- หน้าแรก
- ไอเท็มของผมมีแผงอัปเกรด !
- บทที่ 90: เทคโนโลยีทั้งหมดของ Su-47 Berkut แลกได้ไหมครับ?
บทที่ 90: เทคโนโลยีทั้งหมดของ Su-47 Berkut แลกได้ไหมครับ?
บทที่ 90: เทคโนโลยีทั้งหมดของ Su-47 Berkut แลกได้ไหมครับ?
บทที่ 90: เทคโนโลยีทั้งหมดของ Su-47 Berkut แลกได้ไหมครับ?
หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว
ถังรุ่ยนั่งรถมุ่งหน้าไปยังศูนย์ประชุม
"ตัวแทนจากรัสเซียอยู่ที่ไหนครับ?" หลินเชาสอบถามเจ้าหน้าที่ในเขตกองทัพ
"รอคุณอยู่ที่ห้องประชุมหมายเลข 3 ครับ"
"ขอบคุณครับ"
เมื่อมาถึงห้องประชุมหมายเลข 3
ถังรุ่ยและหลินเชาเดินเข้าไปข้างใน ก็พบชาวรัสเซียประมาณห้าถึงหกคนนั่งรออยู่ โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายกองทัพของเรานั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ทั้งสองฝ่ายกำลังพูดคุยกันอยู่
"นายพลอันเดรย์ครับ ท่านนี้คือคุณถัง ผู้จัดการบริษัทดีพเรดเทคโนโลยีครับ"
"คุณถังครับ ท่านนี้คือนาพลอันเดรย์จากทางรัสเซีย พวกเขาเดินทางมาเพื่อขอนำเสนอความต้องการจัดซื้อโดรนดับเพลิงของบริษัทคุณครับ"
เจ้าหน้าที่จากกองทัพทำการแนะนำทั้งสองฝ่ายให้รู้จักกัน จากนั้นก็ปลีกตัวไปยืนข้างๆ และไม่เอ่ยอะไรอีก
ความหมายนั้นชัดเจนมาก
พวกคุณคุยกันเอง ทางกองทัพจะไม่ก้าวก่าย
ถังรุ่ยเห็นท่าทีแบบนี้ ก็รู้ทันทีว่าเบื้องบนคิดอะไรอยู่
จะขายหรือไม่ขายก็ตามใจเขา
ทางกองทัพไม่มีการชี้นำใดๆ ทั้งสิ้น
"สวัสดีครับนายพลอันเดรย์ ขอบพระคุณที่ให้ความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์ของบริษัทเรานะครับ"
ถังรุ่ยยื่นมือออกไปทักทาย พร้อมกล่าวเป็นภาษารัสเซียอย่างสละสลวย
"ยอดเยี่ยมมาก! นึกไม่ถึงเลยว่าคุณจะพูดภาษารัสเซียได้คล่องขนาดนี้ แบบนี้การสื่อสารของพวกเราคงจะสะดวกขึ้นมาก"
อันเดรย์รู้สึกดีใจมากเมื่อได้ยินถังรุ่ยพูดภาษารัสเซีย
หากต้องมานั่งรอล่ามแปลความหมายไปมาตลอดเวลา มันคงจะยุ่งยากน่าดู
หลังจากพูดคุยทักทายตามมารยาทเสร็จ
ทุกคนก็นั่งลงประจำที่
ทางฝั่งรัสเซียดูเหมือนจะรีบร้อน ไม่ได้ชวนคุยเรื่องสัพเพเหระให้เสียเวลา แต่เข้าประเด็นทันทีโดยการถามราคาโดรนดับเพลิง
"เป็นอย่างนี้ครับ โดรนดับเพลิงของพวกเราจะขายเป็นเซตสมบูรณ์ ซึ่งรวมถึงระบบฐานยิงบนรถด้วย ราคาต่อหนึ่งเซตอยู่ที่ 2.2 ล้านดอลลาร์ครับ"
ถังรุ่ยบอกราคาเสนอขายออกไป
อันเดรย์ถึงกับนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง
หูฝาดไปหรือเปล่า?
พวกเราน่ะคือรัสเซียนะ ไม่ใช่ซาอุฯ คุณตั้งราคาขายแบบนี้กับพวกเราจริงๆ เหรอ?
