เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 14: แกเป็นคนหรือเป็นผีวะ?

ตอนที่ 14: แกเป็นคนหรือเป็นผีวะ?

ตอนที่ 14: แกเป็นคนหรือเป็นผีวะ?


ระบบการต่อสู่ที่แข็งแกร่งที่อยู่ยงคงกระพัน

ตอนที่ 14: แกเป็นคนหรือเป็นผีวะ?

“บอส!”

ทุกคนต่างพากันตกตะลึง พวกเขามองทุกสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างนึกไม่ถึง ไม่มีใครคาดคิดว่าเด็กผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเขาจะสามารถหนีพ้นการโจมตีของเจ้าหน้าบากและสังหารเขาลงได้ด้วยหลังมือ การฆ่าอย่างแน่วแน่ไม่เหนียวข้นเหมือนน้ำ!

แม้แต่หลินเจียอี้ที่ปิดตาและไม่กล้าดู แต่ก็แอบมองลอดผ่านร่องนิ้ว เธอเห็นหนิงเทียนหลินจับเจ้าหน้าบากที่ข้อมือขวาและปักกริชลงบนคอของมัน!

เลือดกระฉูดออกมาอย่างน่ากลัว!

ในพริบตา สีหน้าของเธอรู้สึกละอาย ถึงแม้ว่าศัตรูจะตายแล้วแต่เธอก็ไม่เคยพบเห็นอะไรอย่างนี้มาก่อน เธอไม่เคยเห็นแม้แต่นักเรียนทั่วไปต่อยตีกัน

เธอรู้สึกโชคดีที่กลายเป็นคนอื่นที่ตาย ไม่ใช่ชายหนุ่มที่มาช่วยเธอ

“ฉันจะฆ่าแก!!”

ชายใส่สูทที่เป็นบอสไม่ได้คาดหวังว่าจะเป็นเช่นนี้เลย เขารู้สึกโกรธมากเมื่อเขาสัมผัสที่มือขวาเพื่อจับปืนพกที่เอว โดยปราศจากความลังเล เขาเปิดปลอกปืนและยิงไปที่หนิงเทียนหลิน

เด็กหนุ่มคนนี้ช่างแปลกประหลาด

“โอ้ยยย!”

เมื่อปืนถูกดึงออกจากปลอก กริชคมๆ ก็ปักลงบนไหล่และถูกสอดอยู่ข้างใต้ไหล่ซ้ายของเขา

แน่นอน นั่นคือหนิงเทียนหลินผู้ที่ฆ่าเจ้าหน้าบาก จิตวิญญาณของเขาล๊อคชายใส่สูทไว้อย่างแน่นหนาเพราะเขารู้ดีว่าอีกฝ่ายมีปืน เขาไม่อาจจะสะเพร่าได้!

เมื่ออีกฝ่ายขยับตัว เขาก็ดึงกริชออกจากคอของเจ้าหน้าบากในทันที แล้วขว้างออกไปอย่างแรงไปที่ชายใส่สูท

น่าเสียดายที่กริชไม่ได้ปักไปที่หัวของคู่ต่อสู้ และปักไปที่ไหล่ซ้ายแทน แต่คุณก็รู้ว่าทิศทางที่เล็งไปคือหน้าผากของชายใส่สูท

“โชคไม่ดีเลยแหะ”

“ฉันนี่มันไม่แม่นเลยน้า”

นี่เป็นครั้งแรกหนิงเทียนหลินขว้างกริช และแน่นอนผลลัพท์ไม่เป็นที่พอใจ และจุดนี้อีกฝ่ายก็ได้ลั่นไก ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะได้รับบาดเจ็บและไหล่ซ้ายก็บาดเจ็บ ชายใส่สูทก็คุ้มค่ากับความเหี้ยมโหด แต่เขาก็ยังคงเจ็บปวดจากบาดแผลฉกรรจ์และยิงปืนออกไปหลายนัดไปที่ตำแหน่งที่หนิงเทียนหลินอยู่

“ปัง!”

“ปัง!”

“ปัง!”

