- หน้าแรก
- ชีวิตชนบทของปรมาจารย์ผู้บำเพ็ญเพียร
- บทที่ 1411 ต้องพึ่งค่ายกลแล้ว
บทที่ 1411 ต้องพึ่งค่ายกลแล้ว
บทที่ 1411 ต้องพึ่งค่ายกลแล้ว
บทที่ 1411 ต้องพึ่งค่ายกลแล้ว
เฉินม่อกวาดสายตามองคนรอบข้าง รวมถึงไท่คุน แล้วยิ้มมุมปากอย่างเย็นชา ในสายตาเขา คนพวกนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับคนตาย เสร็จธุระเมื่อไหร่ เขาจะส่งพวกมันไปเฝ้ายมบาลให้หมด!
"เดินหน้าต่อไป! ฉันมีวิธีซ่อนเรือรบทั้งสามลำได้ นายสั่งให้เรืออีกสองลำขยับเข้ามาใกล้ๆ รักษาระยะห่างไม่เกิน 200 เมตร" เฉินม่อสั่งการ
"ท่านครับ ระยะห่างแค่นั้นมันอันตรายเกินไป อาจเกิดอุบัติเหตุได้" ผู้พันฮัน ตูอาห์ แย้ง
ความจริงระยะแค่นี้ก็ทำได้ แต่เพราะฮัน ตูอาห์ ไม่ค่อยชอบขี้หน้ามาฮาธีร์ที่เป็นพระญาติสุลต่าน จึงไม่อยากทำตามคำสั่งโดยไม่มีข้อโต้แย้ง
ปกติการจัดขบวนเรือรบต้องรักษาระยะห่างตามมาตรฐาน ถ้าทัศนวิสัยดีและสภาพเรือสมบูรณ์ ระยะ 110 เมตรก็ถือว่าปลอดภัยในแนวขวาง แต่ถ้าเป็นยามสงคราม ระยะห่างจะเพิ่มขึ้น
ส่วนแนวตั้ง ต้องดูสถานการณ์ว่าเป็นยามสงครามหรือลาดตระเวน ซึ่งกองทัพเรือแต่ละประเทศก็มีคู่มือปฏิบัติงานของตัวเอง
แต่ตอนนี้ทัศนวิสัยไม่ดี และสมรรถนะเรือก็ไม่สมบูรณ์ การเข้าใกล้เกินไปอาจผิดกฎความปลอดภัย ฮัน ตูอาห์ จึงอ้างกฎระเบียบมาแย้ง แต่ลึกๆ เขารู้ว่าระยะที่เฉินม่อสั่งก็ยังพอทำได้
ถ้าเป็นคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาสายตรง เขาคงทำตามทันที แต่กับเฉินม่อ เขาขอเล่นตัวหน่อย!
"ไม่เป็นไร สั่งไปเถอะ ฉันรับผิดชอบทุกอย่างเอง" เฉินม่อยืนกราน เขาไม่รู้หรอกว่าฮัน ตูอาห์ คิดอะไรอยู่ แต่ถ้าไม่ทำตามคำสั่ง ก็คงต้องดูว่าดาบของเขาคมพอไหม!
ฮัน ตูอาห์ จ้องตาเฉินม่อครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปสั่งการให้เรือรบขยับเข้ามาใกล้ตามที่เฉินม่อต้องการ พร้อมสั่งเจ้าหน้าที่สัญญาณให้คอยวัดระยะอย่างเคร่งครัด
แน่นอนว่าด้วยเรดาร์บนเรือ การรักษาระยะห่างแค่นี้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่
เรือรบอีกสองลำเปลี่ยนเส้นทางตามคำสั่ง ขยับเข้ามาอยู่ในตำแหน่งด้านหลังเยื้องซ้ายและขวาของเรือธง ตามระยะที่กำหนด
การจัดขบวนแบบนี้ช่วยให้ปลอดภัยและสะดวกในการแปรขบวนรบ
เฉินม่อไม่รู้รายละเอียดพวกนี้หรอก เขาแค่ใช้จิตสัมผัสตรวจสอบว่าเรือทุกลำทำตามคำสั่งก็พอใจแล้ว
สิบกว่านาทีต่อมา ฮัน ตูอาห์ เดินมารายงาน "ท่านครับ จัดขบวนเสร็จแล้ว คำสั่งต่อไปคืออะไรครับ?"
