- หน้าแรก
- ไอเท็มของผมมีแผงอัปเกรด !
- บทที่ 185 : การวิจัยและพัฒนาด้วยตนเองของจริง
บทที่ 185 : การวิจัยและพัฒนาด้วยตนเองของจริง
บทที่ 185 : การวิจัยและพัฒนาด้วยตนเองของจริง
บทที่ 185 : การวิจัยและพัฒนาด้วยตนเองของจริง
รถหยุดลง
ถังรุ่ยเดินตามศาสตราจารย์หลี่เข้าไปในพื้นที่ใต้ดินขนาดมหึมา
หลังจากเข้าไปข้างในแล้ว
เขาก็เห็นยานบินขนาดใหญ่ลำหนึ่ง
คำบรรยายไม่ผิดเลย มัน "ใหญ่ยักษ์" จริงๆ
"นี่คือเครื่องทดสอบลำที่สอง ความยาวตัวเครื่อง 38.42 เมตร สูง 12.25 เมตร ปีกกว้าง 27.15 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางลำตัว 7.2 เมตร น้ำหนักวิ่งขึ้นสูงสุด 122 ตัน และน้ำหนักขณะร่อนลงจอดคือ 92 ตัน"
ศาสตราจารย์หลี่แจ้งพารามิเตอร์ของยานบินลำนี้ออกมาอย่างคล่องแคล่ว
ในฐานะผู้ออกแบบหลัก
เขาจดจำพารามิเตอร์สมรรถนะทุกอย่างของยานลำนี้ได้ขึ้นใจและแม่นยำมาก
"ใช้เชื้อเพลิงชนิดไหนครับ?" ถังรุ่ยจ้องมองไปที่หัวฉีดเครื่องยนต์จรวดด้านหลังยานบินแล้วเอ่ยถาม
"ออกซิเจนเหลวและน้ำมันก๊าด"
"ผมขอดูรายละเอียดของเครื่องยนต์หน่อยได้ไหมครับ?"
"แน่นอน ได้สิ"
ศาสตราจารย์หลี่พูดจบ ก็สั่งให้คนไปนำคอมพิวเตอร์มาให้
ถังรุ่ยจ้องมองข้อมูลในคอมพิวเตอร์ และให้หงเหลียนทำการจำลองผล
มันล้ำสมัยมากจริงๆ
แข็งแกร่งกว่าเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่เขาแลกเปลี่ยนมาจากหมีใหญ่ไปอีกระดับ และในหลายๆ จุดมีการก้าวข้ามผ่านที่แปลกใหม่มาก
หลังจากถังรุ่ยดูจบ การจำลองของหงเหลียนก็เสร็จสิ้นพอดี ข้อสรุปที่ได้ใกล้เคียงกับข้อมูลข้างต้นมาก
ทว่าข้อมูลระดับนี้ ยังไม่เพียงพอที่จะสนับสนุนให้ยานโคจรระดับต่ำเข้าสู่วงโคจรซ้ำๆ หลายครั้งและบินได้เป็นเวลานาน
แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร
ตามแผนการออกแบบ พวกเขามีแนวทางอยู่แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการวิจัยและทดลองไปทีละนิด
"ศาสตราจารย์หลี่ครับ แล้วปัญหาเรื่องความคล่องตัวของยานบิน พวกคุณเตรียมจะแก้ยังไงครับ?" ถังรุ่ยละสายตาจากคอมพิวเตอร์แล้วถามต่อ
"เรื่องนี้เราก็กำลังวิจัยอยู่ ตอนแรกเราเตรียมจะปรับโครงสร้างแรงยก ให้มาคู่กับเลย์เอาต์ที่คำนึงถึงความยืดหยุ่น"
"แต่เธอก็รู้ ความสูงที่ยานโคจรระดับต่ำบินอยู่นั้น ความจริงแล้วมันไม่ได้รองรับเลย์เอาต์ทางอากาศพลศาสตร์สักเท่าไหร่"
"ในทางกลับกัน โครงสร้างแบบ 'Waverider' เหมาะสมกับการบินระดับต่ำมากกว่า แต่ปัญหาก็ตามมา โครงสร้างแบบ Waverider น่ะดีและยืดหยุ่นก็จริง แต่ความยากในการควบคุมก็สูงมากเช่นกัน"
เมื่อพูดถึงจุดนี้ ศาสตราจารย์หลี่ก็ได้แต่ทอดถอนใจอย่างจนปัญญา
ยานโคจรระดับต่ำ เปรียบเสมือนการ "กระโดดน้ำ" ไปตามขอบชั้นบรรยากาศอย่างต่อเนื่อง ในสถานการณ์แบบนี้หากจะคำนึงถึงความคล่องตัวด้วย มันเป็นเรื่องที่ยากมากจริงๆ
"ศาสตราจารย์หลี่ครับ พวกคุณไม่ลองใช้เครื่องพ่นจรวดมาช่วยปรับทิศทางดูเหรอครับ?"