"คุณถังครับ พวกเรามาที่นี่ด้วยความจริงใจและตั้งใจจริงนะครับ"
"หากพวกเราสามารถตกลงกันเรื่องราคาที่เหมาะสมได้ พวกเราพร้อมจะจัดซื้อในปริมาณมหาศาลครับ"
"ดังนั้น ผมหวังว่าคุณถังจะมอบข้อเสนอที่แสดงถึงความจริงใจให้แก่พวกเราสักหน่อย"
อันเดรย์เอ่ยออกมาอีกครั้ง
ถังรุ่ยครุ่นคิดอยู่นาน
ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"เอาอย่างนี้แล้วกันครับนายพลอันเดรย์ ท่านลองเสนอราคาจัดซื้อและจำนวนที่ต้องการมาให้ผมดูหน่อย"
"หากผมเห็นว่ามันเหมาะสม หรือใกล้เคียงกับที่ผมตั้งไว้ เราก็มาคุยรายละเอียดกันต่อ"
"แต่หากตัวเลขมันห่างกันเกินไป ผมก็เข้าใจได้นะ แต่เราคงไม่มีความจำเป็นต้องมาเสียเวลาของกันและกันต่อไปจริงไหมครับ"
ถังรุ่ยผายมือออกพลางกล่าวด้วยท่าทีที่ดูเหนือกว่าอย่างชัดเจน
เขาก็ช่วยไม่ได้จริงๆ
เขาไม่อยากจะมานั่งต่อรองราคากันไปมาให้เสียเวลา
ดูอย่างซาอุฯ สิ คุยง่ายจะตายไป
บอกราคาปุ๊บ ซื้อปั๊บ
แถมยังเบิกค่ากระสุนซ้อมรบให้อีกต่างหาก
พอมาถึงรัสเซีย บอกราคาไปแล้วดันมาขอคุยเรื่องความจริงใจ
แบบนี้จะไปคุยกันรู้เรื่องได้ยังไง
อันเดรย์ฟังจบ ก็หันไปมองคนข้างกาย
พวกเขาต่างสบตากันครู่หนึ่ง
อันเดรย์จึงเอ่ยขึ้นว่า: "พวกเราไม่ต้องการระบบฐานยิงบนรถ เราต้องการเพียงแค่ตัวโดรนจู่โจมแยกชิ้นเท่านั้น เราเสนอราคาให้ลำละ 4,000 ดอลลาร์ และจะจัดซื้อในล็อตแรกจำนวน 2,000 ลำครับ"
8 ล้านดอลลาร์งั้นเหรอ!
เงินเยอะเหมือนกันแฮะ
แต่น่าเสียดาย ที่ราคาเสนอซื้อมันห่างจากราคาจริงมหาศาล แถมรัสเซียยังจะเอาแต่ตัวโดรนดับเพลิง ไม่เอาตัวรถด้วย แล้วแบบนี้เขาจะไปหาแต้มแหล่งกำเนิดมาจากไหนล่ะ
"ต้องขอประทานโทษด้วยครับ ราคาที่ท่านเสนอมากับราคาที่ผมตั้งไว้มันห่างกันเกินไป คงยากที่จะหาจุดร่วมกันได้ หวังว่าคราวหน้าเราคงจะมีโอกาสได้ร่วมงานกันนะครับ"
ถังรุ่ยพูดจบก็ลุกขึ้น เตรียมจะเดินออกจากห้องทันที
"คุณถังครับ โปรดรอก่อนครับ ผมขอเวลาติดต่อกับทางเบื้องบนเพื่อขออนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมอีกสักครู่"
"ขอเวลาให้พวกเราอีกนิด แล้วเดี๋ยวเราค่อยมาคุยกันใหม่ได้ไหมครับ?"
