- หน้าแรก
- ไรเดอร์พ่อค้าข้ามมิติ
- 280 บดขยี้
280 บดขยี้
280 บดขยี้
ขบวนทัพเจดีย์เหล็กที่แข็งแกร่งที่สุดซึ่งคุ้มกันอยู่หน้าแท่นสูงแตกกระเจิง รถหุ้มเกราะคันนั้นไม่ได้รีบร้อนไล่ตามไปสังหาร
แต่กลับค่อยๆ ยกปากกระบอกปืนขึ้นอย่างใจเย็น ผู้บัญชาการกองทัพผสมทั้งสามที่ยืนอยู่บนแท่นสูง เห็นปากกระบอกปืนดำมืดเล็งมาที่พวกเขา ก็ตกใจจนหนังหัวชาทันที
เกาเฉียงตอบสนองเร็วที่สุด เขาผิวปากเสียงหนึ่ง ทันใดนั้นก็มีเงาดำโฉบลงมาจากท้องฟ้า
เกาเฉียงพุ่งไปยังขอบแท่นสูงด้วยความเร็วที่ไม่สมกับอายุ แล้วกระโดดลงไป
เพิ่งกระโดดออกจากแท่นสูง เงาดำนั้นก็มาถึง กรงเล็บแหลมคมคู่หนึ่งคว้าจับเกาเฉียงกลางอากาศ
จากนั้นอินทรีทองตัวนั้นก็กระพือปีกอย่างบ้าคลั่ง พาเกาเฉียงพุ่งหายเข้าไปในกลีบเมฆ
ตัวเอกของกองทัพผสม หนีไปดื้อๆ แบบนี้เลย!
จางหยงเห็นดังนั้นก็สบถออกมา แต่ปฏิกิริยาของเจ้านี่ก็เร็วมากเช่นกัน เขากระโดดลงจากขอบแท่นสูงเหมือนกัน
แต่เขาไม่สามารถบังคับอินทรีให้มารับได้ ทว่าที่ใต้แท่นสูงกลับมีทหารม้าหมาป่าหลายนายรออยู่
พอเขาใกล้จะตกถึงพื้น ทหารชีวภาพบนหลังหมาป่าหลายนาย ก็กระโดดลอยตัวขึ้นไปในอากาศ
ในอากาศพวกเขาก็รับตัวเจ้านี่ไว้ได้ แม้จะกระแทกพื้นอย่างแรง แต่ทหารม้าหมาป่าชีวภาพเหล่านั้นก็เป็นเบาะรองรับให้
ดังนั้นจางหยงจึงไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ แม้จะมึนหัวตาลายบ้าง แต่ก็ถูกทหารม้าหมาป่าคนอื่นๆ ดึงตัวขึ้นมา วางบนหลังหมาป่า แล้วหนีหายไปอย่างรวดเร็ว
และเวลานี้จางหยงก็ยังไม่ลืมที่จะเรียกทหารใต้บังคับบัญชา
"รีบเป่าแตร ให้พวกนักรบคลั่งถอยลงมา..."
นักรบคลั่งเหล่านั้น คือเลือดเนื้อเชื้อไขระดับหัวกะทิของตระกูลเขาเชียวนะ
ตอนนี้การยึดเมืองพันเขาหมดหวังแล้ว เขาไม่อยากให้ยอดฝีมือของตัวเองต้องมาตายที่นี่จนหมด
ไม่นานนัก บนหลังหมาป่ายักษ์เหล่านั้น ก็มีเสียงแตรแปลกๆ ดังขึ้น
นักรบคลั่งที่กำลังอาละวาดบนกำแพงเมือง ก็ชะลอการโจมตีทันที หันมองไปที่ใต้กำแพงเมืองอย่างงุนงง
หลังจากฟังอยู่ครู่หนึ่งและยืนยันคำสั่งแล้ว ไม่นานภายใต้การนำของหมีตัวยักษ์ที่เป็นหัวหน้า พวกมันก็พากันกระโดดลงจากกำแพงเมือง...
