อ

ข้อมูลถัดไปคือข้อมูลเครื่องบินรบยุคที่ 6 ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ซึ่งแตกต่างจากเครื่องบินยุคที่ 6 ของกองทัพอากาศ

เครื่องบินยุคที่ 6 ของฝั่งกองทัพเรือนั้นออกแบบมาเพื่อปฏิบัติการร่วมกับเรือบรรทุกเครื่องบิน

ตอนนี้ยังวิจัยระบบการทำงานร่วมกันออกมาไม่สำเร็จ ไม่ต้องกังวลมากเกินไป เพียงแต่ต้องระวังเรื่องสมรรถนะการล่องหนของมัน แต่ก็ไม่ต้องกังวลจนเกินเหตุ

ถัดมาคือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ B-21 เครื่องบินทิ้งระเบิดยุทธศาสตร์ล่องหนความเร็วเหนือเสียง ข้อมูลส่วนนี้ค่อนข้างเยอะ

เพราะทางสหรัฐฯ เองก็เปิดเผยออกมาไม่น้อย

แต่ข้อมูลส่วนนี้กลับเป็นส่วนที่น่ากังวลน้อยที่สุด

การประชุมใช้เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมงกว่าๆ ก็จบลง

ถังรุ่ยยังคิดว่าจะคุยกับจ่งซือท่านอื่นๆ ต่ออีกสักหน่อย แต่ผลคือหลังจบการประชุม เขาก็ถูกผู้บริหารกัวเรียกตัวไปพบ

"การวิจัยดาวเทียมติดอาวุธราบรื่นดีไหมครับ? ถ้าวิจัยเสร็จสิ้นและส่งขึ้นสู่อวกาศแล้ว จะสามารถโจมตีระบบแพลตฟอร์มการรบทางอากาศนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพไหมครับ?"

ผู้บริหารกัวยังคงกังวลเรื่องปัญหาแพลตฟอร์มการรบทางอากาศของสหรัฐฯ ดูท่าทางแล้วเขายังไม่วางใจ

ความจริงแล้วไม่มีอะไรน่ากังวลหรอก

ไอ้ของพรรค์นั้นจะมีจริงหรือเปล่าก็ยังไม่แน่เลย

แต่ต่อให้มีจริง แล้วจะทำไมล่ะ

"ทุกอย่างราบรื่นครับ ตราบใดที่สามารถส่งขึ้นไปประจำการได้ การจะทำลายระบบการรบทางอากาศของสหรัฐฯ นี้ ไม่ใช่ปัญหาเลยสักนิดครับ"

ถังรุ่ยตอบด้วยความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม

จบบทที่ บทที่ 195 ความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม

คัดลอกลิงก์แล้ว