"เธอหมายถึง หัวฉีดปรับทิศทางงั้นเหรอ?"
"เปล่าครับ ผมหมายถึง การติดตั้งเครื่องพ่นจรวดขนาดเล็กไว้ตามตัวยาน เมื่อจะใช้งาน ก็ใช้แรงปฏิกิริยามาปรับเปลี่ยนทิศทางของยานบินโดยตรงเลย?"
แนวคิดที่ถังรุ่ยพูด คือแนวคิดที่เครื่องบินอวกาศของเขาใช้ทำท่าทางเคลื่อนที่ในอวกาศภายนอกนั่นเอง
เมื่อถึงอวกาศภายนอก เลย์เอาต์ทางอากาศพลศาสตร์จะไร้ผลทันที
หากเครื่องบินอวกาศต้องการเคลื่อนที่ ก็ต้องติดตั้งอุปกรณ์ขับดัน บนเครื่องบินอวกาศของเขาติดตั้งเครื่องยนต์ขับดันด้วยไฟฟ้า
ทว่าเครื่องยนต์ขับดันด้วยไฟฟ้าไม่สามารถใช้กับยานโคจรระดับต่ำได้
เพราะแรงขับมันต่ำเกินไป
หลังจากศาสตราจารย์หลี่ฟังจบ เขาก็นิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่แล้วส่ายหน้า
"แนวคิดน่ะไม่มีปัญหา แต่โครงสร้างโดยรวมของยานบินรับไม่ไหวหรอก และนักบินก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย"
"นอกจากวัสดุที่เกี่ยวข้องจะก้าวข้ามผ่านขีดจำกัด และชุดต้านแรงจีของนักบินจะสามารถต้านทานแรงเหวี่ยงได้ถึง 10G"
"ไม่อย่างนั้น แนวคิดนี้ก็ไม่อาจทำให้เป็นจริงได้"
ศาสตราจารย์หลี่ขบคิดครู่หนึ่งแล้วส่ายหน้าตอบ
"นั่นมันประจวบเหมาะเลยนะครับเนี่ย สองอย่างนั้นที่ที่ผมมีครบเลย" ถังรุ่ยฟังจบก็หัวเราะออกมา
"จริงเหรอ!" ศาสตราจารย์หลี่ตื่นเต้นมาก
"ครับ ทั้งวัสดุและชุดต้านแรงจี ผมจัดการได้หมด แต่การออกแบบโครงสร้างยานบินใหม่ ผมคงช่วยอะไรไม่ได้นะครับ"
ถังรุ่ยพยักหน้าตอบ แต่เขาจะจัดหาให้เพียงแค่วัสดุเท่านั้น จะไม่เข้าไปก้าวก่ายเรื่องงานวิจัย
ทางฝั่งศาสตราจารย์หลี่ทำไว้ดีมากอยู่แล้ว นอกจากเขาจะว่างจนเกลินไป ถึงจะวิ่งเข้าไปร่วมแจมด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น
หากเขาอยากจะวิจัย เขาก็จะวิจัยเรื่องอวกาศภายนอกไปเลย
ทว่าเรื่องนั้นไม่รีบ
จัดการของที่มีอยู่ในมือให้เสร็จก่อนค่อยว่ากัน
"นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว ถ้าให้เธอช่วยแก้ปัญหาให้หมด แล้วพวกเราจะเอาอะไรทำกันล่ะ"
เห็นได้ชัดว่าศาสตราจารย์หลี่มีความสุขมาก
เมื่อยกภูเขาออกจากอกได้แล้ว ศาสตราจารย์หลี่ก็พาทถังรุ่ยเดินชมไปทั่วด้วยความอารมณ์ดี พร้อมทั้งนำของใหม่ๆ ออกมาอวดให้เขาดู
ในนั้นมีอุปกรณ์ผลิตปีกแบบ "Supercritical Wing" อยู่เครื่องหนึ่ง ถังรุ่ยดูแล้วรู้สึกว่ามันยอดเยี่ยมมากและน่าจะมีประโยชน์กับเขา
ศาสตราจารย์หลี่เห็นเขาสนใจ จึงอาสาจะช่วยสั่งซื้อให้หนึ่งเครื่อง
ถังรุ่ยรีบส่ายหน้าปฏิเสธทันที