อันเดรย์รีบกล่าวรั้งไว้ทันที
เขาก็ช่วยไม่ได้จริงๆ
สถานการณ์ของรัสเซียในตอนนี้เริ่มจะยันไว้ไม่ไหวแล้ว
เครื่องบิน Su-35 ต้องมาถูกสอยร่วงไปถึงสองลำ เพียงเพราะไม่มีขีปนาวุธนำวิถีแม่นยำสูงให้ใช้ จนต้องบินต่ำเพื่อทิ้งระเบิดรุ่นเก่าใส่เป้าหมาย
งบประมาณในการซ่อมบำรุงเครื่องบินรบก็แทบจะเกลี้ยงคลัง
จนถึงขนาดต้องลากเครื่อง Su-27 รุ่นเก่าออกมาลงสนามรบแล้ว
หากสถานการณ์ยังยืดเยื้อต่อไปแบบนี้
รัสเซียคงต้องควักเงินก้อนสุดท้ายออกมาใช้จนหมดตัวแน่นอน
และสิ่งที่พวกเขาต้องการที่สุดในตอนนี้ คืออาวุธที่สามารถทำลายล้างศัตรูได้อย่างแม่นยำ
ขีปนาวุธน่ะมันแพงเกินไป
พวกเขาไม่ใช่ซาอุฯ ที่จะยิงทิ้งยิงขว้างได้ตามใจชอบ
ส่วนโดรนจู่โจมรุ่น 'ชาเฮด' ก็ห่วยเกินไป แทบจะยิงไม่โดนใครเลย
ตอนนี้ฝั่งนกอินทรีก็กำลังสนับสนุนยูเครนด้วยงบประมาณยุทโธปกรณ์อีกหนึ่งพันล้านดอลลาร์
ซึ่งในนั้นมีโดรน 'สวิชเบลด' อีกนับร้อยลำ ที่จ้องจะเล่นงานหน่วยรบพิเศษของพวกเขาโดยเฉพาะ
พวกเขายังไม่มีมาตรการรับมือที่ได้ผลเลยสักอย่าง
ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถปูพรมถล่มในวงกว้างได้ โโดรนดับเพลิงของถังรุ่ยจึงเป็นอาวุธที่พวกเขาต้องการมากที่สุดในยามนี้
โดยเฉพาะผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้
การที่ซาอุฯ ใช้ฝูงโดรนรุมถล่มกลุ่มกบฏฮูตีจนราบคาบไปนับพันคนในคราวเดียว
ผลการรบในสนามจริงนั้น ตรงตามความต้องการของรัสเซียอย่างที่สุด
ดังนั้น ไม่ว่าจะอย่างไร พวกเขาก็ต้องจัดซื้อมาให้ได้
"ได้ครับ งั้นผมขอตัวออกไปข้างนอกก่อน รอให้พวกท่านคุยกับเบื้องบนให้เรียบร้อย แล้วเราค่อยกลับมาคุยกัน"
ถังรุ่ยพยักหน้าตอบรับ และไม่ได้ปฏิเสธความหวังสุดท้ายของพวกเขา
อย่างไรเสียในมือของรัสเซียก็ยังมี "ของดี" อยู่ไม่น้อย หากพวกเขามีเงินไม่พอจ่าย ก็อาจจะอยากขายเทคโนโลยีบางอย่าง หรือเอาของมาแลกเปลี่ยนแทนก็ได้
การเจรจาน่ะ
ค่อยๆ คุยกันไปก็ได้ อย่างไรเสียเขาก็ไม่รีบร้อน
ถังรุ่ยและเจ้าหน้าที่จากกองทัพเดินออกจากห้องประชุมหมายเลข 3 เพื่อปล่อยพื้นที่ให้คนรัสเซียได้คุยกันเป็นการส่วนตัว
เมื่อออกมาพ้นประตู
หลินเชาก็ถามขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น: "ก่อนหน้านี้นายยังบอกอยู่เลยนี่นา ว่าอยากจะขายโดรนดับเพลิงให้รัสเซีย?"