น้ำเสียงของฮัน ตูอาห์ ฟังดูห้วนๆ เพราะไม่พอใจที่ถูกบังคับ
"เดินหน้าตามแผนเดิม ส่วนเรื่องจะผ่านช่องแคบมะละกายังไง ฉันจัดการเอง นายไม่ต้องห่วง" เฉินม่อตอบเรียบๆ ไม่ใส่ใจน้ำเสียงของอีกฝ่าย เพราะยังไงคนพวกนี้ก็ต้องตายอยู่แล้ว จะไปถือสาคนตายทำไม?
ฮัน ตูอาห์ และไท่คุนมองหน้ากันด้วยความสงสัย เรือรบสามลำจะผ่านช่องแคบมะละกาในตอนกลางวันแสกๆ โดยไม่ให้ใครเห็นได้ยังไง? เป็นไปได้เหรอ?
แต่ในเมื่อเฉินม่อยืนยัน ทั้งคู่ก็ได้แต่ทำตามคำสั่ง รอดูว่าเฉินม่อจะทำยังไง
ยังไงซะ ผู้รับผิดชอบสูงสุดก็คือมาฮาธีร์ ถ้าเกิดเรื่องขึ้นมา ก็ให้มาฮาธีร์รับไป
อีกอย่าง ถึงสิงคโปร์จะเจอเรือรบสามลำนี้แล้วจะทำอะไรได้? ประเทศเล็กๆ แค่นั้น จะกล้าหือกับมาเลเซียเหรอ?
ฮัน ตูอาห์ แม้จะรู้ว่ากองทัพมาเลเซียไม่ได้เก่งกาจอะไร แต่เมื่อเทียบกับสิงคโปร์ เขาก็ยังเชิดหน้าชูตาได้
ตอนนี้เฉินม่อสั่งให้งดใช้สัญญาณวิทยุเพื่อความลับ ทุกคนก็ปฏิบัติตาม
เฉินม่อไม่รู้หรอกว่าฮัน ตูอาห์ คิดอะไรอยู่ เพราะวินาทีที่เขาตัดสินใจ ฮัน ตูอาห์ ก็กลายเป็นคนตายในสายตาเขาไปแล้ว
"รักษาระดับความเร็วไว้! ถ้าเจอเรืออื่น ให้รีบหลบหลีกแต่เนิ่นๆ อย่าให้ขบวนเรือถูกเปิดเผย"
"ครับ!" ฮัน ตูอาห์ รับคำสั่ง
เมื่อสั่งการเสร็จ เฉินม่อก็กลับเข้าไปในห้องพัก เริ่มนำฐานค่ายกลออกมาประกอบเป็นชุด 3 ชุด
การจะซ่อนเรือรบสามลำ วิธีที่ดีที่สุดในสายตาเฉินม่อคือการใช้ "ค่ายกล"
แต่เนื่องจากอยู่กลางทะเลและเรือเคลื่อนที่ตลอดเวลา เขาจึงต้องวางค่ายกลแยกกันเรือละชุด เพื่อให้ครอบคลุมเรือทุกลำ
เขาประกอบค่ายกลในห้องพักอย่างลับๆ ไม่ให้ใครเห็น
ค่ายกลชุดนี้เน้นฟังก์ชันอำพรางตัวและเก็บเสียง ไม่ซับซ้อนมาก
เมื่อประกอบเสร็จ เขาก็วางค่ายกลชุดแรกบนเรือธง แต่ยังไม่เปิดใช้งาน เพราะต้องไปวางบนเรืออีกสองลำก่อน และต้องเชื่อมต่อค่ายกลทั้งสามเข้าด้วยกัน เพื่อให้เรือทั้งสามลำมองเห็นกันเองได้
ไม่อย่างนั้น ถ้าต่างคนต่างมองไม่เห็นกัน แถมยังงดใช้วิทยุสื่อสาร เรืออาจหลุดขบวนและเกิดปัญหาได้
เมื่อวางค่ายกลบนเรือธงเสร็จ เฉินม่อก็กลับไปที่สะพานเดินเรือ
"ผู้พัน เตรียมเรือเร็วให้ฉันหน่อย ฉันต้องไปที่เรืออีกสองลำ เพื่อติดตั้งอุปกรณ์บางอย่าง" เฉินม่อสั่ง
ฮัน ตูอาห์ สั่งลูกน้องไปเตรียมเรือทันที โดยไม่ถามว่าเฉินม่อจะไปติดตั้งอะไร ทหารที่ดีต้องรู้จักรักษาความลับ
