- หน้าแรก
- ชีวิตชนบทของปรมาจารย์ผู้บำเพ็ญเพียร
- บทที่ 1402 ชาแดง
บทที่ 1402 ชาแดง
บทที่ 1402 ชาแดง
บทที่ 1402 ชาแดง
เมื่อต้องเผชิญกับภัยคุกคามที่จับต้องได้ตรงหน้า มาฮาธีร์ก็ไม่ลังเลอีกต่อไป เขาคายทุกอย่างที่ควรรู้และไม่ควรรู้ออกมาหมดเปลือก พูดน้ำไหลไฟดับจนแทบหยุดไม่อยู่
ตอนแรกอาจจะตะกุกตะกักบ้าง แต่พอเครื่องติดแล้วก็ไหลลื่น ไม่มีสะดุด เล่าทุกรายละเอียดโดยไม่ต้องให้ใครมาบังคับ
คนหนึ่งเล่าอย่างเมามัน อีกคนก็ตั้งใจฟังอย่างเงียบๆ ไม่ขัดจังหวะ
จนกระทั่งมาฮาธีร์เล่าเรื่องของตัวเองจบ สมองของเขาก็เริ่มกลับมาแจ่มใส แล้วก็เพิ่งรู้ตัวว่าเมื่อกี้ตัวเองทำตัวงี่เง่าแค่ไหน เขาเงยหน้ามองเงาร่างบนฟ้าอย่างสงบเสงี่ยม ในเมื่อพูดไปหมดแล้ว ชะตากรรมของเขาจะเป้นยังไงต่อไป ก็สุดแล้วแต่คนตรงหน้าจะบัญชา
เฉินม่อเห็นสายตาของมาฮาธีร์ก็พอจะเดาออก หมอนี่ตลกดี ตอนแรกทำเป็นปากแข็งเหมือนหินผา ประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมปริปาก แต่พอน็อตหลุดเท่านั้นแหละ พรั่งพรูออกมาหมดไส้หมดพุง แทบไม่ต้องออกแรงเค้น
พอเล่าจบ ถึงค่อยมาสำนึกได้ มันน่าขำจริงๆ
"ดูท่าแกจะเล่าจบแล้วสินะ"
มาฮาธีร์ไม่ตอบ ได้แต่ก้มหน้า ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
ไอ้หมอนี่ต้องมีแผนซ่อนอยู่แน่ รีบส่งมันไปเฝ้ายมบาลดีกว่า! เฉินม่อคิดในใจ แล้วไม่รอช้า ขยับมือร่ายอาคมลงทัณฑ์ใส่มาฮาธีร์ทันที ร่างของมาฮาธีร์สลายกลายเป็นความว่างเปล่าไปในพริบตา
เฉินม่อมมองดูร่างที่สลายไปแล้วก็อดทอดถอนใจไม่ได้ วิธีนี้มันช่างสะดวกสบายจริงๆ ไม่ก่อมลพิษ ง่ายดาย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการกำจัดศัตรูในบ้าน!
หลังจากกำจัดมาฮาธีร์แล้ว เฉินม่อต้องวางแผนขั้นต่อไปอย่างรอบคอบ
ในเมื่อมาฮาธีร์คือตัวการหลักและเป็นคนวางกับดักเพื่อจับเขา ถ้าเขาต้องการตัวออไลมาสอบสวน เขาก็ต้องสวมรอยเป็นมาฮาธีร์เท่านั้น
เฉินม่อใช้สร้อยคอแปลงโฉมเปลี่ยนรูปลักษณ์เป็นมาฮาธีร์ จากนั้นหยิบเสื้อผ้าของมาฮาธีร์มา ร่ายคาถาชำระล้างใส่หลายรอบจนแน่ใจว่าสะอาดเอี่ยมอ่อง แล้วค่อยสวมใส่
ก็เมื่อกี้ในห้องนั้นสองคนนั่นเพิ่งจะทำกิจกรรมเข้าจังหวะกันอย่างดุเดือด ใครจะรู้ว่ามีคราบอะไรกระเด็นมาติดเสื้อบ้าง
ดังนั้น ร่ายคาถาชำระล้างเผื่อไว้หลายๆ รอบดีกว่า
ความจริงนี่เป็นแค่ผลทางจิตวิทยาของเฉินม่อ ต่อให้เสื้อสกปรกแค่ไหน คาถาชำระล้างครั้งเดียวก็ขจัดคราบได้หมดจดไร้ฝุ่นผง แต่เรื่องของความรู้สึก มันอธิบายด้วยเหตุผลไม่ได้
เฉินม่อออกจากมุกเฉียนคุน เก็บกวาดร่องรอย และเก็บโดรนที่ร่วงหล่นกลับมาวางไว้ที่เดิมหน้าประตู แล้วกลับเข้ามาในห้อง
ในห้องยังมีเลขาสาวที่เปลือยเปล่านอนฟุบอยู่บนโต๊ะ ใบหน้ายังคงเปี่ยมสุข ไม่รู้ว่าในภาพลวงตาเธอกำลังทำอะไรอยู่
ความจริงเฉินม่อจะใช้อาคมควบคุมเธอให้ทำอะไรก็ได้ แต่สำหรับผู้หญิงแบบนี้ รีบไล่ไปให้พ้นๆ จะดีกว่า
แต่เดี๋ยวเขาต้องใช้งานเธอ ก็เลยต้องทนอยู่ในห้องเดียวกับผู้หญิงแก้ผ้าคนนี้ไปก่อน แม้จะพยายามไม่มอง แต่หางตาก็อดเหลือบไปเห็นไม่ได้... ต้องยอมรับว่ารสนิยมของมาฮาธีร์ใช้ได้ทีเดียว
เฉินม่อสะบัดมือ เรียกฐานค่ายกลทั้งหมดกลับคืนมา เก็บใส่ถุงเฉียนคุน พอค่ายกลสลายไป เลขาสาวก็เริ่มได้สติ
"ท่านคะ ทำไมท่านใส่เสื้อผ้าแล้วล่ะ?" เลขาสาวถามเสียงออดอ้อน
ในภาพลวงตา เธอกับมาฮาธีร์ยังคงบรรเลงเพลงรักกันอยู่ พอตื่นมาเห็นมาฮาธีร์แต่งตัวเรียบร้อยนั่งอยู่บนโซฟา ก็อดแปลกใจไม่ได้
"อืม! ฉันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีธุระด่วน เธอแต่งตัวแล้วออกไปรอก่อนนะ" เฉินม่อสั่ง
สร้อยคอแปลงโฉมไม่เพียงลอกเลียนหน้าตา แต่ยังเลียนเสียงได้เหมือนเปี๊ยบ เลขาสาวได้ยินก็พยักหน้าเชื่อฟัง แล้วลุกขึ้นมาแต่งตัวต่อหน้ามาฮาธีร์อย่างเปิดเผย ก่อนออกไปยังไม่วายส่งจูบให้อีกที
ปกติมาฮาธีร์ก็เป็นแบบนี้ ถ้ามีงานด่วน เขาจะทิ้งเรื่องอื่นทันที เลขาสาวที่รู้ใจจึงยอมออกไปแต่โดยดี
เฉินม่อเห็นท่าทางของเธอก็เหงื่อตก เปิดเผยชะมัด จะไปแล้วยังจะมายั่วอีก
ไหนว่ามาเลเซียเป็นประเทศมุสลิมเคร่งครัด กฎข้อห้ามเรื่องเพศเข้มงวดไม่ใช่เหรอ? แต่ดูจากสถานการณ์นี้ เฉินม่อได้แต่บอกว่ามาฮาธีร์นี่มัน "ร้าย" จริงๆ