เขามองออกถึงแนวคิดการออกแบบของสิ่งนี้แล้ว เดี๋ยวพอกลับไปเขาให้หงเหลียนผลิตออกมาเองสักเครื่องก็พอ ไม่จำเป็นต้องสั่งซื้อให้เปลืองเงิน
หลังจากเดินชมที่นี่อยู่พักหนึ่ง
ถังรุ่ยก็ขอตัวลากลับ
ศาสตราจารย์หลี่เองก็ค่อนข้างยุ่ง และลูกทีมของเขาก็ยุ่งยิ่งกว่า ดังนั้นหลังจากชมเสร็จ เขาจึงไม่คิดจะรบกวนคนอื่นต่อ
กลับมาที่จุดทดสอบเดินเครื่องจรวด
มันเป็นทางลาดลง ด้านล่างของทางลาดมีน้ำอยู่
เครื่องยนต์จรวดเชื้อเพลิงแข็งที่ถังรุ่ยนำมา กำลังถูกวางอยู่บนแท่นทดสอบเพื่อทำการทดสอบ
ไม่กี่นาทีต่อมา
เชื้อเพลิงภายในแท่งเชื้อเพลิงก็ถูกใช้จนหมด เปลวไฟที่หัวฉีดจรวดมอดดับลง เหลือทิ้งไว้เพียงหัวฉีดที่แดงระอุเล็กน้อย
ด้วยวัสดุทนความร้อนสูงที่ถังรุ่ยครอบครอง เขาสามารถทำให้หัวฉีดไม่แดงเลยก็ได้ แต่นั่นมันไร้ความหมาย
นี่คือเครื่องยนต์ของขีปนาวุธ
เมื่อขีปนาวุธถูกยิงออกไป มันก็ต้องระเบิดอยู่ดี
สมรรถนะวัสดุแค่พอใช้งานได้ก็พอ ไม่จำเป็นต้องทำดีเกินไป นั่นมันเป็นการสิ้นเปลืองเงินโดยใช่เหตุ
"คุณถัง ข้อมูลการทดสอบทั้งหมดอยู่ที่นี่ครับ รบกวนคุณยืนยันด้วย" ข้อมูลบนแท่นทดสอบถูกจัดเก็บลงในฮาร์ดดิสก์พกพาแล้ว และข้อมูลในคอมพิวเตอร์ก็ถูกลบทิ้งทั้งหมด
หลังจากถังรุ่ยรับฮาร์ดดิสก์พกพามา เขาก็เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์
เขาดูเพียงคร่าวๆ เท่านั้น
เมื่อยืนยันว่าข้อมูลไม่ได้นำเข้าผิดพลาด เขาก็ปิดคอมพิวเตอร์ลง
ส่วนการวิเคราะห์และจัดระเบียบข้อมูลอย่างละเอียด หงเหลียนจะจัดการให้เอง เขาไม่ต้องกังวล
ในช่วงครึ่งวันที่เหลือ
ถังรุ่ยใช้เวลาอยู่ที่แท่นทดสอบนี้ พร้อมกับการจุดระเบิดทดสอบเครื่องยนต์ครั้งแล้วครั้งเล่า ข้อมูลที่ได้ก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ
ทางฝั่งหงเหลียนได้จัดระเบียบข้อมูลเสร็จเรียบร้อยแล้ว
จากการเปรียบเทียบกับการทดสอบจริง
พารามิเตอร์จริงของเครื่องยนต์จรวดเชื้อเพลิงแข็งรุ่นนี้ ด้อยกว่าพารามิเตอร์ตามทฤษฎีเล็กน้อย
ด้อยกว่าไม่มาก แค่ในส่วนของแรงขับต่างกันเพียง 0.03 กิโลกรัมเท่านั้น
สำหรับเครื่องยนต์จรวดเชื้อเพลิงแข็งแล้ว นี่ถือว่าละเลยได้เลยทีเดียว เพราะในสถานการณ์ปกติ ขีปนาวุธจะทำลายเป้าหมายได้ก่อนที่เชื้อเพลิงจะหมดอยู่แล้ว
ดังนั้นความแตกต่างเพียงเท่านี้ จึงไม่ถือเป็นเรื่องใหญ่อะไร
ตอนบ่าย
ถังรุ่ยก็เดินทางกลับบริษัทด้วยความเบิกบานใจ
สาเหตุที่เขามีความสุขขนาดนี้ หลักๆ เป็นเพราะเครื่องยนต์เครื่องนี้ เขาเป็นคนออกแบบเองทั้งหมด
หงเหลียนทำหน้าที่เป็นเพียงเครื่องมือคำนวณเพื่อช่วยในการออกแบบเท่านั้น ไม่ได้มีส่วนร่วมในการแก้ไขใดๆ เลย
นั่นหมายความว่าอย่างไร?