ปืนถูกยิงข้ามห้องไปและกระสุนปืนไม่โดนหนิงเทียนหลินแ ต่กระสุนทั้งหมดฝังไปที่ศพของเจ้าหน้าบาก เป็นเพราะหนิงเทียนหลินรู้สึกแย่ที่กริชไม่ปักโดนที่หน้าผากของคู่ต่อสู้ เขาจึงให้ร่างของเจ้าหน้าบากกำบังกายตัวเองอย่างไม่ลังเล

ทันใดนั้น ร่างของเจ้าหน้าบากก็พรุนไปด้วยรูกระสุน พร้อมเลือดไหลนองพื้น

“แก๊ก!”

“แก๊ก!”

สักพักต่อมา เสียงปืนก็หยุดลงและตามด้วยเสียงดัง “แก๊ก”

“กระสุนหมดแล้วล่ะสิ”

หนิงเทียนหลินรู้สึกพึงพอใจ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เคยรู้ว่ากระสุนปีมีกี่นัดแต่เขาก็เคยเห็นในทีวี แต่มันก็นับได้และไม่มากนัก ในกรณีนี้ไม่มีกระสุนปืนอยู่ในปืนพกของคู่ต่อสู้แล้ว

บางทีลูกปืนในรังเพลิงคงไม่ปลื้มสักเท่าไร

โดยไม่ลังเล หนิงเทียนหลินคว้าร่างของเจ้าหน้าบากขึ้นด้วยมือเพียงข้างเดียวและโยนออกไปข้างหน้า คนตัวใหญ่น้ำหนักมากกว่า 180 กิโลกรัมถูกโยนออกไปด้วยมือของหนิงเทียนหลินเพียงข้างเดียว

และแน่นอน เขาโยนไปทางชายใส่สูท และในขณะที่เขาบาดเจ็บและฆ่าใครไม่ได้

“โคร้ม!”

ชายใส่สูทรู้สึกตกใจ ในตอนนี้เขามีทั้งกริชปักอยู่ที่ไหล่ด้านซ้ายและความเจ็บปวดช่างเหลือประมาณ เขาไม่สามารถที่จะรับคนน้ำหนักกว่า 180 กิโลกรัมที่ถูกโยนมาราวกับลูกวอลเล่ย์ด้วยมือของเขาได้เลย เขาโดนชนอย่างแรงและร่วงลงบนพื้นด้วยร่างของเจ้าหน้าบากนั่นเอง

“โอ้ยยย!”

หนิงเทียนหลินเองก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ เมื่อเขาทุ่มร่างเจ้าหน้าบากออกไปแล้ว เขาราวกับเสือดาว ร่างกายแน่นๆของเขาทะยานออกไปข้างหน้า เขาเข้าประชิดตัวของผู้ชายใส่สูทในทันทีและรอ แต่ไม่มีการตอบสนองเขาจึงได้ดึงกริชและแทงลงไปที่หน้าผากอย่างโหดร้าย ท่ามกลางสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อของคู่ต่อสู้

ทันใดนั้น เลือดก็พุ่งกระฉูดออกมา และชายใส่สูทก็ตายลง

เขาตายอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าจะตายด้วยฝีมือของเด็กนักเรียน

“บอส!!”

ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นราวกับประกายไฟ มันเกิดขึ้นภายใน 3 วินาทีตั้งแต่เริ่มจนจบ เมื่อคนอื่นมีปฏิกิริยาตอบสนอง หนิงเทียนหลินก็ได้ฆ่าบอสของพวกมันไปแล้ว

โดยไม่รอช้า หนิงเทียนหลินได้ดึงกริชออกจากหัวของชายใส่สูทโดยไม่เหลือบมองมาที่ศพเลย เขายืนขึ้น ชูกริชและมองอย่างเลือดเย็นไปยังเจ้าวายร้าย 3 คนที่เหลืออยู่

