- หน้าแรก
- ไรเดอร์พ่อค้าข้ามมิติ
- 420 ร้าน 4S*
420 ร้าน 4S*
420 ร้าน 4S*
ฉู่อวิ๋นเฉิงที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น เดินเข้าไปหากลุ่มคนเหล่านั้น
เห็นผู้คนกำลังมุงล้อมแผงลอยแห่งหนึ่ง และด้านหลังแผงนั้น มีรถม้าหลายคันกำลังทยอยวิ่งเข้ามา
พอเห็นรถม้าเหล่านี้ ดวงตาของฉู่อวิ๋นเฉิงก็ลุกวาวทันที
เพราะการมาซื้อรถม้าเหล่านี้ คือจุดประสงค์หลักในการมาเยือนเมืองพันเขาของเขาในครั้งนี้
ก่อนหน้านี้เดินหาในตลาดมาเกือบทั้งวัน แต่ไม่เจอแผงไหนขายรถม้าแบบนี้เลย ทำให้เขาผิดหวังมาก
เดิมทีถอดใจเตรียมจะกลับแล้ว คิดไม่ถึงว่าจะมาเจอที่นี่
เวลานี้มองดูรถม้าที่วิ่งเข้ามาทีละคัน ฉู่อวิ๋นเฉิงก็หายร้อนรน เขาอยากรู้มากกว่าว่าบนรถม้าพวกนี้บรรทุกอะไรมา
ถึงทำให้ชาวบ้านท้องถิ่นพวกนี้คลั่งไคล้ได้ขนาดนี้
รถม้าพวกนั้นไม่รอช้า ขับตรงเข้ามาจอดนิ่งสนิทตรงจุดที่ใกล้ฝูงชนที่สุด
จากนั้นชายหนุ่มสวมหมวกสักหลาดคนหนึ่งก็กระโดดลงจากรถ ถือโทรโข่งสังกะสี ตะโกนใส่ฝูงชนที่มุงดูเสียงดัง
"คันแรก! อิฐแดงเกรดสอง 3,000 ก้อน!"
สิ้นเสียงเขา ก็มีคนอีกสองคนกระโดดลงจากรถม้า
กระชากเสื่อฟางที่คลุมรถออก เผยให้เห็นอิฐแดงเต็มคันรถ
เพียงแต่อิฐแดงพวกนี้ไม่ได้สมบูรณ์แบบนัก หลายก้อนมีรอยร้าว หรือมีปุ่มปมจากการเผาที่ไม่ดี
หรือไม่ก็มีรอยบิ่นตามมุม
ฉู่อวิ๋นเฉิงหัวไว รู้ทันทีว่าอิฐพวกนี้คงเป็นของมีตำหนิ
พูดตามตรง อิฐไม่ใช่ของหายากในสิบหกเมืองเยี่ยนอวิ๋น
พวกเขารู้จักใช้อิฐสร้างกำแพงเมืองมาหลายร้อยปีแล้ว
แต่อิฐของพวกเขาเป็นอิฐสีเขียว และอิฐสีเทา ไม่เหมือนอิฐสีแดงของเมืองพันเขานี้
และขนาดของอิฐ ดูเหมือนจะต่างกันด้วย
อิฐเขียวของเมืองเยี่ยนโจว เป็นอิฐก้อนมหึมา
ก้อนหนึ่ง ใหญ่กว่าอิฐแดงพวกนี้ถึง 5 เท่า
แต่ถึงจะใหญ่ ข้อเสียก็ชัดเจน
เพราะมันใหญ่ มันเลยหนักอึ้ง เวลาสร้างกำแพงหรือสร้างบ้าน
ปกติต้องใช้สองคนช่วยกันยก ถึงจะยกอิฐเขียวนั้นไหว
ไม่เหมือนอิฐแดงนี้ ก้อนแค่สองฝ่ามือ คนเดียวมือเดียวก็หยิบได้