"อ้อ! บอกกัปตันเรืออีกสองลำด้วยว่า ให้เตรียมห้องว่างๆ ไว้ให้ฉันห้องหนึ่ง ฉันต้องใช้" เฉินม่อสั่งเพิ่ม
"ได้ครับ!" ฮัน ตูอาห์ รับคำ
จากนั้น เฉินม่อก็นั่งเรือเร็วไปพร้อมกับไท่คุนและทหารติดตามอีกสองนาย ไปยังเรือรบอีกสองลำ
เขาติดตั้งค่ายกลบนเรือทุกลำอย่างรวดเร็ว
เมื่อติดตั้งครบ เฉินม่อก็ใช้พลังปราณกระตุ้นค่ายกลทั้งสามให้ทำงานพร้อมกัน และเชื่อมต่อกันเป็นเครือข่ายเดียว
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาใช้ค่ายกลกลางทะเล บนพาหนะที่เคลื่อนที่ตลอดเวลา การรักษาเสถียรภาพและการเชื่อมต่อต้องใช้พลังงานมหาศาล
เฉินม่อต้องยอมสละหินวิญญาณระดับต่ำไปหนึ่งก้อน เพื่อใช้เป็นแหล่งพลังงานในการเชื่อมต่อค่ายกล ทำเอาเขาปวดใจไม่น้อย
โชคดีที่ใช้แค่ระดับต่ำ ถ้าต้องใช้ระดับสูงหรือระดับสุดยอด เขาคงยอมจมเรือพวกนี้ทิ้ง แล้วหนีกลับจีนไปเลยดีกว่า
แต่เรื่องดาโต๊ะหลิมยังไม่จบ แม้ดาโต๊ะหลิมและออไลจะตายไปแล้ว แต่ตัวการที่เมืองจีนยังลอยนวล ถ้าไม่กำจัดให้สิ้นซาก เสิ่นถิงถิงก็ยังไม่ปลอดภัย
เฉินม่อกลับมาที่เรือธง แล้วสั่งฮัน ตูอาห์ "เร่งความเร็ว ผ่านช่องแคบมะละกาให้เร็วที่สุด!"
"ครับ!"
ฮัน ตูอาห์ ไม่รู้หรอกว่าเฉินม่อทำอะไรลงไป หรือจะผ่านไปได้ยังไงโดยไม่ถูกจับได้ เขาแค่ทำตามคำสั่ง ถ้าความแตก เฉินม่อก็รับไปเต็มๆ
เพราะทุกอย่างทำในนามของ "มาฮาธีร์"
ความจริงฮัน ตูอาห์ แอบสังเกตการณ์ตอนเฉินม่อไปที่เรือลำอื่น แต่ก็มองไม่เห็นอะไรผิดปกติ ยิ่งงงหนักเข้าไปใหญ่
มาฮาธีร์ไปทำอะไรที่เรือลำอื่น? ใช้วิธีอะไรซ่อนเรือ? ดูไม่น่าเชื่อถือเลยจริงๆ!
กองเรือรบสามลำเร่งเครื่องเต็มกำลัง มุ่งหน้าสู่ช่องแคบมะละกา
ช่องแคบมะละกาเป็นเส้นทางเดินเรือที่คับคั่งที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีเรือผ่านไปมานับไม่ถ้วน
ท้องฟ้าเริ่มสว่าง วันใหม่เริ่มต้นขึ้น
เฉินม่อยืนอยู่บนสะพานเดินเรือ มองไปข้างหน้า
ยิ่งเข้าใกล้ช่องแคบ เรือก็ยิ่งเยอะ ทั้งเรือสินค้า เรือประมง มุ่งหน้าไปทางเดียวกัน
เมื่อฟ้าสว่าง ทัศนวิสัยชัดเจน ยามสังเกตการณ์รายงานว่าพบเรือรบขนาดเล็กของสิงคโปร์อยู่ทางขวาหน้า เป็นเรือลาดตระเวนรักษาความปลอดภัย
เรือรบของเฉินม่อกับเรือลาดตระเวนสิงคโปร์กำลังจะสวนกัน ฮัน ตูอาห์ เริ่มกระวนกระวาย แต่เห็นเฉินม่อนิ่งเฉย ไม่สั่งการใดๆ เขาจึงอดถามไม่ได้ "ท่านครับ ต้องหลบไหมครับ?"
(จบตอน)