- หน้าแรก
- ไรเดอร์พ่อค้าข้ามมิติ
- 335 หมาป่าวิ่ง หมูป่าพุ่ง
335 หมาป่าวิ่ง หมูป่าพุ่ง
335 หมาป่าวิ่ง หมูป่าพุ่ง
เดิมทีตำแหน่งที่ฉินเส้าอวี่อยู่นั้น อยู่ห่างจากค่ายกลรถปืนใหญ่หน้าไม้ของฝ่ายศัตรูประมาณสามร้อยกว่าเกือบสี่ร้อยเมตร
ในความเข้าใจของเขา ระยะห่างขนาดนี้ ควรจะปลอดภัยจากลูกธนูหน้าไม้อย่างแน่นอน
แต่ตอนนี้ ปืนใหญ่หน้าไม้ของศัตรู ได้เปลี่ยนความรู้ความเข้าใจที่เขามีต่ออาวุธชนิดนี้ไปอย่างสิ้นเชิง
ปืนใหญ่หน้าไม้ที่พวกเขาใช้ แข็งแกร่งกว่ารถหน้าไม้ของตระกูลเจ้าแห่งเมืองเขาเขียวแบบเทียบกันไม่ติดเลย!
ไม่ว่าจะเป็นระยะยิง หรือความสามารถในการเจาะเกราะ
ถ้ารถหน้าไม้ของตระกูลเจ้าเก่งกาจขนาดนี้ เกรงว่าในสิบหกเมืองเยี่ยนอวิ๋น พวกเขาคงกวาดล้างศัตรูจนเป็นเจ้าพ่อไปนานแล้ว
ตำแหน่งราชาแห่งแดนเหนือ ก็คงเปลี่ยนคนไปนานแล้วเช่นกัน
เวลานี้สมองของฉินเส้าอวี่สับสนวุ่นวายไปหมด ทำได้แค่หันหลังวิ่งหนี ขอแค่หลุดออกจากสนามรบนี้ไปให้ได้ก่อนค่อยว่ากัน
และในขณะเดียวกัน ที่ด้านหลังค่ายกลปืนใหญ่หน้าไม้ หยางอีหน่วนยกมือขึ้น ส่งสัญญาณให้ลูกน้องหยุดยิง
จากนั้นก็สั่งการให้คนรีบตรวจสอบสภาพรถหน้าไม้เหล่านี้ทันที
บนดาวสีน้ำเงินธนูทดกำลังที่ผู้ใหญ่ใช้กันทั่วไป จะมีแรงดึงอยู่ที่ประมาณ 24-30 กิโลกรัม
ใครที่ดึงแรง 35 กิโลกรัมได้ ก็ถือว่าเป็นนักธนูจอมพลังแล้ว
และถ้าใครดึงได้ 40 กิโลกรัม ถ้าไปอยู่ในยุคโบราณ นั่นก็คือระดับเจอเป*ยอดมนุษย์ที่ยิงอินทรีร่วงได้เลยทีเดียว
ส่วนคนที่ดึงธนูแรง 45 กิโลกรัมได้ นั่นคือพวกที่มีพละกำลังมหาศาลมาแต่กำเนิดตามตำนาน
ในป่า คนพวกนี้คือยอดนักรบที่สามารถยิงเสือ หมูป่า หรือหมีดำตายได้ด้วยตัวคนเดียว
สถานการณ์ในโลกนี้ ก็คล้ายคลึงกับบนโลก
พลหน้าไม้ที่นี่ โดยทั่วไปก็จะใช้หน้าไม้ที่มีแรงดึงประมาณสามสิบกิโลกรัม
แต่ปืนใหญ่หน้าไม้แรงดันไอน้ำที่พวกเขาดัดแปลงมานี้ เขาเคยคำนวณดูแล้ว
ตาข่ายยืดหยุ่นหนึ่งผืนเมื่อดึงจนสุด จะสะสมแรงได้ประมาณหนึ่งพันกิโลกรัม...