ส่วนสาเหตุที่อิฐเขียวของพวกเขาไม่ทำขนาดเท่าอิฐแดง ก็เป็นเพราะเรื่องความแข็งแรง
เพราะช่างทำอิฐพบว่า ถ้าทำอิฐก้อนเล็กเกินไป ความแข็งแรงจะไม่พอ
มันจะแตกหักง่าย
อาจจะเกี่ยวกับอุณหภูมิที่ใช้เผา และวัตถุดิบที่ใช้
แต่รายละเอียดลึกๆ ฉู่อวิ๋นเฉิงก็ไม่เข้าใจหรอก
แต่ที่เขารู้คือ แม้จะเป็นอิฐเขียวที่ไม่ค่อยแข็งแรงนัก แต่ในแถบสิบหกเมืองเยี่ยนอวิ๋น ก็ขายแพงระยับ
นอกจากเจ้าเมืองจะใช้สร้างกำแพงเมืองแล้ว ก็มีแต่ขุนนางเศรษฐีเท่านั้นที่ใช้สร้างคฤหาสน์หรือวัง
ส่วนชาวบ้านทั่วไป มักอยู่บ้านดินมุงจาก
เวลานี้ หลังจากชายหนุ่มโชว์อิฐบนรถให้ดูรอบหนึ่ง
ฝูงชนที่มุงดูก็เริ่มตะโกนเสนอราคา
"1 เหรียญ!"
"1 เหรียญครึ่ง!"
"2 เหรียญ!"
"3 เหรียญ..."
ที่แท้คนพวกนี้กำลังประมูลอิฐแดงคันรถนี้กันอยู่
ฉู่อวิ๋นเฉิงเข้าใจสถานการณ์แล้ว เขาเลยดึงคนมุงข้างๆ มาถามไถ่
อีกฝ่ายเห็นเขาแต่งตัวดี ก็พูดจาด้วยความเกรงใจ เล่าเรื่องราวให้ฟัง
ที่แท้คนพวกนี้ซื้ออิฐแดงไปสร้างบ้าน
ช่วงนี้ท่านเจ้าเมืองแบ่งที่ดินทางทิศเหนือไว้ เตรียมสร้างเมืองใหม่
ถึงตอนนั้นคนที่อยู่ในเมืองเก่าทั้งหมดจะต้องย้ายไปที่นั่น
ในเมืองใหม่ ที่ดินบางส่วนท่านเจ้าเมืองจะพัฒนาเอง แล้วปล่อยเช่าให้คนจน
พอคนจนเก็บเงินได้มากพอ ก็สามารถซื้อบ้านคืนจากท่านเจ้าเมืองได้
ยังมีคนรวยบางกลุ่ม เช่น ทหารที่เคยร่วมเป็นร่วมตายกับท่านเจ้าเมือง สะสมความดีความชอบจนได้รับรางวัลอย่างงาม
พวกเขามีเงิน สามารถซื้อที่ดินปลูกบ้านเป็นของตัวเองได้
ในเมื่อซื้อที่แล้ว ก็ต้องสร้างบ้านเอง
จะสร้างบ้านเอง ย่อมต้องการวัสดุชั้นดี
และอิฐแดงที่แข็งแรงทนทานนี้ ย่อมกลายเป็นที่ต้องการ
ตอนนี้ทุกวันทางโรงอิฐจะมีอิฐเกรดต่ำที่กองทัพไม่ต้องการหลุดออกมาบ้าง
ของมีตำหนิพวกนี้จะถูกนำมาขายในตลาดชาวบ้าน ซึ่งขายดีเป็นเทน้ำเทท่า
ทั้งคนท้องถิ่นที่ต้องการสร้างบ้าน และเศรษฐีต่างถิ่น ต่างแย่งกันซื้อ
ฉู่อวิ๋นเฉิงฟังแล้วก็ได้แต่เดาะลิ้น!
