- หน้าแรก
- ไรเดอร์พ่อค้าข้ามมิติ
- 225 ความเปลี่ยนแปลงของหมู่บ้านไห่เหยียน
225 ความเปลี่ยนแปลงของหมู่บ้านไห่เหยียน
225 ความเปลี่ยนแปลงของหมู่บ้านไห่เหยียน
อารองเห็นหยางอีหน่วนเดินเข้ามาอย่างกะทันหัน ก็รู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง แต่ก็ดีใจมากเช่นกัน
"งั้นตกลงตามนี้ เถ้าแก่เปาเราคุยกันแค่นี้ก่อนละกัน มีอะไรที่ไม่เข้าใจ พรุ่งนี้ค่อยมาหาผมใหม่"
"ได้เลยครับ เถ้าแก่หยาง งั้นก็เอาตามนี้ ผมขอตัวก่อนละกัน"
เปาเจี้ยนปินพูดพลางเดินออกจากบ้านเก่าตระกูลหยางด้วยสีหน้าตื่นเต้นดีใจ
ถ้าเป็นคนอื่นลากเขามาคุยงานก่อสร้างจนถึงเที่ยงคืนแบบนี้ เขาคงหงุดหงิดไปนานแล้ว
แต่พอได้คุยกับหยางรองจนดึกดื่น เขากลับไม่โกรธเลยสักนิด แถมยังแอบดีใจอีกต่างหาก
เพราะเขารู้สึกว่าตัวเองได้เรียนรู้อะไรมากมาย อย่างเช่นเพิ่งรู้เป็นครั้งแรกว่า วัวสามารถเลี้ยงในตึกได้ด้วย
ที่แท้การกินน้ำกินหญ้าของวัวในแต่ละวันล้วนมีกฎเกณฑ์ และสิ่งอำนวยความสะดวกรูปร่างประหลาดในตึกที่เขาเคยไม่เข้าใจ ล้วนมีวัตถุประสงค์การใช้งานเฉพาะตัว
ที่สำคัญที่สุดคือเมื่อตึกแบบนี้สร้างเสร็จ จะช่วยลดต้นทุนการเลี้ยงวัวได้อย่างมหาศาล
เมื่อเทียบกับการเลี้ยงแบบปล่อยที่เคยทำมา รูปแบบการเลี้ยงเช่นนี้ไม่จำเป็นต้องลงทุนใช้พื้นที่ขนาดใหญ่เกินไป
และไม่จำเป็นต้องใช้คนดูแลมากนัก เพียงแค่มีชุดอุปกรณ์กล้องวงจรปิด กับสุนัขต้อนแกะสำหรับต้อนวัวและเฝ้าระวังไม่กี่ตัว
ประกอบกับคนงานจำนวนน้อยนิด ก็สามารถทำงานประจำวันให้สำเร็จได้แล้ว
นั่นหมายความว่าการใช้คนสิบคนดูแลวัวสามพันตัว เหมือนกับประเทศที่พัฒนาด้านปศุสัตว์เหล่านั้น ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันอย่างแน่นอน
ลองคิดดูสิ คนสิบคนเลี้ยงวัวได้ตั้งสามพันตัว กำไรจะมากมายขนาดไหน
เพราะค่าแรงงานจะลดลงกว่าฟาร์มวัวอื่นถึงสิบเท่า!
แถมฟาร์มวัวนี้ดูเหมือนต้นทุนช่วงแรกจะสูงหน่อย แต่โรงเรือนพวกนี้ใช้งานได้ถึงห้าสิบปีเชียวนะ
ถ้าเฉลี่ยออกมาแล้ว ต้นทุนการเลี้ยงก็จะลดลงไปได้อีกโข
ที่สำคัญที่สุดคือช่วยประหยัดค่าเช่าที่ดินได้ก้อนใหญ่ มิเช่นนั้นหากใช้วิธีเลี้ยงแบบปล่อยตามเดิม
ลำพังแค่ไปเช่าที่ดิน ก็ต้องเสียเวลาหลายปี บวกกับค่าใช้จ่ายอีกมหาศาล
คำนวณดูแล้ว ต้นทุนการเลี้ยงในตึกแบบเขาต่ำกว่าจริงๆ ด้วย
ดังนั้นเปาเจี้ยนปินจึงตื่นเต้นมาก เขารู้สึกว่าได้เรียนรู้วิชามาแล้ว
วันหน้าถ้าเบื่อทำรับเหมาเมื่อไหร่ ก็จะกลับมาสร้างตึกแบบนี้ทำฟาร์มเลี้ยงสัตว์เองบ้าง...
