- หน้าแรก
- ไรเดอร์พ่อค้าข้ามมิติ
- 365 ก็ได้... ฉันยกโทษให้นาย...
365 ก็ได้... ฉันยกโทษให้นาย...
365 ก็ได้... ฉันยกโทษให้นาย...
คิดๆ ดูแล้วก็ใช่ อาเซรอธที่บริษัทไดนามิก เรนสตอร์มพัฒนาขึ้น ไม่ได้ดังแค่ยุคเกมพีซีเท่านั้น
พอก้าวเข้าสู่ยุคอินเทอร์เน็ตมือถือ จากเกมพีซีกลายเป็นเกมมือถือ เกมของพวกเขาก็ยังคงฮอตฮิตไม่สร่างซา
เกมมือถือที่แยกย่อยออกมา ไม่เพียงครองแชมป์เกมยอดนิยมบนแพลตฟอร์มดาวน์โหลดต่างๆ มานานนับสิบปี
ถึงขั้นมีบริษัทที่ยินดีเป็นสปอนเซอร์จัดแข่งอีสปอร์ตระดับโลกให้เกมนี้โดยเฉพาะ
เห็นได้ชัดว่าผลประโยชน์ที่รายล้อมเกมนี้ มันซับซ้อนยุ่งเหยิงขนาดไหน?
แต่คุณเป็นบริษัทภายนอก ที่ไปเทคโอเวอร์บริษัทเดิมของเขามา
แถมยังคิดจะเปลี่ยนเกม 2D เดิม ให้กลายเป็นเกมโลกเมตาเวิร์ส 3D
และยังจะครองความเป็นใหญ่ในยุคโลกเมตาเวิร์สต่ออีก คุณจะต้องไปแย่งผลประโยชน์ของคนอื่นอีกกี่คน?
ดังนั้นบริษัทไมโครฮาร์ด ถ้าอยากจะพัฒนาเกมนี้ให้เป็น 3D ก็จำเป็นต้องหาทีมพัฒนาใหม่จากภายนอกเข้ามาช่วย
และที่ประเทศธงลายดาว ทีมที่เชี่ยวชาญการพัฒนาโลกเมตาเวิร์สแบบนี้ ดูเหมือนจนถึงตอนนี้ก็มีไม่กี่เจ้า
บุคลากรที่มีอยู่น้อยนิด ก็ถูกคู่แข่งโดยตรงของบริษัทไมโครฮาร์ดอย่างเกอกู่ เมตา และส้ม ดึงตัวไปหมดแล้ว
ดังนั้นพอพบว่าที่ประเทศเหยียนหลง จู่ๆ ก็มีสตูดิโอที่มีฝีมือขนาดนี้โผล่มา
บริษัทไมโครฮาร์ดย่อมนั่งไม่ติดเป็นธรรมดา!
เพราะในยุคอินเทอร์เน็ตมือถือ พวกเขาเคยพลาดโอกาสทองไปแล้วเพราะความเย่อหยิ่ง
ตอนนี้ยุคโลกเมตาเวิร์สเริ่มต้นขึ้นแล้ว พวกเขาย่อมไม่ยอมตามหลังใครอีก
พวกเขาต้องรู้ข่าวแน่ๆ ว่าตอนนี้ทั้งบริษัทส้มและเมตา ต่างก็ติดต่อกับสตูดิโอนี้อยู่
ดังนั้นจึงยอมทุ่มเงินก้อนโต เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีกับทางสตูดิโอไว้ก่อน
อย่างน้อยก็ถือว่าสร้างความประทับใจที่ดีต่อกัน
แบบนี้ พอทางสตูดิโอพิสูจน์ฝีมือตัวเองได้ในความร่วมมือครั้งนี้
พวกเขาก็จะรีบเพิ่มงบลงทุนให้อีกทันทีแน่...
หยางอีหน่วนวิเคราะห์จุดประสงค์ของบริษัทไมโครฮาร์ดให้สตีเฟนฟัง "ตอนนี้สตูดิโอของเรา กลายเป็นเนื้อหอมในสายตาบริษัทยักษ์ใหญ่อินเทอร์เน็ตไปแล้ว..."
