- หน้าแรก
- ไรเดอร์พ่อค้าข้ามมิติ
- 470 ทำชั่วหลายครั้งย่อมแพ้ภัยตนเอง
470 ทำชั่วหลายครั้งย่อมแพ้ภัยตนเอง
470 ทำชั่วหลายครั้งย่อมแพ้ภัยตนเอง
ในยามนี้ การตั้งคำถามที่จี้จุดถึงก้นบึ้งหัวใจของโลกหลากสียังไม่จบลง เธอคงยังไล่ต้อนถามเจ้าเสี่ยวพั่งคนนั้นต่อไปในวิดีโอ
"จุดประสงค์ที่ฉันปล่อยวิดีโอตัวนี้ออกมา ก็เพื่ออยากจะถามเจ้าเสี่ยวพั่งคนนั้นสักหน่อย"
"การที่คุณบิดเบือนความจริงและใส่ร้ายแฮมเบอร์เกอร์คุณชายขนาดนี้ แท้จริงแล้วคุณมีเจตนาอะไรกันแน่?"
"ด้วยสภาวะการณ์ในปัจจุบัน ธุรกิจภายในประเทศของเราก็อยู่รอดได้ยากลำบากมากพออยู่แล้ว"
"ยิ่งไปกว่านั้น ธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้นอย่างแฮมเบอร์เกอร์คุณชายซึ่งเดิมทีมีอนาคตที่สดใส หากต้องมาพังพินาศเพราะการสาดโคลนของคุณ คุณจะรับผิดชอบไหวไหม?"
"แล้วการที่ประเทศมังกรไฟของเราจะมีร้านฟาสต์ฟู้ดที่ทั้งถูกและดี แถมยังสะอาดถูกสุขอนามัยแบบนี้เกิดขึ้นมาสักร้านหนึ่ง มันเป็นเรื่องง่ายนักหรือไง?"
"หากการกลับดำเป็นขาวของคุณประสบความสำเร็จ ใครล่ะที่จะดีใจที่สุด ก็พวกธุรกิจฟาสต์ฟู้ดต่างชาติไม่ใช่หรือ?"
"ทำไมคุณถึงต้องทำเรื่องที่ทำให้พวกเดียวกันต้องเจ็บปวด แต่กลับทำให้ศัตรูลิงโลดแบบนี้ด้วย?"
เมื่อได้เห็นถึงตรงนี้ หยางอีหน่วนก็อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาว่าร้ายกาจจริงๆ
นี่เล่นประเคนข้อหาอุดมการณ์ของชาติใส่หัวเข้าไปแบบนี้ เห็นทีเจ้าเสี่ยวพั่งคงจะหาทางพลิกตัวกลับมายากเสียแล้ว
โลกหลากสีคนนี้ใช้ได้เลยทีเดียว!
ไม่ได้การแล้ว เธอจะเปิดไลฟ์เมื่อไร ฉันต้องเข้าไปเปย์ของขวัญชุดใหญ่ให้เธอสักหน่อย!
เก่งเรื่องงานประชาสัมพันธ์แบบนี้ ครั้งหน้าถ้ามีกิจกรรมอะไร ฉันต้องเชิญเธอมาให้ได้ แถมยังต้องเพิ่มค่าตอบแทนให้เธอเป็นพิเศษด้วย!
และในขณะนี้ โลกหลากสียังคงเดินหน้าเปิดฉากโจมตีต่อไป
หยางอีหน่วนได้แต่ดูไปพลางเดาะลิ้นไปพลาง ความถี่ในการสาดพลังโจมตีของยัยคนนี้มันช่างรุนแรงดีจริงๆ!
"สำหรับชาวบ้านตาสีตาสาอย่างพวกเรา การที่มีร้านฟาสต์ฟู้ดที่ทั้งสะอาดสะอ้าน และที่สำคัญคือราคาถูกแต่รสชาติดีเยี่ยมแบบนี้ ถือเป็นโชคดีของผู้บริโภคอย่างเราแท้ๆ!"
"แต่คุณกลับวางแผนอย่างเป็นบ้าเป็นหลังเพื่อจะทำลายร้านนี้ทิ้ง คุณต้องการอะไรกันแน่?"
"คุณแค่ไม่อยากเห็นคนมังกรไฟได้กินแฮมเบอร์เกอร์ของคนมังกรไฟเองใช่ไหม?"
"หรือว่าคุณอยากเห็นพวกเราต้องยอมควักเงินจ่ายแพงกว่าหลายเท่า เพื่อไปกินแฮมเบอร์เกอร์ฝรั่งที่ทั้งแพงทั้งไม่อร่อยพวกนั้น?"
