- หน้าแรก
- ไรเดอร์พ่อค้าข้ามมิติ
- 140 ศึกใหญ่จ่อประชิด
140 ศึกใหญ่จ่อประชิด
140 ศึกใหญ่จ่อประชิด
หยางอีหน่วนคุ้นเคยกับสายตาที่แฝงเจตนาร้ายเป็นอย่างดี เขาสัมผัสได้ถึงความไม่ประสงค์ดีในแววตาของเจ้านั่น
ทว่าเขาไม่ได้เก็บเอาคนพื้นเมืองเหล่านี้มาใส่ใจนัก เพราะในสายตาของเขา คนเหล่านี้เปรียบเสมือนมดปลวกในสายตาของช้าง
ขอเพียงเขาปรารถนา เขามีวิธีนับหมื่นรูปแบบที่จะบดขยี้คนพวกนี้ให้ตาย
หลังจากเดินทางออกจากเมืองเขาเหล็ก ขบวนรถม้าก็มุ่งหน้าลงสู่ทิศใต้ เข้าสู่ทุ่งหญ้าอันเวิ้งว้างกว้างใหญ่
ป้อมปราการหลายแห่งที่พวกเขาจะไปเยือนในครั้งนี้ ล้วนเป็นป้อมปราการที่ตระกูลเกาเพิ่งบุกเบิกสร้างขึ้นใหม่ในช่วงไม่กี่ปีมานี้
แตกต่างจากฟาร์มสามแห่งก่อนหน้านี้ที่สร้างอิงไปตามแนวภูเขาเหล็ก
ฟาร์มเหล่านี้คือผลลัพธ์จากการที่ตระกูลเกาใช้เวลาหลายสิบปี ต่อสู้แย่งชิงกับเผ่าคนแกร่งมานับครั้งไม่ถ้วน
เป็นฟาร์มที่บุกเบิกขึ้นมาอย่างยากลำบากในทุ่งหญ้าฮั่นตา อีกทั้งยังเป็นด่านหน้าและแนวป้องกันด่านแรกที่พวกเขาวางไว้ในทุ่งหญ้า
ดังนั้นจึงเป็นส่วนหนึ่งของทรัพย์สินที่ตระกูลเกาให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง และจุดหมายแรกของพวกเขาคือฟาร์มชีหลี่เหอ
ฟาร์มแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณคุ้งน้ำชีหลี่เหอ ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองเขาเหล็กไปทางทิศใต้เจ็ดสิบลี้
ในยามปกติจะคอยช่วยเหลือเกื้อกูลกับเมืองเขาเหล็ก เสบียงและของใช้ในชีวิตประจำวันของเมืองเขาเหล็ก ล้วนได้รับการจัดส่งมาจากป้อมปราการแห่งนี้
และป้อมปราการแห่งนี้ ยังเปรียบเสมือนหมุดตัวแรกที่ตระกูลเกาตอกลึกลงไปในทุ่งหญ้า
ว่ากันว่ามีขนาดใหญ่โตมาก และตระกูลเกาก็ให้ความสำคัญมากเช่นกัน
เล่าลือกันว่า ทั้งป้อมปราการถูกสร้างขึ้นโดยอิงตามขนาดของเมืองเหล็กหลอมโดยเฉพาะ
แม้จะยังไปไม่ถึง แต่เมื่อได้ฟังคำบรรยายของเกาซิ่น หยางอีหน่วนก็เกิดความสนใจในป้อมปราการแห่งนี้อย่างมาก
ขบวนรถม้าเดินทางลัดเลาะลงใต้มาเรื่อยๆ ราวสามชั่วโมง จู่ๆ ม้าเร็วหลายตัวก็วิ่งสวนกลับมาจากด้านหน้า
คนขี่ม้าบนหลังม้าตัวหนึ่งในนั้น พอมาถึงกลางขบวนก็ร่วงตกลงมาจากหลังม้าทันที
ทุกคนต่างมองเห็นชัดเจนว่าบนแผ่นหลังของคนผู้นี้มีลูกธนูปักอยู่หลายดอก!
"ข้างหน้ามีเผ่าคนแกร่งกำลังบุกมา ทุกคนเตรียมพร้อมรบ!"
"รายงาน! ป้อมปราการชีหลี่เหอกำลังถูกชนเผ่าคนแกร่งปิดล้อมโจมตี ขอให้ท่านผู้นำตระกูลส่งคนไปช่วยโดยด่วน!"
"............"