ช่างเถอะ ยังไงเขาก็จัดการมาฮาธีร์ไปแล้ว เป้าหมายหนึ่งสำเร็จไป
แม้จะเสียเวลาตามหาตัวมาฮาธีร์อยู่นาน เพราะความขี้ขลาดและชอบซ่อนตัวอยู่เบื้องหลัง แต่ความจริงการจับตัวมาฮาธีร์นั้นง่ายมาก แค่หาตัวให้เจอก็พอ
เมื่อเลขาสาวปิดประตูห้องสนิท เฉินม่อก็นั่งยองๆ มองไปที่ใต้โต๊ะ เห็นกล่องพลาสติกใสใบหนึ่ง ข้างในมีปุ่มสีแดง
ปุ่มสีแดงนี้คือสวิตช์จุดระเบิดวัตถุอันตรายที่ซ่อนอยู่ในชั้นใต้ดิน แค่กดปุ่มเดียว ที่นี่ก็จะกลายเป็นโกโก้ครั้นช์ บินว่อนไปบนฟ้า มาฮาธีร์ถึงจะกลัวตาย แต่ก็โหดเหี้ยมกับคนอื่นและกับตัวเองไม่แพ้กัน
ถ้าตกอยู่ในมือศัตรู เขาพร้อมจะกดปุ่มนี้เพื่อลากศัตรูลงนรกไปด้วยกัน
โชคดีที่เฉินม่อใช้ค่ายกลลวงตาจับกุมมาฮาธีร์ ทำให้เขาตกอยู่ในภวังค์ก่อนที่จะทันได้กดปุ่ม ถ้าเฉินม่อบุกเข้ามาโต้งๆ มาฮาธีร์คงกดปุ่มไปแล้ว
และยิ่งตอนที่เฉินม่อทรมานมาฮาธีร์ในมุกเฉียนคุน ถ้ามีโอกาส มาฮาธีร์คงกดปุ่มระเบิดตัวเองไปแล้ว ปริมาณ TNT ในชั้นใต้ดินขนาดนี้ เฉินม่อเองก็อาจรับมือไม่ไหว
ดังนั้น บางครั้งการทำอะไรบุ่มบ่ามก็ไม่ใช่เรื่องดี ถ้ามุทะลุเกินไป ต่อให้เป็นผู้ถูกเลือก ก็อาจกลายเป็นศพเฝ้าหลุมได้
"ไท่คุน เข้ามาหาฉันหน่อย" เฉินม่อกดปุ่มอินเตอร์คอมบนโต๊ะแล้วสั่งการ
ไท่คุนคือผู้ช่วยมือขวาของมาฮาธีร์ คอยจัดการเรื่องที่มาฮาธีร์ไม่สะดวกออกหน้า และมีความภักดีสูงมาก เฉินม่อจึงเรียกเขามาใช้งาน
"ท่านครับ เรียกหาผมหรือครับ?" ไท่คุนเดินเข้ามา ยืนตัวตรงมองเฉินม่อด้วยความเคารพ
"อืม! ฉันต้องการให้นายไปที่ฐานหมายเลขสาม พาตัวออไลมาที่นี่" เฉินม่อสั่ง
ฐานหมายเลขสาม คือกับดักที่มาฮาธีร์วางไว้รอเฉินม่อ ที่นั่นมีทั้งทหาร ผู้มีพลังพิเศษ และระเบิด TNT ใต้ดิน เป็นสถานที่สุดอันตราย
ในเมื่อเป็นแบบนี้ เฉินม่อก็แค่ส่งคนไปรับตัวออไลมาซะก็สิ้นเรื่อง ในฐานะมาฮาธีร์ เขามีอำนาจล้นฟ้า จะจัดการกับออไลยังไงก็ได้
"ครับผม!" ไท่คุนรับคำสั่งทันที
"จำไว้ พอไปถึงที่นั่น ถ้ามีใครถาม ก็บอกไปว่าฉันต้องการสอบปากคำออไลเพิ่มเติม และเนื่องจากมีการโยกย้ายกำลังคน ฉันกังวลเรื่องความปลอดภัยที่นั่น รอให้ฉันจัดกำลังคนเสร็จแล้วค่อยส่งตัวกลับไป" เฉินม่อกำชับ
"รับทราบครับ!" ไท่คุนรับคำแล้วรีบออกไปดำเนินการ
ในเมื่อมีทั้งคน ทั้งอำนาจ และบารมี ทำไมจะไม่ใช้ตัวตนของมาฮาธีร์ให้เป็นประโยชน์ล่ะ?