ความรู้ที่เขาเรียนมานั้น ไม่ได้สูญเปล่าเลยจริงๆ
ขอเพียงเขาต้องการจะวิจัย เขาก็สามารถทำมันออกมาได้
ความรู้สึกแบบนี้มันแตกต่างออกไปจริงๆ
"หงเหลียน ผลิตขีปนาวุธออกมาก่อน 10 ลูก โดยใช้เครื่องยนต์รุ่นที่ฉันออกแบบนี่แหละ"
เมื่อกลับถึงห้องแล็บ ถังรุ่ยสั่งให้หงเหลียนผลิตขีปนาวุธออกมาก่อน 10 ลูก รอให้สร้างเสร็จแล้ว เขาจะหาที่ทดสอบยิงดูสักหน่อย
"รับทราบค่ะนายท่าน เริ่มทำการผลิตแล้ว คาดว่าจะผลิตเสร็จสิ้นในช่วงเช้ามืดวันพรุ่งนี้ค่ะ"
วืด วืด...
ในขณะที่ถังรุ่ยกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง โทรศัพท์ของเขาก็สั่นขึ้น
เป็นหลินเชาที่โทรมา
"พี่หลิน มีอะไรเหรอครับ?" ถังรุ่ยถามออกไปตรงๆ
หากไม่มีธุระอะไร หลินเชาจะไม่โทรหาเขา หากไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน เขาจะรอคุยตอนทานข้าว
ขอเพียงโทรมา แสดงว่าเป็นเรื่องด่วน
"คุณถังครับ เมื่อกี้ทางตำรวจติดต่อผมมา บอกว่าโดรน 'สกายเน็ต' ที่คุณขายให้ตำรวจ มีการตั้งค่าห้ามบินข้ามเส้นเขตแดนประเทศไว้ครับ"
"อ๋อ ใช่ครับ ผมเขียนโปรแกรมสำรองไว้ในโดรนสกายเน็ต ขอเพียงโดรนเหล่านี้คิดจะบินออกนอกประเทศ ทันทีที่ถึงเส้นเขตแดน มันจะบินกลับโดยอัตโนมัติ และจะไม่ถูกควบคุมโดยระบบควบคุมภาคพื้นดินอีกต่อไปครับ"
ถังรุ่ยขบคิดครู่หนึ่งแล้วพยักหน้าตอบ
ตอนที่เขาตั้งค่าโปรแกรมนี้ เพราะเขากลัวว่าอัลกอริทึมภาพจะรั่วไหล
อัลกอริทึมภาพของโดรนสกายเน็ต ไม่ใช่เวอร์ชันเดียวกับที่เขาขายให้หัวเว่ย ถึงแม้จะไม่ใช่เวอร์ชันเต็มตัว แต่ความสามารถในการประมวลผลภาพก็ถือว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว
หากอัลกอริทึมนี้ถูกต่างชาติได้ไป นั่นจะไม่เป็นการรั่วไหลความลับหรอกเหรอ
ดังนั้น ตอนที่เขาออกแบบ เขาจึงใส่โปรแกรมซ่อนนี้ลงไปด้วย
ตามปกติแล้ว
โปรแกรมส่วนนี้จะไม่ถูกเปิดใช้งาน
อย่างไรเสียตำรวจใช้โดรนลาดตระเวน ก็คงไม่บินออกไปนอกประเทศหรอกมั้ง นั่นมันเหลวไหลสิ้นดี
"อ๋อ เป็นอย่างนี้นี่เอง... ผมเข้าใจแล้ว เดี๋ยวผมจะอธิบายสถานการณ์ให้ทางตำรวจทราบครับ" หลินเชาฟังจบก็เตรียมจะวางสาย
"เดี๋ยวก่อนครับ... พี่หลิน พี่ถามเรื่องนี้ทำไมเหรอ?"
"เรื่องมันเป็นอย่างนี้ครับ ทางตำรวจในพื้นที่มณฑลยูนนาน ในระหว่างที่ใช้โดรนสกายเน็ตค้นหากลุ่มอาชญากรข้ามชาติ พบว่าอีกฝ่ายหนีออกนอกเส้นเขตแดนไปแล้ว"
"ตำรวจในตอนนั้นอยากจะใช้โดรนสะกดรอยตามไป เพื่อที่จะหาแหล่งกบดานของพวกมัน"
"แต่ผลปรากฏว่าโดรนเพิ่งบินถึงเส้นเขตแดน ก็สูญเสียการควบคุมและบินกลับมาเองโดยอัตโนมัติ ทางตำรวจจึงโทรมาสอบถามสถานการณ์ครับ"
หลังจากฟังสิ่งที่หลินเชาเล่า ถังรุ่ยก็เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
เรื่องมันวุ่นวายขนาดนี้เลยเหรอ
"พี่หลิน พี่เอาเบอร์ติดต่อทางนู้นให้ผมหน่อย เดี๋ยวผมติดต่อกับพวกเขาเองครับ"
ดวงตาของถังรุ่ยเป็นประกายขึ้นมาทันที เหมือนเขานึกอะไรบางอย่างออก