และในบรรดาผู้บัญชาการทั้งสาม คนที่น่าอนาถที่สุดก็คือเจ้ากงถัง
แท่นสูงนี้สูงสิบกว่าเมตร เขาไม่มีทหารม้าหมาป่ามารองรับ และไม่มีอินทรีที่เกาเฉียงควบคุมมารับช่วงต่อกลางอากาศ
ทำได้เพียงกัดฟันกระโดดลงไป
ยังดีที่ใต้แท่นสูงนี้ ยังมีรถม้าพลังไอน้ำของตระกูลเขาอยู่หลายคัน
หนึ่งในนั้นที่เป็นปืนใหญ่พลังไอน้ำ เวลานี้ปรับปากกระบอกปืน แล้วยิงขึ้นฟ้าไปหนึ่งนัด
สิ่งที่ยิงออกมากลับเป็นตาข่ายยักษ์ เดิมทีเจ้าสิ่งนี้เอาไว้ใช้จับสัตว์ร้ายในป่า
นึกไม่ถึงว่าครั้งนี้จะกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายช่วยชีวิตอาหลานตระกูลเจ้า ทั้งสองกระโดดลงมาจากแท่น ถูกตาข่ายเชือกนี้รับไว้
ช่วยลดแรงกระแทกจากการตกของทั้งสองได้เป็นอย่างดี แม้สุดท้ายจะเจ็บตัวไม่น้อย แต่ก็ยังรักษาชีวิตไว้ได้
ส่วนแท่นสูงที่พวกเขาเคยอยู่นั้น เวลานี้ไฟลุกท่วม เศษไม้กระจัดกระจาย
ถูกปืนยิงเร็วบนรถหุ้มเกราะคันนั้นยิงจนกลายเป็นจุณ...
หอบัญชาการถูกทำลายย่อยยับ ผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพผสมหายตัวไปหมด
กองทัพผสมที่กำลังค่อยๆ เคลื่อนพลไปทางกำแพงเมือง เวลานี้ก็งงเป็นไก่ตาแตก
ทำไมพวกเราเพิ่งจะไปตีเมือง คริสตัลข้างหลังกลับถูกใครขโมยตีไปซะแล้ว?
แถมผู้บัญชาการสูงสุดก็ไม่อยู่แล้ว ศึกนี้จะรบต่อยังไง?
ในขณะที่กองทัพผสมไม่รู้ว่าจะเดินหน้าหรือถอยหลัง จางหยงที่ขี่อยู่บนหลังหมาป่า ก็นำทหารม้าหมาป่าหลายร้อยนายพุ่งผ่านทัพหน้าไปแล้ว
และตะโกนเรียกทหารหน่วนโจวไปตลอดทาง ให้รีบถอยทัพ...
พอตะโกนแบบนี้ ทหารหน่วนโจวก็เข้าใจทันที
ยังดีที่ครั้งนี้ทหารหน่วนโจวส่วนใหญ่เป็นทหารม้าหมาป่าที่มีความคล่องตัวสูง ไม่ค่อยมีทหารราบเท่าไหร่
เมื่อได้ยินเสียงเรียกของจางหยง คนเหล่านี้ก็รีบผละออกจากขบวนรบ แล้วเริ่มถอยทัพตามจางหยงไป
ส่วนพวกนักรบคลั่งบนกำแพงเมืองก็เช่นกัน หลังจากกระโดดลงจากกำแพง ก็รีบตามหลังทหารม้าหมาป่า เริ่มถอยทัพไป
ส่วนกองทัพตระกูลเกาเวลานี้ยิ่งงงหนัก หอบัญชาการถูกระเบิด เกาเฉียงก็หายตัวไป พวกเขาไม่รู้เลยว่าต้องทำอย่างไรต่อ?
ยังดีที่เกาเฉียงยังไม่เสียสติ
แม้จะหนีรอดจากแท่นสูงมาได้ แต่ก็หนีไปได้ไม่ไกล
ไม่นานเขาก็ขี่อยู่บนหลังอินทรีทอง ปรากฏตัวอยู่เหนือศีรษะของกองทัพตระกูลเกา
"รีบถอยทัพ ถอยออกไปทางสองข้าง..."
เกาเฉียงตะโกนสั่งลงมาจากบนหลังอินทรีทอง
กองทัพตระกูลเกาส่วนใหญ่เป็นทหารราบเบาและทหารม้าเบา เมื่อได้ยินคำสั่งของเกาเฉียง ก็ถอยทัพอย่างรวดเร็วเช่นกัน
ไม่นานก็เริ่มกระจายตัวหนีออกจากสนามรบทางด้านข้างทั้งสองฝั่ง
และคนที่ซวยที่สุดก็คือทหารเจดีย์เหล็กแห่งเมืองเขาเขียว ทหารราบเกราะหนักเหล่านี้ เดิมทีก็เคลื่อนที่ช้าในสนามรบอยู่แล้ว
และเวลานี้ แม้จะได้รับคำสั่งถอยทัพที่เจ้ากงถังฝากคนมาบอก
แต่เจ้าพวกนี้สวมเกราะหนัก จะวิ่งเร็วขนาดนั้นได้อย่างไร?