เสียงตะโกนโหวกเหวกของผู้คนและเสียงม้าร้องดังระงมมาถึงกลางขบวน เข้าหูพวกหยางอีหน่วน
เกาซิ่นที่นั่งเป็นเพื่อนอยู่ในรถม้ามาตลอด พอได้ยินเช่นนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที
เขาลุกขึ้นยืนทันใด "พี่หยาง พี่ที ขออภัยด้วย ผู้น้องมีเรื่องด่วนต้องจัดการ ขอตัวก่อน"
"หา? มีเรื่องสำคัญ ท่านรีบไปจัดการเถอะ!"
หยางอีหน่วนและทีคอนเดโร่รีบโบกมือ บอกให้เขาไปทำธุระ
เกาซิ่นเพิ่งเดินไปได้ไม่ไกล ทีคอนเดโร่ก็ผิวปากส่งสัญญาณ
ไม่นาน เหล่าผู้ติดตามคนแคระของเขาที่ร่วมขบวนมาตลอดก็กรูเข้ามารายล้อม
ที่นำติดมาด้วยยังมีรถม้าบรรทุกหีบอีกหลายคัน เหล่าคนแคระเปิดหีบบนรถม้าออก
หยิบเอาชุดเกราะที่ส่องประกายเงินวาววับออกมา แล้วเริ่มสวมใส่
เมื่อสวมใส่จนเรียบร้อย ก็หยิบดาบ หอก กระบี่ และง้าวออกมาจากหีบใบอื่น
ดูท่าทางแล้ว พวกเขาคงคุ้นชินกับสถานการณ์เช่นนี้มานานแล้ว
กลับเป็นทีคอนเดโร่ที่เห็นหยางอีหน่วนทำตัวว่างงาน ไม่ทุกข์ร้อนกับสถานการณ์ จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยเตือน
"สหายหยาง ศึกใหญ่จ่อประชิดแล้ว เหตุใดท่านยังไม่เตรียมตัวอีก? อีกเดี๋ยวดีไม่ดีอาจมีอันตรายใหญ่หลวงนะ"
ส่วนหยางอีหน่วนเวลานี้กลับเพียงยิ้ม แล้วล้วงมือเข้าไปในเป้สะพายหลัง หน้าไม้เพลิงนรกพลันปรากฏขึ้นในมือของเขา
ล้วงอีกครั้ง ปืนกลมือสกอร์เปียน EVO3 ก็ห้อยลงมาที่หน้าอก
ส่วนชุดป้องกัน Vestguard นั่น นับตั้งแต่เขาข้ามมายังโลกต่างมิตินี้ เขาก็ไม่เคยถอดออกเลย
ตราบใดที่โลกใบนี้ยังไม่มีอาวุธปืน ลำพังแค่ดาบและหอก ย่อมไม่มีใครทำอันตรายเขาได้
แน่นอนว่าถ้าศัตรูใช้อาวุธไม่มีคมหรือของแข็งทุบตี นั่นก็อาจทำให้เขาเจ็บหนักได้เหมือนกัน
แต่เมื่อมีปืนกลมืออยู่ในมือ เขาไม่มีทางยอมให้ใครเข้าประชิดตัวได้ง่ายๆ แน่
แน่นอนว่าส่วนศีรษะยังคงต้องให้ความสำคัญ เขาหยิบหมวกยุทธวิธี FSAT ที่ทุ่มเงินซื้อมาคราวก่อนขึ้นมาสวม
ของสิ่งนี้แม้จะกันกระสุนไม่ได้ แต่ใช้กันดาบ หอก กระบี่ ง้าว และอาวุธทุบตีของโลกใบนี้ได้ไม่มีปัญหา
อันที่จริงหยางอีหน่วนก็รู้สึกเสียใจอยู่บ้าง รู้อย่างนี้ตอนกลับไปคราวก่อน น่าจะหาชุดเกราะป้องกันของตำรวจปราบจลาจลมาใส่สักชุด
แต่ตอนนั้นเขาคิดแค่ว่า ตนเองมาเพื่อทำการค้า ไม่ได้มาเพื่อรบราฆ่าฟัน
เลยไม่ได้หามา ครั้งนี้ดันมาเจอชนเผ่าในทุ่งหญ้าเข้าอย่างจัง ทำให้เขารู้สึกเสียดายขึ้นมานิดหน่อย
ครั้งหน้าต้องหาชุดปราบจลาจลมาใส่ให้ได้ จะได้อุ่นใจกว่านี้
เพราะชุดตำรวจปราบจลาจลแบบพิเศษพวกนั้น ไม่เพียงกันการฟันแทง แต่ที่สำคัญคือป้องกันการกระแทกจากของแข็งได้ดีเยี่ยม