เมื่อได้ยินเสียงพากย์ในวิดีโอมาถึงจุดนี้ หยางอีหน่วนก็อดไม่ได้ที่จะตบมือชื่นชมให้กับการโจมตีโดยตรงของเธอ
ร้ายกาจตามคาด เมื่อโดนตราหน้าด้วยข้อหาใหญ่ขนาดนี้ เจ้าอ้วนคนนั้นย่อมไม่มีทางแก้ตัวได้เลย
ที่สำคัญที่สุดคือคำพูดสั้นๆ เพียงไม่กี่ประโยคนี้ สามารถปลุกเร้าอารมณ์ร่วมของฝูงชนที่ชอบมุงดูเหตุการณ์ขึ้นมาได้ในทันที
มันคือเรื่องจริงที่ว่าในยุคสมัยนี้ ธุรกิจภายในประเทศเองก็ไม่ได้ทำกันง่ายๆ
การที่คุณพยายามหาทางทำลายธุรกิจในบ้านเกิดเราแบบนี้ มโนธรรมในใจคุณมันคงจะเน่าเฟะไปหมดแล้ว
ต่อให้บริษัทแห่งนี้ไม่ใช่ธุรกิจไฮเทคอะไร เป็นเพียงแค่ร้านทำแฮมเบอร์เกอร์ฟาสต์ฟู้ดร้านหนึ่ง
แต่คุณอย่าลืมว่าธุรกิจฟาสต์ฟู้ดแบบนี้นี่แหละ ที่ช่วยสร้างงานสร้างอาชีพให้กับผู้คนจำนวนมาก
และภาษีที่พวกเขาจ่ายอย่างถูกต้อง ก็สามารถนำไปพัฒนาอะไรได้อีกมากมาย
แล้วการที่คุณพยายามจะดับอนาคตของบริษัทที่มีพลังขับเคลื่อนสูงแบบนี้ คุณมีเจตนาอะไรกันแน่?
อีกอย่าง ในเมืองอิงพวกอาหารฟาสต์ฟู้ดต่างๆ เอะอะก็ราคาสูงถึงหลายสิบหยวน
และที่น่าเจ็บใจที่สุดคือจ่ายเงินไปหลายสิบหยวน แต่กลับแทบไม่ได้กินเนื้อสักกี่ชิ้น หรือไม่ก็รสชาติแย่จนกลืนไม่ลง
ตอนนี้กว่าจะมีร้านแฮมเบอร์เกอร์ที่ราคาไม่แพง แถมยังคุ้มค่า และที่สำคัญที่สุดคือรสชาติอร่อยสุดๆ เกิดขึ้นมาสักร้านหนึ่ง
คุณกลับจะทำให้เขาพังพินาศ คุณต้องการอะไรกันแน่?
การกระทำแบบนี้มันเท่ากับว่าคุณเลือกยืนอยู่คนละฝั่งกับพวกเราชาวบ้านผู้ยากไร้ชัดๆ!
การยกระดับความผิดให้เป็นเรื่องระดับชาติแบบนี้ ก็เท่ากับเป็นการพิพากษาประหารชีวิตเจ้าอ้วนคนนั้นไปแล้วในตัว
เดิมทีวิดีโอของเสี่ยวพั่งเมืองอิงมียอดไลก์และยอดวิวสูงมาก ประกอบกับมีกองทัพรับจ้างคอยโหมกระแส
ใต้คลิปวิดีโอสั้นของเขาจึงเต็มไปด้วยข้อความสนับสนุนให้เขาสู้ตายกับแฮมเบอร์เกอร์คุณชาย
คนที่มาแสดงความคิดเห็นเหล่านี้ บางส่วนคือกองทัพรับจ้างที่คอยชี้นำกระแสสังคม
ส่วนอีกบางส่วนคือคนที่ไม่รู้ความจริง แต่มีความรู้สึกเจ็บแค้นต่อวงการร้านอาหารในประเทศเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
แต่ในยามนี้ เมื่อวิดีโอสั้นของ โลกหลากสี ถูกเผยแพร่ออกไป วิดีโอของเจ้าอ้วนก็พังทลายลงเกือบจะในทันที
พื้นที่แสดงความคิดเห็นด้านล่างถูกฝูงชนที่กำลังโกรธแค้นบุกเข้าถล่มจนราบคาบ
"ไอ้สารเลว นายรับเงินมาเท่าไร ถึงได้มาป้ายสีบริษัทของมังกรไฟเราขนาดนี้?"
"บ้าเอ๊ย จิตใจนายนี่มันบิดเบี้ยวจริงๆ นายอยากจะทำลายแฮมเบอร์เกอร์คุณชาย นายต้องการอะไรกันแน่?"
"จะต้องการอะไรอีกล่ะ ก็แค่ไม่อยากให้พวกเราได้กินของถูกและดีไง"
"บัดซบ นายไม่รู้หรือไงว่าร้านแฮมเบอร์เกอร์อย่างพวก Shack Shack น่ะมันแพงขนาดไหน?"
"แฮมเบอร์เกอร์ของเราอร่อยกว่าพวกนั้นตั้งหลายเท่า แต่ราคากลับแค่หนึ่งในสามเองนะ!"