เวลานี้เพิ่งจะหันกลับอย่างเชื่องช้า เตรียมจะหนี
แต่รถหุ้มเกราะที่ดุดันคันนั้น ก็ตามมาทันแล้ว
รถหยุดที่ด้านหลังขบวนทัพ หันปากกระบอกปืน เล็งไปที่ทหารเจดีย์เหล็กเหล่านี้แล้วระดมยิงอย่างบ้าคลั่ง
รถหุ้มเกราะคันนี้ใช้ปืนใหญ่อัตโนมัติขนาด 23 มม. แม้ขนาดลำกล้องจะไม่ใหญ่ แต่อานุภาพกลับไม่เล็กเลย
ที่สำคัญที่สุดคือเจ้าสิ่งนี้ยิงรัวได้ ยิงไปชุดหนึ่ง ไม่สนหรอกว่าเจ้าจะเป็นเจดีย์เหล็กหรือกระป๋องเหล็ก ทั้งหมดจะถูกระเบิดจนกลายเป็นเศษซาก
กระสุนนัดหนึ่งโดยพื้นฐานแล้วก็กวาดเรียบไปแถบหนึ่ง
ทหารราบเกราะหนักที่เปรียบเสมือนรถถังในสนามรบอาวุธเย็น เมื่ออยู่ต่อหน้าอาวุธสมัยใหม่แบบนี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับฝูงลูกแกะรอเชือด...
ยิงไปไม่กี่ชุด ก็สังหารไปกว่าร้อยคน
และบนรถม้าที่อยู่ไกลออกไป เจ้ากงถังที่กำลังควบม้าหนีอย่างบ้าคลั่ง เห็นภาพนี้เข้า ดวงตาแทบถลนออกจากเบ้า
ทหารเจดีย์เหล็กเหล่านี้ คือผลงานระดับหัวกะทิที่ตระกูลเจ้าของเขาปลุกปั้นมาหลายปีเชียวนะ!
แม้ครั้งนี้จะนำมาไม่มาก แต่เขาก็ทนดูพวกมันถูกสังเวยในสนามรบแบบนี้ไม่ได้
"เร็ว ให้คนไปส่งคำสั่ง ให้ทหารเจดีย์เหล็กถอดเกราะเหล็กออก แล้วกระจายตัวหนี อย่ารวมกลุ่มกัน..."
เจ้ากงถังตะโกนสั่งทหารสื่อสารข้างกาย ให้นำคำสั่งไปบอกทหารเจดีย์เหล็กเหล่านั้น
ทหารเจดีย์เหล็กเหล่านั้นแม้จะรบเก่ง แต่สมองกลับไม่ค่อยดีนัก
เรื่องนี้ย่อมเกี่ยวข้องกับกระบวนการเติบโตของพวกเขา เพื่อฝึกฝนให้เจ้าพวกนี้มีร่างกายที่แข็งแกร่ง
คนเหล่านี้ถูกตระกูลเจ้าคัดเลือกมาตั้งแต่อายุสิบกว่าปี ฝึกฝนร่างกายอย่างต่อเนื่อง แน่นอนว่าในกระบวนการนี้
คนตระกูลเจ้าจะใช้ยาบางอย่างกับคนเหล่านี้ เพื่อให้พวกเขาไม่กลัวความเจ็บปวด และเติบโตสูงใหญ่แข็งแรงกว่าปกติ
แม้ยาจะร้ายกาจ แต่ก็ย่อมส่งผลกระทบต่อสติปัญญาของคนเหล่านี้
ดังนั้นบ่อยครั้งทหารราบเกราะหนักเหล่านี้ จึงดูเทอะทะในสนามรบ ไม่คล่องแคล่วนัก...
เวลานี้ทหารราบเกราะหนักเหล่านี้ จึงกลายเป็นเป้าหมายหลักในการไล่ล่าและโจมตีของรถหุ้มเกราะล้อยางคันนั้น
แต่รถหุ้มเกราะคันนี้ก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อเสีย อาจเป็นเพราะขาดคนบังคับ
มันทำได้แค่วิ่งไปสักพัก ไล่เข้าใกล้ศัตรู แล้วต้องจอดนิ่งๆ ถึงจะยิงได้
ซึ่งนี่ทำให้ประสิทธิภาพการสังหารลดลงอย่างมาก...