ในขณะเดียวกัน เจ้าวายร้าย 3 คนมองมาที่หนิงเทียนหลินที่กำลังถือกริชอยู่ในมือ สายตาพวกมันเต็มไปด้วยความหวาดกลัว พวกมันเคยฆ่าคนมาหลายคนแล้ว แต่บัดนี้พวกมันไม่คิดแม้จะตัดหัวเจ้าเด็กหนุ่มนี่ เพราะเขาสามารถฆ่าพวกมันได้ภายในเวลา 1 นาทีนับตั้งแต่ก้าวเข้าประตูมา

หรือแม้แต่บอสของพวกมันที่มีปืนก็ยังโดนฆ่าตาย พวกมันทั้ง 3 สงสัยว่าหากคิดจะเป็นศัตรูกับเจ้าเด็กน้อยนี้ โดยเฉพาะเมื่อมองเห็นกริชในมือเขา ใจของพวกมันก็สั่นแล้ว

“นี่แกเป็นคนหรือเป็นผีกันแน่!?”

เจ้าวายร้ายที่เหลือ 3 คนไม่ได้ขยับตัวทำอะไร แต่เจ้าคนตัวผอมมองดูที่ผ้าห่อศพบนตัวของหนิงเทียนหลินและถามออกมาอย่างกลัวๆ

ในตอนแรก ไม่มีใครเชื่อว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะเป็นผี แต่บัดนี้พวกมันคิดว่าบางทีอาจจะเป็นไปได้ก็เป็นได้ ทักษะของเด็กหนุ่มไม่เพียงแต่ชัดเจน ทรงพลัง และโหดเหี้ยม

ฆ่าคนโดยไม่กระพริบตา

นี่ไม่ใช่สิ่งธรรมดาที่วัยรุ่นทั่วไปเป็นหรอ?

ไม่ใช่ผี แล้วจะเป็นอะไรไปได้อีกละ?

“มานี่สิ! มาอยู่ข้างหลังฉัน!”

แต่หนิงเทียนหลินไม่ได้ตอบ และไม่คิดจะตอบ เขาพูดกับหลินเจียอี้ที่หน้าซีดเซียวและขาของเธอก็เริ่มสั่น

หลินเจียอี้ที่รู้สึกอับอายในรูปลักษณ์ของเธอไม่ได้คาดคิดว่าหนิงเทียนหลินจะเรียกเธอ แต่เธอเองแข็งอยู่กับที่ จ้องมองมาที่ผ้าห่อศพของหนิงเทียนหลิน ราวกับว่าเธอเองก็กำลังคิดว่าหนิงเทียนหลินเป็นคนหรือเป็นผีกันแน่ ซึ่งถ้าเป็นผีเธอก็คงจะไม่กล้าเดินไปหาอย่างแน่นอน

“มาสิ!”

หนิงเทียนหลินไม่มีทางเลือกเลยก้าวเข้าไปหาและดึงแขนของหลินเจียอี้เข้ามาด้วยแขนซ้ายของเขาไปไว้ทางด้านหลัง

ในขณะเดียวกัน เขาก็ชูกริชขึ้นมาด้วยมือขวาและมองไปรอบๆไปที่เจ้าวายร้ายทั้ง 3 คนเพื่อปกป้องการเข้าจู่โจม

“มายืนข้างหลังฉัน!”

“ฉันไม่อยากทำให้เธอได้รับบาดเจ็บตอนที่ต่อสู้นะ!” หนิงเทียนหลินกล่าว

“อะไรนะ?”

ในเวลานี้ หลินเจียอี้ตื่นทันที รู้สึกถึงอุณหภูมิจากมือของหนิงเทียนหลินและรู้สึกถึงเอกลักษณ์ของชายหนุ่มคนนี้ และตระหนักได้ว่าเขาไม่ใช่ผีอย่างแน่นอน แต่เป็นผู้มีพระคุณที่เข้ามาช่วยเหลือเธอ

“ค่ะ!”

ทันใดนั้นหลินเจียอี้ก็พยักหน้าอย่างแรง พิงหลังชนกำแพงอย่างฉลาด เพราะไม่อยากจะเป็นภาระให้แก่ชายที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันตรงหน้านี้

จบบทที่ ตอนที่ 14: แกเป็นคนหรือเป็นผีวะ?

คัดลอกลิงก์แล้ว