"นายอยากจะทำให้ร้านดีๆ แบบนี้ต้องเจ๊ง นายมีเจตนาอะไรกันแน่?"
"นี่ เจ้าอ้วน ฉันถามหน่อยเถอะ เวลาออกไปรีวิวร้าน นายชอบพกแมลงสาบไว้ในอกเสื้อด้วยเหรอ?"
"ถ้าไม่มีปัญญาจ่ายก็ไม่ต้องออกไปกิน การออกไปขู่กรรโชกคนอื่นแบบนี้ นายมันผิดเต็มๆ เลยนะ!"
"นั่นสิ ไม่เคยเห็นขอทานที่ไหนขอได้หน้าด้านขนาดนี้ พอขอไม่ได้ดันไปใส่ร้ายเขาอีก ยอมใจในความหน้าหนาเลยจริงๆ..."
"ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ขอส่งความคิดถึงไปถึงบรรพบุรุษสิบแปดชั่วโคตรของนายก็แล้วกัน..."
"............"
เพียงพริบตาเดียว คำด่าทอสาพแช่งก็นองไปทั่วพื้นที่แสดงความคิดเห็นในวิดีโอสั้นของเจ้าอ้วน
ขณะที่เสี่ยวพั่งและทีมงานเมื่อเห็นภาพตรงหน้าต่างก็พากันยืนอึ้ง นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นอีกล่ะเนี่ย?
ทำไมกระแสสังคมถึงเปลี่ยนทิศทางเร็วขนาดนี้?
จากนั้นไม่นานพวกเขาก็เห็นคนแท็กวิดีโอสั้นของโลกหลากสีในคอมเมนต์ เพื่อกดดันให้เสี่ยวพั่งออกมาอธิบาย
เสี่ยวพั่งและทีมงานรีบเปิดดูวิดีโอนั้นทันที และเมื่อดูจบในเวลาเพียงไม่กี่นาที เขากับทีมงานก็พากันตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก!
ฉิบหายแล้ว...
คราวนี้จบเห่แน่!
ในหัวของเสี่ยวพั่งตอนนี้ผุดคำพูดประโยคหนึ่งขึ้นมาว่า "ทำชั่วหลายครั้งย่อมแพ้ภัยตนเอง!"
ทว่าตอนนี้นึกเสียใจอะไรก็คงสายเกินไปเสียแล้ว
"เร็วเข้า รีบจัดการคอมเมนต์! ลบความคิดเห็นที่โจมตีเราออกให้หมด!"
"แล้วก็รีบตั้งค่าบัญชีให้เป็นส่วนตัว ตั้งค่าความปลอดภัยซะ ให้เฉพาะคนที่ติดตามเราเท่านั้นถึงจะคอมเมนต์ได้"
ต้องยอมรับว่าเสี่ยวพั่งนั้นเป็นคนเจนจัดในสนามจริงๆ ในยามคับขันเขาจึงรีบใช้กลวิธีสารพัดรูปแบบ
จุดประสงค์ย่อมเป็นการดิ้นรนเฮือกสุดท้ายเพื่อเอาชีวิตรอด...
ทว่าน่าเสียดายที่หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีเสียงร้องด้วยความตกใจดังมาจากฝ่ายดูแลระบบของบริษัท
"แย่แล้วครับ บัญชีผู้ดูแลระบบของเราโดนแฮกไปแล้ว!"
"ใช่ครับ พวกเราลบความคิดเห็นไม่ได้เลย..."
"เฮ้ย เกิดอะไรขึ้น? ทำไมเราถึงตั้งค่าบัญชีเป็นส่วนตัวไม่ได้ล่ะ?"
"เวรเอ๊ย ใครเอาเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวของทีมเราไปใส่ไว้ในข้อมูลสาธารณะวะ?"
"นั่นสิ ในข้อมูลสาธารณะ มีที่อยู่บริษัทของเราเพิ่มเข้ามาตั้งแต่เมื่อไรกัน?"
เมื่อได้ยินเสียงร้องโวยวายของฝ่ายเทคนิค เสี่ยวพั่งก็อุทานออกมาเสียงดังลั่น "แย่แล้ว!"
พูดจบเขาก็รีบลุกขึ้นหวังจะวิ่งหนีออกไปนอกบริษัท แต่ก้าวไปได้เพียงไม่กี่ก้าว เขาก็ต้องถอยกรูดกลับมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
เพราะในขณะนั้นเอง เขาเห็นประตูลิฟต์บนชั้นที่บริษัทตั้งอยู่เปิดออกอย่างกะทันหัน
จากนั้นก็มีกลุ่มวัยรุ่นประมาณยี่สิบกว่าคนวิ่งกรูออกมาด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียดและโกรธแค้น เมื่อดูจากอายุประมาณสิบห้าสิบหกปีแล้ว เห็นได้ชัดว่าทุกคนล้วนเป็นนักเรียน...