"ฮ่าๆ อารอง อาบอกความลับฟาร์มให้เขาหมดแบบนี้ ไม่กลัวเขากลับไปลอกเลียนแบบเหรอครับ"
หยางอีหน่วนมองเปาเจี้ยนปินที่เดินยิ้มร่าออกจากบ้านเก่าไป ก็อดถามอารองไม่ได้
ส่วนอารองเงยหน้าขึ้นมองหวังซื่อเฉียงที่นั่งอยู่ตรงข้ามแวบหนึ่ง แล้วยิ้มตอบเขาว่า
"กลัวอะไร แกคิดว่าความลับในการเลี้ยงวัวของเรา อยู่ที่อุปกรณ์พวกนี้เหรอ ถ้าคิดงั้นแกก็ผิดถนัดแล้ว"
"ความลับในการเลี้ยงวัวของพวกเรา ความจริงแล้วอยู่ที่อุปกรณ์เก็บข้อมูลต่างๆ ที่ติดตั้งไว้ตามจุดต่างๆ ของตึก และระบบการเลี้ยงของเราเองต่างหาก"
"มีอุปกรณ์เก็บข้อมูลพวกนี้ เราก็จะติดตามสภาวะทางกายภาพของวัวทุกตัวได้แบบเรียลไทม์"
"หิวน้ำเมื่อไหร่ หิวข้าวเมื่อไหร่ เราก็รู้ข้อมูล แล้วให้อาหารได้อย่างแม่นยำ"
"แถมยังติดตามสุขภาพของวัวทุกตัวได้ตลอดเวลา พอเจอวัวที่มีปัญหา ก็จับแยกวัวที่ป่วยหรือมีความเสี่ยงไปสังเกตอาการได้ทันที"
"แบบนี้ถึงจะเลี้ยงวัวที่แข็งแรงที่สุดออกมาได้... หมายความว่า ต่อให้เขารู้ประโยชน์ของอุปกรณ์ในตึกพวกนี้"
"แต่ถ้าไม่มีระบบชุดนั้น ก็เปล่าประโยชน์!"
หยางอีหน่วนฟังจบก็ยกนิ้วโป้งให้อารอง
"ผมเห็นฟาร์มเราสร้างเร็วดี อีกนานไหมครับกว่าจะใช้งานได้"
"อืม อีกเดือนนึงก็น่าจะเสร็จแล้ว ทิ้งไว้อีกครึ่งเดือน ให้กลิ่นมันจางหน่อย ถ้าไม่มีปัญหาอะไร เดือนมิถุนายนเราก็ 'นำเข้า' วัวเป็นๆ เข้ามาได้แล้ว"
ตอนนั้นเองหวังซื่อเฉียงก็ลืมตาขึ้นมองหยางอีหน่วนแล้วพูดขึ้น
หยางอีหน่วนพยักหน้ารับ หวังซื่อเฉียงจึงพูดต่อ
"ในฟาร์มนี้ เรากะว่าจะเลี้ยงวัวได้ประมาณสามพันตัว ถึงตอนนั้นยอดรวมวัวที่เราเลี้ยงก็จะขยายไปถึงหกพันกว่าตัว"
"ถึงเวลานั้นโรงงานอาหารสัตว์ก็น่าจะเข้าที่เข้าทาง พอดีกับรับซื้อข้าวโพดจากชาวบ้านแถวนี้มาเริ่มผลิตได้เลย"
"แต่ฟาร์มที่เราใช้อยู่ตอนนี้ ก็ทิ้งไม่ได้นะ ผมคิดว่ารอถึงปีหน้า ค่อยปรับปรุงที่นี่ให้เป็นฟาร์มทันสมัยแบบนั้นด้วย"
"แต่ก่อนจะถึงตอนนั้น เราต้องปรับปรุงโรงฆ่าสัตว์ให้เรียบร้อย รวมถึงห้องเย็น และเส้นทางขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิก็ต้องวางแผนให้ดี"
หวังซื่อเฉียงพูดจาเป็นระบบระเบียบ หยางอีหน่วนเองก็รู้สึกว่าแผนการของเขายอดเยี่ยมมาก
ทุกย่างก้าวสอดคล้องกับการขยายตัวของแฮมเบอร์เกอร์คุณชายเป็นอย่างดี
และโรงฆ่าสัตว์ที่เขาพูดถึงก็ทันสมัยสุดๆ เป็นระบบสายพานการผลิตเต็มรูปแบบ วัวตัวหนึ่งเข้าไปจนชำแหละเสร็จออกมา ใช้เวลาแค่ไม่กี่นาที