พูดถึงตรงนี้ หยางอีหน่วนก็ยืดอกอย่างภาคภูมิใจ แต่สตีเฟนกลับยังคงทำท่าไม่ยี่หระเหมือนเดิม
เห็นท่าทางกวนโอ๊ยแบบนั้น หยางอีหน่วนก็รู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาตงิดๆ
รู้ว่านายเก่ง แต่นายก็ไม่จำเป็นต้องขี้อวดแบบถ่อมตัวขนาดนี้ก็ได้มั้ง?
ทำไม ชื่อเสียงเรียงนามดังๆ ในวงการอินเทอร์เน็ตพวกนี้ ยังไม่เข้าตาท่านผู้อาวุโสอีกหรือไง?
แต่ปฏิกิริยาต่อมาของสตีเฟน ทำเอาหยางอีหน่วนจนปัญญาจริงๆ เขาทำเหมือนฟังไม่ออกว่าบริษัทไมโครฮาร์ดนั้นยิ่งใหญ่แค่ไหน
แต่กลับรายงานตัวเลขบัญชีให้หยางอีหน่วนฟังตามหน้าที่...
"ทางบริษัทไมโครฮาร์ดโอนเงินมัดจำงวดแรก 10 ล้านดอลลาร์ เข้าบัญชีบริษัทเรียบร้อยแล้วครับ!"
หยางอีหน่วนได้ยินสตีเฟนพูดถึงตรงนี้ ก็เปลี่ยนสีหน้าทันที
ก็ได้! เห็นแก่นายหาเงินเก่งขนาดนี้ ฉันจะยกโทษให้นายที่ทำท่าขี้เก๊กใส่ฉันเมื่อกี้แล้วกัน!
"เยี่ยมไปเลย ตอนนี้ผมกำลังขาดเงินอยู่พอดี!"
"หือ? เจ้านายจะเอาไปเปิดสาขาใหม่ร้านแฮมเบอร์เกอร์คุณชายเหรอครับ?"
หยางอีหน่วนพยักหน้า
"ใช่ ช่วงนี้มีคนมาป่วนที่ร้าน... ช่างเถอะ พูดไปคุณก็ไม่เข้าใจหรอก"
"ที่ผมมาหาคุณวันนี้ คืออยากให้คุณใช้ระบบเลือกทำเลนั่น ช่วยหาที่ตั้งร้านใหม่ในเมืองปาโจวให้หน่อย..."
สตีเฟนได้ยินก็ชะงักไป "อืม ก่อนหน้านี้บอกว่าจะเปิดเพิ่มในปาโจวอีกแค่ 2 สาขาไม่ใช่เหรอครับ?"
"อืม ครั้งนี้ผมกะจะเปิดร้านเรือธงที่ดูหรูหรามีระดับสักแห่ง เพื่อช่วยยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ของเราด้วย"
"พร้อมกันนั้นก็จะได้ช่วยสร้างชื่อเสียงให้เราเร็วขึ้น!"
"ถึงร้านแฮมเบอร์เกอร์ของเราช่วงนี้จะทำผลงานได้ดี แต่ก็จำกัดอยู่แค่ถนนซิ่งหลิน กับหน้ามหาวิทยาลัยสองแห่ง"
"เมืองปาโจวเรามีประชากรตั้งแปดล้านกว่าคน อย่างน้อยเราต้องทำให้คนสักหนึ่งในสี่รู้จักเราให้ได้สิ?"
พอหยางอีหน่วนบอกความคิดของเขา สตีเฟนก็ดีดนิ้วเปาะ
"ผมเข้าใจความหมายของเจ้านายแล้วครับ!"
พูดจบก็เปิดคอมพิวเตอร์ตรงหน้า แล้วรัวนิ้วบนคีย์บอร์ดอย่างรวดเร็ว
หยางอีหน่วนมองดูเขาเปิดระบบหนึ่งขึ้นมา แล้วกรอกข้อมูลต่างๆ ลงไป
ไม่ถึงนาที ระบบก็แสดงรายการสถานที่ที่เหมาะสมขึ้นมา
ข้างบนไม่เพียงมีที่อยู่ แต่ยังมีรูปภาพของอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์เหล่านั้นประกอบด้วย
เขาดูข้อมูลจำนวนคนสัญจร และยอดใช้จ่ายต่อหัวของร้านค้าใกล้เคียงที่ระบุไว้ใต้ที่อยู่เหล่านั้น
ปรากฏว่าไม่ว่าข้อมูลไหน ก็สูงกว่าสองร้านที่พวกเขาเลือกไว้ก่อนหน้านี้อย่างเห็นได้ชัด
"อืม จากการคัดกรองของระบบ ที่ที่เหมาะสมที่สุดในตอนนี้ คือบริเวณจัตุรัสฮวงหลงครับ!"