แน่นอนว่าที่ทำได้ขนาดนี้ ก็ต้องขอบคุณสายธนูแบบผสมลวดสลิงที่เขานำมาจากโลก
แต่ก็เพราะแรงดึงของสายธนูมันมหาศาลขนาดนี้ เขาถึงต้องสั่งหยุดยิง เพื่อให้รีบตรวจสอบสภาพ
เพราะปืนใหญ่หน้าไม้พวกนี้ส่วนใหญ่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่ แล้วติดตั้งบนรถม้าโครงเหล็กที่เขานำมา
ตัวรถม้าเพราะทำจากโครงเหล็กฉากเชื่อมติดกัน จึงไม่มีปัญหาอะไร
แต่เขากลัวว่ากล่องรางยิงที่ทำจากไม้ และระบบไกปืนที่ยึดตาข่ายยืดหยุ่นไว้ จะแข็งแรงไม่พอ
เพราะแรงดึงระดับพันจิน กับโครงสร้างไม้ที่ยังไม่ได้ผ่านการอบแห้งมาอย่างดี
แค่ช่วงเวลาสั้นๆ รถหน้าไม้ 45 คันทางฝั่งเขา ก็ยิงต่อเนื่องไปแล้วกว่าสิบระลอก
ยิงลูกธนูออกไปนับหมื่นดอก ทหารม้าหอกเหลียงฉือโจวที่ชื่อเสียงสะเทือนแดนเหนือ ยังไม่ทันได้แตะขอบค่ายกลของพวกเขา ก็ถูกยิงตายไปนับพันคน
คลื่นการบุกของคนสามพันคน ถูกเขาตีจนแตกกระเจิง...
ยิงต่อเนื่องหลายครั้งขนาดนี้ ชิ้นส่วนไม้ของรถหน้าไม้ ย่อมเกิดอาการล้าตัวแน่นอน
ต้องทำการตรวจซ่อมและเปลี่ยนชิ้นส่วนทันที ถ้าไม่รีบจัดการ
ไม่แน่ว่าเดี๋ยวพอเครื่องจักรไอน้ำดึงขึ้นสาย อาจจะดึงจนรถหน้าไม้พังกระจายได้
ถ้าเป็นแบบนั้น อาจเกิดเหตุการณ์ปืนแตกคนตาย กลายเป็นทำร้ายตัวเองได้ในพริบตา
ขืนเป็นแบบนั้น ก็ไม่คุ้มกันพอดี
ผลการรบถือว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว ดังนั้นหยางอีหน่วนจึงไม่รีบร้อนที่จะไล่ล่าต่อ แต่ส่งคนไปตรวจเช็ครถหน้าไม้ก่อน
ดังนั้นต้องเช็คกล่องยิงก่อน เพื่อเตรียมรับมือกับศึกหนักที่อาจจะตามมา
ส่วนเรื่องการไล่ล่า ไม่จำเป็นต้องถึงมือเขาหรอก
ที่อีกฟากหนึ่งของป่า เกาซิ่นที่เฝ้าดูการยิงถล่มมาตลอด เวลานี้ตาแดงก่ำด้วยความฮึกเหิมแล้ว
ในขณะเดียวกัน วิทยุสื่อสารที่หน้าอกเขาก็ดังขึ้น
"พวกมันแตกพ่ายแล้ว เร็วเข้า สั่งบุกไล่ล่า!"
เกาซิ่นหันกลับไปมองกองทหารม้าเกราะหนักด้านหลัง
"พี่น้องทั้งหลาย ได้เวลาสร้างชื่อเสียงเกียรติยศแล้ว!"
"เดี๋ยวบุกไปพร้อมกับข้า ฆ่าทหารม้าหอกได้หนึ่งคน รางวัลเงินห้าตำลึง ฆ่าสองคนได้สิบตำลึง... ฆ่าได้สิบคน แต่งตั้งเป็นนายกองร้อย... ฆ่าาา..."
พูดจบ เขาก็ดึงหน้ากากกระจกบนหมวกกันน็อคชุดปราบจลาจลที่ซื้อมาจากหยางอีหน่วนลงมาปิดหน้า
จากนั้นกระตุกบังเหียนกระตุ้นม้าศึก พุ่งนำหน้าออกจากป่าทึบไปเป็นคนแรก
ชุดป้องกันแบบนี้ใส่สบายจริงๆ เบาสบายแต่พลังป้องกันไม่ด้อยเลย แถมหมวกนี่ก็แข็งแรงมาก จุ๊ๆๆ ถึงกับลงทุนติดหน้ากากคริสตัลมาให้ด้วย หรูหราจริงๆ
เจ้าพวกผู้ฝึกเซียนจากทะเลตะวันออกพวกนี้รวยจริงๆ...
ไม่นานเกาซิ่นก็ส่ายหัว สลัดความคิดแปลกๆ พวกนั้นทิ้งไป
ส่วนทหารม้าด้านหลัง ก็ทำตามเขาอย่างพร้อมเพรียง
กวัดแกว่งอาวุธรูปร่างประหลาดนานาชนิด ร้องตะโกนอย่างบ้าคลั่งพุ่งออกมาจากป่า...
เกาซิ่นที่ยึดเมืองเขาเหล็กได้ ช่วงที่ผ่านมาทุ่มทุนสร้างอย่างหนัก สั่งตีเกราะแผ่นเหล็กทั้งตัวให้ทหารในสังกัดทุกคน
เพราะยุคนี้จะให้คนออกไปเสี่ยงชีวิต ถ้าไม่มีเงินรางวัลมากพอ อย่างน้อยอุปกรณ์ป้องกันก็ต้องจัดให้เต็มที่ไม่ใช่หรือ?