ต้องขอบคุณสายพานการผลิตนี้ที่หวังซื่อเฉียงเป็นคนออกแบบ เมื่อเทียบกับโรงฆ่าสัตว์ที่ทันสมัยที่สุดในโลกตอนนี้ ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลย
พวกอุปกรณ์เชือดชำแหละ พวกเขาสามารถซื้อบางส่วน และผลิตเองบางส่วน
แต่เงื่อนไขคือ หยางอีหน่วนต้องเอาเครื่องจักรกลมาจากต่างโลกให้ได้เสียก่อน
เพราะอย่างไรเสีย โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนของพวกเขาก็กำลังจะเริ่มแล้ว
โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนนี้ ตามความคิดของหวังซื่อเฉียง แน่นอนว่าต้องใช้กังหันก๊าซที่ทันสมัยที่สุด
เพราะเจ้าสิ่งนี้มีประสิทธิภาพความร้อนสูงกว่ากังหันไอน้ำหลายเท่า ประหยัดพลังงานกว่ามาก
ที่สำคัญคือขนาดเล็ก ไม่กินที่ ช่วยประหยัดพื้นที่ได้เยอะ
หยางอีหน่วนเห็นอารองอยู่ด้วย จึงกระแอมไอสองสามที ไม่ได้ลงรายละเอียดเรื่องเครื่องจักร Octopus นั่น
เพราะการไปต่างโลกครั้งนี้ เนื่องจากการทรยศของเกาเฉียง เขาเลยเข้าไปในเมืองเหล็กหลอมไม่ได้ด้วยซ้ำ
แม้จะได้รู้สถานะการทำงานของหยางหย่วนชิ่งและกรัมแมนจากปากของแกรนด์ที่แฝงตัวออกมานอกเมือง
แต่ไม่ได้ไปเห็นกับตาตัวเอง ย่อมไม่รู้ว่าพวกเขาได้ผลิตหุ่นยนต์อุตสาหกรรม Octopus รุ่นลดรูปตามที่เขาสั่งหรือไม่
ถ้าผลิตออกมาได้ย่อมดีที่สุด เพราะกังหันก๊าซเนี่ย ในประเทศของพวกเขาตอนนี้ยังถือเป็นอุปกรณ์ไฮเทคระดับสูงมาก
บริษัททั่วไปน้อยรายที่จะสร้างได้ดี ปกติมีแต่วิสาหกิจอุตสาหกรรมทหารขนาดใหญ่ หรือรัฐวิสาหกิจระดับยักษ์เท่านั้นที่ทำได้
แต่สำหรับเครื่องจักรกลพวกนี้ หยางอีหน่วนไม่รีบร้อนเลยสักนิด ยังไงเสียช้าเร็วก็จัดการได้
หลังจากสอบถามความคืบหน้าการสร้างฟาร์มและโรงงานอาหารสัตว์กับอารองและหวังซื่อเฉียงแล้ว หยางอีหน่วนก็กลับไปพักผ่อนที่ห้องนอนด้านใน
บ้านเก่าของพวกเขามีพื้นที่กว้างขวาง ห้องหับก็มีเยอะ
เมื่อก่อนเพราะไม่ค่อยมีคนอยู่ เลยดูรกร้างไปบ้าง
แต่ตั้งแต่อารองกลับมา ก็ได้ปรับปรุงบ้านแบบง่ายๆ ทำให้อยู่สบายใช้ได้เลยทีเดียว
เช้าวันรุ่งขึ้นตื่นมา ก็ปาเข้าไปสิบโมงกว่าแล้ว
อารองออกไปคุมงานที่ไซต์ก่อสร้าง แม้ทีมช่างที่หามาจะไว้ใจได้ แต่เรื่องวัสดุก็ต้องตรวจสอบให้ดี
เพื่อป้องกันการนำของเกรดต่ำมาสวมรอย ส่วนหวังซื่อเฉียง ในฐานะ 'เถ้าแก่ใหญ่' ของอารอง ย่อมไม่จำเป็นต้องออกหน้าเอง
แต่พอเห็นหยางอีหน่วนตื่นนอน หวังซื่อเฉียงก็ยิ้มพลางชวนเขาไปเดินเล่นบนภูเขาด้านหลัง...