'เฮือกกกก'
หยางอีหน่วนได้ยินชื่อนี้ ก็สูดหายใจเฮือก
จะว่าไปในเมืองปาโจว ถ้ามีทำเลไหนที่เขารู้สึกว่าเอาไม่อยู่จริงๆ ก็ต้องยกให้ย่านจัตุรัสฮวงหลงนี่แหละ
ที่นี่คือย่านธุรกิจหลักของปาโจว เป็นไข่แดงของย่าน CBD เลยทีเดียว!
เรียกได้ว่าเป็นย่านที่เจริญที่สุดและหรูหราที่สุด เป็นแหล่งรวมผู้คนระดับไฮเอนด์ของปาโจว
ที่นี่เต็มไปด้วยตึกระฟ้า ธนาคารหรูหรา บริษัทประกันภัย บริษัทขนส่งทางทะเลขนาดใหญ่ และบริษัทข้ามชาติ
บริษัทต่างชาติจำนวนมากมาตั้งสำนักงานที่นี่ ดังนั้นที่นี่จึงเป็นแหล่งรวมของชนชั้นสูงในปาโจว
จัตุรัสฮวงหลงยิ่งไม่ต้องพูดถึง เป็นเครือห้างสรรพสินค้าหรูขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงในประเทศ
ต่างจากห้างทั่วไปอย่างเชียนต้าหรือจิ่นหรง เจ้านี้เขาเน้นจับตลาดบนโดยเฉพาะ
เมืองใหญ่แต่ละเมืองจะเปิดแค่หนึ่งถึงสองแห่ง และต้องตั้งอยู่ในย่านธุรกิจใจกลางเมืองเท่านั้น
อยากไปเปิดร้านที่นั่น ค่าเช่าย่อมต้องแพงระยับ!
ดังนั้นพอได้ยินคำแนะนำนี้ หยางอีหน่วนถึงได้ตกใจขนาดนี้
เพราะก่อนหน้านี้ เขาไม่เคยคิดจะมาเปิดร้านที่นี่เลยจริงๆ!
ถ้ามาเปิดร้านที่นี่ เขากลัวว่าจะรับมือไม่ไหวจริงๆ!
"แต่ว่า..."
"ไม่ต้องแต่ครับ ช่วงนี้จัตุรัสฮวงหลงกำลังเปิดรับร้านค้า ผมว่าเจ้านายลองไปคุยกับเขาดูได้เลย"
สตีเฟนพูดกับหยางอีหน่วนอย่างหนักแน่น นี่เป็นครั้งแรกที่หยางอีหน่วนเห็นท่าทีแบบนี้ของสตีเฟน
"แต่... ผมได้ยินมาว่าห้างใหญ่แบบนี้ ปกติเขาชอบรับแบรนด์ดังๆ เข้าไปไม่ใช่เหรอ!"
"แบรนด์เล็กๆ โนเนมอย่างเรา เขาอาจจะไม่ต้อนรับนะ!"
หยางอีหน่วนพูดพลางขมวดคิ้ว นี่คือปัญหาที่แบรนด์น้องใหม่อย่างพวกเขาต้องเจอ
ห้างดังๆ ที่มีชื่อเสียง มักจะชอบดึงแบรนด์ดังระดับแนวหน้าเข้ามาเปิด
บางทีห้างถึงกับยอมลดค่าเช่าให้แบรนด์ดังพวกนั้น ที่หนักกว่าคือบางที่ถึงขั้นออกค่าตกแต่งร้านให้ด้วย
แต่สำหรับแบรนด์โนเนมที่จัดเกรดไม่ได้อย่างเขา เขาคงไม่แม้แต่จะชายตามองด้วยซ้ำ
ดังนั้นหยางอีหน่วนจึงลังเลกับข้อเสนอของสตีเฟน แต่เวลานั้นสตีเฟนกลับยิ้มเย็น
"ใครบอกว่าจะเช่าที่เขาล่ะครับ? เราซื้อขาดเลยไม่ดีกว่าเหรอ?"
หยางอีหน่วนอ้าปากค้าง "หา? ร้านในห้างนี้เขาขายด้วยเหรอ?"