ในขณะนั้นเอง ด้านหน้าก็มีม้าลาดตระเวนควบตะบึงกลับมาอย่างต่อเนื่อง นำข่าวสารที่สืบได้จากวงนอกมารายงานแก่ขบวนรถ
ตั้งแต่เริ่มเข้าสู่ทุ่งหญ้าลึกในครั้งนี้ ตระกูลเกาก็เริ่มส่งกองม้าออกไปรายล้อมรอบขบวนใหญ่ตลอดเวลา
กองม้าเหล่านี้เปรียบเสมือนหน่วยสอดแนมในยุคปัจจุบัน พวกเขาต้องกระจายตัวอยู่รอบขบวนรถ คอยเฝ้าระวังภัยจากทุกทิศทางให้แก่ขบวนรถ
ยังต้องรับผิดชอบสำรวจเส้นทางข้างหน้า เพราะในทุ่งหญ้าอันเวิ้งว้างนี้ ภัยอันตรายที่แฝงเร้นมีมากจนนับไม่ถ้วน
หน่วยสอดแนมเหล่านี้ คือหูและตาของขบวนรถ
และข้อมูลที่พวกเขาส่งกลับมานี่เอง ที่ทำให้พวกหยางอีหน่วนได้รับรู้
ว่าเบื้องหน้าของพวกเขา มีชนเผ่าคนแกร่งราวสามพันคน กำลังพุ่งตรงเข้ามาหาด้วยความเร็วสูง
เกาเผิงผู้เป็นเสาหลักของขบวนรถตัดสินใจอย่างรวดเร็ว ด้านหนึ่งส่งคนเร่งรุดกลับไปเมืองเขาเหล็กเพื่อติดต่อเกาเจี้ยน
ให้เขานำกำลังมาสมทบ อีกด้านหนึ่งสั่งให้ขบวนรถจัดตั้งค่ายกลเตรียมรับมือข้าศึกทันที
ขบวนของพวกเขามีกำลังคนนับพัน และที่สำคัญคือในขบวนมีรถม้ากว่าร้อยคัน
บนรถม้าเหล่านี้ บรรทุกเสบียงอาหารและแท่งเหล็กที่รวบรวมมาจากฟาร์มต่างๆ ตลอดทาง รวมถึงจากเมืองเขาเหล็ก
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นทรัพย์สินสำคัญ ที่ต้องนำไปลงบัญชีเข้าคลังที่เมืองเหล็กหลอม แล้วรอจนถึงปีหน้า
เพื่อขนส่งไปขายยังเมืองสิบหกเยี่ยนอวิ๋นและแคว้นหนานอวิ๋น...
และชนเผ่าคนแกร่งกลุ่มนี้ เห็นได้ชัดว่ามุ่งเป้ามาที่ทรัพย์สินเหล่านี้
แต่คนตระกูลเกามีประสบการณ์รับมือกับสถานการณ์เช่นนี้อย่างโชกโชน ไม่นานเกาเผิงก็เลือกชัยภูมิเป็นเนินสูงแห่งหนึ่งในละแวกใกล้เคียง
สั่งให้คนต้อนขบวนรถไปทางนั้น จากนั้นรถม้านับร้อยคันในขบวนก็ล้อมรอบเนินเขาเล็กๆ จัดตั้งเป็นค่ายกลรถม้าวงกลมสามวงซ้อนกันอย่างรวดเร็ว
รถม้าแต่ละคันเชื่อมต่อกันเป็นวง ม้าทุกตัวถูกจูงเข้าไปไว้ใจกลางค่ายกล
จากนั้นทหารราบจำนวนมากก็ลงจากหลังม้า ลากหีบออกจากรถม้าที่อยู่วงนอกสุด
เมื่อเปิดออก ด้านในกลับเต็มไปด้วยขวากเหล็ก
ทหารราบเหล่านั้นโปรยขวากเหล็กไปทั่วพงหญ้ารอบค่ายกลรถม้า
เหลือไว้เพียงช่องทางลับไม่กี่ช่องที่พวกตนเท่านั้นที่รู้
ในเวลาเดียวกัน พวกเขายังดึงท่อนไม้ปลายแหลมออกมาจากรถ แล้วนำมาประกอบเป็นรั้วขวากกั้นม้าทีละชุดอย่างรวดเร็ว
จากนั้นนำรั้วขวากกั้นม้าเหล่านี้ไปวางกระจายไว้รอบค่ายกล โดยเว้นช่องทางไว้เพียงไม่กี่ช่องเช่นกัน
ขณะเดียวกัน คนในค่ายกลก็จัดเตรียมอาหารกลางวันแบบง่ายๆ เสร็จเรียบร้อย
เห็นได้ชัดว่าต้องการให้เหล่าลูกผู้ชายได้กินอิ่มท้องก่อนที่สงครามใหญ่จะเริ่มขึ้น