ให้คนไปรับตัวออไลมา ปลอดภัยกว่าไปเองเยอะ
เฉินม่อยกขาพาดโต๊ะ นั่งพักผ่อนอย่างสบายใจ สักพักก็ได้ยินเสียงเคาะประตู
ยังไม่ทันเอ่ยปากอนุญาต ประตูก็เปิดออก เลขาสาวคนเดิมเดินนวยนาดถือถ้วยชาเข้ามา
"ฉันชงชาชัก (Teh Tarik) มาให้ค่ะ" เธอยิ้มหวาน วางถ้วยชาตรงหน้าเฉินม่อ จ้องมองเขาตาหวานฉ่ำ
เวร! เฉินม่ออยากจะบ่น แม้แม่นางคนนี้จะสวย แต่ไม่ใช่สเปกเขา และเขาก็ไม่ชอบ "สวมรองเท้าคนอื่น" มันกัดเท้า!
เฉินม่อจึงยกถ้วยชาขึ้นจิบ แล้วพูดเรียบๆ "เอาล่ะ ดึกแล้ว เธอไปพักผ่อนเถอะ ฉันยังมีงานต้องเคลียร์"
"ค่ะ!" เลขาสาวเห็นเฉินม่อไม่มีอารมณ์ ก็พยักหน้าอย่างว่าง่าย แล้วเดินจากไป
เฉินม่อถอนหายใจยาว จิบชาอีกอึก แล้วก็ต้องหน้าเบ้ หวานเจี๊ยบ! นี่มันชาหรือน้ำเชื่อมเนี่ย ใส่ทั้งนมทั้งน้ำตาลจนเลี่ยน
ชาแดงดีๆ กลายเป็นของหวานไปซะแล้ว กลิ่นชาแทบไม่เหลือ
เขาส่ายหน้า วางถ้วยชาลง เขาไม่คุ้นกับชาแบบนี้จริงๆ อยู่มาเลเซียมาหลายวัน เขาเริ่มเข้าใจวัฒนธรรมการกินอยู่ที่นี่ ชาชักเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมที่ใครๆ ก็ชอบ
แต่ละประเทศก็มีวัฒนธรรมต่างกัน อยู่มาเลเซียก็ต้องเจอรสชาติแบบมาเลเซีย แต่เขาไม่ใช่คนแถวนี้ เลยไม่ชินเอาซะเลย!
สำหรับเขา ชาก็ควรจะเป็นชา มีรสขมปร่าและกลิ่นหอมเฉพาะตัว
โดยเฉพาะชาแดงชั้นดี จะมีกลิ่นหอมของน้ำผึ้ง มันเทศ หรือดอกไม้ รสชาติเข้มข้น หวานชุ่มคอ ไม่เลี่ยน ดื่มแล้วสดชื่น แก้กระหาย การจิบชาแบบนี้สิถึงเรียกว่าสุนทรียภาพ
การผสมนั่นผสมนี่ลงไปจนกลบรสชาติดั้งเดิม สู้กินนมผสมน้ำผึ้งไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ?
ที่เฉินม่อเรื่องมากกับชาแดง ไม่ใช่เพราะเห็นเรือนร่างของเลขาสาวหรอกนะ ไม่ใช่แน่นอน! อืม... ก็แค่คิดถึงบ้าน คิดถึงเสิ่นถิงถิงนิดหน่อย ใจมันเลยว้าวุ่น!
ตีสาม
เฉินม่อยังไม่ออกจากห้อง เขานั่งสมาธิเดินลมปราณอย่างสงบ ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงเคาะประตู
(จบตอน)