"ใช่ครับ ผมอยากขายจริง แต่ราคามันต้องไม่ต่ำจนเกินไป"
"พวกเขาน่ะไม่มีเงินหรอก นายคิดว่าพวกเขาเป็นเศรษฐีน้ำมันแบบซาอุฯ หรือไงล่ะ"
"งั้นผมก็ช่วยไม่ได้ครับ เพราะราคาที่ผมขายให้ซาอุฯ น่ะ ทางรัสเซียเขาก็ต้องรู้อยู่แล้ว"
"หากผมขายให้รัสเซียถูกเกินไป ผมจะไปอธิบายกับทางซาอุฯ ได้ยังไงล่ะครับ ยิ่งตอนนี้ทางซาอุฯ กำลังเตรียมจะสั่งซื้อล็อตใหม่อีกชุดใหญ่ด้วย"
"การจะไปล่วงเกินมหาเศรษฐีอย่างซาอุฯ เพียงเพื่อจะหาเงินแค่หยิบมือจากรัสเซีย ผมไม่ได้โง่ขนาดนั้นนะครับ"
ถังรุ่ยตอบพลางเบ้ปาก
"อืม... หากไม่นับปัจจัยทางการเมือง ราคาขายอาวุธยุทโธปกรณ์ก็ไม่ควรจะต่างกันมากเกินไปจริงๆ นั่นแหละ"
หลินเชาพยักหน้าเห็นด้วยกับตรรกะของถังรุ่ย
ส่วนตัวแทนจากกองทัพ ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว
เขาไม่สามารถพูดอะไรได้
เพราะหากเขาเผลอส่งสัญญาณที่ผิดพลาดให้ถังรุ่ยเข้า เรื่องใหญ่อาจจะตามมาได้
ทางกองทัพน่ะจะไม่ยื่นมือเข้ามาก้าวก่ายเรื่องนี้เด็ดขาด
เหตุการณ์ในครั้งนี้ คือการที่รัสเซียมาขอซื้อ "อุปกรณ์ดับเพลิง" จากบริษัทเอกชนในประเทศ
จะตกลงกันได้หรือไม่
ก็ขึ้นอยู่กับทั้งสองฝ่ายเอง
พวกเขาจะรักษาท่าทีเป็นกลางอย่างที่สุด
ถังรุ่ยพักผ่อนอยู่ชั่วโมงเศษๆ ทางฝั่งรัสเซียก็แจ้งความประสงค์ที่จะเริ่มการเจรจาใหม่อีกครั้ง
ถังรุ่ยลูบหน้าเรียกสติ
แล้วเดินกลับเข้าสู่ห้องประชุมหมายเลข 3 อีกครั้ง
"คุณถังครับ พวกเราทราบดีถึงราคาที่คุณขายให้แก่ซาอุฯ แต่ราคาระดับนั้นพวกเรายอมรับไม่ได้จริงๆ"
"แน่นอนว่าพวกเราก็เข้าใจถึงความลำบากใจของคุณ ดังนั้นพวกเราจึงเตรียมที่จะใช้ 'เทคโนโลยี' มาแลกเปลี่ยนกับโดรนดับเพลิงล็อตนี้แทนครับ"
"นี่คือรายการเทคโนโลยีที่พวกเราเสนอมา คุณลองอ่านดูสิครับ หากมีตรงไหนไม่เข้าใจ สอบถามผมได้ทันที"
อันเดรย์หยิบกระดาษสามแผ่นออกมาส่งให้ถังรุ่ย
"ได้ครับ เดี๋ยวผมขอดูหน่อย"
ถังรุ่ยรับรายการเทคโนโลยีมาเปิดอ่าน
ระบบขีปนาวุธ S-200
เทคโนโลยีเครื่องยนต์ AS-30
นี่มันเอาขยะอะไรมาเสนอกันเนี่ย?
มีแต่ของตกรุ่นล้าสมัยทั้งนั้นเลยนี่หว่า
กะจะมาหลอกใครกันครับเนี่ย?
หากมีความจริงใจจริงๆ ก็เอาของดีออกมาโชว์สิ
ยกตัวอย่างเช่น:
เทคโนโลยีเครื่องยนต์ AL-41F1
ระบบป้องกันภัยทางอากาศ S-400
ขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก Zircon
"อืม... ผมลองดูแล้ว ทั้งหมดล้วนเป็นของดีนะครับ แต่ต้องขอประทานโทษด้วย บริษัทของผมไม่มีความจำเป็นต้องใช้งานเทคโนโลยีพวกนี้เลยครับ"
ถังรุ่ยพลิกดูสองสามครั้ง แล้ววางรายการเทคโนโลยีลงบนโต๊ะพลางตอบด้วยสีหน้าจนปัญญา
"งั้นผมขอทราบได้ไหมครับว่า บริษัทของคุณต้องการเทคโนโลยีประเภทไหนเป็นพิเศษ?"
"เทคโนโลยีทั้งหมดของ Su-47 Berkut แลกได้ไหมครับ?"