เพราะเกราะแผ่นเหล็กทั้งตัวแบบนี้ ในสนามรบไม่เพียงให้พลังป้องกันที่สูงลิ่ว แต่ยังสร้างความปลอดภัยและความมั่นใจให้ทหารได้อีกด้วย
พอดีที่เมืองเขาเหล็กของพวกเขา สิ่งที่ไม่เคยขาดแคลนเลยก็คือช่างตีเหล็กและเหล็กดิบ
ดังนั้นช่วงที่ผ่านมาเขาจึงไม่ปล่อยเวลาให้เสียเปล่า ยอมทุ่มเอาเหล็กคงคลังออกมาทั้งหมด ติดอาวุธให้ทหารตัวเองแบบครบเครื่อง
การป้องกันที่แน่นหนาเช่นนี้ ทำให้ขวัญกำลังใจของกองทัพส่วนตัวของเขาพุ่งสูงปรี๊ด
โดยเฉพาะหลังจากได้รับการสนับสนุนจากฝั่งหยางอีหน่วน
แผนการรบครั้งนี้ พวกหยางอีหน่วนเป็นคนเสนอ เดิมทีเขาก็สงสัยว่าจะไหวหรือ ยังดีที่อีกฝ่ายแค่ให้เขาเป็นหน่วยสนับสนุน
แต่ตอนนี้พอได้เห็นความดุดันของพวกหยางอีหน่วน ที่อาศัยแค่รถหน้าไม้ 45 คัน กับพลหน้าไม้ไม่กี่ร้อยคน
กลับสามารถตีแตกกองทัพม้าเหล็กแห่งเหลียงโจวที่ชื่อก้องหล้าได้ เกาซิ่นและลูกน้องในเวลานี้จึงฮึกเหิมถึงขีดสุด
ทุกคนเหวี่ยงกระบองเหล็ก กระบองเขี้ยวหมาป่าในมือ ไล่ตามหลังทหารม้าหอกพวกนั้น แล้วระดมฟาดฟันทุบตีอย่างบ้าคลั่ง
ทหารม้าหอกที่ขวัญเสียไปแล้ว เวลานี้ถูกทุบตีจนร้องโหยหวนเหมือนผีเจาะปาก ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะต่อต้าน...
ไม่นานเกาซิ่นก็นำกำลังพุ่งเข้าใส่กลางวงทหารแตกทัพของเหลียงฉือโจว
กวัดแกว่งกระบองเหล็กในมือ ทุบทหารม้าหอกที่วิ่งหนีอยู่ตรงหน้าจนล้มคว่ำคะมำหงายไปทีละคน
ตั้งแต่เริ่มปะทะ เขาไม่รู้เลยว่าตัวเองทุบพวกทหารม้าหอกคว่ำไปกี่คนแล้ว
ไอ้พวกทหารม้าหอกที่ร่ำลือกันว่าเก่งกาจนักหนา ก็มีน้ำยาแค่นี้เองนี่หว่า!
เวลานี้เขาควบม้าเข้าประชิดด้านหลังทหารม้าหอกคนหนึ่ง ง้างมือฟาดกระบองใส่เต็มแรง
เจ้านั่นหลบไม่ทัน โดนหวดเข้าที่กลางหลังอย่างจัง
เสียงดัง 'เปรี้ยง' เกราะเหล็กด้านหลังยุบลงไปทันที ส่วนทหารม้าคนนั้น ส่งเสียงอึกในลำคอ แล้วร่วงจากหลังม้ากระแทกพื้น
ยังไม่ทันจะได้ดิ้นรน ก็ถูกม้าเหล็กที่ตามมาข้างหลังเตะเข้าอย่างจัง ตามด้วยกองทัพม้าเหล็กที่ตามมาเหยียบย่ำจนกลายเป็นเศษเนื้อ
ชั่วพริบตานั้น เกาซิ่นก็ไล่ตามทหารม้าข้างหน้าทันอีกคน แล้วก็หวดค้อนลงไปอย่างแรงอีกครั้ง...
ถ้าเป็นเมื่อก่อน ลำพังคนของเกาซิ่นแค่นี้ คิดจะชนกับทหารม้าเกราะหนักเหลียงฉือโจวซึ่งๆ หน้า
พวกเขาคงสู้ไม่ได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว
ชั่วขณะนั้น ทหารม้าหอกที่ชื่อเสียงระบือไกลในแดนตะวันตก กลับถูกพวกเขาไล่ต้อนจนแตกกระเจิงวิ่งหนีตายกันอุตลุด ภาพเหตุการณ์ช่างน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก!
*哲别 เจอเป ยอดขุนพลของเจงกิสข่าน