ถึงขั้นมีพ่อค้าต่างถิ่น ดั้นด้นมาไกลเพื่อแย่งซื้ออิฐที่นี่...
แสดงว่าอิฐพวกนี้ ต้องไม่ใช่ของธรรมดาแน่!
มันต้องแข็งแรงมากแน่ๆ!
ตอนนั้นเอง เขาก็นึกถึงถนนหนทางที่ตัดตรงเป็นระเบียบด้านนอก
ถนนพวกนั้น ก็ปูด้วยเศษอิฐแดงพวกนี้ผสมกับหินกรวดไม่ใช่เหรอ
เขาเดินมาทั้งวัน ยอมรับเลยว่าถนนที่ปูด้วยอิฐแดงนี้ดีจริงๆ
สะอาด และแข็งมาก!
เขาเคยไปเมืองหลวงหนานอวิ๋น เมืองใหญ่อันดับหนึ่งของทวีปเจิ้นต้าน
ในเมืองนั้นมีถนนเส้นหนึ่ง เพื่ออวดความยิ่งใหญ่ของเมือง จึงปูด้วยอิฐเขียวทั้งสาย
แต่ดูเหมือนปูไปได้ไม่กี่ปี อิฐเขียวหลายก้อนก็แตกหักเสียหาย...
แค่นี้ก็เห็นความต่างระหว่างอิฐเขียวกับอิฐแดงแล้ว ถ้าอย่างนั้น ตอนกลับไป เขาควรจะซื้ออิฐแดงพวกนี้กลับไปสักสองสามคันรถดีไหมนะ?
ระหว่างที่กำลังคิดเพ้อเจ้อ อิฐแดงคันรถนั้นก็ถูกประมูลตัดหน้าไปด้วยราคา 5 เหรียญเงิน
แม่เจ้าโว้ย 5 เหรียญเงิน ซื้ออิฐก้อนได้คันรถเดียว?
ฉู่อวิ๋นเฉิงไม่เข้าใจจริงๆ!
แต่เห็นคนข้างๆ คุยง่าย เขาเลยชวนคุยต่ออีกหน่อย
ถึงได้รู้ว่าคนนี้ไม่ใช่คนเมืองพันเขา แต่เป็นพ่อค้าต่างถิ่นเหมือนกัน
แต่เขามาเมืองพันเขาบ่อย เลยคุ้นเคยกว่า
สุดท้ายฉู่อวิ๋นเฉิงอดไม่ได้ที่จะลองหยั่งเชิงถามดู
"พี่หลี่ ท่านคุ้นเคยกับเมืองพันเขาขนาดนี้ พอจะทราบไหมว่ารถม้าของเมืองพันเขาเขาขายกันที่ไหน?"
"เมื่อครู่ข้าเดินหาในตลาดตั้งหลายรอบ ก็ไม่ยักกะเจอ!"
ชายคนนั้นได้ยินคำถามก็หัวเราะร่า "อ๋อ ที่แท้เจ้าอยากซื้อรถม้าของพวกเขา!"
"รถม้านั่น ไม่ได้ขายที่นี่หรอกครับ เขาขายกันที่ 'ร้าน 4S' ทางทิศเหนือของเมืองโน่น!"
"ร้าน... อะไรนะ?"
ฉู่อวิ๋นเฉิงงงเป็นไก่ตาแตก ส่วนชายคนนั้นทำสีหน้าเหยียดหยามเล็กน้อย เหมือนจะบอกว่า 'ไอ้บ้านนอก'
"ร้าน 4S ไงเล่า!"
ยืนยันกันหลายรอบ ว่าอีกฝ่ายไม่ได้หลอกด่า
ฉู่อวิ๋นเฉิงสับสนไปหมด โรงแรม ร้านอาหาร เขาเคยได้ยิน แต่ไอ้ร้าน 4S นี่... มันคือร้านบ้าอะไรวะเนี่ย?
*4S Shop - ศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร: Sales, Service, Spare parts, Survey